เข้าสู่ระบบวันต่อมา
“อื้อ...” น้ำหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ ทว่าความรู้สึกกับภาพของเพดานห้องที่แตกต่างจากทุกวันก็ทำให้หญิงสาวต้องประหลาดใจแล้วรีบดันตัวขึ้นมา และนั่นทำให้เธอได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “อ๊ะ!” “นี่มัน...” น้ำหนึ่งกวาดสายตามองรอบ ๆ ตัวเองซึ่งตอนนี้บนผ้าห่มสีขาวนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงสด ก่อนที่เธอจะหลุบมองร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองด้วยความสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่ดื่มเหล้ากับเพื่อนเมื่อคืน และพอรู้สึกตัวอีกทีสภาพรอบตัวของเธอก็เป็นแบบนี้แล้ว น้ำหนึ่งรีบมองหาของใช้ส่วนตัวของเธอจนกระทั่งเจอกับกระเป๋าแบรนด์เนมซึ่งตกอยู่ไม่ไกล หญิงสาวพยายามพยุงร่างกายที่ระบมไปทั้งตัวเพื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ด้านในออกมา ทำให้เธอได้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสิบโมงเช้าแล้ว และยังมีสายที่ไม่ได้รับจากแม่ของเธออีกหลายสาย น้ำหนึ่งรีบกดโทรกลับไปหาแม่ของตนเองทันทีด้วยความกังวลว่านลินรัตน์อาจจะเป็นห่วงที่เธอไม่รับสายจนเกิดเป็นเรื่องใหญ่ได้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานอีกฝ่ายก็รับสายของเธอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “แม่คะ น้ำ...” (เพิ่งตื่นหรือไง? ทำไมถึงตื่นสายป่านนี้) คำพูดตำหนิที่มาจากคนปลายสายโดยไร้ซึ่งการถามไถ่ใด ๆ ทำให้น้ำหนึ่งที่ตั้งใจจะปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นเงียบไป เธอกำผ้าห่มผืนหนาในมือแน่นอย่างรู้สึกจุกในอกกับสิ่งที่ได้ยิน แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ยังคงไม่ชินสักที (นี่ลูกไม่ได้ลืมเวลาที่แม่นัดไปตัดชุดหรอกใช่มั้ย?) “ขอโทษค่ะ...” (นี่ตั้งใจจะประชดแม่เรื่องนั้นงั้นเหรอ? หรือว่าตั้งใจจะทำให้แม่เสียชื่อเสียงกับความเถลไถลของลูกกันแน่) “น้ำไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะคะ” (จำที่แม่เคยสอนไม่ได้หรือไง?) คนปลายสายกดเสียงต่ำเพื่อย้ำเตือนในสิ่งที่เธอพร่ำบอกลูกสาวอยู่เสมอเพื่อใช้ในการควบคุม ‘สมบัติ’ เพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ให้อยู่ในร่องในรอยตามความต้องการ ห้ามขัดคำสั่งและห้ามมีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งนั้น เธอมีหน้าที่แค่รับฟังและ ‘ทำตาม’ ในสิ่งที่คนเป็นแม่เลือกให้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งหมด...และนั่นทำให้น้ำหนึ่งเลือกที่จะเอ่ยคำขอโทษกลับไป แม้ว่ามันจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นกับเธอก็ตาม “ขอโทษค่ะ น้ำจะรีบไปตามเวลาที่นัดนะคะ” (ทำตัวให้ดี อย่าให้คนพวกนั้นเอาไปนินทาได้) “ค่ะ...” น้ำหนึ่งค่อย ๆ ลดมือถือในมือลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าแล้วสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนักไม่ต่างจากเมื่อสองวันก่อนที่ตัดสินใจออกจากบ้านมา ความเจ็บปวดทางร่างกายตอนนี้มันยังไม่เท่ากับจิตใจของเธอ ซึ่งทำให้น้ำหนึ่งคิดได้ว่าบางทีเธออาจจะทำถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนั้นไป เพราะต่อให้เธอจะเลือกผิดหรือเลือกถูกก็ไม่ได้มีใครที่เป็นห่วงเธอเลยแม้แต่น้อย อีกด้าน “เป็นอะไรของมึง ปกติเวลานี้มึงควรกลับบ้านที่สุขสันต์ของมึงแล้วไม่ใช่หรือไง?” ไมเคิลที่กำลังเช็คของล็อตใหม่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ซึ่งปกติในเวลาแบบนี้ที่เช็คของรอบสุดท้ายเสร็จรามิลก็ควรจะกลับไปที่บ้านของเขาแล้ว ทว่าอีกคนกลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ รามิลไม่ได้ตอบอะไรอีกคนกลับไป แต่เขาเลือกที่จะหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดแล้วสูบเข้าไปอีกครั้ง จนกระทั่งชายในชุดดำที่เขาได้มอบหมายงานเอาไว้เมื่อวันก่อนเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือแล้วรายงานในสิ่งที่ตนเองได้ไปสืบมาให้กับเจ้านายได้รับรู้ “คุณเพชรน้ำหนึ่งลูกสาวของท่านพิชัยตระกูลเทวรัตน์กุลครับ” “เทวรัตน์กุล...” รามิลเอ่ยออกมาเสียงเบาพลางอ่านข้อมูลในมือไปด้วย ซึ่งพอได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวแล้วเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอคือ ‘คนนั้น’ ที่เขาไปใช้เวลาเกือบทั้งคืนด้วยกันจริง ๆ “เพิ่งรู้ว่าลูกสาวของตระกูลนี้ออกมาใช้ชีวิตในที่แบบนี้ด้วย” “ครับ ปกติงานอดิเรกของเธอจะเป็นการขี่ม้าหรือทำขนมมากกว่า หรือถ้าว่างจากการเรียนก็จะไปออกงานที่ช่วยเหลือสังคมด้วย” “เธอเป็นคนที่ทุกคนต่างพูดถึงว่าเป็นเด็กดีที่ไร้ข่าวเสียหายมาตลอด แต่น่าแปลกใจเหมือนกันที่ออกมาในที่แบบนี้” “คงคิดว่าเป็นโซนวีไอพีแล้วจะไม่มีใครเห็นแหละ เพราะที่นั่นเก็บความลับได้ค่อนข้างดีพอสมควร พวกลูกคนรวยก็ชอบไปที่นั่นกันทั้งนั้น” “ความจริงผมได้ข่าวมาว่าตั้งแต่ที่ท่านพิชัยเสียไปแม่ของเธอก็ค่อนข้างเข้มงวดด้วยครับ บางทีอาจจะมีปัญหาจากเรื่องนั้นก็ได้” รามิลนิ่งไปเมื่อได้ฟังข้อมูลของหญิงสาวที่เขาสนใจ ในตอนแรกเขาเพียงแค่รู้สึกคุ้นหน้าของเธอเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ขาวสะอาดคนนี้ ถ้าแบบนั้นเธอคงไม่กล้าไปพูดอะไรมากเหมือนกันจากการที่ต้องรักษา ‘ภาพลักษณ์’ ไว้ตลอด ซึ่งมันแทบจะไม่ต่างจากเขาเลย “แล้วนายต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยครับ ถ้านายมีเรื่องอะไรที่ต้องการผมจะไปหามาให้ตามที่สั่ง” “ไม่ต้อง ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น” เมื่อรามิลตอบแบบนั้นคนเป็นลูกน้องจึงก้มหัวให้แล้วเดินออกไป ทำให้ไมเคิลที่ฟังอยู่ตั้งแต่แรกอดที่จะถามไม่ได้ “ติดใจหรือไงถึงขนาดให้ไปตามสืบมาแบบนั้น แต่รอบนี้มึงเล่นตระกูลใหญ่เลยนะ” เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนของตนนั้นได้ไปใช้เวลาอยู่กับผู้หญิงที่บังเอิญเจอกันเกือบทั้งคืน แต่ว่าไมเคิลเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าผู้หญิงที่มีประวัติขาวสะอาดและเป็นคนที่อยู่ในกรอบขนาดนั้นจะมาหลับนอนกับผู้ชายที่ไม่รู้จักได้ง่ายดายแบบนี้ “มึงก็รู้ว่ากูยังไม่สนใจเรื่องพวกนั้น” จนกว่าเขาจะได้อำนาจของสุทธิธานันท์มาเป็นของตัวเองทั้งหมด รามิลก็ไม่คิดจะสนใจหรือจริงจังกับผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับรามิลแล้วความรักหรือแม้แต่เรื่องผู้หญิงล้วนเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการทั้งนั้น เพียงแต่ว่ากับผู้หญิงคนนี้อาจจะต่างไปเล็กน้อย “แต่ให้ไปสืบ?” “ก็แค่สงสัยบางอย่าง” “น่าแปลกนะที่มึงไปนอนกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเป็นใคร ปกตินอกจากเรื่องงานสีเทากูก็เห็นแต่มึงเอาแต่คิดแผนการนู่นนี่เพื่อจะกำจัดน้องชายมึงแค่นั้น” “เมื่อวานกูอารมณ์ไม่ดี ก็แค่หาที่ระบายอารมณ์ ไม่ได้มีอะไรสำคัญ” “กูอยากคุยเรื่องยาตัวใหม่ที่จะผลิต น่าจะพอมีเวลาอยู่สักชั่วโมงสองชั่วโมง” รามิลตัดบทสนทนาแล้วเดินเลี่ยงไปหยิบเอกสารที่เป็นส่วนผสมของยาตัวใหม่มาเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง โดยไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นต่อ เขาใช้เวลาในการตรวจสอบส่วนผสมของยาชนิดใหม่ประมาณเกือบสองชั่วโมง ก่อนจะกลับไปที่บ้านของตนเองเพื่อฟังข้อมูลที่น่าสนใจ บ้านสุทธิธานันท์ “ทำบ้าอะไรของแก! รู้มั้ยว่าฉันต้องรีบปิดข่าวขนาดไหน เมื่อไหร่จะมีหัวคิดได้สักที” เสียงเอะอะดังขึ้นที่ชั้นบนของบ้านในห้องทำงานของบุรินทร์ ซึ่งแม้ว่ารามิลจะไม่ได้อยู่ฟังตั้งแต่ต้นแต่เขาก็สามารถรู้ได้ว่าน้องชายของตนถูกต่อว่าเรื่องอะไร เพราะว่ามันเป็นแค่ ‘การเตือน’ เล็ก ๆ น้อย ๆ จากเขาก็เท่านั้น รามิลยืนฟังอยู่หน้าห้องทำงานของบุรินทร์อยู่พักใหญ่จนกระทั่งประตูห้องทำงานถูกเปิดออกพร้อมกับเรย์ที่เดินออกมาด้วยความหัวเสียไม่น้อย จนกระทั่งทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากันทำให้เรย์เป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน “ฝีมือมึงใช่มั้ย?” “มึงทำตัวมึงเองแล้วจะมาโทษกูได้ยังไง” “อย่าคิดว่ามึงจะไม่มีวันพลาด คิดว่าแค่เรียนหมอที่ช่วยเหลือคนอื่นแล้วจะซ่อนความเลวของธุรกิจที่มึงทำได้หรือไง” “เอาสิ ถ้ามึงคิดว่าทำอะไรกูได้ก็ลองดู” รามิลตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่ยอมหลบสายตาไปก่อนเช่นกัน จนกระทั่งเรย์เป็นฝ่ายเดินออกไปก่อนด้วยความไม่พอใจที่ในครั้งนี้เขาต้องถูกต่อว่าให้รามิลได้ยินแบบนี้ ซึ่งรามิลที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งพึงพอใจในท่าทีของอีกคนที่ไม่สามารถจะทำอะไรเขาได้ เพราะไม่ว่าจะเรื่องการเรียนแพทย์หรือธุรกิจสีเทาที่เขาทำก็ล้วนผ่านการเห็นชอบจากบุรินทร์มาแล้วทั้งนั้น เขามั่นใจว่าเรย์ไม่สามารถจะเล่นงานเขาได้ตามที่ใจต้องการ เช่นเดียวกับเขาที่ไม่สามารถจะปล่อยข่าวเสียหายของน้องชายต่างแม่ของตนเองออกไปได้เหมือนกัน ตราบใดที่บุรินทร์ยังดำรงตำแหน่งนักการเมืองคนสำคัญอยู่ พ่อของเขาจะต้องทำทุกทางไม่ให้มีข่าวเสียหายหลุดออกไป ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือคนในครอบครัวก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่รามิลกับเรย์ทำได้ในทุกวันนี้คงมีแค่การพยายามลอบแทงข้างหลังอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ แบบนี้เท่านั้นวันต่อมา“พี่ราม~” น้ำหนึ่งที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นในเช้าวันใหม่เอ่ยเรียกสามีหนุ่มเสียงงัวเงียพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกอดที่ร่างกำยำของรามิลอย่างเช่นทุกวัน ปลายจมูกเล็กถูไถที่แผงอกกว้างของคนรักด้วยความออดอ้อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผละใบหน้าออกมาสบตากับชายหนุ่ม“ไม่มอร์นิ่งคิสเหรอ?”“เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอคะ?”“กับเมียเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” สิ้นเสียงเอ่ยบอกรามิลก็ทำการเคลื่อนมือไปประคองที่ใบหน้าของน้ำหนึ่งเอาไว้พร้อมกับเคลื่อนเข้าไปประกบจูบแนบชิดกับเธอด้วยความดูดดื่มทันที เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็จูบตอบสามีหนุ่มกลับไปด้วยความรักเช่นกัน“จูบเก่งขึ้นนะ พี่ยังจำจูบแรกของเราได้อยู่เลยว่าตอนนั้นพี่ต้องสอนให้น้ำจูบและน้ำไม่กล้าทำขนาดไหน แต่ตอนนี้เหมือนน้ำจะเก่งกว่าพี่แล้วนะ”“ก็ตอนนั้นพี่รามเป็นจูบแรกของน้ำหนิคะ ไม่เหมือนพี่รามสักหน่อยที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้แล้ว”“พี่ว่าเราไปอาบน้ำกันดีกว่า” รามิลรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถจะโต้แย้งอะไรกลับไปได้เลย ต่างจากน้ำหนึ่งที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ในตอนที่ถูกรามิลอุ้มเข้าไปด้านในห้องน้ำด้วยกัน“พี่รามกลัวเมียเหมือนที่พี
“ยินดีด้วยอีกครั้งนะจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนหันมาเอ่ยบอกกับสองหนุ่มสาวที่เป็นเจ้าของงานในวันนี้หลังจากที่ได้ร่วมรับประทานมื้อค่ำและใช้เวลาด้วยกันนานหลายชั่วโมง จากนั้นทั้งสามีของเธอและไมเคิลจึงเข้ามาร่วมยินดีด้วยอีกครั้ง“ยินดีด้วย ขอให้ชีวิตคู่มีความสุขมาก ๆ”“ถึงกูจะบอกมึงไปหมดแล้ว แต่ว่าดีใจที่มึงมีวันนี้จริง ๆ”“ดูแลไอ้รามิลดี ๆ ล่ะ อุตส่าห์ทำให้มันเป็นผู้เป็นคนแล้ว อย่าให้มันกลับมาเป็นหมาบ้าได้อีก”“ไอ้ไมเคิล!” รามิลขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าพร้อมกับยกเท้าขึ้นมาเพื่อหมายจะสั่งสอนเพื่อนสนิทของตนอย่างไม่จริงจังนัก แต่ว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ต้องถูกน้ำหนึ่งบิดแขนอย่างแรงจนต้องหยุดการหยอกล้อกับชายหนุ่มอีกคน“พี่รามอย่าทำแบบนั้นค่ะ คุณลุงคุณป้าอยู่ด้วยนะ”“หึ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็กลัวเมียตั้งแต่วันแรกเลยนี่”รามิลจ้องหน้าไมเคิลเขม็งเป็นการคาดโทษ ทำให้มาเฟียใหญ่และภรรยาของเขาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูกับภาพความวุ่นวายของเด็ก ๆ ตรงหน้าพวกเขาเห็นทั้งรามิลและไมเคิลที่สนิทสนมกันมานาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะถือโทษกับการหยอกล้อกันแค่นี้อยู่แล้ว“ป้าอรคะ...”“คุณหนูข
สองเดือนต่อมา (บนเรือ)“ฮึก...คุณหนู” หญิงมากวัยที่เลี้ยงน้ำหนึ่งมาตั้งแต่เกิดปล่อยโฮออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหญิงสาวในชุดงานหมั้น ทำให้น้ำหนึ่งที่เห็นแบบนั้นต้องปล่อยมือออกจากรามิลแล้วเดินเข้าไปสวมกอดบังอรเอาไว้“ป้าอรอย่าร้องสิคะ เดี๋ยวน้ำร้องตามไปด้วยนะ”“ฮึก! ไม่ได้นะคะ ถ้าคุณหนูร้องไห้เดี๋ยวหน้าจะเลอะนะคะ ฮึก...”น้ำหนึ่งหลุดยิ้มออกมากับคำพูดที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของอีกฝ่าย เธอรั้งบังอรมาสวมกอดเอาไว้พร้อมกับลูบหลังของอีกคนเบา ๆ เพื่อจะให้อีกฝ่ายสงบลงสุดท้ายแล้ว...น้ำหนึ่งก็ไม่ได้เชิญนลินรัตน์มาร่วมงานในวันสำคัญของเธอแบบนี้ แต่ว่าคนที่น้ำหนึ่งเลือกที่จะเชิญมาในฐานะผู้ใหญ่ของฝั่งเธอกลับเป็น ‘แม่บ้าน’ อย่างบังอรที่ดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอด“ป้าดีใจมาก...ดีใจมากจนพูดไม่ออกเลยค่ะ วันนี้คุณหนูของป้าสวยมากจริง ๆ”“ป้าอรเองก็สวยมากเหมือนกันนะคะ ตอนแรกน้ำแทบจะจำไม่ได้เลยนะ” น้ำหนึ่งเอ่ยหลอกล้อเพื่อจะช่วยให้บังอรรู้สึกดีขึ้น ทำให้หญิงมากวัยยกมือขึ้นมาซับน้ำตาก่อนตอบกลับไป“เพราะคุณรามิลเลยค่ะที่ส่งคนมาดูแลป้าเป็นอย่างดี ป้าขอบคุณคุณรามิลมากจริง ๆ นะคะ และขอบคุณคุณหนูด้วยที่นึก
กลางคืน (คอนโดมิเนียมของรามิล)“นอนไม่หลับเหรอ?” รามิลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วรั้งตัวของน้ำหนึ่งเข้ามาสวมกอดในอ้อมแขนของเขาแบบที่ชอบทำเป็นประจำ เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็ค่อย ๆ แนบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างของแฟนหนุ่มพลางยกแขนขึ้นมากอดเขาด้วยเช่นกันเธอยอมรับความรู้สึกของตัวเองและพูดความในใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าในตอนนี้รามิลเป็นคนในครอบครัวที่เธอไว้ใจเขามากที่สุดและทั้งคู่จะไม่มีเรื่องที่ปิดบังต่อกันอีกต่อไป“นิดหน่อยค่ะ มัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันอยู่”“พี่เองก็แปลกใจเหมือนกันที่คุณหญิงพูดออกมาแบบนั้น ท่านดูเป็นห่วงน้ำมากเลยนะ”“น้ำมาลองคิดดูแล้วค่ะ...ที่ผ่านมาที่แม่ต้องการให้น้ำแต่งงานกับคนร่ำรวยมาโดยตลอด บางทีอาจจะเป็นเพราะแม่ต้องการให้น้ำสุขสบายแบบที่บอกก็ได้”“แต่วิธีของแม่ที่ผ่านมา...มันทำให้น้ำลืมเรื่องพวกนั้นไม่ได้จริง ๆ”“มันผ่านมาแล้ว ไม่ต้องพยายามนึกถึงให้เจ็บปวดหรอกนะ” รามิลเอ่ยปลอบโยนคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนที่เขาจะกดจูบที่ขมับบางซ้ำ ๆ เป็นการปลอบโยนเธออีกทางรามิลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นราวกับต้องการแสดงออกว่าเขากำลังปกป้องเธออยู
หกเดือนต่อมา“น้ำ...มานี่สิ” นลินรัตน์หันมาหาลูกสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเธอไปด้วย แม้ว่าน้ำหนึ่งจะมีสีหน้าที่ดูลำบากใจเล็กน้อยเมื่อต้องเข้าไปหาแม่ของตนเองหลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน แต่หญิงสาวก็ยอมเดินไปด้านข้างของอีกฝ่ายเพื่อจะถวายของที่เตรียมมาให้กับพระภิกษุด้วยกันวันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตที่นลินรัตน์จะมาทำบุญให้กับสามีของเธอทุกปี โดยมีน้ำหนึ่งที่จะมาร่วมทำบุญให้กับพ่อของตนเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้กลับเป็นปีแรกที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ต่างจากปีอื่น ๆ ที่ผ่านมา จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่ยากจะอธิบายต่อกันไม่น้อย“พี่รามมาจับด้วยกันสิคะ” น้ำหนึ่งไม่ลืมที่จะหันมาเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใสต่างจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง ทำให้รามิลที่ได้เห็นแบบนั้นอดที่จะยิ้มตามอีกคนไม่ได้เขาเดินเข้าไปหาแฟนสาวพลางยกมือขึ้นมาลูบที่แผ่นหลังของเธอเบา ๆ ตามนิสัยที่ชอบเกาะติดคนตัวเล็ก จากนั้นจึงพูดกับน้ำหนึ่งให้ได้ยินกันสองคน“น้ำถวายเถอะ พี่เป็นคนนอกนะ”“ไม่เอา~ พี่รามเองก็เป็นลูกเขยของคุณพ่อเหมือนกันนะคะ” น้ำหนึ่งตอบกลับไปตามความค
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!“อ อ๊ะ! อ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้มันจุก อ๊าา” น้ำหนึ่งที่ถูกจับกระแทกในท่วงท่าใหม่ส่งเสียงร้องออกมาในตอนที่รามิลอัดกระแทกแก่นกายสวนขึ้นมาอย่างแรงจนร่างกายของเธอโยกคลอน เธอโอบกอดลำคอของรามิลไว้แน่น ขณะที่เขากำลังอุ้มกระเตงเธออยู่ในท่ายืน“ทะ...ทำไมรอบนี้เสร็จช้าจัง อ๊าาา น้ำเหนื่อยแล้วนะ”“อาา อยากให้เสร็จแล้วเหรอ?”“ละ...ลองมาโดนเองดูไหม อ อ๊าาา”รามิลหลุดยิ้มออกมากับถ้อยคำประชดประชันของคนตัวเล็ก เขาเร่งจังหวะการกระแทกกระทั้นเพื่อจะให้เสร็จสมออกมาตามที่เธอต้องการ จนกระทั่งร่างกายของทั้งคู่เริ่มกระตุกเกร็ง รามิลจึงวางตัวของน้ำหนึ่งลงบนเตียงแล้วดึงแก่นกายออกมาปลดปล่อยด้านนอกเหมือนรอบก่อน“แตกแล้ว อ อาา!”“อึก...อ๊าาา”หยาดน้ำเชื้อสีขาวขุ่นพวยพุ่งลงบนหน้าท้องแบนราบของน้ำหนึ่งทับกับรอยเดิมอีกครั้ง ขณะที่ร่างกายของเธอเองก็กระตุกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับรามิลเช่นกันน้ำหนึ่งเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่ทั้งคู่มีเซ็กซ์กันอย่างมาราธอนแบบไม่หยุดพักเลย“น้ำว่าเราพอ...”“ขออีกรอบนะ” รามิลที่กำลังหอบหายใจหนัก ๆ ไม่ต่างจากน้ำหนึ่งเอ่ยแ
แม้รามิลจะบอกแบบนั้น แต่ว่าตั้งแต่ที่เจอกันเขากลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลยเกี่ยวกับความลับที่น้ำหนึ่งอยากรู้วันนี้ไม่ได้ต่างจากวันอื่น ๆ ที่เขาแค่พาเธอออกมากินข้าวข้างนอกด้วยกัน เสร็จแล้วจึงจะขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเหมือนวันอื่น ๆ จนน้ำหนึ่งต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน“เรื่องที่พี่รามิลต้องการจะบอก.
สองสัปดาห์ต่อมา (งานเลี้ยง)“ทำตัวดี ๆ แล้วอย่าสร้างปัญหาให้ฉันปวดหัวอีก” บุรินทร์ปรามลูกชายคนเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา ซึ่งในวันนี้เป็นวันสำคัญที่คนมีชื่อเสียงและมีอำนาจมากมายจะมาร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับเขาแบบนี้และในครั้งนี้เรย์เองที่ระวังตัวมากกว่าเดิมว่ากลัวรามิลจะเล่นงานก็ไม่ได้ไปสร้างคว
@H Club“น้ำหนึ่ง! ทางนี้ ๆ” เสียงเรียกที่อยู่ไม่ไกลทำให้น้ำหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาด้านในโซนวีไอพีของสถานบันเทิงหันไปตามต้นทางของเสียง เธอเผลอกำสายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงแน่นด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ในที่แบบนี้ แต่เพราะว่าตัดสินใจแล้วว่าอยากจะลอง ‘ออกนอกกรอบ’ ดูสั
โรงพยาบาล“คุณหมอรามิลคะ”เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้รามิลที่กำลังจะเดินออกจากโรงพยาบาลหยุดชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง ทำให้เขาได้เห็นพยาบาลสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ซึ่งรามิลเองก็ได้คลี่ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน“ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องเรียกผมว่าหมอก็ได้ ผมยังเป็นแค่นัก







