เข้าสู่ระบบ"บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ
"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้ "นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊หวานที่กำลังดูอารมณ์ดีหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อมีควันออกจากหู "ล้อเล่นน่า ! ลองกินดูสิคุณ ลูกชิ้นร้านเจ๊หวานเนี่ย ไม่ได้ผสมแป้งเลยนะ เนื้อเนี่ยเหนียวหนึบ ยิ่งกว่ายางรถยนต์" "อีนัง..." ตรงนี้เจ๊หวานแค่ขยับปาก เพราะความเกรงใจคุณยายกลิ่นเกษรที่แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไหนจะคอยหยิบยื่นน้ำใจด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ไม่เว้นแต่ละวัน หนำซ้ำยังมีพ่อเทพบุตรรูปหล่อที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้เจ๊หวานแกเลยต้องรับบทนางเอกผู้ถูกกระทำปล่อยให้เทียนสี่กลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างงั้น "นังเทียน แกเคยกินยางรถยนต์รึไง !" เจ๊หวานหันมาต่อปาก แต่เทียนสี่ก็กลับไม่ใส่ใจ "บ่นอะไรเจ๊ ! ลูกค้ามาโน้นแล้ว รีบไปขายของสิ" เทียนสี่ชี้นิ้วบอกให้รู้ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกันมาที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ๊หวานจะชายตาแลตาม "เออ ๆ ข้าไปละ" เจ๊หวานหันมาพูดกับเทียนสี่ โดยไม่ลืมที่จะร่ำลายายกลิ่นเกสร "ไปก่อนนะยายษร" แถมยังหันมาชม้ายชายตามองหนุ่มหล่ออย่างลูเซิร์นพร้อมกับโบกมือลาทำตาหวานหยาดเยิ้มใส่ "ไว้เจอกันนะคะสุดหล่อ" ลูเซิร์นอมยิ้มเล็ก ๆ ให้ ก่อนจะหันไปสบตากับเทียนสี่ที่แอบมองรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาเป็นพัก ๆ อย่างไม่รู้ตัว "เราเนี่ย ก็ชอบไปกวนประสาทเจ๊หวานแกอยู่เรื่อย" คุณยายกลิ่นเกษรรู้ดีว่าเทียนสี่กับเจ๊หวานสนิทกันเพียงไร แถมยังชอบคุยหยอกล้อจนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เพราะไม่มีใครยอมใคร แต่เวลามีเรื่องอะไรสองคนนี้ก็จะคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ "โธ่ยายก็ เวลาเห็นเจ๊แกทำหน้าโมโห มันก็น่ารักดีออก" "แหน่ะ ! เด็กคนนี้ ดื้อจริง ๆ" "ดื้อ ! แต่ก็รักยายนะคะ มาค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย" "ไม่ต้องหรอก ไปคุยเป็นเพื่อนคุณลูเซิร์นเถอะ เขาอุตส่าห์แวะมาอุดหนุน" "จริงสิ คุณมาซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งยายฉันเหรอ" "ผมมาสั่งออเดอร์ยายคุณร้อยชุด ว่าจะเอาไปฝากคนงานที่คลังสินค้า" "ได้สิ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง" "ไม่เป็นไร ผมบอกให้คนแวะมาเอาแล้ว" "แล้วนี่ คุณจะกลับเลยรึเปล่า" "พอดีผมยังไม่ได้ทานมื้อกลางวันเลย นี่ก็เกือบสี่โมงเย็นแล้ว ไม่รู้ว่าแถวนี้ มีร้านอาหารอร่อย ๆ พอที่คุณจะแนะนำให้ผมไปลองทานรึเปล่า" คำกล่าวของลูเซิร์นพาให้เทียนสี่ขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่านี่เป็นการชวนกินข้าวแบบอ้อม ๆ รึเปล่า เพราะถ้าใช่ แปลว่าเขากำลังชวนเธอออกเดตอยู่รึนี่ เทียนสี่ได้แต่ขบคิดอยู่ในใจ "เอ่อคือ แต่ฉันต้องช่วยยายขายของ" เทียนสี่ไม่กล้าหวังลม ๆ แล้ง ๆ กลัวว่าจะหน้าแตกผิดหวังเหมือนครั้งก่อน ที่ส่งสติกเกอร์ไลน์ไปหาแล้วเขาไม่ตอบ แถมยังไม่ยอมที่จะกดอ่าน คุณยายกลิ่นเกษรหันไปมองเทียนสี่ที่ดูท่าทางเป็นกังวล ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร แต่เพราะไม่อยากให้หลานสาวเอาแต่อยู่กับตนจนไม่มีเพื่อนมีฝูง ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหากวันหนึ่งตนเกิดเป็นอะไรไป เทียนสี่จะอยู่อย่างไร "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พาคุณเขาไปเถอะ ยายขายอีกเดี๋ยว ของก็น่าจะหมดแล้ว" "จะดีเหรอคะยาย" "ไปเถอะจ้ะ" แม้จะกังวลอยู่ว่าเพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่ ก็ไปกับเขาเสียแล้ว แต่ถ้าไม่ไปจะทำความรู้จักกันมากขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร เมื่อคิดได้แบบนั้น เทียนสี่ก็ตอบตกลงตามที่ยายบอก อยากรู้เหมือนกันว่าจะยังไงต่อกันแน่ เทียนสี่เดินตามหลังร่างสูงไปติด ๆ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถหรูเชิญเธอให้เข้าไปนั่งเหมือนกับครั้งนั้น "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่ดึงสายเข็มขัดนิรภัยขึ้นมาคาดลำตัว โดยไม่ลืมเหมือนครั้งก่อน รออีกคนเดินอ้อมเข้ามานั่งประจำที่คนขับ "คุณลำบากใจที่จะมากับผมรึเปล่า" อีกฝ่ายเอ่ยถามเมื่อก้าวเข้ามานั่งด้านในพร้อมกับปิดประตูรถ"ขึ้นรถ !" เสียงนั้นฟังดูเข้มและดุดัน จนเหมือนเป็นการบังคับให้เพื่อให้เธอยอมไปกับเขา หากแต่นิสัยของเทียนสี่ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังใครง่าย ๆ อยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่ทำตาม "ฉันบอกแล้วไงว่าจะแวะไปหายาย นายกลับไปได้เลย" พูดบอกถึงตรงนี้ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง หากแต่เซย์ยะกลับปรี่เข้ามาคว้าเรียวแขนเธอเอาไว้ หมับ ! "ไปขึ้นรถ !" น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกกับเธอพร้อมกับแรงบีบที่กดเข้ามาที่เรียวแขนจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บจากการถูกบังคับและฝืนใจ แต่ทันใดนั้นเอง หยางฟานที่มองเหตุเหตุหาฝการณ์ตั้งแต่ต้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเทียนสี่ให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาแทน "นี่ลื้อทำอะไร ไม่ได้ยินที่อีบอกรึไงว่าไม่ไปลื้อหูตึงเหรอ ?" หยางฟานถามเสียงเรียบจ้องหน้าเซย์ยะอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ามือแกร่งกระแทกเข้ามาที่ต้นคออย่างจัง ผัวะ ! "ถอยไปไอ้กระจอก !" หยางฟานถูกสันมือหนาฟาดเข้าที่ต้นคอจนคอแทบเคล็ด หากแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวพุ่งเข้าไปกรชากคอเสื้อของเซย์ย่าแล้วชกเข้าที่ใบหน้าไปหนึ่งที แต่น้ำหนักไม่พอให้อีกฝ่ายล้มลงหรือรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย หากแต่เป็นหยางฟานเองที่ถูกกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้า
คำถามของหยางฟานทำให้เทียนสี่ถึงกับนิ่งไป เพราะรู้ดีถึงความต้องการบางอย่างที่วิคเตอร์ต้องการจากเธอ หากแต่เทียนสี่กลับไม่ได้พูดมันออกไป เพราะเรื่องพวกนี้หยางฟานไม่ควรจะต้องมารับรู้ แค่เขาต้องมาเดือดร้อน เพราะวิคเตอร์พยายามเล่นงานคนรอบตัวเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่พอใจอะไรฉันอยู่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอโทษนายกับพ่อของนายด้วยที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันที่เป็นต้นเหตุ ฉันอยากให้นายพยายามอยู่ให้ห่างจากฉัน อย่างก็เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นกลับมาเล่นงานนานได้ ฉันขอโทษจริง ๆ นะ หยางฟานต่อจากนี้เราไม่ควรเจอกันอีก" "ลื้อพูดอะไร อั๊วไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย แต่นี่อั๊วยิ่งรู้ว่าลื้อกำลังตกอยู่ในอันตรายจะให้อั๊วทิ้งลื้อไปได้ยังไง" "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่นายคือเพื่อนของฉันแล้วจะให้ฉันยอมเห็นนายถูกทำร้ายได้ยังไง นายคือเพื่อนนะหยางฟาน จะเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้ ถ้านายไม่ตัดใจ ก็ได้โปรดรู้เอาไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก นายกับพ่อของนายจะไม่ปลอดภัย หนีให้ห่างจากฉันเถอะนะหยางฟาน อย่างน้อย ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนเอาไว้"
ความอดทนอดกลั้นขาดสะบั้นลง เมื่อความยั่วเย้าเร้าอารมณ์ที่เธอปลุกปั่นให้เขาลุกฮือขึ้นมาจนหยุดไว้ไม่ได้ หมับ ! ลูเซิร์นพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้แล้วดันเรียวขาให้อ้าถ่างออกจากกัน ก่อนจะเสียบเสยแท่งเอ็นดุ้นใหญ่เข้าไปในร่องรักคราวเดียวจนมิดลำโคน ปึก ! "อ๊า !" เทียนสี่หยาดน้ำตารินไหล เมื่อลำเอ็นแท่งใหญ่ถูกดันเข้ามาในคราวเดียวจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความใหญ่โตถาโถมเขาหากลีบอวบอ้าที่ยังมีร่องรอยของการเสียดสีอย่างหนักหน่วงจากบนรักเร่าร้อนของเมื่อคืนทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บร้าวระบมอยู่ลึก ๆ หากแต่เธอกลับใจสู้ เด้งสะโพกอวบเข้าใส่ลำเอ็นที่อัดกระแทกเข้ามาหาเธออย่างเน้น ๆ "ดื้อเหลือเกิน ไม่รู้จะห้ามยังไง" ลูเซิร์นพูดขึ้นพลางบีบขยำไปที่ก้นอวบใหญ่จับสะโพกเธอล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วอันลำเอ็นเข้าไปในรูรักจนมันปลิ้นอ้าออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเธอเสียวซ่านไปถึงท้องน้อย ขณะที่ลำเอ็นแล่นเข้าออกในจังหวะที่ถี่รัว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ขณะที่ใบหน้าคมฝังปลายจมูกโ่ด่งเข้าหาซอกคอขาวระหงดูดดึงจนเกิดรอยแดงที่เขาฝังลึกเอาไว้ราวกับตีตราจองไม่ให้ใครกล้ามาซ้ำ หรือ เอาตัวเธอไปได้ สัมผัสหยาบ
เวลาต่อมา "อื้อ" เทียนสี่ขยับตัวปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อใบหน้าถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือกับผ้าที่เปียกพอหมาด ๆ ทำเธอรู้สึกตัวแล้วพลิกนอนตะแคงหาคนที่ปลุกให้ตื่นด้วยน้ำเย็น ๆ ภายในห้องอับอบอุ่นสบาย "ลูเซิร์น" เธอเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ไอร้อนจากผิวกาย ทำให้ลูเซิร์นต้องหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงไป เธอยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาทันที เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกตามที่อีกคนได้บอกเธอไว้จริง ๆ ไม่ผิดคำพูด "กี่โมงแล้ว ?" เธอถามเขาเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินเสียง "บ่ายสองแล้วค่ะคนเก่ง ไข้ขึ้น แต่ไม่เป็นไรลีวายมาดูแล้วบอกให้ผมป้อนยาลดไข้ให้คุณไปแล้ว" "ป้อน ?" เทียนสี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกินยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "ฉันตื่นมากินยาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ" ริมฝีปากหยักยกขึ้นตรงมุมปากเล็ก ๆ "ผมไม่ปลุกหรือกวนคุณให้ตื่นเลย อยากให้คุณได้พัก" ดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม "แล้วป้อนยายังไงคะ" เธอเอียงใบหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ขึ้นลงเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ในตอนที่ถามแล้วรอคำตอบจากเขา "ป้อนด้วยปาก" นิ้วหัวแม่มือเรียวยาวเกลี่ยไล้ไปบนกลีบปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างหลงใหลในตอนที่ให้คำเฉลย ทำเทียนสี่ใบ
"อยากให้เรียก...เรียกอีกสักครั้งนึงจะได้ไหม ?" เธอถามเสียงแผ่ว แม้กลัวว่าตัวเองจะผิดหวัง เพราะที่ผ่านมาลูเซิร์นไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูอะไร ไม่แปลกหากเขาจะไม่ยอมเอ่ยเรียกคำพูด้หล่านี้ให้ได้ยินอีกซ้ำ ๆ "จะให้เรียกอีกกี่ครั้งก็ยังได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำให้ที่รัก" พูดพลางก้มลงไปจูบที่ขมับขวาของเธอเบา ๆ แล้วขยับเลื่อนลงมาแตะเรียวปากไว้ที่กลีบปากนุ่ม ๆ ค้างไว้นานนับนาทีกว่าที่เขาจะผละออกไป "ลูเซิร์น..." เทียนสี่จ้องเขาตาค้างไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอจับจ้องด้วยแววตาที่เปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมบนใบหน้าสวย "เด็กดี....คุณนอนต่อเถอะนะคะที่รัก เดี๋ยวผมไปตามลีวายมาดูไข้" ว่าจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะโน้มเข้าไปจูบที่หน้าผากอุ่น ๆ ทำเทียนสี่อึ้งไปราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินคำว่าที่รักหลุดออกจากปากของเขา และไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำพูดคะขาที่เขาพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ หมับ ! เทียนสี่เอื้อมมือบางเหนี่ยวรั้งที่ชายเสื้อของลูเซิร์นเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหน ทำคิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นมาแล้วมองหน้าคนสวยที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน
ลูเซิร์นวางเธอลงบนเตียงนอนแล้วขึ้นมาคร่อมร่างเปลือยเปล่ากักขังตัวเธอเอาไว้ภายใต้พันธนาการอันแข็งแกร่ง "ทีนี้ จะหายงอนผมได้รึยัง ?" "ยัง" เทียนสี่ตอบพลางจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา มือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งเบา ๆ "งั้นก็กลับหลังหัน" ว่าจบก็พลิกร่างนุ่มให้หันหลังในท่าคลานเข่า พร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนหมอน ช้อนสะโพกอันกลมกลึงเธอให้ลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นร่องรักอวบอูมที่ดูฉ่ำเยิ้มอวดแก่สายตาคมของเขา เผียะ ! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปที่แก้มก้นขาว ๆ จนขึ้นรอยมือเป็นสีแดงตามมาด้วยรอยนิ้ว "อ๊ะ ! " เขาดึงรั้งไปที่เส้นผมบนท้ายทอยคนสวยให้เชิดหน้าขึ้นมาแล้วโน้มริมฝีปากเข้าหาเธอ ก่อนจะสัมผัสจูบอันร้อนแรงที่เรียวปากนุ่ม ๆ อย่างดุดันสอดปลายลิ้นอุ่นจัดเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำแล้วบี้บดไปที่หัวจุกสีหวานจนมันนูนเด่นแข็งขึ้นเป็นไต "อื้อ ลูเซิร์น !"ทเทียนสี่สั่นสะท้านร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย "แบบนี้ชอบไหม ?" "อ๊า ลูเซิร์น ฉันชอบ !" "ไม่ชอบให้ผมอ่อนโยนรึไง" เขาผละจูบออกมาถามเธอแล้วดูดดึงลำคอขาวระหงของเธอด้วยริมฝีปากอันร้อนแรง ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง "ก้นขาว น่ากระแท
วันต่อมา เทียนสี่ตกลงมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหาร หลังจากที่เธอรับสายสนทนาของใครคนหนึ่งที่โทรเข้ามาขัดจังหวะ ระหว่างที่เธอพูดคุยอยู่กับคาลวิน คุณหมอมาเฟียหนุ่ม และ บอดี้การ์ดฝีมือดีอย่างฟอร์ลันอยู่เมื่อวานนี้ โดยเป็นการเชิญชวนและตอบรับการทำงานที่เร่งด่วน ทั้งที่บริษัทที่ว่าไม่ได้อยู่ในรายชื่อท
"เบื้องต้นคุณยายถูกรถชนกระแทกเข้าที่ขา กระดูกต้นขาหัก และ ร้าวเป็นบางส่วน ต้องใช้การผ่าตัดเพื่อใส่อุปกรณ์ช่วยดามเข้าไป" เป็นคำกล่าวรายงานของคุณหมอเจ้าของไข้ที่รับรักษาคุณยายกลิ่นเกษรของเธอที่วินิจฉัยออกมา "ค่าใช้จ่ายล่ะคะ สูงแค่ไหน ?" เทียนสี่สีหน้าไม่ดีแสดงออกถึงความกังวลใจที่มี
"เปล่านี่คะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น""หน้าคุณมันฟ้อง""ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ" เทียนสี่ยกสองมือขึ้นลูบข้างแก้มขาว ๆ ขณะที่พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ไม่รู้ว่ามันดูตึงเครียดขนาดไหนอีกคนถึงได้มองออก"ตกลงว่าใช่รึเปล่า" ลูเซิร์นย้ำถาม พลางหันหน้ามาสบตากับเธอ"เปล่าค่ะ ฉันเต็มใจ" เทียนสี่ตอบออกไปเพียงแค่นั้นก็หันหน้าม
"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง "ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเ







