LOGIN@H Club
“น้ำหนึ่ง! ทางนี้ ๆ” เสียงเรียกที่อยู่ไม่ไกลทำให้น้ำหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาด้านในโซนวีไอพีของสถานบันเทิงหันไปตามต้นทางของเสียง เธอเผลอกำสายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงแน่นด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ในที่แบบนี้ แต่เพราะว่าตัดสินใจแล้วว่าอยากจะลอง ‘ออกนอกกรอบ’ ดูสักครั้ง หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อนผู้หญิงที่รออยู่ ทำให้หญิงสาวในกลุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะเห็นเด็กเรียนอย่างเธอมาในที่แบบนี้ด้วย” “นั่นสิ จริง ๆ ปกติพวกเรามาจะนัดพี่ ๆ กล้ามแน่น ๆ มานั่งด้วยนะ แต่เพราะว่าวันนี้เธอมาพวกเราเลยยอมให้วันหนึ่งน่ะสิ” “ขอโทษนะ...ที่ทำให้อึดอันกัน” “ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้อึดอัดอะไรเลย” หญิงสาวในกลุ่มคนหนึ่งรีบอธิบายเมื่อเห็นว่าน้ำหนึ่งมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันทีที่เธอพูด จากนั้นจึงตามมาด้วยอีกคนที่ช่วยพูดให้น้ำหนึ่งสบายใจเช่นกัน “พวกเราไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ความจริงคือดีใจมากเลยต่างหากที่เธอยอมออกจากเซฟโซนของตัวเองแล้วตัดสินใจมาลองใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบนี้ได้น่ะ...ถึงจะมาตอนปีสี่แล้วก็เถอะ” หญิงสาวพูดอย่างติดตลกในประโยคสุดท้าย เพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าที่ผ่านมาน้ำหนึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่ในกฏระเบียบของที่บ้านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะการเรียนหรือการใช้ชีวิตก็ตาม ในช่วงชีวิตนักศึกษาคนอื่น ๆ อาจจะได้ไปเที่ยวเล่นหรือใช้ชีวิตของตัวเอง แต่สำหรับน้ำหนึ่งนั้นต่างออกไป...เธอต้องเรียนให้ได้คะแนนสูงสุดของคณะ ต้องทำทุกอย่างให้ออกมาดีและไม่มีข้อบกพร่องอยู่เสมอ แม้แต่ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนที่หญิงสาวก็ต้องไปเรียนเพิ่มเกี่ยวกับงานอดิเรกต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับในแวดวงสังคมเพื่อไม่ให้คนอื่น ๆ มาตำหนิลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงนลินรัตน์ได้ โดยที่ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย จนเธอแทบจะไม่มีช่วงชีวิตวัยรุ่นแบบคนอื่น ๆ เลย เธอคือ ‘เพชรน้ำหนึ่ง’ ที่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นที่หนึ่งของใครเลยด้วยซ้ำ... “ไม่ต้องคิดมาก วันนี้เธอมาแล้วก็มาสนุกด้วยกันเถอะนะ เดี๋ยวพวกเราจะคอยบอกเองว่าต้องทำยังไงบ้าง” น้ำหนึ่งพยักหน้ารับแล้วตั้งใจที่จะลองใช้ชีวิตแบบคนอื่น ๆ ดูบ้างหลังจากเพิ่งผ่านเรื่องราวที่ทำร้ายจิตใจมา ในคืนนี้เธอเลือกที่จะทิ้งความคิดมากมายและคำสอนเดิม ๆ แล้วมองแก้วที่มีสีสันหลากหลายตรงหน้าด้วยความสนใจจนเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างต้องอธิบายให้ฟัง “พวกฉันสั่งมาให้เธอลอง ตัวนี้น่ะของเด็ดทางร้านเลยนะ กินเข้าไปแล้วร่างกายจะรู้สึกดีมาก ๆ เลยล่ะ” “ลองชิมดูสิว่าชอบมั้ย” น้ำหนึ่งมีท่าทีลังเลเล็กน้อยเมื่อต้องลองของตรงหน้าจริง ๆ เธอเคยฝึกดื่มไวน์มาบ้างในตอนที่ต้องเข้าสังคมกับแม่ แต่ว่าของแบบนี้ที่คนทั่วไปดื่มกันเธอกลับไม่เคยลองเลย “เป็นยังไงรสชาติดีมั้ย?” สุดท้ายน้ำหนึ่งก็ตัดสินใจหยิบแก้วที่มีสีฟ้าอ่อนขึ้นมาดื่มเป็นอย่างแรก ทว่ารสชาติที่ไม่คุ้นเคยก็ทำให้หญิงสาวต้องเบ้หน้ากับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และกลิ่นที่แปลกใหม่ “ไม่ชอบเหรอ...” “มันหวานแต่...แรงมากเลย” “นั่นล่ะที่ถูกต้อง อันนี้น่ะตัวเด็ดของที่นี่เลยนะ ใครมาก็ต้องลองสั่งทุกคนเลย” “รสชาติมันอาจจะแรงกว่าหน้าตาหน่อย แต่ว่ารอให้มันออกฤทธิ์เมื่อไหร่เธอจะรู้สึกสบายตัวสมองโล่งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแน่นอน” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่น้ำหนึ่งก็พยักหน้ารับแล้วค่อย ๆ จิบเครื่องดื่มในมือตามคำแนะนำ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามแบบของคนที่มาปลดปล่อยด้วยกัน ซึ่งเธอเองก็ได้สังเกตบรรยากาศรอบ ๆ ตลอดเวลาอย่างคนที่ไม่เคยเข้ามาในที่แบบนี้เลย หนึ่งชั่วโมงต่อมา น้ำหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถจะประคองสติได้เหมือนเดิมแล้วจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หลายชนิดที่ได้ลองดื่มเข้าไป ทว่าที่หนักสุดคงจะเป็นเครื่องดื่มเฉพาะของที่นี่ที่เพื่อน ๆ ของเธอได้แนะนำ ซึ่งมันแรงจริงแต่ว่า...ก็ให้ความรู้สึกดีแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนเช่นกัน หญิงสาวนวดคลึงขมับเล็กน้อยหลังจากได้มาใช้เวลาส่วนตัวอยู่ที่ห้องน้ำได้พักใหญ่ ก่อนที่น้ำหนึ่งจะต้องประหลาดใจเมื่อสายตาของเธอจะเลื่อนไปสะดุดกับหญิงสาวที่เธอเคยเห็นหน้าในงานสังคมกำลังยืนจูบอย่างดูดดื่มกับผู้ชายต่างชาติคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสาวของนักธุรกิจที่เธอเคยเจอมาก่อน ซึ่งตอนนั้นหากมองจากภายนอกอีกคนก็ดูไม่น่าจะทำแบบนี้ได้เลย “ไม่ต้องตกใจหรอก มันเป็นเรื่องปกติของที่นี่นั่นแหละ” เสียงของเพื่อนเธอที่เพิ่งเดินตามออกมากระซิบบอกกับน้ำหนึ่งให้พอได้ยินกันสองคน ภาพที่เธอเห็นเหล่านี้มันเป็นภาพชินตาของคนที่มาแล้ว แต่สำหรับน้ำหนึ่งที่เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกอาจจะยังไม่ชินและรู้สึกประหลาดใจก็เท่านั้น “พอดื่มแล้วมันเหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์บางอย่างออกมาก็เลยเป็นแบบนี้” หญิงสาวอธิบายเพิ่ม “หรือจะเรียกว่าเป็นการระบายอารมณ์ก็ได้นะ เธอเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าคนที่มีชื่อเสียงและอยู่ในสปอร์ตไลท์ตลอดมันทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้มากนักหรอก เพราะงั้นในมุมมืดคนส่วนมากก็เลยเป็นแบบนี้นั่นแหละ” “ทำแบบนั้นมันมีความสุขจริงเหรอ...” “ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกนะ แต่เธอเพิ่งจะเคยทำอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรกก็อย่าเพิ่งใส่สุดเลยจะดีกว่า ค่อย ๆ คิดไปว่าอะไรควรหรือไม่ควรลอง หรือว่าอยากลองทำอะไรบ้าง เพราะว่าวิธีที่ที่จะปลดปล่อยของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหรอก” ไฮโซสาวแนะนำกับน้ำหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็เข้าใจถึงความกดดันจากการที่ถูกสังคมจับจ้องอยู่ตลอดเป็นอย่างดี หญิงสาวจึงต้องหาเวลามาสังสรรค์กับเพื่อนคนอื่น ๆ บ้างเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดและความกดดันต่าง ๆ แต่สำหรับน้ำหนึ่งที่ไม่เคยลองเรื่องแบบนี้แล้ว...เธอเองก็ค่อนข้างเป็นห่วงเหมือนกันว่าถ้าหากรีบร้อนเกินไปอีกคนอาจจะตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปได้ “ว่าแต่วันนี้มีเรื่องอะไรรึเปล่า ทำไมถึงได้ตัดสินใจออกมาลองทำอะไรแบบนี้ดูล่ะ” น้ำหนึ่งเดินกลับมาที่โต๊ะของเธอที่เดิม ซึ่งหลังจากดื่มกันมาประมาณหนึ่งแล้วหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มจึงได้เอ่ยถามคนที่ขึ้นชื่อว่าปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบเสมอ ซึ่งคำถามนั้นทำให้น้ำหนึ่งเงียบไปเมื่อนึกถึงต้นเหตุที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ “ไม่มีอะไรหรอก...” ซึ่งคำตอบของหญิงสาวก็ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่มองหน้ากันอย่างที่รู้สึกได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น แต่หากอีกฝ่ายไม่ได้อยากที่จะพูดถึงพวกเธอก็ไม่ได้บังคับอีกคน ก่อนที่บรรยากาศที่เคยอึดอัดจะกลับมาสนุกสนานตามเดิมเมื่อเพื่อนคนอื่น ๆ ที่รู้สึกเห็นใจน้ำหนึ่งก็ได้พยายามจะทำให้หญิงสาวกลับมาสดใสอีกครั้ง ทว่าเธอยังคงเอาแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานอยู่ตลอดเวลาและอดที่จะรู้สึกน้อยใจไม่ได้ ขนาดที่เธอไม่กลับบ้านแบบนี้ ยังไม่มีใครเป็นห่วงเธอสักคนเลย น้ำหนึ่งก้มหน้าเพื่อซ่อนขอบตาที่แดงก่ำเอาไว้ ที่ผ่านมาเธอพยายามจะทำให้คนเป็นแม่ภูมิใจอยู่ตลอด แต่ว่าจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างนั้น ‘ไม่เพียงพอ’ จะทำให้นลินรัตน์ภูมิใจได้เลย พอคิดแบบนั้นเธอจึงได้หยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมากระดกอีกครั้งเพื่อหวังว่าฤทธิ์ของมันจะแรงขึ้นกว่าตอนแรกและทำให้เธอมีความสุขได้บ้าง...และหลังจากนั้นน้ำหนึ่งก็จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้อีกเลยวันต่อมา“พี่ราม~” น้ำหนึ่งที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นในเช้าวันใหม่เอ่ยเรียกสามีหนุ่มเสียงงัวเงียพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกอดที่ร่างกำยำของรามิลอย่างเช่นทุกวัน ปลายจมูกเล็กถูไถที่แผงอกกว้างของคนรักด้วยความออดอ้อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผละใบหน้าออกมาสบตากับชายหนุ่ม“ไม่มอร์นิ่งคิสเหรอ?”“เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอคะ?”“กับเมียเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” สิ้นเสียงเอ่ยบอกรามิลก็ทำการเคลื่อนมือไปประคองที่ใบหน้าของน้ำหนึ่งเอาไว้พร้อมกับเคลื่อนเข้าไปประกบจูบแนบชิดกับเธอด้วยความดูดดื่มทันที เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็จูบตอบสามีหนุ่มกลับไปด้วยความรักเช่นกัน“จูบเก่งขึ้นนะ พี่ยังจำจูบแรกของเราได้อยู่เลยว่าตอนนั้นพี่ต้องสอนให้น้ำจูบและน้ำไม่กล้าทำขนาดไหน แต่ตอนนี้เหมือนน้ำจะเก่งกว่าพี่แล้วนะ”“ก็ตอนนั้นพี่รามเป็นจูบแรกของน้ำหนิคะ ไม่เหมือนพี่รามสักหน่อยที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้แล้ว”“พี่ว่าเราไปอาบน้ำกันดีกว่า” รามิลรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถจะโต้แย้งอะไรกลับไปได้เลย ต่างจากน้ำหนึ่งที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ในตอนที่ถูกรามิลอุ้มเข้าไปด้านในห้องน้ำด้วยกัน“พี่รามกลัวเมียเหมือนที่พี
“ยินดีด้วยอีกครั้งนะจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนหันมาเอ่ยบอกกับสองหนุ่มสาวที่เป็นเจ้าของงานในวันนี้หลังจากที่ได้ร่วมรับประทานมื้อค่ำและใช้เวลาด้วยกันนานหลายชั่วโมง จากนั้นทั้งสามีของเธอและไมเคิลจึงเข้ามาร่วมยินดีด้วยอีกครั้ง“ยินดีด้วย ขอให้ชีวิตคู่มีความสุขมาก ๆ”“ถึงกูจะบอกมึงไปหมดแล้ว แต่ว่าดีใจที่มึงมีวันนี้จริง ๆ”“ดูแลไอ้รามิลดี ๆ ล่ะ อุตส่าห์ทำให้มันเป็นผู้เป็นคนแล้ว อย่าให้มันกลับมาเป็นหมาบ้าได้อีก”“ไอ้ไมเคิล!” รามิลขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าพร้อมกับยกเท้าขึ้นมาเพื่อหมายจะสั่งสอนเพื่อนสนิทของตนอย่างไม่จริงจังนัก แต่ว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ต้องถูกน้ำหนึ่งบิดแขนอย่างแรงจนต้องหยุดการหยอกล้อกับชายหนุ่มอีกคน“พี่รามอย่าทำแบบนั้นค่ะ คุณลุงคุณป้าอยู่ด้วยนะ”“หึ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็กลัวเมียตั้งแต่วันแรกเลยนี่”รามิลจ้องหน้าไมเคิลเขม็งเป็นการคาดโทษ ทำให้มาเฟียใหญ่และภรรยาของเขาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูกับภาพความวุ่นวายของเด็ก ๆ ตรงหน้าพวกเขาเห็นทั้งรามิลและไมเคิลที่สนิทสนมกันมานาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะถือโทษกับการหยอกล้อกันแค่นี้อยู่แล้ว“ป้าอรคะ...”“คุณหนูข
สองเดือนต่อมา (บนเรือ)“ฮึก...คุณหนู” หญิงมากวัยที่เลี้ยงน้ำหนึ่งมาตั้งแต่เกิดปล่อยโฮออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหญิงสาวในชุดงานหมั้น ทำให้น้ำหนึ่งที่เห็นแบบนั้นต้องปล่อยมือออกจากรามิลแล้วเดินเข้าไปสวมกอดบังอรเอาไว้“ป้าอรอย่าร้องสิคะ เดี๋ยวน้ำร้องตามไปด้วยนะ”“ฮึก! ไม่ได้นะคะ ถ้าคุณหนูร้องไห้เดี๋ยวหน้าจะเลอะนะคะ ฮึก...”น้ำหนึ่งหลุดยิ้มออกมากับคำพูดที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของอีกฝ่าย เธอรั้งบังอรมาสวมกอดเอาไว้พร้อมกับลูบหลังของอีกคนเบา ๆ เพื่อจะให้อีกฝ่ายสงบลงสุดท้ายแล้ว...น้ำหนึ่งก็ไม่ได้เชิญนลินรัตน์มาร่วมงานในวันสำคัญของเธอแบบนี้ แต่ว่าคนที่น้ำหนึ่งเลือกที่จะเชิญมาในฐานะผู้ใหญ่ของฝั่งเธอกลับเป็น ‘แม่บ้าน’ อย่างบังอรที่ดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอด“ป้าดีใจมาก...ดีใจมากจนพูดไม่ออกเลยค่ะ วันนี้คุณหนูของป้าสวยมากจริง ๆ”“ป้าอรเองก็สวยมากเหมือนกันนะคะ ตอนแรกน้ำแทบจะจำไม่ได้เลยนะ” น้ำหนึ่งเอ่ยหลอกล้อเพื่อจะช่วยให้บังอรรู้สึกดีขึ้น ทำให้หญิงมากวัยยกมือขึ้นมาซับน้ำตาก่อนตอบกลับไป“เพราะคุณรามิลเลยค่ะที่ส่งคนมาดูแลป้าเป็นอย่างดี ป้าขอบคุณคุณรามิลมากจริง ๆ นะคะ และขอบคุณคุณหนูด้วยที่นึก
กลางคืน (คอนโดมิเนียมของรามิล)“นอนไม่หลับเหรอ?” รามิลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วรั้งตัวของน้ำหนึ่งเข้ามาสวมกอดในอ้อมแขนของเขาแบบที่ชอบทำเป็นประจำ เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็ค่อย ๆ แนบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างของแฟนหนุ่มพลางยกแขนขึ้นมากอดเขาด้วยเช่นกันเธอยอมรับความรู้สึกของตัวเองและพูดความในใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าในตอนนี้รามิลเป็นคนในครอบครัวที่เธอไว้ใจเขามากที่สุดและทั้งคู่จะไม่มีเรื่องที่ปิดบังต่อกันอีกต่อไป“นิดหน่อยค่ะ มัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันอยู่”“พี่เองก็แปลกใจเหมือนกันที่คุณหญิงพูดออกมาแบบนั้น ท่านดูเป็นห่วงน้ำมากเลยนะ”“น้ำมาลองคิดดูแล้วค่ะ...ที่ผ่านมาที่แม่ต้องการให้น้ำแต่งงานกับคนร่ำรวยมาโดยตลอด บางทีอาจจะเป็นเพราะแม่ต้องการให้น้ำสุขสบายแบบที่บอกก็ได้”“แต่วิธีของแม่ที่ผ่านมา...มันทำให้น้ำลืมเรื่องพวกนั้นไม่ได้จริง ๆ”“มันผ่านมาแล้ว ไม่ต้องพยายามนึกถึงให้เจ็บปวดหรอกนะ” รามิลเอ่ยปลอบโยนคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนที่เขาจะกดจูบที่ขมับบางซ้ำ ๆ เป็นการปลอบโยนเธออีกทางรามิลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นราวกับต้องการแสดงออกว่าเขากำลังปกป้องเธออยู
หกเดือนต่อมา“น้ำ...มานี่สิ” นลินรัตน์หันมาหาลูกสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเธอไปด้วย แม้ว่าน้ำหนึ่งจะมีสีหน้าที่ดูลำบากใจเล็กน้อยเมื่อต้องเข้าไปหาแม่ของตนเองหลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน แต่หญิงสาวก็ยอมเดินไปด้านข้างของอีกฝ่ายเพื่อจะถวายของที่เตรียมมาให้กับพระภิกษุด้วยกันวันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตที่นลินรัตน์จะมาทำบุญให้กับสามีของเธอทุกปี โดยมีน้ำหนึ่งที่จะมาร่วมทำบุญให้กับพ่อของตนเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้กลับเป็นปีแรกที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ต่างจากปีอื่น ๆ ที่ผ่านมา จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่ยากจะอธิบายต่อกันไม่น้อย“พี่รามมาจับด้วยกันสิคะ” น้ำหนึ่งไม่ลืมที่จะหันมาเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใสต่างจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง ทำให้รามิลที่ได้เห็นแบบนั้นอดที่จะยิ้มตามอีกคนไม่ได้เขาเดินเข้าไปหาแฟนสาวพลางยกมือขึ้นมาลูบที่แผ่นหลังของเธอเบา ๆ ตามนิสัยที่ชอบเกาะติดคนตัวเล็ก จากนั้นจึงพูดกับน้ำหนึ่งให้ได้ยินกันสองคน“น้ำถวายเถอะ พี่เป็นคนนอกนะ”“ไม่เอา~ พี่รามเองก็เป็นลูกเขยของคุณพ่อเหมือนกันนะคะ” น้ำหนึ่งตอบกลับไปตามความค
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!“อ อ๊ะ! อ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้มันจุก อ๊าา” น้ำหนึ่งที่ถูกจับกระแทกในท่วงท่าใหม่ส่งเสียงร้องออกมาในตอนที่รามิลอัดกระแทกแก่นกายสวนขึ้นมาอย่างแรงจนร่างกายของเธอโยกคลอน เธอโอบกอดลำคอของรามิลไว้แน่น ขณะที่เขากำลังอุ้มกระเตงเธออยู่ในท่ายืน“ทะ...ทำไมรอบนี้เสร็จช้าจัง อ๊าาา น้ำเหนื่อยแล้วนะ”“อาา อยากให้เสร็จแล้วเหรอ?”“ละ...ลองมาโดนเองดูไหม อ อ๊าาา”รามิลหลุดยิ้มออกมากับถ้อยคำประชดประชันของคนตัวเล็ก เขาเร่งจังหวะการกระแทกกระทั้นเพื่อจะให้เสร็จสมออกมาตามที่เธอต้องการ จนกระทั่งร่างกายของทั้งคู่เริ่มกระตุกเกร็ง รามิลจึงวางตัวของน้ำหนึ่งลงบนเตียงแล้วดึงแก่นกายออกมาปลดปล่อยด้านนอกเหมือนรอบก่อน“แตกแล้ว อ อาา!”“อึก...อ๊าาา”หยาดน้ำเชื้อสีขาวขุ่นพวยพุ่งลงบนหน้าท้องแบนราบของน้ำหนึ่งทับกับรอยเดิมอีกครั้ง ขณะที่ร่างกายของเธอเองก็กระตุกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับรามิลเช่นกันน้ำหนึ่งเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่ทั้งคู่มีเซ็กซ์กันอย่างมาราธอนแบบไม่หยุดพักเลย“น้ำว่าเราพอ...”“ขออีกรอบนะ” รามิลที่กำลังหอบหายใจหนัก ๆ ไม่ต่างจากน้ำหนึ่งเอ่ยแ
แม้รามิลจะบอกแบบนั้น แต่ว่าตั้งแต่ที่เจอกันเขากลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลยเกี่ยวกับความลับที่น้ำหนึ่งอยากรู้วันนี้ไม่ได้ต่างจากวันอื่น ๆ ที่เขาแค่พาเธอออกมากินข้าวข้างนอกด้วยกัน เสร็จแล้วจึงจะขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเหมือนวันอื่น ๆ จนน้ำหนึ่งต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน“เรื่องที่พี่รามิลต้องการจะบอก.
สองสัปดาห์ต่อมา (งานเลี้ยง)“ทำตัวดี ๆ แล้วอย่าสร้างปัญหาให้ฉันปวดหัวอีก” บุรินทร์ปรามลูกชายคนเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา ซึ่งในวันนี้เป็นวันสำคัญที่คนมีชื่อเสียงและมีอำนาจมากมายจะมาร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับเขาแบบนี้และในครั้งนี้เรย์เองที่ระวังตัวมากกว่าเดิมว่ากลัวรามิลจะเล่นงานก็ไม่ได้ไปสร้างคว
วันต่อมา“อื้อ...” น้ำหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ ทว่าความรู้สึกกับภาพของเพดานห้องที่แตกต่างจากทุกวันก็ทำให้หญิงสาวต้องประหลาดใจแล้วรีบดันตัวขึ้นมา และนั่นทำให้เธอได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“อ๊ะ!”“นี่มัน...” น้ำหนึ่งกวาดสายตามองรอบ ๆ ตัวเ
โรงพยาบาล“คุณหมอรามิลคะ”เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้รามิลที่กำลังจะเดินออกจากโรงพยาบาลหยุดชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง ทำให้เขาได้เห็นพยาบาลสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ซึ่งรามิลเองก็ได้คลี่ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน“ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องเรียกผมว่าหมอก็ได้ ผมยังเป็นแค่นัก







