Share

บทที่ 6

Author: Prypradhana
last update Huling Na-update: 2026-03-11 20:16:07

เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะดวงตาเป็นสิ่งที่เขาไม่โอเคที่สุดบนใบหน้าของตัวเอง จนไม่อยากเอ่ยถึงมัน

เทียนสี่ขยับห่างออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยื่นร่างเข้าไปใกล้เขามากจนเกินไป ด้วยความที่สงสัยกับสีของดวงตาที่ได้เห็น แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เธอถึงได้เปลี่ยนคำถาม

"คุณมีญาติพี่น้องรึเปล่า"

"ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีแค่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น"

"เหมือนกันเลย พ่อแม่ฉันก็เสียไปหมดแล้ว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแค่ยายสองคนเท่านั้น ยายบอกว่าฉันเกิดที่เกาหลี ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย" รอยยิ้มกลบเกลื่อนที่ปรากฏบนใบหน้าของเทียนสี่กำลังเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมาที่เธอ โดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้

"จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า" เทียนสี่เอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน้าเธอนานเกินไป โดยที่ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรมาสักพักใหญ่

"แค่รู้สึกแปลกใจ"

"เรื่องฉันเกิดที่เกาหลีน่ะเหรอ"

"ไม่ใช่"

"แล้วคุณแปลกใจอะไร"

"สงสัยว่าผู้หญิงแบบคุณ ทำไมถึงต่อสู้กับคนพวกนั้นได้"

"กับคนพวกนั้นน่ะเหรอ ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกคุณ ชีวิตฉันมันปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เกิด ถ้าไม่มีวิชาความรู้พวกนี้ติดตัวไว้บ้าง ฉันจะโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ยังไง ดูคุณสิ... เสื้อผ้าก็ดูดี รูปร่าง หน้าตาก็ดูเพอร์เฟ็กต์ไปหมด" เทียนสี่หน้าแดงที่เผลอปากชมอีกฝ่ายไปอย่างลืมตัว จึงรีบแก้ต่างออกไปอย่างทันควัน

"เอ่อ...หมายถึงคุณ ดูดีเหมือนนักธุรกิจ คุณเป็นนักลงทุนเหรอ หรือว่าเป็นนายแบบ"

"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง" ลูเซิร์นตอบคำถาม แม้จะรู้สึกว่าตอนนี้ ตัวเองกำลังทำตัวเหมือนนักลงทุนที่เอาตัวเองมาเจ็บตัว รวมทั้งเล่าประวัติส่วนตัวให้กับเธอได้ฟังเพื่อหวังผูกมิตรไมตรี ก็ดูจะเป็นการลงทุนในแบบที่เขาไม่เคยคิดเคยทำมาก่อน

"แล้ว..." ทันทีที่อีกฝ่ายจะอ้าปากถามอะไรอีก ลูเซิร์นก็ชิงตัดบทออกมาเสียก่อน

"ไว้เราสนิทกันกว่านี้ คุณจะได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวผม" คำกล่าวของลูเซิร์นเบรกให้เทียนสี่หยุดการตั้งคำถาม แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"จริงสิ คุณรอฉันตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันรีบกลับมา"

เทียนสี่ยื่นถุงอาหารในมือให้กับร่างของคนที่ตัวสูงกว่า เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยเหลือเธอไว้เมื่อช่วงหัวค่ำหลังจากที่วิ่งหายไปสักพักใหญ่

คิ้วหนา ๆ บนใบหน้าที่ดูหล่อเหลากับผิวขาว ๆ แบบหนุ่มลูกครึ่งอะไรสักอย่างขมวดกันเป็นปมปนความสงสัย

"อะไรครับ"

"ข้าวเหนียวหมูปิ้ง สูตรคุณยายฉันเอง อร่อยมาก ขายอยู่หน้าปากซอยโน้น ขายช่วงเช้ากับช่วงเย็น ถ้าวันไหนคุณผ่านมาแถวนี้ ก็แวะมาอุดหนุนเราได้นะ บอกว่ารู้จักกับเทียน ยายฉันแถมให้คุณแน่นอน"

"ขอบคุณครับ"

"เอ่อจริงสิ ฉันลืมถามไปเลยว่าคุณกินข้าวเหนียวกับหมูปิ้งแบบนี้เป็นรึเปล่า"

"นี่ของโปรดผมเลย"

เทียนสี่ขมวดคิ้วอย่างเหลือจะเชื่อ

"ตอนเด็ก ผมอยู่เกาหลีไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท โชคดีที่มีคุณยายใจดีคนนึงเอาข้าวเหนียวกับหมูปิ้งแบบนี้ ห่อด้วยใบบัวมาให้กิน พอให้ผมได้ประทังความหิว"

"คุณเนี่ยนะ ไม่มีเงิน ?"

"เป็นเรื่องจริง"

"ฉันชักสงสัยแล้วว่าคุณเป็นคนชาติไหนกันแน่"

"วันนึง คุณต้องรู้แน่" ลูเซิร์นบอกกับเทียนสี่ที่ตอบรับคำกล่าวนั้นด้วยการพยักหน้าน้อย ๆ

"คุณลองชิมดูนะ ไม่รู้ว่ารสชาติจะอร่อยเหมือนตอนที่คุณอยู่เกาหลีรึเปล่า" เขายิ้มพร้อมทั้งก้มหน้าเบา ๆ อย่างขอบคุณ

"นี่นามบัตรของที่ร้าน เผื่อว่าคุณอยากสั่ง ฉันจะรีบซิ่งมอไซค์ไปส่งให้ถึงที่เลย" เทียนสี่ยื่นนามบัตรให้กับมือที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล

"ครับ รถคุณจอดอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ นี่ครับกุญแจ" ลูเซิร์นส่งกุญแจที่เซย์ยะเป็นคนขับตามมาคืนให้กับเธอ

"ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่ยื่นมือออกไปรับอย่างขอบคุณ

"งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ"

"เดี๋ยวค่ะ" เทียนสี่เอ่ยรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ขณะที่เขากำลังจะเดินไปที่รถของตัวเอง โดยมีเซย์ยะนั่งรออยู่ในรถ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 11

    "เปล่านี่คะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น""หน้าคุณมันฟ้อง""ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ" เทียนสี่ยกสองมือขึ้นลูบข้างแก้มขาว ๆ ขณะที่พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ไม่รู้ว่ามันดูตึงเครียดขนาดไหนอีกคนถึงได้มองออก"ตกลงว่าใช่รึเปล่า" ลูเซิร์นย้ำถาม พลางหันหน้ามาสบตากับเธอ"เปล่าค่ะ ฉันเต็มใจ" เทียนสี่ตอบออกไปเพียงแค่นั้นก็หันหน้ามองออกไปด้านหน้าตัวรถทันที กลัวว่าจะเผลอสบตาอีกฝ่ายนานเกินไปกว่านี้"มองหน้าฉันทำไมคะ ไม่ออกรถเหรอ" เทียนสี่หันกลับมาถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเอาแต่จ้องมองเธออยู่แบบนั้น ไม่ยอมขับรถออกไปเสียที"เห็นคุณแต่งชุดนี้ ก็ดูสดใสดีอยู่เหมือนกัน" คำกล่าวของลูเซิร์นพาให้เทียนสี่ก้มลงมองชุดนักศึกษากระโปรงทรงสอบของตัวเอง ซึ่งพอนั่งมันก็ร่นขึ้นมาเหนือหัวเข่าเล็ก จนเห็นโคนขาเรียวขาวจัด ๆ ชวนให้ดึงดูดแก่สายตา"ชมผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ แฟนคุณรู้ จะไม่ว่าเอาเหรอ" เทียนสี่แสร้งถาม เพราะอยากรู้ว่าการที่เขาไม่อ่านไลน์ที่เธอส่งสติกเกอร์ไปหานั้นอาจเป็นเพราะเขามีคนรักอยู่แล้วก็ได้ คงกลัวว่าจะผิดใจกันเลยไม่อ่านและไม่ได้ตอบไลน์ของเธอที่ทักไปก่อนหน้านั้น"ผมยังไม่มีแฟน" คำตอบของลูเซิร์นเป็นเสมือนการปลดล็อกในสิ่งเทียนสี

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 10

    "บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้"นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊หวานที่กำลังดูอารมณ์ดีหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อมีควันออกจากหู"ล้อเล่นน่า ! ลองกินดูสิคุณ ลูกชิ้นร้านเจ๊หวานเนี่ย ไม่ได้ผสมแป้งเลยนะ เนื้อเนี่ยเหนียวหนึบ ยิ่งกว่ายางรถยนต์""อีนัง..." ตรงนี้เจ๊หวานแค่ขยับปาก เพราะความเกรงใจคุณยายกลิ่นเกษรที่แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไหนจะคอยหยิบยื่นน้ำใจด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ไม่เว้นแต่ละวัน หนำซ้ำยังมีพ่อเทพบุตรรูปหล่อที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้เจ๊หวานแกเลยต้องรับบทนางเอกผู้ถูกกระทำปล่อยให้เทียนสี่กลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างงั้น"นังเทียน แกเคยกินยางรถยนต์รึไง !" เจ๊หวานหันมาต่อปาก แต่เทียนสี่ก็กลับไม่ใส่ใจ"บ่นอะไรเจ๊ ! ลูกค้ามาโน้นแล้ว รีบไปขายของสิ" เทียนสี่ชี้นิ้วบอกให้รู้ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกันมาที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ๊หวานจะชายตาแลตาม"เออ ๆ ข้าไปละ

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 9

    "อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง"ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน"กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ"ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกันทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่"นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 8

    "เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการสำรองเอาไว้แล้ว" คาลวินพยักหน้าตอบคิมลีวายว่าเขามีแผนการอย่างที่ว่านั่นจริง ๆ แต่มันคงต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายอย่าง และ ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ร่วมด้วย เวลาต่อมา ลูเซิร์นเดินเข้ามาภายในห้องของตัวเอง ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมอยู่วางในตู้ลิ้นชักข้างเตียง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอาเก็บกลับมาด้วย ทั้งที่จะส่งคืนเจ้าของ หรือ โยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งยังได้ ครืด ~ ปลายนิ้วมือเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีใครบางคนแอดไลน์เพิ่มเพื่อนเข้ามาใหม่ "เทียนสี่" เรียวฝีปากหยักขยับอ่านชื่อเจ้าของแอคเคาท์ไลน์ดังกล่าวเบา ๆ ก่อนจะปัดหน้าจอนั้นทิ้งไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ อีกทั้งยังกดโทรออกหาใครอีกคนที่พยายามโทรเข้ามาหาเขาอยู่นานหลายสาย เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ "ว่

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 7

    "ครับ ?""อุปกรณ์ทำแผล ยังมีสำสีกับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเหลืออยู่ เผื่อคุณเอาไว้ล้างแผล แต่ฉันแนะนำว่า คุณควรไปให้หมอช่วยดูอีกทีจะดีกว่า ฉันกลัวว่าแผลมันจะอักเสบ แล้วก็ติดเชื้อ""ขอบคุณครับ""ขอตัวนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปช่วยยายเก็บร้านด้วยเหมือนกัน""เทียน" ลูเซิร์นเอ่ยรั้งในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปให้หยุดชะงัก แล้วหมุนร่างกลับมาประสานสายตากับเขาอีกครั้ง"คะ ?""ผมขอยืมโทรศัพท์มือถือคุณหน่อยสิ""ของฉันเหรอ ?""ครับ รบกวนคุณ ปลดล็อกให้ด้วย" ลูเซิร์นพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับหว่านเสน่ห์ หากไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะมันกำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกหน้าแดง"นี่ค่ะ" เทียนสี่ยื่นให้อย่างเขิน ๆ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ดูยังไงก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยเครื่องที่ดูคร่ำครึ ตกรุ่นไปไกลแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรลูเซิร์นกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแล้วโทรออก ก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วส่งมันคืนให้กับเธอ"นี่เบอร์ผม เมมไว้ได้เลย ช่วยแอดไลน์มาหาผมด้วย""อะไรนะคะ" เทียนสี่แทบไม่เชื่อหูของตัวเอง เพราะคิดว่าเขาน่าจะกำลังแอบขายขนมจีบให้เธออยู่หรือไม่ หากแต่คำตอบนั้นกลับดับฝันของเธอให้พลันส

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 6

    เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะดวงตาเป็นสิ่งที่เขาไม่โอเคที่สุดบนใบหน้าของตัวเอง จนไม่อยากเอ่ยถึงมันเทียนสี่ขยับห่างออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยื่นร่างเข้าไปใกล้เขามากจนเกินไป ด้วยความที่สงสัยกับสีของดวงตาที่ได้เห็น แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เธอถึงได้เปลี่ยนคำถาม"คุณมีญาติพี่น้องรึเปล่า""ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีแค่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น""เหมือนกันเลย พ่อแม่ฉันก็เสียไปหมดแล้ว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแค่ยายสองคนเท่านั้น ยายบอกว่าฉันเกิดที่เกาหลี ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย" รอยยิ้มกลบเกลื่อนที่ปรากฏบนใบหน้าของเทียนสี่กำลังเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมาที่เธอ โดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้"จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า" เทียนสี่เอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน้าเธอนานเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status