로그인โรงพยาบาล
“คุณหมอรามิลคะ” เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้รามิลที่กำลังจะเดินออกจากโรงพยาบาลหยุดชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง ทำให้เขาได้เห็นพยาบาลสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ซึ่งรามิลเองก็ได้คลี่ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน “ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องเรียกผมว่าหมอก็ได้ ผมยังเป็นแค่นักศึกษาแพทย์อยู่เลยครับ” “แต่หว้ามองคุณหมอรามิลเป็นหมอมาตลอดเลยนะคะ คุณรามิลเองก็เคยช่วยชีวิตคนเอาไว้ แบบนี้จะไม่ใช่หมอได้ยังไงคะ” พยาบาลสาวยิ้มบอกกับร่างสูงตรงหน้า นอกจากหน้าตากับฐานะของรามิลที่โดดเด่นกว่าคนอื่นแล้ว ยังมีความเก่งของเขาซึ่งก็โดดเด่นมากจนทุกคนในโรงพยาบาลต่างรู้จักเขาดีเช่นกัน ‘รามิล’ ปรเมศวร์ สุทธิธานันท์ เป็นลูกชายคนโตของนักการเมืองทรงอิทธิพลอย่างท่านบุรินทร์กับกมลทิพย์ลูกสาวตระกูลดังในสมัยนั้น ซึ่งถือว่าเขานั้นมีสายเลือดของผู้ดีอย่างเต็มตัว...ทว่ากลับน่าเสียดายที่ตำแหน่งผู้สืบทอดอำนาจเหล่านั้นจะต้องสั่นคลอน เมื่อบุรินทร์ได้ไปมีความสัมพันธ์ลับกับผู้หญิงคนหนึ่งตอนไปปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมืองที่ต่างจังหวัด จนเป็นที่พูดถึงอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อ ‘น้องชายต่างแม่’ ซึ่งอายุใกล้เคียงกันได้ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกในวงสังคม อีกทั้งเรื่องราวทุกอย่างยังไม่ได้จบลงเท่านั้นเมื่อบุรินทร์ได้มอบอำนาจและสถานะทางสังคมให้กับลูกชายคนเล็กของเขา ‘เทียบเท่า’ กับพี่ชายคนโตที่เกิดกับภรรยาถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่าง ซึ่งบ้างก็ว่าที่รามิลเลือกจะเรียนแพทย์นั้นก็มาจากเหตุผลเหล่านี้เหมือนกัน... ...ที่พี่น้องต้องแข่งขันกันเองเพื่อให้ได้รับความรักและความไว้วางใจจากพ่อของพวกเขา “ผมดีใจนะครับที่คุณคิดแบบนั้น” รามิลตอบกลับด้วยความสุภาพโดยที่ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม “ว่าแต่ที่เรียกผมเพราะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” “อ๋อ...พอดีพวกเรามีนัดจะไปเลี้ยงฉลองวันเกิดพี่แอมพยาบาลในแผนกด้วยกันน่ะค่ะ หว้าเห็นว่าพวกน้อง ๆ หมอคนอื่นก็ไปด้วย เลยมาชวนคุณหมอรามิลไปสนุกด้วยกันน่ะค่ะ” “เป็นร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศดีมากเลยนะคะ” “ขอบคุณนะครับที่นึกถึงผม แค่ได้ยินก็อยากไปแล้วครับ” “แต่ว่าวันนี้ผมมีนัดกับเพื่อนแล้วน่ะสิครับ” รามิลปฏิเสธไปอย่างสุภาพ แม้ว่าความจริงเขาจะไม่คิดสนใจเรื่องพวกนี้เลยก็ตาม ซึ่งพยาบาลสาวที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้สงสัยอะไรกับการปฏิเสธของรามิล เธอเชื่อว่าเขานั้นอยากไปจริง ๆ แต่เพราะว่าติดธุระกับเพื่อนจึงไม่สามารถไปได้ เพราะว่าในสายตาของทุกคนรามิลเป็นผู้ชายที่ดีพร้อมทุกอย่างแบบที่ไม่ต้องสงสัยอะไรในการกระทำของเขาเลย “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ไว้โอกาสหน้าก็ได้นะคะ” “ครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะไปร่วมฉลองด้วยนะครับ ส่วนนี่...ถือว่าเป็นน้ำใจจากผมแทนคำขอโทษนะครับ” รามิลที่กำลังจะบอกลาไม่ลืมที่จะหยิบเงินจำนวนหนึ่งในกระเป๋าของเขายื่นให้พยาบาลสาวตรงหน้า ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่เพียงพอสำหรับเลี้ยงทุกคนที่ไปร่วมงานเลยก็ว่าได้ ทำให้หญิงสาวที่เห็นถึงความใจดีของรามิลก็ยิ่งประทับใจและเอ่ยปฏิเสธออกมาด้วยความเกรงใจคนตรงหน้าเป็นอย่างมาก “ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณหมอ คุณหมอไม่จำเป็นต้องออกเงินพวกนี้หรอกนะคะ” “ผมเต็มใจให้ครับ ถ้าผมไม่ได้ไปแล้วไม่ได้ฝากอะไรไปให้เลยในวันสำคัญแบบนี้ผมคงไม่สบายใจมากกว่า” “งั้นผมฝากอวยพรให้กับพี่แอมด้วยครับ” รามิลยื่นเงินให้กับคนตรงหน้าได้สำเร็จจากนั้นเขาจึงรีบจบประโยคแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น โดยที่เขาเองก็ได้สร้าง ‘ภาพลักษณ์’ ที่จงใจให้คนอื่นได้เห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกด้าน (สนามแข่งรถ) “กว่าจะมาได้นะมึง” “เคลียร์งานอยู่นิดหน่อย” ชายหนุ่มตอบกลับเพื่อนของเขาเพียงสั้น ๆ แล้วหย่อนตัวลงบนโซฟาในห้องทำงานของไมเคิล จากนั้นรามิลจึงหยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาสูบอย่างเช่นทุกวัน “กูบอกแล้วว่าเรียนแพทย์มันยาก แต่มึงโคตรแบ่งเวลาเก่งเลยว่ะที่แยกสองร่างดีกับเลวได้แบบนี้” “หึ...มึงพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” “หรือมึงจะเถียงกูหรือไง ตอนกลางวันกูเห็นมึงอยู่เวรดูแลคนไข้ แต่กลางคืนเป็นพวกนักเลงทำธุรกิจสีเทาซะงั้น ใครจะคิดว่าคุณหมอรามิลที่สุภาพนิสัยดีของทุกคนจะมีมุมแบบนี้ล่ะ” “ถ้าไม่ทำแบบนี้กูก็คงไม่ได้สิ่งที่ต้องการมาหรอก” รามิลพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วตอบกลับเพื่อนของตนเองด้วยท่าทางผ่อนคลายกับชีวิตของเขาที่มี ‘หลายด้าน’ ซึ่งคนทั่วไปไม่อาจคาดเดาได้เลย ไม่ว่าจะงานผิดกฏหมาย คาสิโน หรือแม้แต่สนามแข่งรถที่หลายต่อหลายคนใช้เป็นที่เดิมพันกันดุเดือดอย่างนี้ เขาก็เป็นหุ้นส่วนด้วยทั้งนั้น แต่ทุกอย่างที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อให้ได้รับ ‘ผลประโยชน์’ ที่ต้องการมากที่สุดก็เท่านั้น “วันก่อนได้ข่าวว่าไอ้เวรนั่นไปจัดผู้หญิงมาจนเข้าโรงพยาบาลเลยหนิ ซาดิสม์ใช้ได้” “แล้วเก็บไว้ยัง?” “เรียบร้อย ทั้งภาพเคลื่อนไหวทั้งเสียง อยู่ที่มึงต้องการจะใช้เมื่อไหร่ก็แค่นั้น” มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มร้ายกับสิ่งที่เขาได้มาซึ่งมันถือเป็นหลักฐานชั้นดีเลยก็ว่าได้ ขณะที่รามิลยังคงมีท่าทีเรียบเฉยเช่นเดิมอย่างไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา แม้ว่าเขาจะได้หลักฐานสำคัญที่จำเป็นมาก็ตาม ชีวิตของเขาเป็นแบบนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เสมอ และนั่นทำให้เขาเป็นคนที่ ‘ไร้ความรู้สึก’ ไม่ว่าจะทำเรื่องดีหรือเลวก็ตาม “เก็บเอาไว้ก่อน ตอนนี้ยังไม่จำเป็น” “คนเรามันต้องอยู่ในจุดที่สูงที่สุดก่อน ถึงจะตกลงมาเจ็บปางตายได้”วันต่อมา“พี่ราม~” น้ำหนึ่งที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นในเช้าวันใหม่เอ่ยเรียกสามีหนุ่มเสียงงัวเงียพลางเคลื่อนตัวเข้าไปกอดที่ร่างกำยำของรามิลอย่างเช่นทุกวัน ปลายจมูกเล็กถูไถที่แผงอกกว้างของคนรักด้วยความออดอ้อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผละใบหน้าออกมาสบตากับชายหนุ่ม“ไม่มอร์นิ่งคิสเหรอ?”“เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอคะ?”“กับเมียเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” สิ้นเสียงเอ่ยบอกรามิลก็ทำการเคลื่อนมือไปประคองที่ใบหน้าของน้ำหนึ่งเอาไว้พร้อมกับเคลื่อนเข้าไปประกบจูบแนบชิดกับเธอด้วยความดูดดื่มทันที เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็จูบตอบสามีหนุ่มกลับไปด้วยความรักเช่นกัน“จูบเก่งขึ้นนะ พี่ยังจำจูบแรกของเราได้อยู่เลยว่าตอนนั้นพี่ต้องสอนให้น้ำจูบและน้ำไม่กล้าทำขนาดไหน แต่ตอนนี้เหมือนน้ำจะเก่งกว่าพี่แล้วนะ”“ก็ตอนนั้นพี่รามเป็นจูบแรกของน้ำหนิคะ ไม่เหมือนพี่รามสักหน่อยที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้แล้ว”“พี่ว่าเราไปอาบน้ำกันดีกว่า” รามิลรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถจะโต้แย้งอะไรกลับไปได้เลย ต่างจากน้ำหนึ่งที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ในตอนที่ถูกรามิลอุ้มเข้าไปด้านในห้องน้ำด้วยกัน“พี่รามกลัวเมียเหมือนที่พี
“ยินดีด้วยอีกครั้งนะจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนหันมาเอ่ยบอกกับสองหนุ่มสาวที่เป็นเจ้าของงานในวันนี้หลังจากที่ได้ร่วมรับประทานมื้อค่ำและใช้เวลาด้วยกันนานหลายชั่วโมง จากนั้นทั้งสามีของเธอและไมเคิลจึงเข้ามาร่วมยินดีด้วยอีกครั้ง“ยินดีด้วย ขอให้ชีวิตคู่มีความสุขมาก ๆ”“ถึงกูจะบอกมึงไปหมดแล้ว แต่ว่าดีใจที่มึงมีวันนี้จริง ๆ”“ดูแลไอ้รามิลดี ๆ ล่ะ อุตส่าห์ทำให้มันเป็นผู้เป็นคนแล้ว อย่าให้มันกลับมาเป็นหมาบ้าได้อีก”“ไอ้ไมเคิล!” รามิลขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าพร้อมกับยกเท้าขึ้นมาเพื่อหมายจะสั่งสอนเพื่อนสนิทของตนอย่างไม่จริงจังนัก แต่ว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ต้องถูกน้ำหนึ่งบิดแขนอย่างแรงจนต้องหยุดการหยอกล้อกับชายหนุ่มอีกคน“พี่รามอย่าทำแบบนั้นค่ะ คุณลุงคุณป้าอยู่ด้วยนะ”“หึ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็กลัวเมียตั้งแต่วันแรกเลยนี่”รามิลจ้องหน้าไมเคิลเขม็งเป็นการคาดโทษ ทำให้มาเฟียใหญ่และภรรยาของเขาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูกับภาพความวุ่นวายของเด็ก ๆ ตรงหน้าพวกเขาเห็นทั้งรามิลและไมเคิลที่สนิทสนมกันมานาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะถือโทษกับการหยอกล้อกันแค่นี้อยู่แล้ว“ป้าอรคะ...”“คุณหนูข
สองเดือนต่อมา (บนเรือ)“ฮึก...คุณหนู” หญิงมากวัยที่เลี้ยงน้ำหนึ่งมาตั้งแต่เกิดปล่อยโฮออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหญิงสาวในชุดงานหมั้น ทำให้น้ำหนึ่งที่เห็นแบบนั้นต้องปล่อยมือออกจากรามิลแล้วเดินเข้าไปสวมกอดบังอรเอาไว้“ป้าอรอย่าร้องสิคะ เดี๋ยวน้ำร้องตามไปด้วยนะ”“ฮึก! ไม่ได้นะคะ ถ้าคุณหนูร้องไห้เดี๋ยวหน้าจะเลอะนะคะ ฮึก...”น้ำหนึ่งหลุดยิ้มออกมากับคำพูดที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของอีกฝ่าย เธอรั้งบังอรมาสวมกอดเอาไว้พร้อมกับลูบหลังของอีกคนเบา ๆ เพื่อจะให้อีกฝ่ายสงบลงสุดท้ายแล้ว...น้ำหนึ่งก็ไม่ได้เชิญนลินรัตน์มาร่วมงานในวันสำคัญของเธอแบบนี้ แต่ว่าคนที่น้ำหนึ่งเลือกที่จะเชิญมาในฐานะผู้ใหญ่ของฝั่งเธอกลับเป็น ‘แม่บ้าน’ อย่างบังอรที่ดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอด“ป้าดีใจมาก...ดีใจมากจนพูดไม่ออกเลยค่ะ วันนี้คุณหนูของป้าสวยมากจริง ๆ”“ป้าอรเองก็สวยมากเหมือนกันนะคะ ตอนแรกน้ำแทบจะจำไม่ได้เลยนะ” น้ำหนึ่งเอ่ยหลอกล้อเพื่อจะช่วยให้บังอรรู้สึกดีขึ้น ทำให้หญิงมากวัยยกมือขึ้นมาซับน้ำตาก่อนตอบกลับไป“เพราะคุณรามิลเลยค่ะที่ส่งคนมาดูแลป้าเป็นอย่างดี ป้าขอบคุณคุณรามิลมากจริง ๆ นะคะ และขอบคุณคุณหนูด้วยที่นึก
กลางคืน (คอนโดมิเนียมของรามิล)“นอนไม่หลับเหรอ?” รามิลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วรั้งตัวของน้ำหนึ่งเข้ามาสวมกอดในอ้อมแขนของเขาแบบที่ชอบทำเป็นประจำ เช่นเดียวกับน้ำหนึ่งที่เธอเองก็ค่อย ๆ แนบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างของแฟนหนุ่มพลางยกแขนขึ้นมากอดเขาด้วยเช่นกันเธอยอมรับความรู้สึกของตัวเองและพูดความในใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าในตอนนี้รามิลเป็นคนในครอบครัวที่เธอไว้ใจเขามากที่สุดและทั้งคู่จะไม่มีเรื่องที่ปิดบังต่อกันอีกต่อไป“นิดหน่อยค่ะ มัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันอยู่”“พี่เองก็แปลกใจเหมือนกันที่คุณหญิงพูดออกมาแบบนั้น ท่านดูเป็นห่วงน้ำมากเลยนะ”“น้ำมาลองคิดดูแล้วค่ะ...ที่ผ่านมาที่แม่ต้องการให้น้ำแต่งงานกับคนร่ำรวยมาโดยตลอด บางทีอาจจะเป็นเพราะแม่ต้องการให้น้ำสุขสบายแบบที่บอกก็ได้”“แต่วิธีของแม่ที่ผ่านมา...มันทำให้น้ำลืมเรื่องพวกนั้นไม่ได้จริง ๆ”“มันผ่านมาแล้ว ไม่ต้องพยายามนึกถึงให้เจ็บปวดหรอกนะ” รามิลเอ่ยปลอบโยนคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนที่เขาจะกดจูบที่ขมับบางซ้ำ ๆ เป็นการปลอบโยนเธออีกทางรามิลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นราวกับต้องการแสดงออกว่าเขากำลังปกป้องเธออยู
หกเดือนต่อมา“น้ำ...มานี่สิ” นลินรัตน์หันมาหาลูกสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเธอไปด้วย แม้ว่าน้ำหนึ่งจะมีสีหน้าที่ดูลำบากใจเล็กน้อยเมื่อต้องเข้าไปหาแม่ของตนเองหลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน แต่หญิงสาวก็ยอมเดินไปด้านข้างของอีกฝ่ายเพื่อจะถวายของที่เตรียมมาให้กับพระภิกษุด้วยกันวันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตที่นลินรัตน์จะมาทำบุญให้กับสามีของเธอทุกปี โดยมีน้ำหนึ่งที่จะมาร่วมทำบุญให้กับพ่อของตนเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้กลับเป็นปีแรกที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ต่างจากปีอื่น ๆ ที่ผ่านมา จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่ยากจะอธิบายต่อกันไม่น้อย“พี่รามมาจับด้วยกันสิคะ” น้ำหนึ่งไม่ลืมที่จะหันมาเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใสต่างจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง ทำให้รามิลที่ได้เห็นแบบนั้นอดที่จะยิ้มตามอีกคนไม่ได้เขาเดินเข้าไปหาแฟนสาวพลางยกมือขึ้นมาลูบที่แผ่นหลังของเธอเบา ๆ ตามนิสัยที่ชอบเกาะติดคนตัวเล็ก จากนั้นจึงพูดกับน้ำหนึ่งให้ได้ยินกันสองคน“น้ำถวายเถอะ พี่เป็นคนนอกนะ”“ไม่เอา~ พี่รามเองก็เป็นลูกเขยของคุณพ่อเหมือนกันนะคะ” น้ำหนึ่งตอบกลับไปตามความค
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!“อ อ๊ะ! อ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้มันจุก อ๊าา” น้ำหนึ่งที่ถูกจับกระแทกในท่วงท่าใหม่ส่งเสียงร้องออกมาในตอนที่รามิลอัดกระแทกแก่นกายสวนขึ้นมาอย่างแรงจนร่างกายของเธอโยกคลอน เธอโอบกอดลำคอของรามิลไว้แน่น ขณะที่เขากำลังอุ้มกระเตงเธออยู่ในท่ายืน“ทะ...ทำไมรอบนี้เสร็จช้าจัง อ๊าาา น้ำเหนื่อยแล้วนะ”“อาา อยากให้เสร็จแล้วเหรอ?”“ละ...ลองมาโดนเองดูไหม อ อ๊าาา”รามิลหลุดยิ้มออกมากับถ้อยคำประชดประชันของคนตัวเล็ก เขาเร่งจังหวะการกระแทกกระทั้นเพื่อจะให้เสร็จสมออกมาตามที่เธอต้องการ จนกระทั่งร่างกายของทั้งคู่เริ่มกระตุกเกร็ง รามิลจึงวางตัวของน้ำหนึ่งลงบนเตียงแล้วดึงแก่นกายออกมาปลดปล่อยด้านนอกเหมือนรอบก่อน“แตกแล้ว อ อาา!”“อึก...อ๊าาา”หยาดน้ำเชื้อสีขาวขุ่นพวยพุ่งลงบนหน้าท้องแบนราบของน้ำหนึ่งทับกับรอยเดิมอีกครั้ง ขณะที่ร่างกายของเธอเองก็กระตุกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับรามิลเช่นกันน้ำหนึ่งเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่ทั้งคู่มีเซ็กซ์กันอย่างมาราธอนแบบไม่หยุดพักเลย“น้ำว่าเราพอ...”“ขออีกรอบนะ” รามิลที่กำลังหอบหายใจหนัก ๆ ไม่ต่างจากน้ำหนึ่งเอ่ยแ
“อยากไปเที่ยวที่ไหนไหม?” คำถามที่ดังขึ้นด้านบนทำให้น้ำหนึ่งที่กำลังนอนเล่นบนโซฟาเงยหน้ามองรามิลที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปสั้น ๆ เสียงเรียบ“ไม่ค่ะ”“อยู่แต่ห้องแบบนี้ไม่เบื่อเหรอ?”“ทำไมคิดแบบนั้นคะ”“เห็นเธออยู่ห้องมาหลายวันแล้ว นอกจากวันที่ฉันชวนไปกินข้าวข้างนอก เธอก็
“คิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดพวกนั้นหรือไง” น้ำหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแสดงออกถึงความไม่พอใจเช่นเดิม แม้ว่ารามิลจะเผยความรู้สึกออกมาชัดเจนว่ากำลังรู้สึกผิดต่อเธอก็ตาม เขาพยักหน้ารับเล็กน้อยอย่างเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายในสิ่งที่ตนได้ทำลงไป โดยไม่ได้พยายามจะแก้ตัวเลยแม้แต่น้อยสิ่งที่เขาทำได้คือการยอ
แม้รามิลจะบอกแบบนั้น แต่ว่าตั้งแต่ที่เจอกันเขากลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลยเกี่ยวกับความลับที่น้ำหนึ่งอยากรู้วันนี้ไม่ได้ต่างจากวันอื่น ๆ ที่เขาแค่พาเธอออกมากินข้าวข้างนอกด้วยกัน เสร็จแล้วจึงจะขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเหมือนวันอื่น ๆ จนน้ำหนึ่งต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน“เรื่องที่พี่รามิลต้องการจะบอก.
สองสัปดาห์ต่อมา (งานเลี้ยง)“ทำตัวดี ๆ แล้วอย่าสร้างปัญหาให้ฉันปวดหัวอีก” บุรินทร์ปรามลูกชายคนเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา ซึ่งในวันนี้เป็นวันสำคัญที่คนมีชื่อเสียงและมีอำนาจมากมายจะมาร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับเขาแบบนี้และในครั้งนี้เรย์เองที่ระวังตัวมากกว่าเดิมว่ากลัวรามิลจะเล่นงานก็ไม่ได้ไปสร้างคว







