LOGIN“ไหนบอกจะมาคุยข้างนอกไง”
เคย์มานชะงักฝีเท้า แล้วหันหน้าไปหาทั้งสอง เขาเม้มปากเป็นเส้นตรง พลางคิดในใจว่าจะพูดไม่พูดดี“เอ่อ...มันอาจฟังดูแล้วตลกนิดนึงนะ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมเชื่อเรื่องที่ทวดของโอดินพูดแล้วล่ะ”เขามองทั้งสองด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาคงต้องคบกับโอดิน เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดสินะ ใจเคย์มานหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่รู้ว่าจะไม่ได้อยู่กับเคนโซและบรูโน“เรื่องอะไร?”น้ำเสียงเคร่งขรึมของเคนโซเอ่ยขึ้น หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเป็นปม เคนโซหลับตาลงช้า ๆ ก่อนที่จะถอดแว่นตา แล้วเอานิ้วบีบสันจมูกตัวเอง แล้วใส่มันกลับเข้าไปที่เดิม เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อเคย์มานยังไม่ยอมพูดออกมาสักที“ทวดของโอดินบอกว่าโรคประหลาดที่ผมเป็น จะหายก็ต่อเมื่อผมเจอรักบริสุทธิ์พร้อม ๆ กันถึงสองคน แต่ว่าถ้าผมยังหารักบริสุทธิ์นั้นไม่เจอภายในอายุ 22 ผมก็จะตาย แต่จะมีคนที่พิเศษเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ผมหายจากโรคนี้ และรอดพ้นจากความตายได้ก็คือ โอดิน”คำพูดของเคย์มาน ทำให้เคนโซและบรูโนถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยปึง!! ปึง!! ปึง!! ปึง!! ปึง!!เสียงเคาะประตูอย่างแรงทำให้เคย์มานสะดุ้งสุดตัว เขารีบกอดเข่าตัวเองแน่น พลางคิดในใจว่าเป็นผู้หญิงคนนั้น เธอมาหาเขาใช่ไหม“เคย์มาน เคย์มาน เปิดประตูให้พวกพี่หน่อย เคย์มานได้ยินไหม” ปึง!! ปึง!! ปึง!! ปึง!! ปึง!!“นี่พี่บรูโน กับ เคนโซ เปิดประตูหน่อย”ฟู่!!! เสียงลมถูกเป่าออกจากปากของเคย์มานอย่างแรง เขาโล่งอกนึกว่าเป็นเธอเสียอีก ที่แท้เป็นบรูโนและเคนโซ เคย์มานรีบก้าวขาลงจากเตียง แล้วเดินไปเปิดประตูห้องให้ทั้งสอง“ว่าไงครับพี่”ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ทั้งคู่ก็โผลเข้ากอดเคย์มานเอาไว้แน่น มือหนาของเคนโซจับหน้าของเคย์มาน แล้วเช็ดหยาดเหงื่อที่ซึมตามแนวไรผมออกให้เขา“ฝันร้ายใช่ไหม...ไม่ต้องกลัวนะ พวกพี่อยู่ตรงนี้”น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความห่วงใยเอ่ยขึ้น สายตาทั้งสองจ้องผสาน ดวงตาของเคย์มานสั่นระริก เขาพยักหน้าช้า ๆ เคนโซเอาหน้าผากของตัวเองชนกันกับหน้าผากของเคย์มานอยู่คู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้ง“พวกพี่จะนอนเป็นเพื่อน ไม่ให้นอนก็จะนอน”บร
⚠️ ตอนนี้มาฉากที่สะเทือนใจ มีการถูกกระทำโดยไม่ยินยอม⚠️“คามิซานข้ารักท่าน คามิซานข้ารักท่าน ทำไมท่านถึงทำแบบนี้กับข้า ฮือ ๆ”เสียงร้องของผู้หญิงคนหนึ่งดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของเคย์มาน เคย์มานพยายามเงี่ยหูฟังแล้วเดินไปตามเสียง เขาเดินมาตามทางที่จะไปปราสาทใหญ่ ตอนนี้เขาอยู่ในความฝันอีกแล้วเสียงร้องของผู้หญิงยังคงดังไม่ขาดสาย เคย์มานมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบใคร เขาจึงเลือกที่จะเดินมุ่งหน้าไปที่ปราสาทนั้น สายลมพัดกระโชกแรงจนเขาต้องยกมือขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มอีกครั้งเสียงร้องไห้โหยหวนดังก้องจนน่าขนลุก เคย์มานยกมือลูบไปมาที่แขนของตัวเอง พลางหันหลังกลับไปมอง และไม่ลืมที่จะมองรอบ ๆ เมื่อพบว่าไม่มีใครเขาจึงเดินต่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าปราสาท“เอาไงดีวะ”เคย์มานพึมพำกับตัวเอง พลางคิดในใจเขาไม่กล้าเดินเข้าไปข้างใน อยู่ ๆ ประตูไม้สีขาวก็เปิดออก ราวกับว่ามันกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปด้านใน เคย์มานตัดสินใจก้าวเดินเข้าไป ช้า ๆ พอผ่านพ้นประตูเข้ามาเท่านั้นแหละ ปัง!!เสียงประตูปิดลงอย่างแรง เคย์
“ไปจ่ายตังค์เหอะ พวกพี่เขาคงไม่ไหวแล้ว...น้องครับเช็กบิลด้วยครับ”มาเซลโลตะโกนเรียกพนักงาน ให้มาเช็กบิลค่าบรั่นดีที่ดื่มหมดไปไม่รู้ต่อกี่ขวด พนักงานรีบเดินมาที่โต๊ะอย่างไว“ไม่ต้องจ่ายครับ นายบอกว่าถ้าพวกคุณกับคุณเคย์มานมาเที่ยวที่นี่ให้ทานฟรีครับ”พนักงานเอ่ยขึ้น พลางส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นมิตร“นาย...นายไหน?”แอรอนเอียงคอมองด้วยความสงสัย“นี่ไงครับนอนคอพับคออ่อนอยู่นี่ไงครับ...คุณบรูโน แล้วก็คุณเคนโซ เป็นเจ้าของไนต์คลับนี้ครับ ไม่ต้องจ่ายครับ ทานได้ตามสบายเลย”คำตอบของพนักงานทำให้มาเซลโลและแอรอนหันมามองตากัน เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ทำไมพวกพี่ ๆ เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้มาก่อน แถมยังทำตัวเหมือนคนไม่มีจะกินด้วยซ้ำ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย “อะไรนะเจ้าของที่นี่!! เรื่องจริงเหรอ?” “จริงครับ...คุณสองคนกลับไปได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมดูแลทางนี้เองไม่ต้องห่วงครับ” มาเซลโลและแอรอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “งั้นฝากด้วยนะครับ พวกผมกลับก่อน” “คร
“โธ่โว้ย!!...มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิวะ”เคนโซเอ่ยออกมาด้วยความโมโห แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเคย์มานตัดสินใจแล้ว พวกเขาจะรั้งไว้ได้อย่างไร ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริง แล้วเคย์มานเป็นอะไรขึ้นมาล่ะจะทำอย่างไร เขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงเหมือนกัน“ทำไมต้องเป็นไอ้หน้าอ่อนนั่นด้วยวะ”น้ำเสียงฟึดฟัด เกรี้ยวกราดของบรูโน เรียกสายตาของคนที่กำลังเดินมา ให้หันกลับมามองพวกเขา“มองอะไรไม่ทราบ!!”บรูโนตะโกนดังลั่น จ้องมองตาขวางอย่างเอาเรื่อง จนคนพวกนั้นต้องรีบหลบสายตา และรีบเดินออกไปอย่างไว“ไปหาเหล้ากินดีกว่าว่ะ”น้ำเสียงเซ็ง ๆ เอ่ยบอกกับเคนโซ บรูโนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตัวสีดำ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือถึงขึ้นมาต่อสายหาแอรอน เขารอสายอยู่สักพัก “ฮัลโหลครับพี่บรูโน” (คืนนี้มากินเหล้าที่ไนต์คลับกันไหม พี่มีอะไรอยากคุยด้วยหน่อย) “อะไรเหรอครับ?” (มาคุยกันที่ไนต์คลับ...20.30 น.เจอกัน ไม่ต้องชวนเคย์มานนะ เพื่อนน้องคงไม่อยากเจอพวกพี่หรอก) “ครับ ๆ แล้วเจ
“ไหนบอกจะมาคุยข้างนอกไง”เคย์มานชะงักฝีเท้า แล้วหันหน้าไปหาทั้งสอง เขาเม้มปากเป็นเส้นตรง พลางคิดในใจว่าจะพูดไม่พูดดี“เอ่อ...มันอาจฟังดูแล้วตลกนิดนึงนะ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมเชื่อเรื่องที่ทวดของโอดินพูดแล้วล่ะ”เขามองทั้งสองด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาคงต้องคบกับโอดิน เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดสินะ ใจเคย์มานหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่รู้ว่าจะไม่ได้อยู่กับเคนโซและบรูโน“เรื่องอะไร?”น้ำเสียงเคร่งขรึมของเคนโซเอ่ยขึ้น หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเป็นปม เคนโซหลับตาลงช้า ๆ ก่อนที่จะถอดแว่นตา แล้วเอานิ้วบีบสันจมูกตัวเอง แล้วใส่มันกลับเข้าไปที่เดิม เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อเคย์มานยังไม่ยอมพูดออกมาสักที“ทวดของโอดินบอกว่าโรคประหลาดที่ผมเป็น จะหายก็ต่อเมื่อผมเจอรักบริสุทธิ์พร้อม ๆ กันถึงสองคน แต่ว่าถ้าผมยังหารักบริสุทธิ์นั้นไม่เจอภายในอายุ 22 ผมก็จะตาย แต่จะมีคนที่พิเศษเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ผมหายจากโรคนี้ และรอดพ้นจากความตายได้ก็คือ โอดิน”คำพูดของเคย์มาน ทำให้เคนโซและบรูโนถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อย
“มาทำอะไรที่นี่ครับ” “แล้วหนูล่ะมาทำอะไรที่นี่” เคนโซเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางคิดในใจวันนั้นที่เขากับบรูโนเห็น เป็นเคย์มานจริง ๆ ด้วย“ผมรักษาอาการประหลาด ๆ กับคุณหมอที่นี่ครับ แล้วพี่ล่ะพี่เป็นอะไร ทำไมมาหาหมอจิตเวช”เคย์มานขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เคนโซและบรูโนหันหน้าไปมองกัน เขากำลังชั่งใจว่าจะพูดไม่พูดดี“งั้นเดี๋ยวพวกพี่เข้าไปคุยข้างในด้วยแล้วกัน”บรูโนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วสืบเท้าก้าวเข้าไปในห้องตรวจ เคนโซก็เดินตามไปติด ๆ ผ่านหน้าเคย์มานไปเคย์มานหันหลังกลับ แล้วพาตัวเองเข้าไปในห้อง ทั้งสามนั่งเรียงกันตรงหน้าจิตแพทย์สาว คุณหมองงไม่น้อย ไหนเมื่อกี้คนไข้บอกว่าไม่อยากเข้าตรวจพร้อมเคย์มานไง“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยแบบนั้นหรอกครับคุณหมอ พวกเรารู้จักกัน”น้ำเสียงเนือย ๆ เอ่ยขึ้น พลางหันไปสบตาบรูโน และเคย์มาน ที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา “รู้จักกัน?” “ครับ...รู้จักกันดีเลยแหละ” บรูโนเอ่ยสมทบขึ้นมา คุณห







