LOGIN“เป็นอย่างไรบ้าง พี่ดอกแก้ว”
บุหงาเอ่ยถามพี่สาว เมื่อทั้งสามพี่น้องอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า
“หื่นห่าม ดุดัน แต่พี่ชอบ”
ดอกแก้วตอบอย่างตรงไปตรงมา ก่อนหน้านี้หล่อนได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับพ่อหมอดำมาว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ายำเกรงคนหนึ่ง ซึ่งเศรษฐีทองก้อนไม่กล้าข้องแวะด้วย อีกทั้งยังไม่มีเมีย ดังนั้นเขาจึงตกเป็นเป้าหมายสำคัญของหล่อน ส่วนเรื่องขุนเรืองเป็นเพียงข้ออ้าง
“ในที่สุด พวกเราก็จะมีคนคุ้มกะลาหัวแล้ว”
การะเกดดีใจจนออกนอกหน้า
“ยังหรอก พี่กับพ่อหมอดำยังไม่ได้เป็นผัวเมียกัน”
“อ้าว !” บุหงากับการะเกดอุทานอย่างพร้อมเพรียง
“พี่ขอร้องให้พ่อหมอดำ ใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพราะพวกเราอาจจะสร้างปัญหาให้กับคนที่นี่ในภายหลัง ไอ้สารเลวทองก้อนมันชั่วช้าอัปรีย์เกินมนุษย์ เพียงแค่พวกเรามีผัวมันคงไม่ยอมรามือง่าย ๆ แน่”
“เฮ้อ...” บุหงากับการะเกดซัดลมหายใจทำท่าห่อเหี่ยว
“ผู้ชายอย่างพ่อหมอดำเป็นคนเย่อหยิ่งมีศักดิ์ศรี เขามีดีเกินตัว คงไม่ยอมให้ผู้หญิงควบคุม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีกิเลสตัณหา” ดอกแก้วไม่อยากให้น้อง ๆ หมดหวัง
ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ดีเลวอย่างไรก็มีสันดานเป็นสัตว์นักล่าที่ชอบแข่งขันเอาชนะเหมือนกันหมด หากหล่อนยอมถลกผ้าถุงให้เขาขึ้นขี่ง่ายเกินไป เขาอาจมองเห็นหล่อนเป็นผู้หญิงไม่มีคุณค่า ทว่าหล่อนก็ควรจะอิดเอื้อนเล่นตัวแต่พองามไม่มากไม่น้อยจนเกินพอดี
พ่อหมอดำมีสหายรักสองคนคือพ่อหมอเมฆินทร์และพ่อหมอไกร ทั้งสามเป็นศิษย์ก้นกุฏิรุ่นสุดท้ายของพ่อปู่ฤษี พวกเขาใช้ชีวิตวัยหนุ่มหกคะเมนตีลังกา ร่วมหัวจมท้ายทำเรื่องเสี่ยงตายมาด้วยกันหลายปี แม้ว่าแยกย้ายกันไปปักหลักปลูกเรือนอยู่คนละหมู่บ้าน แต่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำเพราะต่างก็ชื่นชอบการฟันดาบเป็นชีวิตจิตใจ
“ไอ้ดำ วันเสาร์ขึ้นสิบห้าค่ำนี้เป็นวันบูรณจันทร์ กูจะใช้ลานฟันดาบของมึงทำพิธีปลุกเสกเหล็กไหลโกฏิปี” พ่อหมอไกรเอ่ยขึ้นห้วน ๆ
“เรือนมึงก็มีลานฟันดาบ จะมาวุ่นวายกับที่นี่ทำไมวะ”
พ่อหมอดำมองเพื่อนตาขวาง ไอ้ไกรมันรู้ดีว่าเขารักสันโดษไม่ชอบความโกลาหล หากมีการประกอบพิธีกรรมอันเชิญเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจำเป็นต้องกระทำอย่างเปิดเผย ผู้คนที่ฝักใฝ่ในวิชาอาคมไสยเวทย์จะแห่แหนมาร่วมงานกันอย่างเอิกเกริก
“ที่ดินผืนนี้อยู่ในตำแหน่งมงคล ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทั่วถึงตั้งแต่ย่ำรุ่งจนถึงเที่ยงวัน ตรงตามหลักโหราศาสตร์”
“ไอ้ไกรมันอุตส่าห์ดั้นด้นเสาะหาเหล็กไหลโกฏิปีมาได้แล้ว มึงก็ยอมอ่อนข้อให้เพื่อนสักครั้งเถอะวะ อีกไม่กี่วันก็เป็นวันบูรณจันทร์ กว่าจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านจำปาขาว กูต้องขี่ม้าจนตูดด้าน อย่าให้กูต้องถ่อสังขารไปที่เรือนของไอ้ไกรเถอะวะ” พ่อหมอเมฆินทร์คะยั้นคะยออีกเสียง
“พอกูให้คืบ พวกมึงก็จะเอาศอก” พ่อหมอดำบ่นพึมพำแต่ไม่ปฏิเสธ
ชายหนุ่มทั้งสามไม่ค่อยได้พบปะพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาบ่อยนัก ถ้าหากมีโอกาสก็จะขลุกอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน และตอนเที่ยงพวกเขาจะกินข้าวที่ลานฝึกดาบ ทว่าคราวนี้คนที่ยกสำรับกับข้าวมาให้คือสาวสวยแปลกหน้า
ดอกแก้วเป็นกุลสตรีที่มีลักษณะงามพร้อมทุกประการ ท่วงท่ากิริยาดูแฉล้มแช่มช้อยมีเสน่ห์ ทุกครั้งที่หล่อนปรากฏตัว ไม่ว่าหญิงหรือชายล้วนต้องเหลียวมองหล่อนด้วยความสนอกสนใจ แม้กระทั่งเหล่าลูกศิษย์ลูกหาของพ่อหมอดำที่กำลังซ้อมฟันดาบกันอย่างดุเดือดยังต้องหยุดมอง
“ไอ้ดำ นั่นใครวะ”
พ่อหมอเมฆินทร์เอ่ยถามเจ้าเรือน
พ่อหมอดำไม่ตอบแต่ลุกไปหาหญิงสาวทันที ไม่รอให้หล่อนเดินมาถึงแคร่ แล้วก็แย่งขันโตกใส่สำรับกับข้าวมาถือเอง
“ไอ้อีคนไหนมันใช้ให้แม่ดอกแก้วยกของหนัก” เขาซักไซ้หล่อนเสียงดุ ใช้ร่างกายสูงใหญ่ยืนบังร่างบางเอาไว้จนมิด ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะมองเห็นหล่อน
“ฉันอาสาทำเองจ้ะ วันนี้ที่โรงครัวมีงานเยอะ”
ดอกแก้วรีบแก้ต่าง เพราะกลัวชายหนุ่มจะไปลงโทษบ่าวไพร่ ก่อนหน้านี้หล่อนกับน้อง ๆ ก็เข้าไปช่วยงานที่โรงครัวและอาศัยนอนที่เรือนรับรองชาวบ้านเหมือนคนต่างถิ่นรายอื่น ๆ แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกหล่อนก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากวันนั้น...
“อุตส่าห์เดินตากแดดมาตั้งไกล คิดถึงพี่มากหรือ” หวานหยดทั้งน้ำเสียงและสายตา ทำเอาหญิงสาวเขินอายจนแก้มแดง
“ถามอะไรก็ไม่รู้ ฉันไปดีกว่า”
หล่อนทนสู้ความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มของอีกฝ่ายไม่ไหว
“เดี๋ยวก่อน” เขาฉุดแขนเล็กไว้ ใช้มือข้างเพียงเดียวยกสำรับ
“ครบสามวันแล้วนะ” ทักท้วงซุ่มเสียงห้าวพร่า
“คืนนี้ฉันจะยกน้ำชาไปให้พี่ดำที่ห้อง” ดอกแก้วตอบเสียงเบา
“อย่าปล่อยให้พี่รอนานนักล่ะ” พ่อหมอดำคลายมือที่จับแขนเล็กอย่างอิดออด
“จ้ะ” พยักหน้ารับปากแล้วก็รีบเดินหนีไปด้วยความเอียงอาย
เรื่องน่ายินดีนั้น ทำให้ชายหนุ่มยิ้มค้างจนเหงือกแห้ง
สายตาท่าทางของพ่อหมอดำกับดอกแก้วที่มีต่อกัน ไม่อาจปกปิดความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ ครั้นลับหลังหญิงสาว พ่อหมอไกรกับพ่อหมอเมฆินทร์ก็แว้งกัดเพื่อนรักทันที
“ที่แท้ไอ้ดำแอบซุกสาวสวยเอาไว้ในเรือนนี่เอง มันถึงไม่อยากให้พวกเรามาอยู่เป็นก้างขวางคอ” พ่อหมอเมฆินทร์ตบเข่าฉาด
“รู้แล้วก็ดี คืนนี้เรือนกูไม่ต้อนรับพวกมึง”
“พวกกูนอนตรงแคร่นี่ก็ได้” พ่อหมอไกรหัวเราะชอบอกชอบใจ
“ไอ้พวกหน้าหนา จะนอนตรงไหนก็เชิญ ยกเว้นบนเรือนกู”
“เฮ้ย มึงคิดจะจับหล่อนทำเมียหรือวะ ถึงได้หวงนักหวงหนา เมื่อก่อนมึงยังเคยสอยกามกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าพวกกู” พ่อหมอเมฆินทร์สงสัยใคร่รู้
“ส่ออาการงุ่นง่านตั้งแต่หัววันแบบนี้ กูว่าใช่แน่ ๆ” พ่อหมอไกรฟันธง
“พวกมึงนี่ชอบเสือกเรื่องของชาวบ้านเสียจริง กินข้าวกินปลาอิ่มแล้วก็รีบไสหัวไปไกล ๆ อย่ามาเสนอหน้าอยู่เกะกะตีนกู” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามสิบปี พ่อหมอดำไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ครั้นได้มาเจอสาวน้อยชื่อดอกแก้ว เขากลับรู้สึกคึกหื่นตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด ทั้งที่หล่อนไม่ได้แสดงท่าทางยั่วยวนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
ดอกแก้วเป็นผู้หญิงสำรวมพูดน้อย หล่อนจึงดูมีเสน่ห์น่าค้นหา กิริยาเสงี่ยมหงิมเหนียมอายของหล่อนมันกระตุ้นให้ผู้ชายคลั่งไคล้โดยไม่รู้ตัว ยิ่งได้สัมผัสใกล้ชิดได้ลองลิ้มรสชาติความหวานจากกายสาว เขายิ่งรู้สึกลุ่มหลงติดใจ อยากครอบครองหล่อน อยากทำให้เรือนร่างบริสุทธิ์ผุดผ่องของหล่อนแปดเปื้อนราคีด้วยมือของเขาเอง
ชายหนุ่มครางไม่ขาดปาก ฝ่ามือหยาบที่บีบขยำสองเต้าเลื่อนลงไปกระชับรอบเอวคอดกิ่ว เขาฉุดกายสาวเข้ามากระเด้ากระทั้นอย่างหื่นห่ามดิบเถื่อน ตาคมเพ่งมองร่องกลีบอวบอูมที่ปลิ้นอ้าหุบดูดลำลึงค์จนบวมเต่งแดงแจ๋ เร่งจังหวะโหมกระหน่ำตอกตำความอ่อนนุ่มคับแคบ จนกระทั่งร่างบางสะท้านเฮือกเฮือก หวีดร้องเสียงหลงความสุขสมสุดหฤหรรษ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันเหมือนฟ้าฝ่าร่างทำให้การะเกดนัยน์ตาพร่ามัวไปชั่วครู่เด็กสาวไม่รู้ตัวว่าพ่อหมอไกรอุ้มหล่อนมานอนบนโต๊ะริมหน้าต่างตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ได้ยินเขากวาดข้าวของหล่นลงพื้นเสียงดังโครมคราม“อุ๊ย ! พี่ไกร... ประเดี๋ยวจะมีคนเห็น”หล่อนเอ่ยทักท้วงเสียงเบา ตอนนี้ยังกลางวันอยู่ และบริเวณด้านนอกหน้าต่างห้องนอนก็เป็นลานฝึกดาบ“ไม่มีใครเห็นหรอกจ๊ะคนดี เพราะพี่สั่งห้ามทุกคนไม่ให้มาเพ่นพ่านแถวนี้” เขาวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเล่นรักกับหล่อนด้วยท่วงท่าใดบ้าง และตรงไหน อย่างไรพ่อหมอไกรจับร่างบางอ้อนแอ้นนอนแหกขาอ้าซ่า แล้วเสือกกายเข้าไปในร่องกลีบบุปผาที่แบะบานรอคอย“อูยยย... ตอดแรงเหลือเกินเมียจ๋า”ร่างสูงใหญ่ขยับบั้นท้ายซอยลำกระเด้าโหนกอูมถี่ ๆ แกล้งทรมานอารมณ์สาวให้ปะทุเดือ
การะเกดสูดลมหายใจแล้วก้มหน้าลงไปหาแก่นกายที่ตั้งชันแข็งโด่อีกครั้ง ลิ้นสีชมพูแลบเลียเนื้อหนังที่มีเส้นเลือดและเส้นเอ็นเลื้อยพันเป็นรอยนูนขรุขระ ปาดป่ายลากยาวจากล่างขึ้นบน แล้วก็กระดกปลายลิ้นละเลียดเล็มหยดน้ำที่ผุดออกมาจากตุ่มตาบนหัวหยักแดงปลั่งตอนแรกหล่อนยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอได้ยินเสียงชายหนุ่มสูดปากครางสยิวและมีอาการทุรนทุราย หล่อนก็รู้สึกฮึกเหิมลิงโลด อยากกำราบเขาให้อยู่หมัด ทำให้เขาศิโรราบอยู่ภายใต้อำนาจของหล่อนเสียงอ๊อก ๆ ดังถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ คราบน้ำลายเหลวหนืดย้อยหยดลงมาจากมุมปากของเด็กสาว ดวงตากลมโตคู่งามมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มหน่วย ดูน่าสงสารและยั่วยวนในคราวเดียวกัน“อู้ววว... ดูดแรง ๆ เมียจ๋า ซี้ดดด... น้ำจะแตกแล้วโอ...” ชายหนุ่มครางโหยในลำคอ หน้าท้องแกร่งแขม่วเกร็งด้วยความเสียวซ่านพลันเร่งจังหวะขยับโขยก กระเด้ากระทุ้งหัวถอกอัดใส่กระพุ้งแก้มอ่อนนุ่มอีกสี่ห้าครั้ง เขาดันตัวเข้าลึกจนสุดทางที่หล่อนรับไหว ร่างสูงใหญ่สยิวกายครั้งหนึ่งก่อนจะพวยพุ่งคาวใคร่เข้มข้นภายในโพรงปากอุ่นชื้นอย่างรุนแรงพ่อหมอไกรหายใจหอบหนักขณะที่จ้องมองเด็กสาวดูดดื่มน้ำรักจากแก่นกายของเขาอย่างไม่รังเก
พ่อหมอไกรเป็นหนุ่มหล่อมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามล้นเหลือ เพียงแค่มองสบตากับเขา มือไม้ของหล่อนก็อ่อนปวกเปียกแล้ว นับประสาอะไรกับการถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้“พี่ไม่ได้โกหก แค่ไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด ถ้าหากคุณแม่ยังอยู่ที่นี่ พี่จะพาแม่การะเกดเข้าป่าไปเอาเหล็กไหลพร้อมกับไอ้บุญส่งและไอ้ปาน แต่ตอนนี้ท่านกลับเรือนตัวเองไปแล้ว”“คนเจ้าเล่ห์”หล่อนมองค้อนเขาด้วยความหมั่นไส้ ชายหนุ่มกำลังมีอารมณ์คึกหื่น ร่างสูงใหญ่ร้อนผ่าวด้วยไฟปรารถนา ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น คงไม่จำเป็นต้องเดา“ถึงพี่เป็นคนเจ้าเล่ห์ แต่พี่รักแม่การะเกดจริง ๆ” น้ำเสียงแหบพร่าเว้าวอน ทว่าหล่อนก็เชื่อเขาหมดใจ“ฉันก็รักพี่ไกรจ้ะ”“หากรักพี่จริง เอ็งต้องทำให้พี่เห็น”“ทำอะไรหรือจ๊ะ”“ทำรักให้พี่” เขายิ้มอย่างมีความหวัง“ยังกลางวันแสก ๆ อยู่เลย”หล่อนเอียงอายหลบสายตาหื่นห่าม“ตอนกลางวันแสก ๆ นี่แหละดี พี่จะได้มองเห็นเนื้อตัวของแม่การะเกดได้ถนัดสายตา”ชายหนุ่มปลดเปลื้องผ้าผ่อนอย่างเร่งร้อน ก้มหน้าลงไปหาเด็กสาว ริมฝีปากหนาประกบจูบกลีบปากเต็มอิ่ม ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วสัดส่วนโค้งเว้าบอบบาง เรือนกายบึกบึนแทรกเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างข
ด้านนอก การต่อสู้ระหว่างพ่อหมอเมฆินทร์กับขจรยังไม่ยุติ ขจรรู้ว่าตนเองกำลังจะพ่ายแพ้จึงเพ่งจิตเรียกผีดิบบริวารมาช่วยแต่พ่อหมอดำไล่ตามมาจัดการกับผีดิบซึ่งเหลืออยู่แค่สามตนจนสิ้นซากผีดิบตนหนึ่งที่กระโจนใส่พ่อหมอเมฆินทร์ ถูกพ่อหมอดำเตะกระเด็นไปชนกำแพง แล้วก็โดนบุญส่งใช้ดาบฟันซ้ำ ในเวลาเดียวกับที่พ่อหมอเมฆินทร์สะบัดดาบหั่นร่างขจรขาดเป็นสองท่อนเดิมทีชายหนุ่มทั้งห้าตกลงกันว่าจะไปนอนที่เรือนของไกรในหมู่บ้านถลางใหญ่ ภายหลังที่ชิงตัวการะเกดกลับมาได้แล้ว แต่การะเกดยังไม่ได้สติ หากให้หล่อนขี่ม้าในสภาพนั้นจะเป็นอันตราย ทุกคนจึงค้างแรมในป่า และแยกย้ายกันเดินทางกลับเรือนตนเองในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่แม่ผัวกับลูกสะใภ้ ได้ปรับความเข้าใจกัน สตรีสองวัยซึ่งมีพื้นนิสัยคล้ายกันจึงผูกสายสัมพันธ์รักใคร่กลมเกลียว ประหนึ่งเป็นแม่ลูกที่พลัดพรากแล้วหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งคุณหญิงจำปาติดใจฝีมือการทำอาหารของลูกสะใภ้ จนไม่ยอมเดินทางกลับเรือนของตนเองที่หมู่บ้านถลางใหญ่เนื่องจากนางหลับนอนอยู่ในห้องพักทางด้านฝั่งทิศตะวันออกเช่นเดียวกันกับลูกชายและลูกสะใภ้ ตอนกลางคืนคู่รักข้าวปลามันจึงทำอะไรไม่ค่อยสะดวก“ตอนน
หลังจากชายหนุ่มทั้งสี่ ฝ่าด่านผีดิบจนมาถึงหน้าประตูกำแพงที่ล้อมรอบคฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีทองก้อน ขจรก็สั่งการให้ผีทหารหกตนไปจู่โจมพวกเขาพ่อหมอไกร บุญส่ง และปานถือดาบคู่ย่างเท้าเข้าหาผีทหารโดยไม่หวาดเกรง ดึงความสนใจของพวกมันไว้ เพื่อให้พ่อหมอเมฆินทร์ได้ชำระความแค้นส่วนตัว“ในที่สุดมึงก็วิ่งเร่มาหากูจนได้สินะ ไหนว่าตัดเป็นตัดตาย” ขจรโดนผลุงจากป้อมกำแพงลงมายืนด้านล่าง“มึงอุตส่าห์จัดขบวนรอต้อนรับเสียยิ่งใหญ่ กูไม่อยากให้เสียน้ำใจ” พ่อหมอเมฆินทร์ยิ้มเหยียดที่มุมปากไอ้ขจรคือเพื่อนทรยศที่ทำให้เขาต้องคำสาปเสือสมิงและมีสภาพเหมือนตายทั้งเป็น แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่มันฆ่าครอบครัวเสือสมิงห้าชีวิตเพื่อชิงเอาเขี้ยวเสือกลวง คนเลวระยำเยี่ยงไอ้ขจร สมควรไปอยู่ในนรก !“ได้ข่าวว่ามึงฝึกดาบทุกวัน คงคิดถึงกูมากสิท่า” พูดจบแล้วขจรก็ชักดาบพุ่งเข้าใส่พ่อหมอเมฆินทร์โดยไม่กล่าวเตือนล่วงหน้าแม้ว่าพ่อหมอไกร บุญส่ง และปานสามารถฝ่าด่านประตูกำแพงเข้ามาได้สำเร็จ แต่ทหารรับจ้างของท่านเศรษฐีใหญ่แห่งเมืองถลางล้วนเป็นคนมีฝีมือ และผ่านสนามการเข่นฆ่ามานักต่อนัก หัวหน้านายกองทหารวางแผนรับมือกับพวกเขามาเป็นอย่าง
ตอนที่เหลียวหลังกลับไปเห็นนวลเงื้อท่อนไม้ฟาดลงมาที่ต้นคอ การะเกดคิดว่าหล่อนคงไม่รอดตายแน่ จนกระทั่งรู้สึกตัวเพราะบ่าวไพร่ของเศรษฐีทองก้อนจับหล่อนแก้ผ้าอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณอย่างหนักมือ ราวกับจะถลกหนังหล่อนออกเหมือนลอกคราบงู“ไม่ต้องทาแป้งแต่งหน้า แค่สวมเสื้อผ้าใส่เครื่องทองให้หล่อนก็พอ ท่านเศรษฐีต้องการเห็นเนื้อแท้ของสาวงาม”บ่าวหญิงวัยกลางคนเดินมาตรวจสอบรูปโฉมของหล่อนโดยละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งจึงยอมปล่อยผ่านการะเกดนุ่งซิ่นไหมยกทองกับผ้าแถบสีงาช้างและสวมเสื้อผ่าอกสีทองเนื้อบางคลุมไหล่ เข็มขัดทองฉลุลวดลายที่คาดทับหน้านาง เน้นให้เห็นความคอดกิ่วของเอวบางและสัดส่วนโค้งเว้านูนเด่นตรงช่วงอกกลมกลึงกับสะโพกผายเส้นผมยาวตรงถูกเกล้าเป็นทรงสูงและปักด้วยปิ่น เปิดเผยใบหน้าเรียวรูปไข่และลำคอระหง หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อยแล้ว เด็กสาวก็ถูกฉุดลากออกมาข้างนอกสายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่ร่างเล็กเป็นจุดเดียว ไม่เว้นแม้แต่ทหารรับจ้างที่กำลังเฝ้ายามซึ่งแอบชำเลืองมองหล่อนหลายครั้งอย่างอดใจไม่ไหวขณะนั้นการะเกดยังมีอาการหัวหมุนตาลาย กว่าจะมีสติรู้สึกตัวว่าหล่อนกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ไอ้เศรษฐีบ้ากามก็ย่างสา
“อูยยย... ตอดดุ้นถี่ยิบเลย ผัวทำเมียเจ็บหรือจ๊ะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงห้าวพร่า ใบหน้าหล่อคมบิดเบ้ทรมาน สะโพกแกร่งบดโยกให้ช่องทางสวาทขมิบขยายเข้ากับขนาดพวงสวรรค์“มะ ไม่เจ็บจ้ะ... แต่จุกเสียดขึ้นมาถึงกลางอกเลย อื้อ...” เด็กสาวแยกขาชันเข่าขึ้นเพื่อเปิดทางให้เ
พ่อหมอเมฆินทร์ครางเสียงแหบ สองมือรั้งสะโพกผายเข้ามากระเด้ากระทั้น ยิ่งกดดันเข้าลึกร่องกลีบอวบอูมยิ่งขมิบดูดหนึบแน่น เขาเร่งขยับบั้นเอวกระทุ้งกระถอกลำลึงค์เข้าไปในความสาว กึ่งกลางกายของทั้งคู่อัดกระแทกเข้าหากันเน้น ๆ“อ๊ะ ๆ พี่เมฆินทร์จ๋า... ผัวจ๋า... อ๊า... อร๊า!”
พ่อหมอเมฆินทร์ก้มลงจูบเด็กสาวอย่างดุเดือดเร่าร้อน กอดรัดร่างบางไว้เต็มอ้อมแขนชายหนุ่มแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกึ่งกลางความเป็นหญิง ขยับสะโพกโยกเบียดจนหล่อนแฉะชื้น แล้วเสือกกายเข้าสู่รวงรูรัดรึงจนสุดขนาด ด้วยการสวมสอดตอกตรึงเพียงครั้งเดียว ความจุกเสียดคับแน่นนั้น ทำให้บุหงาเกร็งกระตุกตอดรัดรอบค
คืนนี้ดวงจันทร์ปรากฏให้เห็นเพียงครึ่งเสี้ยวดวงดาวสกาวแสงงามเป็นเจ้าฟ้า หลังจากดอกแก้วย้ายขึ้นไปอยู่บนเรือนใหญ่กับพ่อหมอดำ ที่เรือนรับรองหลังเล็กก็เหลือแค่บุหงากับการะเกดน้องสาวคนสุดท้องการะเกดอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน พอตกค่ำหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย แต่บุหงานอนไม่หลับจึงออกมานั่งรับลมที่นอกชานครั้







