Mag-log in“อ้าขากว้าง ๆ แล้วอย่าเกร็ง ผมรับรองว่าถ้าผ่านเข้าไปได้ คุณจะลืมความเจ็บปวดทั้งหมด แล้วมีความสุขไปด้วยกัน”
น้ำเสียงทุ้มพลันทำให้เธออ่อนระทวยราวกับต้องมนต์สะกด มายูอ้าขาทั้งสองข้างออกกว้าง มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนเกิดรอยยับยู่ยี่ ขบเม้มริมฝีปากอย่างลืมตัว และไม่นานลำกายใหญ่ก็แทรกเข้าไปในช่องคับแคบจนสุดลำ
โปรดโน้มตัวไปด้านหน้า มือทั้งสองข้างวางบนที่นอนดันแขนขึ้น เริ่มขยับท่อนเอ็นเข้าออกอย่างเชื่องช้า รอให้น้ำสีใสชโลมถุงป้องกันจนเคลื่อนตัวได้คล่อง เขาก็ออกแรงเร่งจังหวะถี่รัว
“อึก” มายูกัดกรามแน่น พยายามข่มกลั้นไม่ให้เปล่งเสียงน่าอายออกมา แม้ว่าจะหักห้ามใจไม่ไหวแล้วก็ตาม
เธอกำลังสัมผัสกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน แม้แต่แฟนคนแรกก็ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ด้วยกัน เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา
แต่ตอนนี้เธอกำลังรับบทผู้หญิงใจง่าย และกำลังมีความสัมพันธ์อันเร่าร้อนไปกับคนแปลกหน้า
“อ่า… บอกชื่อผมหน่อยได้ไหมครับ” เขาถามเสียงพร่า
“ไม่จำเป็นต้องรู้ อึก อ๊ะ”
มือเล็กรีบยกขึ้นปิดปากเมื่อเผลอหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มายูรู้สึกเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ
โปรดกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แกล้งซอยสะโพกแรงขึ้น ทำให้เกิดเสียงร่างกายของคนทั้งสองกระทบกันอย่างหนักหน่วง
มายูรู้สึกจุกและเสียดเสียวท้องน้อยเป็นอย่างมาก จนอดใจไม่ไหวเปล่งเสียงครางกระเส่าเพื่อระบายความรู้สึกที่ได้รับ
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ… จะ จุก ซี้ด…”
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่บอกชื่อ”
“อึก ไม่ ยังไงก็ไม่ได้ จะ เจอกันอีก อ๊ะ อ๊ะ อืม…”
“ถ้างั้นครางชื่อผมสิครับ ผมจะทำให้คุณพอใจ จนลืมไม่ลง”
ลำท่อนใหญ่รายล้อมด้วยเส้นเลือดปูดโปนผลุบเข้าผลุบออกในช่องทางคับแคบ ไม่ว่าจะเร่งจังหวะ หรือพูดหว่านล้อมอย่างไร คนตัวเล็กก็ไม่หลุดครางชื่อของเขาแม้แต่คำเดียว
และกว่ากิจกรรมอันเร่าร้อนจะจบลง ก็กินเวลานานเกือบสองชั่วโมง ความรู้สึกของคนหนึ่งก็คือถูกใจตั้งแต่แรกเห็น ทว่าอีกคนก็แค่ทำเพื่อประชดชีวิตที่ล้มเหลวในความรัก
ด้วยความเมา บวกกับความเหน็ดเหนื่อย ทั้งสองจึงเผลอหลับอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
.
โปรดคิดว่าจะคุยกับเธอตอนที่ยังมีสติมากกว่าเมื่อคืน ทว่าพอลืมตาขึ้นมา คนที่นอนอยู่ข้างกาย แถมยังเผลอพลิกตัวมากอด คงนึกว่านอนกอดหมอนข้างหลับไปอย่างสบายตัว ก็ได้หายออกไปจากห้องนี้แล้ว
เขาดันตัวลุกนั่งพิงพนักหัวเตียง ตวัดดวงตาคมมองไปรอบห้องที่มีแต่ความว่างเปล่า เหลือไว้เพียงร่องรอยของความสุขสมที่เป็นคราบสีแดงจาง ๆ ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน และถุงยางสามชิ้นที่ถูกโยนทิ้งบนพื้นหลังจากใช้งานเสร็จ
แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับธนบัตรสีเทา ซึ่งถูกโคมไฟวางทับไว้บนโต๊ะไม้ข้างหัวเตียง มือหนาเลื่อนไปหยิบธนบัตรใบนั้น พลางแค่นหัวเราะในลำคอ
ไม่คิดว่าเขาจะมีค่าตัวเพียงแค่หนึ่งพันบาท
.
มายูสะดุ้งตื่นในห้องนอนแปลกตา เนื้อตัวของเธอเปลือยเปล่า ชุดที่ใส่มาถูกถอดทิ้งบนพื้น ร่างเล็กนอนอยู่บนเตียงขนาดคิงส์ไซซ์ ข้างกายมีหนุ่มหล่อเจ้าของลำกายใหญ่โต ที่กระหน่ำจ้วงแทงใจกลางความเป็นสาวจนเธอจุกเสียดท้องน้อย ดวงตาเหลือกลอย กำลังนอนหลับสนิทอย่างคนหมดแรง
พอเริ่มสร่างเมาก็ทำให้เธอรู้ตัวว่า ได้เผลอทำเรื่องผิดพลาดมากที่สุดในชีวิตไปแล้ว
ในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความเมาจนขาดสติ เธอจึงขยับตัวออกจากอ้อมกอดของโปรดอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเสียก่อน หยิบชุดขึ้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ ก่อนจะมอบน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วออกมาจากที่นั่นทันที
กลับมาถึงเพนต์เฮาสต์สุดหรูที่อยู่บนตึกสูงระฟ้าในตัวเมือง มายูหงายหลังทิ้งตัวลงบนเตียงที่คุ้นเคย ด้วยความเหนื่อยล้าและแสบขัดช่วงล่าง
ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะมีวันไนต์สแตนกับหนุ่มโฮสต์สุดหล่อที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คุยกันได้ไม่กี่คำก็ถูกอีกฝ่ายจู่โจมโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เขาเป็นเพียงผู้ชายหิวเงิน หิวความสาวของผู้หญิง
ทว่าเธอก็ดันใจง่าย ปล่อยตัวให้อีกฝ่ายกระทำได้ตามใจชอบ แบบนี้จะโทษใครได้ล่ะ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ มายูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นรัว ๆ ซึ่งไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่าต้องเป็นยัยสามคนนั้น ที่ส่งข้อความเข้ามา
มายูกดเข้าไปในแชทกลุ่ม ไล่สายตาอ่านข้อความที่ได้รับ
ไอวี่คนสวย: อีชะนี กลับถึงเพนต์เฮาส์รึยัง
Snow: อย่าบอกนะว่าอยู่กับหนุ่มโฮสต์ทั้งคืน
Cherreen: สารภาพมาว่าไปถึงขั้นไหนกันแล้ว
หญิงสาวนั่งลงบนโซฟาพลันถอนหายใจออกมา เธอไม่รู้จะอธิบายกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างไร
มายูเปิดประตูลงจากรถสปอร์ตคันหรู จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเพื่อเอากระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บ ทว่ากลับต้องประหลาดใจ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ซึ่งคืนนี้ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคยเพียงลำพัง เพราะสามีเดินทางไปประชุมกับฝ่ายบริหารประจำปีที่สาขาใหญ่ของห้างสรรพสินค้า Siam PP Mall ของภาคกลางเมื่อช่วงเช้าตรู่ และบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ กำลังยืนอยู่ปลายเตียงราวกับว่ารอต้อนรับภรรยาคนสวยกลับมาบ้าน“พี่โปรด”มายูฉีกยิ้มหวานวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นสามี ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้ม มือหนาเลื่อนขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างเบามือหญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อของเขา แล้วเอ่ยถาม“ไหนบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ไงคะ”“ทีแรกพี่ก็ว่าจะกลับวันพรุ่งนี้ แต่คิดถึงเมียจนอดใจไม่ไหว ก็เลยต้องรีบกลับมานอนกอดเมีย”ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อได้ฟังคำหวานจากปากของสามี ทั้งสองแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ทว่าโปรดก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย และความรักที่มีให้กันก็ยังหวานชื่นไม่มีเปลี่ยนมือหนาประคองใบหน้าสีเลือดฝาดของเมียรัก เลื่อนริมฝีปากลงมาพรมจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอแผ
ภายในห้องเริ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คนทั้งสองต่างจ้องใบหน้าของกันและกัน พลันใจเต้นแรงตึกตักในจังหวะเดียวกัน ก่อนที่โปรดจะก้มลงมาจูบริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาเพียงลิปบาร์ม บดคลึงกลีบปากสวยอย่างอ่อนโยน พลางพลิกตัวขึ้นไปนอนทาบทับอยู่บนร่างของคนตัวเล็กมายูเลื่อนสองแขนขึ้นไปกอดลำคอของแฟนหนุ่ม เผยอปากเปิดรับลิ้นอุ่นเข้าไปจูบแลกลิ้นกันในโพลงปากหวานคนทั้งสองเกิดอารมณ์ปรารถนาต่อร่างกายของกันและกัน จึงผลัดกันปลุกเร้าอารมณ์กระสัน และปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก จนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่พร้อมสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะลำกายใหญ่แข็งขึงสอดเข้าไปในช่องทางรักของแฟนสาว ทำให้สองร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เอวสอบเริ่มขยับเพื่อให้เจ้ามังกรเคลื่อนเข้าออกในถ้ำแห่งความสุขได้คล่องตัว จากนั้นก็เร่งจังหวะระบายอารมณ์ดิบเถื่อนในกายอย่างบ้าคลั่งหญิงสาวขบเม้มริมฝีปากอย่างเย้ายวน ข่มตัวเองไม่ให้เปล่งเสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง เพราะเกรงว่าจะทำให้พ่อกับแม่ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งได้ยิน ทว่าความเสียดเสียวที่ได้รับนั้นไม่ลดน้อยลงจากที่เคยทำตอนอยู่เพนต์เฮาส์แม้แต่นิดเดียว“อ๊ะ อึก ซี้ด… ที่รักขา อึ อื้อ…”“อืม… ขย่ม
ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มของคืนที่สาม พระพายกับมาคัสที่อยู่ในชุดนอนและมีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ใส่คลุมตัวเอาไว้ ก็ได้เปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วพบว่าระเบียงบนชั้นสองของคฤหาสน์มีหนุ่มสาวได้ลักลอบออกมาพบกัน“ไปแกล้งลูกไม่ให้นอนด้วยกัน เห็นไหมคะว่าเด็กทั้งสองก็แอบออกมาคุยกันจนดึกอยู่ดี” พระพายเอ็ดผู้เป็นสามีเสียงแผ่ว“ก็พี่อยากลองใจเจ้าหนุ่มนั่นว่าจะมีความอดทนมากแค่ไหนนี่ครับ”“ถ้าเป็นพี่ตอนหนุ่ม แล้วมีคนมาขัดขวางไม่ให้อยู่กับพระพายแบบนี้ พี่จะยอมไหม”“ใครกล้าก็ลองดู” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด“นั่นไงคะ ทีตัวเองยังไม่อยากให้มีใครมายุ่งเลย”“ก็พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากเมียนี่ครับ”“แล้วลูกอยากอยู่ห่างกับแฟนเหรอคะ มายูก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคบกับโปรดและอยู่ด้วยกัน พี่ยังจะใจดำปล่อยให้ลูกนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงแฟนที่โดนพ่อแกล้งจับแยกให้นอนกันคนละห้องแบบนี้เหรอ นี่มันก็คืนที่สามแล้วนะคะ ลูกมานอนบ้านแค่อาทิตย์เดียวเอง”มาคัสและภรรยาก้าวเข้าไปยืนอยู่ทางด้านหลังโดยไม่ให้เด็กทั้งสองคนที่ยืนหันหลังรู้ตัว มายูกำลังกอดแขนของแฟนหนุ่ม เอนศีรษะลงมาพิงต้นแขน“นี่ก็ดึกมากแล้ว เข้าไปนอนก่อนไหมคะ ข้างนอกอากาศเย็น
“เมื่อกี้แม่เห็นแม่บ้านหิ้วของเข้าไปในครัว ซื้ออะไรมาเหรอลูก” พระพายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“หลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่โปรดจะโชว์ฝีมือทำอาหาร โดยที่มีลูกสาวคนนี้คอยเป็นลูกมือ พ่อกับแม่รอชิมได้เลยนะคะ” ได้ทีมายูก็รีบอวยยศให้แฟนหนุ่มเพื่อเรียกคะแนน“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” มาคัสเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ“ครับ”“พี่โปรดทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ แล้วก็อร่อยมากด้วย พ่อกับแม่ดูสิคะ หนูน้ำหนักขึ้นมาตั้งสองโลแหนะ อีกหน่อยคงได้อ้วนเป็นหมูแน่เลยค่ะ”มือเล็กยกขึ้นลูบพุงน้อย ๆ ที่แทบมองไม่เห็นของตัวเอง มายูเป็นคนมีน้ำหนักคงที่ เมื่อก่อนกินอย่างไรก็ไม่อ้วน ทว่าอยู่กับแฟนหนุ่มแค่ไม่กี่เดือน น้ำหนักของเธอดันเพิ่มขึ้นมาเฉยเลยพระพายส่งเสียงขำ ไม่ต่างจากสามีที่ลอบขำในลำคอแผ่วเบา ทั้งสองพอจะมองออกว่าลูกสาวผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก เห็นแบบนี้ก็คิดว่าคงเป็นเพราะได้แฟนชอบทำอาหารและเอาใจเก่งแน่ ๆช่วงเย็นโปรดกับมายูก็อาสาเข้าครัวกันแค่สองคน เพื่อให้พ่อกับแม่ได้มีเวลาสวีตกันในห้องนั่งเล่นขณะรอกินมื้อเย็น หลังจากทำอาหารเสร็จแม่บ้านก็มาช่วยนำจานอาหารไปจัดวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปเรียกผู้เป็นนายมาที่ห้อ
มายูลุกออกจากโต๊ะเครื่องแป้งหลังแต่งหน้าเสร็จ คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์หรู เดินเข้าไปหาแฟนหนุ่มที่นั่งรออยู่ปลายเตียง ก่อนจะถูกลำแขนของอีกฝ่ายโอบเอวบางรั้งให้นั่งลงบนตักของเขา“พร้อมไปกันรึยังคะ” เสียงหวานถามแฟนหนุ่ม“ค่ะ”โปรดเอ่ยตอบน้ำเสียงละมุน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองแฟนสาว ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะกดลงสัมผัสกับกลีบปากสวยสีแดงอมชมพู แล้วอุ้มเธอลุกออกจากตักทั้งสองลากกระเป๋าเดินทางคนละใบ ซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง ลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้นล่าง เพื่อเดินทางกลับบ้านของมายูเนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่สอง และโปรดก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถือโอกาสพาแฟนหนุ่มไปทำความรู้จักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการออกจากเพนต์เฮาส์ก็ได้แวะซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของฝากผู้ใหญ่ และซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเย็นนี้ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหรูก็ขับเข้าไปจอดที่โรงจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ มายูจับมือของแฟนหนุ่ม ริมฝีปากสวยมีรอยยิ้มหวานมอบให้อีกฝ่าย แม้ว่าโปรดจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา ทว่าเธอก็ยังอยากเติมกำลังใจ เพราะนึกถึงวันที่ได้เจอกับแม่ของเขาเป็นครั้งแรก และเกิดอาการประหม่าจนเหง
หลังจากกินมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ ปานรวีก็เปิดกระเป๋าแบรนด์หรู หยิบแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าเงิน ยื่นให้กับลูกชายเพราะอยากไถ่โทษที่พรากเวลาอันมีค่าของทั้งสองคนไป ในช่วงที่ให้โปรดไปดูแลลูกสาวของเพื่อน“เดี๋ยวพาหนูมายูไปเดินเล่นในห้างของเรานะ ถ้าอยากได้อะไรก็ใช้บัตรแม่รูดได้เต็มที่ ย้ำว่าต้องซื้อทุกอย่างที่น้องอยากได้”“ครับแม่” โปรดยื่นมือออกไปรับบัตรสีดำทั้งสามคนเดินออกจากร้านอาหารไทย แม่ของเขาก็แยกตัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน มือหนาเลื่อนไปจับกับมือของคนตัวเล็ก พาแฟนสาวขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบน“ไม่เห็นเคยบอกกันเลยนะคะ ว่าแม่พี่เป็นเจ้าของที่นี่”ครั้งแรกที่ทั้งสองคนเจอกันที่นี่ ก็คือในวันที่ริษาเดินควงแขนมากับอดีตคนรักของเธอ แล้วเข้ามาเยาะเย้ยเพื่อทำให้เธอเสียใจ แต่ก็ได้โปรดมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการแกล้งเป็นแฟนกันครานั้นเธอยังคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญเจอเขาแทบทุกที่ ที่แท้ก็เป็นลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นี่เอง“พี่เคยบอกกลาย ๆ แล้วว่าถ้าหนูอยากได้อะไร พี่สามารถซื้อให้ได้ทั้งห้าง หนูจำได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ”“เมื่อก่อนพี่พูดอะไรไปหนูก็ไม่เชื่อหนิคะ ขนาดพี่บอกว่าเป็นเจ้าของเดอะบลิสพี







