LOGINถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ เพราะถึงไม่ถูกแก้มัดแต่ก็พอให้ขยับได้บ้าง ฉิงเทียนหมายจะส่งมือของเขาจับตรงส่วนอ่อนไหวของตนเองเพื่อชักนำ ทว่าก็ถูกใครบางคนทาบกายแนบแน่นเอาไว้เสียก่อน ส่วนกลางกายของฉิงเทียนถูไถไปกับหน้าท้องแบนราบ น้ำสีใสที่ปริดปริ่มทำลื่นไหลจนเจ็บแสบยามเสียดสี
เมื่อสัมผัสส่วนนั้นของตัวเองไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนมาใช้แขนทั้งสองข้างคล้องลำคอคนด้านบนแทน ในเมื่อระบายกับส่วนนั้นไม่ได้ เช่นนั้นเขาก็ขอใช้แผ่นหลังคนตรงหน้าแทนแล้วกัน ฉิงเทียนใช้ปลายเล็บจิกเกร็งเมื่อถูกอีกฝ่ายกระแทกโถมกายถี่กระชั้น ส่วนตรงนั้นของผู้ได้ชื่อว่าสามีสอดแทรกเข้ามาเสียลึกจนเขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไปแล้ว
ปฏิกิริยาของคนใต้ร่างราวกับว่าจะเร่งเร้าให้ทั้งสองไปถึงฝั่งฝัน ช่องทางด้านหลังของฉิงเทียนบีบรัดแน่น ร่างกายกระตุกเกร็งขับส่งน้ำคาวขุ่นออกมาอีกระลอก คนด้านบนก็โถมกายขยับสะโพกรัวเร็วจนในที่สุดก็ส่งตัวเองจนถึงฝั่งฝัน ขับส่งน้ำคาวขุ่นฝากฝังไว้ด้านในของผู้เป็นภรรยาพร้อม ๆ กัน
เรือนร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนบางขยับไปมาหาที่พักพิง หลบซ่อนจากความหนาวเย็นที่ร่างกายได้รับ ทว่าเมื่อได้ขยับแค่เพียงน้อยนิด เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บร้าวระบมที่ช่วงเอวจนอดไม่ได้ที่จะต้องส่งเสียงร้องครางออกมา “โอ๊ย!”
ฉิงเทียนค่อย ๆ ลืมตาพร้อมกับส่งมือข้างหนึ่งนวดคลึงบริเวณสะโพกกลม กลับต้องเบิกตากว้างเพราะความตกใจที่เผลอสัมผัสเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ด้านหลัง ความรู้สึกเหมือนก้อนบางอย่างที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับลมหายใจ เขาค่อย ๆ เอี้ยวใบหน้าเพื่อเพ่งมองว่ามือของตนเองสัมผัสอยู่กลับสิ่งใด
พลันก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เพราะสิ่งที่มือเขาสัมผัสยามนี้คือหน้าท้องที่เรียงตัวสวยของบุรุษที่นอนเปลือยกายไม่ต่างจากเขา เพียงแค่ในยามนี้ร่างของทั้งคู่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกปิดส่วนน่าอายเอาไว้เท่านั้น
เขาค่อย ๆ ดึงมือกลับเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่น
ฉิงเทียนได้แต่ลอบถอนหายใจคิดไม่ตกกับเรื่องเมื่อคืน เขาตายไปแล้วไม่ผิดแน่ เนื้อหนังที่เต่งตึงเช่นนี้ไม่มีทางเป็นของเขา ชาติก่อนหน้าเขารู้ดีว่าร่างกายเขาเป็นเช่นไร ทั้งชราและไร้กำลัง แต่ยามนี้เขากลับมีร่างกายราวกับเด็กหนุ่ม ฉิงเทียนส่ายศีรษะไปมาเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ความเจ็บร้าวระบมเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝัน บุรุษที่นอนด้านข้างเขาก็ไม่ใช่ความฝันกว่าที่เขาจะทำใจยอมรับได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน ฉิงเทียนหยัดกายหมายจะลุกขึ้นจากเตียงนอน ความเหนอะหนะช่วงล่างเป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อคืนเขาและบุรุษข้าง ๆ ได้ร่วมรักเป็นสามีภรรยากันแน่แท้แล้ว ทว่ายังไม่ทันได้สำรวจเรือนร่าง จู่ ๆ ร่างของเขาก็ถูกคว้าเอาไว้จากด้านหลัง เป็นผลให้เขาเสียหลักล้มตัวลงบนแผ่งอกกำยำที่เพิ่งจะผละออกได้เมื่อไม่นาน
“โอ๊ย เจ้าบ้า เจ้าทำสิ่งใดของเจ้าอีก” เขาโวยลั่นทันที อุตส่าห์ค่อย ๆ ลุกเพราะเจ็บตรงส่วนนั้น กลับต้องล้มลงอย่างแรงทำให้ความเจ็บปวดที่ไม่ค่อยบรรเทาระบมขึ้นมาอีก
“ชายาข้า เหตุใดเจ้าจึงตื่นไวนัก เมื่อคืนเจ้าคงจะอ่อนเพลียและหมดแรง เหตุใดไม่นอนต่ออีกเสียหน่อย” ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ไปตามลำคอระหง เขาสูดดมกลิ่นหอมจากเนื้อตัวของภรรยาก่อนจะใช้ฟันขบเบา ๆ อย่างหมั่นไส้ “หรือว่าเจ้าอยากให้ข้ากอดเจ้าเช่นเมื่อคืนนี้อีกหน”
“กอดกับมารดาเจ้าเถิด อื้อ ข้าบอกให้หยุด ไม่…อย่าจับตรงนั้น” ฉิงเทียนโวยวายอีกครั้งพร้อมกับดิ้นไปมาในอ้อมแขนแกร่ง จู่ ๆ ก็ถูกอีกฝ่ายล่วงล้ำสัมผัสส่วนอ่อนไหวที่ยามนี้เขาเจ็บแสบจากการเสียดสีและปลดปล่อยมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเมื่อกับสมองและร่างกายไม่สัมพันธ์กันเสียอย่างนั้น ร่างกายของเขากลับตอบสนองได้ดีเสียราวกับว่าเป็นของคนอื่น ส่วนที่ถูกปลุกปั้นจากคนด้านหลังแข็งชันขึ้นมาอีกหน
“ส่วนตรงนี้ของเจ้าดูเหมือนจะไม่อยากให้ข้าหยุด”
ฉิงเทียนเบิกตากว้างเมื่อช่องทางด้านหลังก็เหมือนจะถูกรุกล้ำด้วยเช่นนั้น เมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายสะกิดลงบนจีบนุ่มและบวมช้ำเนื่องจากการสอดใส่แทบตลอดทั้งคืนก็ต้องสะดุ้งจนตัวโยน
“ข้าเจ็บ” เขาร้องบอกด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“ข้ารู้ ข้าแค่จะดูว่าส่วนนี้เจ้าบาดเจ็บมากหรือไม่” วาจาอ่อนโยนทำให้ฉิงเทียนค่อย ๆ คลายกังวล แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีเท่าไหร่ เมื่ออีกฝ่ายใช่น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู “ส่วนตรงนี้ข้าตื่นขึ้นมาอีกแล้ว หากเจ้าช่วยข้าปลดปล่อย ข้าสัญญาจะไม่ล่วงล้ำส่วนตรงนั้นของเจ้า”
ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนโดนสวรรค์ลงโทษส่งสายฟ้าผ่าลงที่กลางศีรษะอย่างจัง แต่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดในยามนี้ เขาจึงได้แต่พยักหน้าตอบตกลง “แล้วข้าต้องทำเช่นไร”
ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาไม่เพียงไม่ตอบ แต่ใช้มือหนาจับที่ข้อมือของฉิงเทียนแทน ก่อนจะให้ฉิงเทียนกอบกุมส่วนอ่อนไหวของเขา และเขาก็กอบกุมส่วนอ่อนไหวของฉิงเทียนแทน
ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีขยับข้อมือชักนำเป็นตัวอย่างว่า ฉิงเทียนต้องปฏิบัติเช่นไร ฉิงเทียนขยับข้อมือขึ้นลงช้า ๆ อย่างที่อีกฝ่ายสัมผัส เสียงหอบหายใจของทั้งสองราวกับเป็นเสมือนตัวเร่งให้ห้วงอารมณ์ของทั้งคู่พุ่งไปสู่จุดสูงสุด การชักนำแผ่วเบาและเนิบช้าถูกเร่งเร้าจังหวะจนต้องหอบหายใจถี่รัว ฉิงเทียนกระตุกเกร็ง ร่างกายปลดปล่อยออกมาก่อนจนเต็มฝ่ามือหนา หลังจากนั้นไม่นานส่วนที่ฉิงเทียนกอบกุมอยู่ก็ปลดปล่อยน้ำคาวขุ่นออกมาไล่เลี่ยกัน
“เจ้ารังเกียจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นสามี ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า นั่นเพราะเกรงกลับกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย พลันน้ำสีใสก็ค่อย ๆ เอ่อล้นจนไหลอาบสองแก้มขาว“จะ…เจ้ารังเกียจข้าแล้วจริง ๆ ด้วย”อารามตกใจ เหวินหวงทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่รินไหลของผู้เป็นชายา ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่ร่างเล็กตรงหน้าเข้าใจมือหนารีบดังร่างของชายาเข้ามากอด ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ทว่าฉิงเทียนก็ขัดขืนเอาไว้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานแรงของเหวินหวงได้“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าสักนิดชายาข้า ข้ารักเจ้าออกปานนี้”“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงแอบมาทำเช่นนี้ลับหลังข้า อีกทั้งไม่ยอมสัมผัสข้า” คนร้องไห้เอ่ยถามเสียงอู้อี้เหวินหวงชั่งใจสักพักตัดสินใจว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กลับฉิงเทียนดีหรือไม่ แต่เพราะไม่ต้องการให้ฉิงเทียนเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้เขาก็จำเป็นต้องบอก แม้ว่ามันจะดูน่าละอายก็ตามที มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสศีรษะของชายา ลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าถูกแทนที่ด้วยแสงจันทราสีนวลสบายตา ร่างเล็กกระชับอาภรณ์ผืนหน้าห่อร่างกายหลบซ่อนจากสายลมเย็นในยามค่ำคืน ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนเหม่อลอย แม้ความเหน็บหนาวจากภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าใดนัก ทว่าภายในใจของฉิงเทียนยามนี้กลับรู้สึกชาไปเสียจนหมดหลายวันมานี้เหวินหวงมีท่าทีแปลกไป ชอบหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขาหรือต่อให้เผชิญหน้ากันเหวินหวงก็จะเป็นฝ่ายหนีไปเสียทุกครั้ง แม้คราแรกเขาไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูอาหลิ่งบุตรชายที่เกิดจากเขาและเหวินหวง ทว่านานเข้าก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นกระทั่งหลายวันมานี้เหวินหวงยังเข้านอนช้า และทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่หลับไปเสียก่อนเพราะเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นก็ไม่พบสามีนอนข้างกายแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ข้างเตียงและที่ร่างกายเขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่มีโอกาสแม้จะได้คุยกันสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเป็นเช่นนี้ ใบหน้าหวานเศร้าหมองเมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้คำตอบ ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสคลอหน่วง พยายาม
ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด การง้องอนชายาเป็นสิ่งที่ราชาปีศาจอย่างเขาเข้าใจได้ยากที่สุด เพราะไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด อีกทั้งยังไม่ต้องใส่ใจกับความรู้สึกผู้อื่น ผิดกับฉิงเทียนที่เขาไม่อาจละเลยสิ่งนั้นไปได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและวุ่นวาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ฐานะของสามีอาภรณ์ที่สวมแล้วทั้งหมดถูกร่างใหญ่หอบขึ้นไว้แนบอก เขาจำได้ว่าฉิงเทียนเคยบ่นถึงตอนที่ต้องอยู่ลำพังว่าตนเองทำงานหนักขนาดไหน เขาอยากจะลองดู เผื่อจะได้เข้าใจบ้างว่าที่ชายาของเขาบ่นอยู่ตลอดทั้งวันนั่นเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยการนำอาภรณ์ทั้งหมดพวกนี้ไปซัก“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เสียงหวานเอ่ยถามเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มอาหลิ่งมาด้วยในอ้อมกอด เด็กน้อยลูกปีศาจหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของมารดา ไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของผู้เป็นพ่อและแม่ในยามนี้“อาหลิ่งหลับแล้วหรือ” อาหลิ่งหรือก็เหวินหลิ่ง บุตรชายของผู้เป็นสายเลือดของราชาปีศาจ ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“หลับแล้ว แล้วนั่นเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด”“ข้าคิดว่าข้ากำลังอยากจะลองซักผ้าดูบ้าง เห็นเจ้าเคยบอกว่าทำมันแล้วเหนื่อยมาก อีกอย่างบางทีเจ้าอาจจะหายโกรธข้า” เ
เป็นอีกครั้งที่เหวินหวงตอบรับด้วยการพยักหน้าช้า ๆ เขายอมรับอย่างง่ายดาย “เป็นข้า”“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าเจ้าก้อนประหลาดหน้าตาน่าเกลียดนั่นเหมือนเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เหตุใดยามนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจหน้าตาเช่นเจ้าแบบนี้ได้กันนะ” ฉิงเทียนเอ่ยหลอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้บนใบหน้าของเหวินหวง“เจ้าอยากรู้หรือ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของ เหวินหวง เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั้นก็ฉุดร่างของชายาให้ขึ้นมานั่งบนตัก“เหตุใดข้าต้องเปลืองตัวเช่นนี้ด้วยเล่า” ฉิงเทียนบ่นอุบ ทว่าก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหนซ้ำยังยกแขนทั้งสองข้างโอบรัดรอบลำคอแกร่งอีกด้วย“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีอารมณ์เล่าให้เจ้าฟังเสียแล้ว”“เช่นนั้นข้าไปนอนก็ได้”ฉิงเทียนทำท่าจะลุกขึ้นทว่ามือหนาก็โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้เสียก่อน“หลังจากที่เสียวฉีไล่ข้าที่อยู่ในร่างของแมวตัวนั้นออกไป ยามนั้นข้าสับสนและหวาดกลัว จึงได้แต่หลบซ่อนกายไม่กล้าไปไหนไกล ข้าเห็นคนพวกนั้นจับเสียวฉีมัด ก่อนที่ร่างของเสียวฉีจะมอดไหม้ต่อหน้าข้า…” เหวินหวงกัดฟันเล่าด้วยความโกรธแค้น แววตาเศร้าหมองวูบไหวฉิงเทียนที่นั่งจ้องอยู่แล้วจึงเห็นและสัมผัสได
“โอ๊ย! ขะ…ข้าปวดท้อง” เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นกลางดึกสงัด ท่ามกลางความมืดมิดร่างเล็กบิดกายไปมาเพราะอาการเจ็บบริเวณท้องอย่างกะทันหัน มือข้างหนึ่งกอดกุมช่วงท้องของตนเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามควานไปทั่วเพื่อหาใครอีกคนที่เขาจำได้ดีว่าก่อนเข้านอน อีกฝ่ายยังนอนกอดร่างเขาเอาไว้ไม่ห่างกาย ทว่ายามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ว่า“เจ้าปีศาจบ้า เจ้าบ้าเหวินหวง เจ้าหายหัวไปที่ใดอีกแล้ว”ฉิงเทียนตะเบ็งเสียงแข่งกับความเจ็บปวดที่ได้รับ เผื่อหวังว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง ทว่านั่นทำให้เขาได้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอันใด ยิ่งนานขึ้นกลับยิ่งเจ็บมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าเหวินหวงหายตัวไปไหนในยามนี้ ในตอนที่เขาเอ่ยไล่ให้ไปเสียให้พ้นเจ้าตัวกลับทำตัวติดเขาจนเสียน่ารำคาญ ที่ยามนี้เมื่อเขาต้องการกลับหาตัวไม่พบ“เจ้าบ้าเหวินหวง ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว ข้าขอถอนคำพูดเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าตาย ยามนี้ข้าอยากให้เจ้าตายไปเสีย เจ้าบ้ายังไม่รีบมาหาข้าอีก ข้าเจ็บจะตายก่อนเจ้าอยู่แล้ว”หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นทวี ภายในใจของฉิงเทียนทั้งหวาดกลัวและกังวล เขารู้ดีว่า
เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้แมวป่าตัวนั้นหนีไป มันลังเลเล็กน้อยทว่าสุดท้ายก็ยอมกระโดดออกจากหน้าต่างหนีไปตามที่เด็กหนุ่มบอก เป็นจังหวะเดียวกับพวกคนด้านนอกตะโกนเข้ามาพอดี และก็โชคดีที่พวกเขาไม่ทันเห็นแมวป่าที่หนีออกไป“จับตัวเด็กคนนั้นไว เด็กนั่นช่วยเหลือปีศาจ ยามนี้ได้ถูกปีศาจครอบงำแล้ว” ฉิงเทียนลนลานเมื่อเห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาหมายจะจับเด็กหนุ่มออกไป เขาพยายามจะเข้าไปช่วยทว่ากลับคว้าได้เพียงแค่อากาศ ซ้ำยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้องใดออกมาได้ ทำได้มากสุดคือการเดินตามคนพวกนั้นที่จับตัวเด็กหนุ่มออกไปลานกว้างหน้าอารามปรากฏชาวบ้านนับสิบยืนรายล้อม พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่าง ทว่าฉิงเทียนก็เริ่มหวาดหวั่นเมื่อชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มทยอยขนท่อนไม้มาวางบริเวณที่เว้นว่างเอาไว้ เสียงด่าทอประสมจนปนเปจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มก็ถูกหิ้วออกมา นั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านก่นด่าด้วยเสียงที่ดังขึ้น“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพียงแค่หลงผิด หากเจ้ายอมบอกที่ซ่อนของปีศาจ ข้าจะถือว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”เมื่อเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ตะโกนด่าทอสาปแช่งก็หยุดลงในทันที ร่างหลวงจีนปรากฏกายพร้อม

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





