로그인หญิงสาวหอบเอกสารเดินออกจากลิฟต์ด้วยท่าทีมาดมั่นและงามสง่า สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธอแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยทักทาย ใบหน้าหวานแม้มีแว่นตากรอบบางสวมอยู่ก็ไม่อาจปกปิดดวงตาคู่สวยได้ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีอ่อนเผยอขึ้นเล็กน้อย ร่างโปร่งบางในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มก้าวเดินตรงมาที่โต๊ะของพนักงานสาวคนหนึ่งที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่หยุดยืนอยู่เบื้องหน้า
“คุณอรอุมาคะ เอกสารชุดนี้ผิดพลาดค่ะ ดิฉันใช้ดินสอเขียนในส่วนที่ต้องแก้ไขแล้ว รบกวนทำให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยนะคะ”
“เอ่อ...” พนักงานสาวเงยหน้าขึ้น
“วันนี้ค่ะ” หญิงสาวยืนยัน มุมปากมีรอยยิ้มทำให้ดูอ่อนโยน ทว่าประโยคต่อมาก็ราวฟาดแส้ใส่คนฟัง “ถ้าไม่เสร็จตามกำหนด คุณหัสวีร์จะให้ฝ่ายบุคคลพิจารณาการทำงานของคุณค่ะ”
“ค่ะๆ”
ความเด็ดขาดของเลขาสาวเจ้าของความสูง 167 เซนติเมตรและท่าทางเย่อหยิ่งคนนี้คือ ‘ รมิดา บัวระวงศ์’ เธอเป็นเลขาข้างกาย ‘หัสวีร์ ศาตนันท์’ ประธานบริษัทหนุ่มวัยสามสิบสอง หญิงสาวเดินกลับลงมาที่หน้าตึก มารอรับชุดสูทของเจ้านายที่ให้พนักงานซักรีดเอามาส่ง เลขาสาวเดินเข้าลิฟต์ของผู้บริหารด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ แต่แอบกัดฟันอยู่ในที เลขาหรือคนรับใช้ งานของเธอมันแทบไม่ต่างจากคนรับใช้ส่วนตัวของเขา ทว่าเมื่อเสียงปิ๊ง!ดังขึ้น รมิดาก็ฉีกยิ้มหวานเดินเข้ามาไปห้องทำงานของท่านประธานที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กตรงหน้า
“บอสค่ะ ชุดสูทมาแล้วค่ะ”
“อืม” หัสวีร์รับคำในลำคอ ปลายนิ้วเคาะแป้นคีย์บอร์ดรัวๆ และปิดท้ายด้วยการกดปุ่มEnter จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน ก้าวออกมาจากโต๊ะทำงานแล้วกางแขนออก
รวิดาเดินเข้าไปถอดเสื้อตัวนอกของเขาออก นึกถึงตอนที่ตัวเองต้องเลี้ยงน้องชายแทนแม่ที่วันๆ แทบไม่ทำงานทำการ เธอต้องสอนน้องตัดแต่ติดกระดุมเม็ดแรกเลยทีเดียว แต่นี้...เธอทำเพราะหน้าที่ เธอไม่รู้ว่าเลขาคนอื่นต้องทำเรื่องพวกนี้ไหม แต่เพื่อแลกกับเงินเดือนครึ่งแสน รวิดายินดีทำอย่างยิ่ง แค่คิดยอดเงินในบัญชี ก็ทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
หัสวีร์หลุบตามองเลขาสาว ทำงานกันมาหลายปี แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่ารมิดากลั้นยิ้มอยู่ และรู้ว่ายัยเลขาคนนี้มียิ้มหลายระดับ แต่เรื่องนั้นมันช่างเถอะ แค่เปลี่ยนเสื้อนอกให้เขาก็อารมณ์ดีขนาดนี้เลยหรือไงนะ
“บอสอยากเปลี่ยนเนคไทไหมคะ” รมิดาถามหลังจากถอดสูทตัวนอกออกแล้ว
“แล้วคุณคิดว่ายังไง”
“เนทไทของทาง GUCCIดีไหมคะ เรียบแต่หรูเพิ่มภูมิฐานเหมาะกับการติดต่องานประสานงานเพิ่มภาพลักษณ์ของผู้บริหารค่ะ”
“คุณไปหยิบมา”
“ค่ะ”
รมิดาอดยิ้มไม่ได้ การที่เจ้านายรับฟังความเห็นของลูกน้องมันก็ต้องน่าดีใจอยู่แล้ว ในห้องทำงานสุดหรูหราอลังการ มีห้องเล็กอยู่ซ่อนอยู่ จะเรียกว่าเล็กก็ไม่เล็ก มันกว้างกว่าห้องในบ้านแม่ของเธออีก ในห้องนั้นมีห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำได้ ตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าและของใช้ และมีลู่วิ่งออกกำลังกาย เธอเดินไปเลือกเนคไทได้เส้นที่ถูกใจแล้วเดินกลับมาหาเจ้านาย เธอไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กแต่เมื่อยืนใกล้เขาแล้วก็กลายเป็นคนตัวเตี้ยไปทันที มือเรียวถอดเนคไทเส้นเดิมออกแล้วผูกเส้นใหม่ให้ด้วยชำนาญ เพื่อรับหน้าที่นี้ เธอยอมลงทุนซื้อเนคไทมาหัดผูกเลยทีเดียว
“ทางโรงพยาบาลแจ้งผลตรวจสุขภาพประจำปีของคุณสุภาวดีมาแล้วค่ะ ความดัน น้ำตาลในเลือดรวมทั้งหัวใจทุกอย่างปกติค่ะ เหลือแค่เรื่องอาการนอนหลับไม่สนิท แต่คุณหมอไม่อยากให้กินยานอนหลับค่ะ”
“อืม” หัสวีร์ส่งเสียงรับรู้ในลำคอ เขาปรายมองเห็นสีหน้าอ้ำอึ้งของเลขาแล้วก็พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้พูด
“ในทางการแพทย์แผนไทย บอกว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับเกิดจากธาตุไฟในร่างกายมีมากเกินไปทำให้ร่างกายเกิดความร้อน ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้นอนไม่หลับ แนะนำให้ใช้ สมุนไพรที่มีรสขม เย็น จืด มาปรุงเป็นอาหารเพื่อรับประทานค่ะ เช่น สะเดาน้ำปลาหวาน ต้มจืดมะระ มะระขี้นกผัดไข่ แกงขี้เหล็ก หรือผักต้มจิ้มน้ำพริก ส่วนเครื่องดื่มสมุนไพรแนะนำเป็นน้ำใบบัวบก น้ำแตงโม น้ำมะระขี้นก
และเพิ่มการออกกำลังกายง่ายๆ ก็ช่วยให้หลับสบายไม่ต้องพึ่งยานอนหลับได้ค่ะ”
“ประจบสอพลอ”
รมิดาเลิกคิ้วเล็กน้อย แทนที่จะโกรธแต่เธอกลับยิ้มออกมา
“คุณสุภาวดีเป็นแม่ของท่านประธานนี่ค่ะ การที่ดิฉันประจบเอาใจก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว” รมิดายิ้มกว้าง ถูกจับได้ก็ต้องยืดอกรับ
“ผมนึกว่ามีแต่คนอยากเป็นลูกสะใภ้ของแม่ผมถึงอยากเอาอกเอาใจท่าน” เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก้มมองดูคนตัวเตี้ยกว่าจัดเสื้อของเขาให้เข้าที่
“เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้วค่ะ แต่ตำแหน่งเลขาก็ห่วงใยได้นี่ค่ะ คุณสุภาวดียังเคยฝากรังนกมาให้ดิฉันเลยนี่ค่ะ”
“นั้นเพราะแม่ฉันไม่กินต่างหากล่ะ” เขาส่งเสียง ‘หึ’ ออกมา “อีกอย่างคุณก็มีหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของผมให้คุณแม่ทราบอยู่แล้วด้วย”
“บอสค่ะ เรนนี่มีเจ้านายคนเดียวค่ะ” หญิงสาวทำสีหน้าจริงจัง “ส่วนคุณสุภาวดีนั้นเรียกว่าทำด้วยความเคารพ”
“คุณนี่มัน” คราวนี้ประธานหนุ่มถึงกับแหงนหน้าหัวเราะ
“อ้อ! คุณรสรินโทรมาขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดค่ะ”
“รสริน?” หัสวีร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ดาราที่เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าให้บริษัทของเราค่ะ”
“อ่อ... คุณส่งอะไรไปล่ะ”
“ช่อดอกไม้ตอนเที่ยงคืนหนึ่งนาทีพร้อมสร้อยข้อมือจากCartierค่ะ”
“ทำไมต้องเที่ยงคืน?”
“แสดงว่าเราใส่ใจและเฝ้ารอวันสำคัญของอีกฝ่ายไงคะ”
“เพ้อเจ้อ”
“แต่คุณรสรินชอบมากนะคะ”
“เธอรู้ได้ไงว่าเขายังไม่หลับไม่นอน”
“อัพไอจีสตอรี่อยู่แสดงว่ายังไม่หลับค่ะ”
“ไร้สาระ” เขาโคลงศีรษะไปมา แต่ปกติก็ให้เลขาจัดการเรื่องไร้สาระแบบนี้เสมอ เขาเลิกคิ้วอย่างเพิ่งนึกได้
“วันเกิดคุณล่ะ”
“วันเกิดดิชั้น...” รมิดาชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง “มีอะไรเหรอคะ”
“คุณอยากได้อะไรล่ะ”
“บอสจะให้หรือคะ”
ดวงตากลมโตมีแวววิบวับทำให้คนมองรู้สึกใจหวิวแปลกๆ ชอบกล หรือเขาต้องหาเวลาไปเช็กสภาพร่างกายที่โรงพยาบาล
“แค่ต่อสัญญาจ้างงานอีกห้าปีก็เป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดแล้วค่ะ”
รมิดายิ้มกริ่ม เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สามเดือนสุดท้ายสมบูรณ์แบบ และเขาต้องต่อสัญญางานกับเธอให้ได้’
หัสวีร์หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “คุณยังจำได้ใช่ไหม สัญญาจ้างงานห้าปี ห้ามมีสามี ห้ามมีลูก...”
“ผมต้องการคนที่ทุ่มเทให้งานมากที่สุด...” รมิดาเอ่ยต่อโดยไม่รอให้เขาพูดจบ “ดิฉันจำได้ค่ะ”
“ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่” เขาถามแล้วหันไปมองเงาเลื่อนลางที่กระจกหน้าต่างห้องทำงานของตน
“ยี่สิบหกค่ะ”
“สัญญางานอีกห้าปีคุณก็สามสิบเอ็ดเลยนะ”
“ค่ะ” เธอทำตาปริบๆ
“คุณไม่คิดจะแต่งงานมีครอบครัวจริงๆเหรอ”
“ไม่ค่ะ”
รมิดาตอบรวดเร็ว ‘ไม่มีลูกของตัวเอง แต่ตอนนี้ก็เลี้ยงหลานเหมือนลูกอยู่แล้ว’
“ตั้งใจทำหน้าที่ของคุณให้ดีก็พอ”
“ค่ะ” รมิดายิ้มแล้วถอยออกมาเล็กน้อย “เรียบร้อยแล้วค่ะบอส”
“อืม” เขาพยักหน้ารับแล้วเดินนำออกมา รมิดาก้าวตามหลัง แต่เจ้าของร่างสูงเดินไปที่ประตูแล้วชะงักไป เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา
“วันนี้คุณไม่ได้ต้องไป”
“คะ?” รมิดาแปลกใจ ปกติเขาให้เธอตามไปทุกงานยกเว้นขึ้นห้องกับผู้หญิงนั้นแหละ เอ๊? หรือว่า
เหมือนจะเข้าใจความคิดของเลขาสาว หัสวีร์ยกมือขึ้นดีดหน้าผากไปเบาๆ แล้วพูดขึ้น
“ไปเตรียมตัว” เขาพูดขึ้น “คุณไปสิงคโปร์กับผม”
“ค่ะ”
“จัดกระเป๋าเดินทางให้ผม” เขาพูดแล้วหมุนตัวเดินออกไป
รมิดาได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้านายเปลี่ยนใจรวดเร็วแบบนี้ และเพื่อให้ได้สัญญาจ้างงานอีกห้าปี เขาสั่งอะไรเธอก็ทำ
ฝ่ามือใหญ่สอดไปใต้เสื้อนอนน่ารัก แล้วหัสดินต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผิวเรียบเนียนนุ่มนั้นไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยปกปิด เขาผละจากริมฝีปากหวานเพื่อให้หญิงสาวได้สูดอากาศหายใจ แม้อยู่ในความมืดเขายังเห็นประกายตางดงามของคนรัก “มันอึดอัด น้องแพรเลยไม่ได้ใส่...” แพรดาวพูดเสียงเบาหวิว ปกตินอนคนเดียวก็ใส่ชุดนอนแต่ไม่ใส่ชุดชั้นใน และตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ไม่เห็นว่าสามีหมาดๆ จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักนิด แรกๆ แพรดาวถึงกับหาชุดชั้นในเซ็กส์ซี่มาใส่ แต่เพราะเขาหลับเป็นตายเธอก็ก็ถอดใจ ไม่คิดว่าคืนที่ไม่ได้เตรียมตัว เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มแบบนี้ “ไม่ใส่อะไรนอนก็ได้นะ งั้นพี่ถอดด้วยน้องแพรจะได้ไม่เขิน” หัสดินยิ้มทะเล้นให้แล้วขยับตัวถอยออกมาเพื่อถอดเสื้อนอนของตัวเองออก สายตาของแพรดาวปรับกับความมืดในห้องได้แล้วจึงเห็นร่างกายกำยำของคนรัก เขาโน้มตัวแล้วพูดเสียงพร่า “พี่ดินเป็นของน้องแพรแล้วอยากมองก็มองอยากจับลูบคลำตรงไหนก็ได้” เขาดึงมือเล็กมาวางบนแผ่นอกของตน แพรดาวเขินอายแต่ก็ลองลูบกล้ามเนื้อแน่นของคนตรงหน้า เพียงการสัมผัสแผ่วเบากลับปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านจนเข
แพรดาวเพิ่งได้พบหน้าคุณพ่อคุณแม่ของหัสดินครั้งแรกก็ตอนที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพบหน้าเพื่อเจรจาการสู่ขอและแต่งงาน คุณแม่ของหัสดินดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยแต่พอได้คุยกันตามลำพังและรู้ว่าเธอรู้เรื่องที่เขาเป็นโรคสองบุคลิกแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ‘ถ้าหนูแพรไม่รังเกียจ ก็ฝากลูกชายแม่ด้วยนะจ๊ะ’ ‘จะรังเกียจได้ยังไงคะ พี่ดินยังไม่เคยรังเกียจตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้านกับเด็กเสิร์ฟเลยค่ะ และไม่ว่าจะเป็นเชฟดินหรือมิสเตอร์ดาร์ก น้องแพรก็รักทั้งสองคนค่ะ’ สวนเรือนหอนั้น สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณเดียวกับคฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สองหนุ่มสาวตัดสินใจพักด้วยกันที่คอนโดของหัสดิน ‘จะไม่คับแคบไปเหรอ อยู่คอนโดสองคนแบบนั้น’ คทาภัทรอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่อีกส่วนก็ดีใจเพราะอยู่ใกล้กัน ‘ดีเสียอีก ห้องเล็กดูแลง่าย เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานด้วยค่ะ’ ตั้งแต่ตัดสินใจรับการรักษา แพรดาวไม่เห็นบุคลิกของมิสเตอร์ดาร์กเลย เพียงแค่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนทั้งสองคนรวมอยู่ในร่างผู้ชายตรงหน้า เชฟดินที่ดูอ่อนโยนขี้เล่นเส
การปรากฏตัวของสองหนุ่มตระกูลศาตนันท์ ทำให้นักข่าวและช่างภาพหันไปสนใจแสงแฟลชวูบวาบชวนตาพร่า แม้คนมากมายเพียงใดแต่สายตาของหัสดินมีเพียงแพรดาวเท่านั้น หัสวีร์เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำในขณะที่น้องชายต่างมารดาสวมสูทสีดำลบบุคลิกเชฟหนุ่มขี้เล่นไปหมดสิ้น “ผมเป็นตัวแทนตระกูลศาตนันท์ แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันญาติผู้ใหญ่ของเราจะขอเข้าไปเยี่ยมเยือนทักทายที่บ้านนะครับ” คทาภัทรได้ยินก็กระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีคนรีบร้อนแต่งงานจริงๆ “เรื่องที่ควรทำให้ถูกต้องก็ควรรีบทำ ใช่ไหมครับคุณคทาภัทร” หัสวีร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เอาเถอะอย่างไรวันข้างหน้าก็เป็นญาติกันแล้ว เขาจะมาใส่ใจท่าทีไร้สาระนี้เพื่ออะไร คนเป็นพ่อแม่ย่อมมองออกว่าลูกสาวมีใจให้ใคร ทำให้ถูกครรลองย่อมดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวไปค้างแรมกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะที่ชัดเจน แล้วแพรดาวก็สัญญาแล้วว่าต่อให้แต่งงานแล้วก็จะยังทำงานที่บริษัทอัครเวช ครอบครัวของศาตนันท์เองก็อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ห่างกันไกลจนมาเยี่ยมเยือนกันไม่ได้ หัสดินก้าวเท้าเข้าไป
ขอบตาของคทาภัทรดำคล้ำเพราะอดนอน ในขณะที่น้องสาวหน้าชื่นตาบานจนน่าหมั้นไส้ เพิ่งคุยกันเรื่องนี้แท้ๆ แต่แพรดาวกลับมาค้างคืนกับหัสดิน แม้รู้ว่าน้องสาวทำตามที่พูดแน่นอน แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี “พี่ภัทร” แพรดาวเข้าไปกอดเอวพี่ชาย การมีพี่น้องนี้ดีแบบนี้เองเหรอที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่จ๋าแค่สองคน หนีเจ้าหนี้บ้าง หลบซ่อนคนต้องย้ายโรงเรียน ผ่านเรื่องมากมายสุดท้ายก็ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รัก คทาภัทรได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ยิ้มบางๆ เคยจินตนาการไว้เขาต้องเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ใครจะมาจีบน้องต้องผ่านเขาก่อน นี่พอเกิดขึ้นจริงเขาก็อดปวดหัวไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรได้เล่า ก็เขามีน้องสาวคนเดียว และเป็นคนที่เขาเคยทำหายไป “เอาล่ะๆ ไม่ได้ยอมรับไอ้ เอ่อ หัสดินหรอกนะ” “ค่ะ น้องแพรทราบแล้ว” หญิงสาวไม่อยากกวนอารมณ์พี่ชาย ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วก็ไม่อยากให้มีเรื่องไม่สบายใจอีก “ทำไมพี่ภัทรไม่ชอบพี่ดินล่ะคะ” “พี่ก็ไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้น้องแพรนั้นแหละ” เขาสารภาพไปตามตรง “แต่ที่สำคัญ หัสดินไม่ใช่คนดีนักหรอก” แพรดาว
แพรดาวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนเสื้อยืดตัวยาวลายหมีพูห์สีเหลืองอ่อน กางเกงขาสั้นแต่เหมือนไม่ได้ใส่อะไร ชายเสื้อยืดยาวคลุมสะโพกอย่างพอดี มือเล็กก็ดึงชายเสื้อลงอีกแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้แพรดาวเดินไปตามกลิ่นหอมๆ ทีแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหิว แต่พอได้กลิ่นอาหารท้องก็ร้องทันที “โทษทีนะ พี่หลับไปนาน ไอ้มิสเตอร์ดาร์กมันยัดแต่เบียร์ไว้ในตู้เย็น มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ กินรองท้องไปก่อน ถ้าไงพี่จะโทรสั่งอาหารมาให้อีกที” “ไม่เป็นไรค่ะ นี่ก็เยอะนะคะ” เธอยิ้มเขย่งปลายเท้าเพื่อเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหยิบชาม แต่หัสดินเอื้อมมือไปหยิบก่อน “ไปนั่งรอดีๆ” เขาพูดน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอทำตามอย่างว่าง่ายก็อารมณ์ดีขึ้น เขาตักบะหมี่ใส่ชามแล้วยกมาบริการให้ จากนั้นก็ยกชามของตนเองมาวางแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ว้าว วันนี้เชฟดินต้มบะหมี่ให้กินเลยนะเนี้ย” แพรดาวยิ้มทะเล้นแล้วกินบะหมี่ในชามของตน “เอาไว้คราวหน้าจัดให้ทั้งคาวและหวานครบเซ็ต” “จะรอค่ะ” แพรดาวสูดเส้นบะหมี่อย่างมีควา
จูบ? แบบนี้เรียกจูบที่ไหนกัน ไอ้ดินมันไม่ได้สอนเลยหรือไงนะ นั้นคือสิ่งที่มิสเตอร์ดาร์กคิด แต่สิ่งที่แพรดาวทำคือรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีประกบริมฝีปากกับเขาก่อน เพียงสัมผัสเบาๆกลับทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลง เธอผละจากริมฝีปากเขาแล้วกลับมานั่งที่เดิม อยากจะต่อว่าแต่ก็ทำไม่ลง ชายหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนยิ้มมุมปาก “มิน่า ไอ้ดินมันถึงได้หลงเธอนัก” “พูดแบบนี้หมายความว่าไง” แพรดาวย่นจมูกใส่ “หรือว่า...แพรไม่คู่ควรกับพี่ดินเหรอคะ” “สมัยไหนแล้วมาใช้คำโบราณแบบนี้” เขาหัวเราะแล้วนึกอยากสูบบุหรี่ แต่นึกได้ทิ้งบุหรี่และไฟแช็กไปนานแล้ว “แล้วทำไมมิสเตอร์ดาร์กพูดแบบนั้นละคะ” “ก็เธอไม่ทิ้งเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคนโรคจิต” “ก็ไม่ใช่ฆาตกรนี่คะ” เธอยิ้มบางๆออกมา “ตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้าน พี่ดินก็ใจดีกับแพรมาก หรือตอนที่แพรเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ซีเคร็ทคลับ มิสเตอร์ดาร์กก็ดูแลแพร ไม่ว่าทั้งจะเป็นมิสเตอร์ดาร์กหรือพี่ดิน แพรก็รักทั้งสองคนมาก แพรให้คุณมีความสุขกับชีวิต...”




![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


