Masukมุมหนึ่งของห้องพักสุดหรูคือที่ออกกำลังกายของชายหนุ่มเจ้าของห้อง กระสอบทรายที่แขวนอยู่แกว่งไปมาตามแรงหมัดที่กระแทกใส่ เหงื่อเกาะพราวบนแผงอกกำยำมีรอยสักมังกรใหญ่ยักษ์ที่เวลานี้เปลือยเปล่าเห็นกล้ามท้องเป็นมัด จังหวะเต้นฟุตเวิร์คที่สอดคล้องกับจังหวะการหายใจ ทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับผงกศีรษะยอมรับความสามารถของพี่ชายต่างมารดาคนนี้
“ใส่นวมแล้วมาต่อยกันสักหมัดสองหมัดสิ”
“อย่ามาหลอกเลย” คนถูกชวนส่ายหน้าไปมา “หมัดสองหมัดมีที่ไหน”
ชายหนุ่มซัดหมัดหนักๆ ออกไปอีกหมัดก่อนยุติการซ้อม เขายื่นมือไปรับผ้าขนหนูจาก น้องชายแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมระเบียง
“ออกกำลังกายให้เหงื่อมันออกเสียบ้างจะได้เลิกบ่นว่านอนไม่หลับเสียที” หัสวีร์พูดแล้วเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อ “เอาแต่พึ่งยานอนหลับมันจะไม่ดีกับสุขภาพ”
“เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยได้กินยานอนหลับแล้วล่ะ” หัสดินเดินไปหยิบน้ำแร่จากตู้เย็นแล้วเดินกลับมาหาพี่ชายคนละแม่ “ใครกล้ากวนใจพี่ชายผม หรือไม่ได้คุยกับคาเรน”
หัสดินพูดพลางหัวเราะร่วน ถือขวดน้ำแร่แล้วเดินไปนั่งใกล้ๆ แม้เป็นพี่น้องต่างมารดา แต่ทั้งคู่สนิทกันมาก ซึ่งก่อนจะมาสนิทกันได้ขนาดนี้ก็ผ่านอะไรมากมาย เพราะแม่ของเขาเป็นเมียเก็บของคุณชาคริต-พ่อของเขาเอง
หัสวีร์เลิกคิ้วเล็กน้อย รับขวดน้ำแร่จากหัสดินมาดื่ม ทั้งสองไม่ใช่พี่น้องแม่เดียวกัน แม่ของเขาเป็นเมียหลวง กล้ำกลืนฝืนทนที่รู้ว่าสามีแสนเจ้าชู้มีลูกกับเมียเก็บทั้งที่สัญญาไว้แล้วว่าจะมีลูกกับนางเพียงคนเดียว อาจเพราะได้ลูกชายพ่อเลยอยากให้เป็นพี่น้องกันจึงตั้งชื่อคล้องกัน หัสวีร์-หัสดิน ศาตนันท์
“ถ้าพี่ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร” หัสดินยิ้ม พอเข้าใจปัญหาระหว่างหัสวีร์กับคาเรน-สาวสวยที่พี่ชายคบอยู่ “ผมโทรหาเรนนี่นะ วันนี้เอามัฟฟินมาให้เรนนี่ชิม”
“เดี๋ยว” หัสวีร์ขมวดคิ้ว “นี่นายมาหาฉันเพราะอยากเจอเลขาของฉันหรอกเหรอ”
“ก็มาหาพี่ด้วยไง” หัสดินยกมือลูบท้ายทอยแก้เขิน “แต่พี่ไม่กินขนมนี่ก็ต้องหาคนที่ช่วยชิมขนมของผมได้”
“แถวบ้านไม่มีคนกินหรือไง” หัสวีร์เค้นเสียงไม่พอใจในลำคอ
“ก็ผมมาหาพี่ แล้วเรนนี่ก็พักที่เดียวกับพี่ ก็เท่ากับว่าผมมาที่เดียวได้เจอทั้งสองคนไง” หัสดินยิ้มทะเล้นแล้วหยิบสมาร์ทโฟนกดเบอร์เลขาสาวของพี่ชาย
“คุณเรนนี่” หัสดินกรอกเสียงทักทายไปทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย “ว่างไหมครับ เชิญที่ห้องพี่ไรอันหน่อย อ้อ!ไม่ใช่เรื่องงานครับ ได้ครับ อีกสิบนาทีเจอกันครับ”
หัสวีร์ที่นั่งใกล้ๆ ได้ยินแล้วก็กลอกตามองบน เขาเองก็ได้ชื่อว่าเป็นคาสโนว่าแต่ไม่ชอบทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ผู้หญิงแบบนี้
หัสวีร์ ศาตนันท์คือชื่อจริงตามบัตรประชาชน ส่วนชื่อเล่นที่คนในครอบครัวเรียกคือ ‘วีร์’ ซึ่งเท่าที่จำได้มีแค่พ่อกับแม่ที่เรียก ส่วน ‘ไรอัน’ เป็นอีกชื่อที่ใช้อยู่เมืองนอก เขาเรียนโรงเรียนประจำที่อเมริกาตั้งแต่อายุสิบสองจนจบระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ห้าปีก่อนเขากลับมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรเพื่อดูแลกิจการของครอบครัวต่อจากบิดา เดิมที่พ่อเลือกเลขาไว้ให้ แต่เขารู้สึกเหมือนมีพี่เลี้ยงหรือไม่ก็คนของพ่อที่ตามประกบเขาและรายงานกับพ่ออีกที แม้ว่าพ่อจะส่งมอบบริษัทให้เขาบริหารจัดการต่อแต่ไม่ได้หมายความว่าวางมือจากทุกอย่าง สิ่งที่เขาดูแลอยู่เป็นหนึ่งในหลายสิบกิจการของตระกูล คราวนั้นเขายื่นคำขาดหากเขาไม่ได้เลือกเลขาด้วยตัวเองก็จะไม่ทำงานที่บริษัทของตระกูล ทีแรกก็คิดว่ามันจะง่าย แต่กลายเป็นยุ่งยากขึ้น มีผู้สมัครเข้ามาตำแหน่งเลขาเขาเป็นร้อย ทั้งที่เขาตั้งเงื่อนไขยุ่งยาก และรู้ว่าบางคนหวังเป็นมากกว่าเลขา จนกระทั่งได้เจอกับนักศึกษาสาวที่รวบผมเป็นหางม้าคนนั้น ท่าทางไม่ใช่เด็กฝากของใคร ไม่ใช่เด็กเส้นที่แอบหวังตำแหน่งว่าที่ภรรยาในอนาคตและที่สำคัญ ดูร้ายๆ แบบที่รับมือเขาได้
โปรไฟล์ของรมิดาไม่ได้เลิศหรูอะไร จบจากมหาวิทยาลัยเปิดด้วยเกรดเฉลี่ยยอดเยี่ยม ความสามารถพิเศษซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่น แต่เธอมีความพยายามและพยายามอย่างมากที่จะทำงานให้ดีเยี่ยม ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากสามเดือนแรกแล้ว เธอแทบไม่เคยทำงานผิดพลาดเลย และแน่นอนว่า เธอเป็นคนที่ผิดแล้วยอมรับผิด แก้ไขและปรับปรุง อาจเพราะความจนที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่น
‘ชื่อจริงรมิดา แล้วมีชื่อสั้นๆให้เรียกไหม?’
‘หมายถึงชื่อเล่นหรือคะ?’ หญิงสาวถามกลับแต่ไม่รอคำตอบ เธอก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน ‘ชื่อฝนค่ะ’
‘ฝน?’
‘ค่ะ เกิดเดือนมีนาแต่วันที่เกิดมีฝนตก แม่เลยตั้งชื่อเล่นว่าฝนค่ะ’
‘ชื่อเชยชะมัดเรียกผมว่าไรอัน ส่วนผมจะเรียกคุณว่าเรนนี่’
‘คะ?’
เขาพูดไปตามที่คิด ยัยหางม้าหน้านิ่งแต่แววตาคุกรุ่นขึ้นมานิดๆ เขาชอบท่าทางไม่ยอมคนแบบนี้ เหมาะที่จะทำงานกับเขาที่สุด และเธอก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานกับเขามาถึง4ปี9เดือน และช่วงนี้ที่เธอคงต้องพยายามต่อสัญญางานกับเขาอีก แต่เธอจะยังทำตามเงื่อนไขของเขาได้หรือเปล่า
เสียงกริ่งหน้าห้องทำให้หัสดินดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินผ่านหัสวีร์ เจ้าของห้องส่ายหน้าไปมาแล้วลุกขึ้นยืน ไม่กี่นาทีต่อมารมิดาในชุดเสื้อลำลองสีม่วงอ่อน ใบหน้าแต้มแต่งมาบางๆ และยังคงรวบผมเป็นหางม้าเหมือนวันแรกที่ได้พบกัน
“ขอโทษที่เรียกตัวมานะครับ” หัสดินยิ้มกว้างแล้วเชิญไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องครัวที่มีเครื่องครัวครบครันแต่เจ้าของห้องแทบไม่เคยใช้อะไรเลย “ผมทำมัฟฟินมา คุณช่วยชิมหน่อยสิ”
“ขอบคุณค่ะ” รมิดายิ้มน้อยๆ แต่แววตาเธอเป็นประกาย ถ้าพูดเรื่องของกิน แววตาเธอจะเหมือนเด็กเล็กๆ น่าเอ็นดูเหลือเกิน
“ผมทำสูตรเอง วิจารณ์ได้เต็มที่เลย ชิ้นนี้เป็นมิฟฟินมะม่วง ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ ส่วนชิ้นนี้มัฟฟินข้าวโอ๊ต ชิ้นนี้มัฟฟินราสป์เบอร์รีโยเกิร์ต และชิ้นนี้มัฟฟินช็อกโกแลตรำข้าวโอ๊ต เป็นสูตรมัฟฟินคลีน แคลอรีต่ำสำหรับสาวๆ ที่กลัวอ้วน”
“หน้าตาน่ากินทุกชิ้นเลยค่ะ” รมิดายิ้มแล้วปรายตาไปทางเจ้าของห้องที่เดินเปลือยแผ่นอกอวดรอยสักมังกรตัวใหญ่ “สวัสดีค่ะบอส”
“ไม่ได้ทำงาน ไม่ต้องเรียกบอสก็ได้” หัสวีร์พูดแล้วมองไปยังโต๊ะกินข้าว สีหน้าเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที “หน้าตาไม่เห็นน่ากิน”
หัสดินอ้าปากอยากจะด่าแต่ก็ทำได้แค่ทำปากขมุบขมิบ “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ มีผู้หญิงอยู่ตรงนี้ก็หัดเกรงใจบ้าง”
“เกรงใจทำไม นี่ห้องฉัน” หัสวีร์ยักไหล่แล้วเดินกลับไปห้องตัวเอง
ฝ่ามือใหญ่สอดไปใต้เสื้อนอนน่ารัก แล้วหัสดินต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผิวเรียบเนียนนุ่มนั้นไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยปกปิด เขาผละจากริมฝีปากหวานเพื่อให้หญิงสาวได้สูดอากาศหายใจ แม้อยู่ในความมืดเขายังเห็นประกายตางดงามของคนรัก “มันอึดอัด น้องแพรเลยไม่ได้ใส่...” แพรดาวพูดเสียงเบาหวิว ปกตินอนคนเดียวก็ใส่ชุดนอนแต่ไม่ใส่ชุดชั้นใน และตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ไม่เห็นว่าสามีหมาดๆ จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักนิด แรกๆ แพรดาวถึงกับหาชุดชั้นในเซ็กส์ซี่มาใส่ แต่เพราะเขาหลับเป็นตายเธอก็ก็ถอดใจ ไม่คิดว่าคืนที่ไม่ได้เตรียมตัว เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มแบบนี้ “ไม่ใส่อะไรนอนก็ได้นะ งั้นพี่ถอดด้วยน้องแพรจะได้ไม่เขิน” หัสดินยิ้มทะเล้นให้แล้วขยับตัวถอยออกมาเพื่อถอดเสื้อนอนของตัวเองออก สายตาของแพรดาวปรับกับความมืดในห้องได้แล้วจึงเห็นร่างกายกำยำของคนรัก เขาโน้มตัวแล้วพูดเสียงพร่า “พี่ดินเป็นของน้องแพรแล้วอยากมองก็มองอยากจับลูบคลำตรงไหนก็ได้” เขาดึงมือเล็กมาวางบนแผ่นอกของตน แพรดาวเขินอายแต่ก็ลองลูบกล้ามเนื้อแน่นของคนตรงหน้า เพียงการสัมผัสแผ่วเบากลับปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านจนเข
แพรดาวเพิ่งได้พบหน้าคุณพ่อคุณแม่ของหัสดินครั้งแรกก็ตอนที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพบหน้าเพื่อเจรจาการสู่ขอและแต่งงาน คุณแม่ของหัสดินดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยแต่พอได้คุยกันตามลำพังและรู้ว่าเธอรู้เรื่องที่เขาเป็นโรคสองบุคลิกแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ‘ถ้าหนูแพรไม่รังเกียจ ก็ฝากลูกชายแม่ด้วยนะจ๊ะ’ ‘จะรังเกียจได้ยังไงคะ พี่ดินยังไม่เคยรังเกียจตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้านกับเด็กเสิร์ฟเลยค่ะ และไม่ว่าจะเป็นเชฟดินหรือมิสเตอร์ดาร์ก น้องแพรก็รักทั้งสองคนค่ะ’ สวนเรือนหอนั้น สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณเดียวกับคฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สองหนุ่มสาวตัดสินใจพักด้วยกันที่คอนโดของหัสดิน ‘จะไม่คับแคบไปเหรอ อยู่คอนโดสองคนแบบนั้น’ คทาภัทรอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่อีกส่วนก็ดีใจเพราะอยู่ใกล้กัน ‘ดีเสียอีก ห้องเล็กดูแลง่าย เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานด้วยค่ะ’ ตั้งแต่ตัดสินใจรับการรักษา แพรดาวไม่เห็นบุคลิกของมิสเตอร์ดาร์กเลย เพียงแค่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนทั้งสองคนรวมอยู่ในร่างผู้ชายตรงหน้า เชฟดินที่ดูอ่อนโยนขี้เล่นเส
การปรากฏตัวของสองหนุ่มตระกูลศาตนันท์ ทำให้นักข่าวและช่างภาพหันไปสนใจแสงแฟลชวูบวาบชวนตาพร่า แม้คนมากมายเพียงใดแต่สายตาของหัสดินมีเพียงแพรดาวเท่านั้น หัสวีร์เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำในขณะที่น้องชายต่างมารดาสวมสูทสีดำลบบุคลิกเชฟหนุ่มขี้เล่นไปหมดสิ้น “ผมเป็นตัวแทนตระกูลศาตนันท์ แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันญาติผู้ใหญ่ของเราจะขอเข้าไปเยี่ยมเยือนทักทายที่บ้านนะครับ” คทาภัทรได้ยินก็กระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีคนรีบร้อนแต่งงานจริงๆ “เรื่องที่ควรทำให้ถูกต้องก็ควรรีบทำ ใช่ไหมครับคุณคทาภัทร” หัสวีร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เอาเถอะอย่างไรวันข้างหน้าก็เป็นญาติกันแล้ว เขาจะมาใส่ใจท่าทีไร้สาระนี้เพื่ออะไร คนเป็นพ่อแม่ย่อมมองออกว่าลูกสาวมีใจให้ใคร ทำให้ถูกครรลองย่อมดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวไปค้างแรมกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะที่ชัดเจน แล้วแพรดาวก็สัญญาแล้วว่าต่อให้แต่งงานแล้วก็จะยังทำงานที่บริษัทอัครเวช ครอบครัวของศาตนันท์เองก็อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ห่างกันไกลจนมาเยี่ยมเยือนกันไม่ได้ หัสดินก้าวเท้าเข้าไป
ขอบตาของคทาภัทรดำคล้ำเพราะอดนอน ในขณะที่น้องสาวหน้าชื่นตาบานจนน่าหมั้นไส้ เพิ่งคุยกันเรื่องนี้แท้ๆ แต่แพรดาวกลับมาค้างคืนกับหัสดิน แม้รู้ว่าน้องสาวทำตามที่พูดแน่นอน แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี “พี่ภัทร” แพรดาวเข้าไปกอดเอวพี่ชาย การมีพี่น้องนี้ดีแบบนี้เองเหรอที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่จ๋าแค่สองคน หนีเจ้าหนี้บ้าง หลบซ่อนคนต้องย้ายโรงเรียน ผ่านเรื่องมากมายสุดท้ายก็ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รัก คทาภัทรได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ยิ้มบางๆ เคยจินตนาการไว้เขาต้องเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ใครจะมาจีบน้องต้องผ่านเขาก่อน นี่พอเกิดขึ้นจริงเขาก็อดปวดหัวไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรได้เล่า ก็เขามีน้องสาวคนเดียว และเป็นคนที่เขาเคยทำหายไป “เอาล่ะๆ ไม่ได้ยอมรับไอ้ เอ่อ หัสดินหรอกนะ” “ค่ะ น้องแพรทราบแล้ว” หญิงสาวไม่อยากกวนอารมณ์พี่ชาย ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วก็ไม่อยากให้มีเรื่องไม่สบายใจอีก “ทำไมพี่ภัทรไม่ชอบพี่ดินล่ะคะ” “พี่ก็ไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้น้องแพรนั้นแหละ” เขาสารภาพไปตามตรง “แต่ที่สำคัญ หัสดินไม่ใช่คนดีนักหรอก” แพรดาว
แพรดาวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนเสื้อยืดตัวยาวลายหมีพูห์สีเหลืองอ่อน กางเกงขาสั้นแต่เหมือนไม่ได้ใส่อะไร ชายเสื้อยืดยาวคลุมสะโพกอย่างพอดี มือเล็กก็ดึงชายเสื้อลงอีกแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้แพรดาวเดินไปตามกลิ่นหอมๆ ทีแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหิว แต่พอได้กลิ่นอาหารท้องก็ร้องทันที “โทษทีนะ พี่หลับไปนาน ไอ้มิสเตอร์ดาร์กมันยัดแต่เบียร์ไว้ในตู้เย็น มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ กินรองท้องไปก่อน ถ้าไงพี่จะโทรสั่งอาหารมาให้อีกที” “ไม่เป็นไรค่ะ นี่ก็เยอะนะคะ” เธอยิ้มเขย่งปลายเท้าเพื่อเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหยิบชาม แต่หัสดินเอื้อมมือไปหยิบก่อน “ไปนั่งรอดีๆ” เขาพูดน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอทำตามอย่างว่าง่ายก็อารมณ์ดีขึ้น เขาตักบะหมี่ใส่ชามแล้วยกมาบริการให้ จากนั้นก็ยกชามของตนเองมาวางแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ว้าว วันนี้เชฟดินต้มบะหมี่ให้กินเลยนะเนี้ย” แพรดาวยิ้มทะเล้นแล้วกินบะหมี่ในชามของตน “เอาไว้คราวหน้าจัดให้ทั้งคาวและหวานครบเซ็ต” “จะรอค่ะ” แพรดาวสูดเส้นบะหมี่อย่างมีควา
จูบ? แบบนี้เรียกจูบที่ไหนกัน ไอ้ดินมันไม่ได้สอนเลยหรือไงนะ นั้นคือสิ่งที่มิสเตอร์ดาร์กคิด แต่สิ่งที่แพรดาวทำคือรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีประกบริมฝีปากกับเขาก่อน เพียงสัมผัสเบาๆกลับทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลง เธอผละจากริมฝีปากเขาแล้วกลับมานั่งที่เดิม อยากจะต่อว่าแต่ก็ทำไม่ลง ชายหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนยิ้มมุมปาก “มิน่า ไอ้ดินมันถึงได้หลงเธอนัก” “พูดแบบนี้หมายความว่าไง” แพรดาวย่นจมูกใส่ “หรือว่า...แพรไม่คู่ควรกับพี่ดินเหรอคะ” “สมัยไหนแล้วมาใช้คำโบราณแบบนี้” เขาหัวเราะแล้วนึกอยากสูบบุหรี่ แต่นึกได้ทิ้งบุหรี่และไฟแช็กไปนานแล้ว “แล้วทำไมมิสเตอร์ดาร์กพูดแบบนั้นละคะ” “ก็เธอไม่ทิ้งเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคนโรคจิต” “ก็ไม่ใช่ฆาตกรนี่คะ” เธอยิ้มบางๆออกมา “ตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้าน พี่ดินก็ใจดีกับแพรมาก หรือตอนที่แพรเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ซีเคร็ทคลับ มิสเตอร์ดาร์กก็ดูแลแพร ไม่ว่าทั้งจะเป็นมิสเตอร์ดาร์กหรือพี่ดิน แพรก็รักทั้งสองคนมาก แพรให้คุณมีความสุขกับชีวิต...”


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




