登入ฉิงเทียนครวญครางส่งเสียงหวานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกปรนเปรอจนเขาแทบไม่หลงเหลือสติให้ปฏิเสธ ร่างกายตอบสนองเป็นอย่างดีไปแทบทุกส่วน เพียงไม่นานเขาก็ปลดปล่อยอารมณ์ ขับส่งน้ำคาวขุ่นจนเต็มฝ่ามือหนาอีกหน
“เจ้าปลดปล่อยออกมาเสียเยอะ เจ้าคงจะรู้สึกดีไม่น้อย ดูเหมือนเจ้าเองก็พร้อมแล้ว ครานี้เห็นทีเป็นข้าบ้างที่ต้องปลดปล่อย” เขาจับให้ร่างของฉิงเทียนพลิกคว่ำหน้าลงกับเตียง ร่างกายที่เพิ่งเสร็จสมไปอ่อนล้า ไม่ว่าเขาจะจัดแจงท่าทางเช่นไรร่างบางตรงหน้าก็ไม่ขัดขืน
เมื่อได้ท่วงท่าที่เหมาะสมควรแก่การสอดใส่ตัวตนเองเขา เขาไม่รีรอที่จะสอดแทรกส่วนใหญ่โตเข้าไปทางช่องในที่ขมิบเชิญชวนอยู่ตรงหน้าเขาทันที
ฉิงเทียนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสิ่งแปลกปลอมดุนดันสอดแทรกเข้ามา ทว่าช่องทางของเขาได้ขยับขยายเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้าทำให้ไม่รู้สึกเจ็บมากอย่างที่คิดเอาไว้ แต่นั่นก็เพียงพอทำให้เขารู้ตัวว่ากำลังจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อจากนี้
“เดี๋ยวก่อน” เขาร้องห้าม พร้อมกับชันตัวขึ้น เอี้ยวใบหน้าที่เคล้าคลอหยาดน้ำตาหันมามองผู้อยู่ด้านหลัง “จะ…เจ้าจะใส่มันเข้ามาหรือ ขะ…ข้าว่ามันใหญ่เกินกว่าที่จะเข้ามาในตัวข้า เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าและเจ้ามานั่งคุยกันแบบปกติเถิด”
และดูเหมือนว่าการเจรจาอย่างสันติของฉิงเทียนจะไม่เป็นผล
“เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ช่องทางของเจ้าทั้งชื้นและแฉะ เต็มไปด้วยน้ำรักที่เจ้าปลดปล่อย หากเจ้ายังเจ็บอยู่ก็แค่เอ่ยบอกข้า ข้าจะสอดใส่เข้าไปอย่างแผ่วเบา” เขาใช้มือช้อนใต้เอวของ
ฉิงเทียนให้สูงขึ้น พร้อมทั้งยึดสะโพกทั้งสองข้างเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหาเรื่องขยับหนี ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกตัวตนที่แข็งขืนจนปวดตึบเข้าไปอย่างช้า ๆ ดั่งที่เขาได้รับปากเอาไว้เกิดมาทั้งชีวิตฉิงเทียนเคยได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเพราะถูกจับใส่ชุดเจ้าสาวส่งขึ้นเกี้ยวให้แด่ราชันปีศาจก็จริง ทว่าความจริงแล้วก็ไม่ต่างจากการถูกเอามาทิ้งไว้เพียงลำพัง และปล่อยให้ตายไปอย่างโดดเดี่ยว เช่นนั้นการร่วมรักเช่นสามีภรรยาอย่างที่ถูกกระทำอยู่เช่นนี้เขาไม่เคยมาก่อน ความหวาดกลัวและหวาดหวั่นต่อผู้ที่เอ่ยอ้างว่าเป็นสามีจึงมีไม่น้อยด้วยเช่นกัน
ฉิงเทียนอดกลั้นและฝืนทนความเจ็บปวด เขาขบเม้มริมฝีปากจนห้อเลือดเมื่อรู้สึกถึงส่วนใหญ่โตของอีกฝ่ายที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เข้าในด้านในตัวของเขา
“ขะ…ข้าเจ็บ” เขาร้องบอกเมื่อรู้สึกเช่นนั้น ก่อนจะขยับส่ายสะโพกไปมาเพื่อหวังว่าตัวตนของอีกฝ่ายจะหลุดออก
“ชายาข้า หากเจ้าเอาแต่ขยับไปมาเช่นนี้ บางทีตรงนี้ของเจ้าอาจจะเลือดออก” และก็คำพูดของเขาดูเหมือนจะได้ผลดีไม่น้อยเมื่อสะโพกที่ส่ายหนีไปมาหยุดลงทันที
“ละ...เลือดออกเชียวหรือ จะ…เจ้าบอกว่าเป็นสามีข้า เจ้าคงไม่ทำเช่นนั้นกับภรรยาของเจ้าใช่หรือไม่ ข้าเจ็บมากเลย” เขาเว้าวอนให้อีกฝ่ายเห็นใจและยอมอ่อนข้อให้
ทว่าแววตาน่าสงสารที่ฉิงเทียนใช้เป็นเครื่องต่อรองกลับไม่ได้ทำให้เขาหลุดพ้นจากความจริงที่ว่าผู้แอบอ้างว่าเป็นสามีจะหยุดกระทำและยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่นั่นกลับเป็นการกระตุ้นให้อีกฝ่ายเร่งเร้าฝากฝังตัวตนเสียมากกว่า
“อดทนหน่อย ข้าเองก็รู้สึกปวดไม่ต่างจากเจ้า ตรงนี้ของเจ้ารัดข้าจนขยับไม่ได้” เขาโน้มกายทาบทับ เอ่ยกระซิบแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบเบา ๆ ที่ลำคอระหง
ฉิงเทียนขนลุกไปทั่วทั้งร่าง อดยอมรับไม่ได้ว่าในความรู้สึกเจ็บยังมีความรู้ดีปะปนอยู่ด้วยไม่น้อย ริมฝีปากอุ่นชื้นที่กดจูบลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างอ่อนโยน อดไม่ได้เลยที่จะเผลอไผลและคล้อยตาม ไม่กี่ชั่วครู่ต่อมาร่างของเขาก็โยกโยนด้วยแรงขับโยกจากคนด้านหลัง ความเสียวกระสันที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนกับครั้งก่อนหน้าที่เขาได้ปลดปล่อยเทียบไม่ได้เลยกับยามนี้ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบินวนอยู่ในภายในท้องทุกครั้งที่ปลายของส่วนใหญ่โตกระแทกเข้ามาด้านใน
“ขะ…ข้างในของข้ารู้สึกแปลก ๆ” เขาเอ่ยเสียงหวานเคล้าคลอกับเสียงครางไม่ได้ศัพท์
“เจ้ารู้สึกดี ชายาข้า ข้างในของเจ้าเองก็รู้สึกดีไม่น้อยเช่นกัน” ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีอย่างเต็มตัวเอ่ยบอกเสียงแหบพร่า สวนส่งขยับสะโพกให้ถี่เร็วขึ้นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้ออย่างหยาบโลน
แข้งขาทั้งสองข้างของเขายามนี้แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงให้พยุงกาย เขาปล่อยให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรง นอนทิ้งราบแนบพื้นเตียง หอบหายใจถี่กระชั้นเพราะความรู้สึกดีที่ได้รับนั้นมีมากเกินไป ทว่าสะโพกกลมทั้งสองข้างของเขาถูกมือหนายึดตรึงเอาไว้เพื่อบดเบียดส่วนใหญ่โต
“ขะ...ข้าทนไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงผะแผ่วเอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่น ขาดห้วงเสียงจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ทว่าคนที่อยู่ด้านหลังกลับรู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใด
“ข้าเองก็เช่นกัน” เขาเอ่ยตอบพร้อมกับหยุดกระแทกส่วนแข็งขืน จากนั้นก็เปลี่ยนท่าทางให้คนใต้ร่างพลิกกายหันมาเผชิญหน้ากับเขา เรือนร่างคนตรงหน้าแดงก่ำไม่แพ้กับใบหน้า ส่วนอ่อนไหวกลางกายกระตุกเบา ๆ ส่วนปลายปริดปริ่มน้ำสีใสจนฉ่ำเยิ้ม คนตรงหน้าของเขาช่างดูยั่วยวนเสียจนเขาแทบอดกลั้นไม่ไหว
ตัวตนของผู้เป็นสามีถูกสอดแทรกเข้าไปอีกครั้ง ฉิงเทียนสะดุ้งเล็กน้อย ทว่าไม่ได้รู้สึกเจ็บดังเช่นครั้งแรกอีกแล้ว ราวกับว่าตนเองและคนตรงหน้าเข้ากันได้ดีจนเกินไป
“กะ…แก้มัด หะ…ให้ข้า”
ฉิงเทียนร้องขอทั้งใบหน้าที่เคล้าคลอหยาดน้ำตา เขาทนไม่ไหวเพราะต้องการปลดปล่อย อีกทั้งยังขยับไม่ได้ดั่งที่ใจนึกคิด ทว่าคนที่โหมสะโพกบดเบียดส่วนนั้นกลับไม่ได้ใจดีอย่างที่คิดไว้ เขาไม่เพียงไม่แก้มัดให้กับฉิงเทียน เขากลับทำแค่เพียงคลายปมให้หลวมขึ้นพอที่ให้อีกฝ่ายไม่ต้องเจ็บปวดยามที่บิดไปมาเท่านั้น
“เจ้ารังเกียจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นสามี ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า นั่นเพราะเกรงกลับกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย พลันน้ำสีใสก็ค่อย ๆ เอ่อล้นจนไหลอาบสองแก้มขาว“จะ…เจ้ารังเกียจข้าแล้วจริง ๆ ด้วย”อารามตกใจ เหวินหวงทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่รินไหลของผู้เป็นชายา ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่ร่างเล็กตรงหน้าเข้าใจมือหนารีบดังร่างของชายาเข้ามากอด ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ทว่าฉิงเทียนก็ขัดขืนเอาไว้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานแรงของเหวินหวงได้“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าสักนิดชายาข้า ข้ารักเจ้าออกปานนี้”“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงแอบมาทำเช่นนี้ลับหลังข้า อีกทั้งไม่ยอมสัมผัสข้า” คนร้องไห้เอ่ยถามเสียงอู้อี้เหวินหวงชั่งใจสักพักตัดสินใจว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กลับฉิงเทียนดีหรือไม่ แต่เพราะไม่ต้องการให้ฉิงเทียนเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้เขาก็จำเป็นต้องบอก แม้ว่ามันจะดูน่าละอายก็ตามที มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสศีรษะของชายา ลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าถูกแทนที่ด้วยแสงจันทราสีนวลสบายตา ร่างเล็กกระชับอาภรณ์ผืนหน้าห่อร่างกายหลบซ่อนจากสายลมเย็นในยามค่ำคืน ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนเหม่อลอย แม้ความเหน็บหนาวจากภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าใดนัก ทว่าภายในใจของฉิงเทียนยามนี้กลับรู้สึกชาไปเสียจนหมดหลายวันมานี้เหวินหวงมีท่าทีแปลกไป ชอบหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขาหรือต่อให้เผชิญหน้ากันเหวินหวงก็จะเป็นฝ่ายหนีไปเสียทุกครั้ง แม้คราแรกเขาไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูอาหลิ่งบุตรชายที่เกิดจากเขาและเหวินหวง ทว่านานเข้าก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นกระทั่งหลายวันมานี้เหวินหวงยังเข้านอนช้า และทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่หลับไปเสียก่อนเพราะเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นก็ไม่พบสามีนอนข้างกายแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ข้างเตียงและที่ร่างกายเขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่มีโอกาสแม้จะได้คุยกันสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเป็นเช่นนี้ ใบหน้าหวานเศร้าหมองเมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้คำตอบ ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสคลอหน่วง พยายาม
ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด การง้องอนชายาเป็นสิ่งที่ราชาปีศาจอย่างเขาเข้าใจได้ยากที่สุด เพราะไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด อีกทั้งยังไม่ต้องใส่ใจกับความรู้สึกผู้อื่น ผิดกับฉิงเทียนที่เขาไม่อาจละเลยสิ่งนั้นไปได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและวุ่นวาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ฐานะของสามีอาภรณ์ที่สวมแล้วทั้งหมดถูกร่างใหญ่หอบขึ้นไว้แนบอก เขาจำได้ว่าฉิงเทียนเคยบ่นถึงตอนที่ต้องอยู่ลำพังว่าตนเองทำงานหนักขนาดไหน เขาอยากจะลองดู เผื่อจะได้เข้าใจบ้างว่าที่ชายาของเขาบ่นอยู่ตลอดทั้งวันนั่นเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยการนำอาภรณ์ทั้งหมดพวกนี้ไปซัก“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เสียงหวานเอ่ยถามเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มอาหลิ่งมาด้วยในอ้อมกอด เด็กน้อยลูกปีศาจหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของมารดา ไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของผู้เป็นพ่อและแม่ในยามนี้“อาหลิ่งหลับแล้วหรือ” อาหลิ่งหรือก็เหวินหลิ่ง บุตรชายของผู้เป็นสายเลือดของราชาปีศาจ ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“หลับแล้ว แล้วนั่นเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด”“ข้าคิดว่าข้ากำลังอยากจะลองซักผ้าดูบ้าง เห็นเจ้าเคยบอกว่าทำมันแล้วเหนื่อยมาก อีกอย่างบางทีเจ้าอาจจะหายโกรธข้า” เ
เป็นอีกครั้งที่เหวินหวงตอบรับด้วยการพยักหน้าช้า ๆ เขายอมรับอย่างง่ายดาย “เป็นข้า”“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าเจ้าก้อนประหลาดหน้าตาน่าเกลียดนั่นเหมือนเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เหตุใดยามนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจหน้าตาเช่นเจ้าแบบนี้ได้กันนะ” ฉิงเทียนเอ่ยหลอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้บนใบหน้าของเหวินหวง“เจ้าอยากรู้หรือ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของ เหวินหวง เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั้นก็ฉุดร่างของชายาให้ขึ้นมานั่งบนตัก“เหตุใดข้าต้องเปลืองตัวเช่นนี้ด้วยเล่า” ฉิงเทียนบ่นอุบ ทว่าก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหนซ้ำยังยกแขนทั้งสองข้างโอบรัดรอบลำคอแกร่งอีกด้วย“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีอารมณ์เล่าให้เจ้าฟังเสียแล้ว”“เช่นนั้นข้าไปนอนก็ได้”ฉิงเทียนทำท่าจะลุกขึ้นทว่ามือหนาก็โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้เสียก่อน“หลังจากที่เสียวฉีไล่ข้าที่อยู่ในร่างของแมวตัวนั้นออกไป ยามนั้นข้าสับสนและหวาดกลัว จึงได้แต่หลบซ่อนกายไม่กล้าไปไหนไกล ข้าเห็นคนพวกนั้นจับเสียวฉีมัด ก่อนที่ร่างของเสียวฉีจะมอดไหม้ต่อหน้าข้า…” เหวินหวงกัดฟันเล่าด้วยความโกรธแค้น แววตาเศร้าหมองวูบไหวฉิงเทียนที่นั่งจ้องอยู่แล้วจึงเห็นและสัมผัสได
“โอ๊ย! ขะ…ข้าปวดท้อง” เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นกลางดึกสงัด ท่ามกลางความมืดมิดร่างเล็กบิดกายไปมาเพราะอาการเจ็บบริเวณท้องอย่างกะทันหัน มือข้างหนึ่งกอดกุมช่วงท้องของตนเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามควานไปทั่วเพื่อหาใครอีกคนที่เขาจำได้ดีว่าก่อนเข้านอน อีกฝ่ายยังนอนกอดร่างเขาเอาไว้ไม่ห่างกาย ทว่ายามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ว่า“เจ้าปีศาจบ้า เจ้าบ้าเหวินหวง เจ้าหายหัวไปที่ใดอีกแล้ว”ฉิงเทียนตะเบ็งเสียงแข่งกับความเจ็บปวดที่ได้รับ เผื่อหวังว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง ทว่านั่นทำให้เขาได้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอันใด ยิ่งนานขึ้นกลับยิ่งเจ็บมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าเหวินหวงหายตัวไปไหนในยามนี้ ในตอนที่เขาเอ่ยไล่ให้ไปเสียให้พ้นเจ้าตัวกลับทำตัวติดเขาจนเสียน่ารำคาญ ที่ยามนี้เมื่อเขาต้องการกลับหาตัวไม่พบ“เจ้าบ้าเหวินหวง ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว ข้าขอถอนคำพูดเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าตาย ยามนี้ข้าอยากให้เจ้าตายไปเสีย เจ้าบ้ายังไม่รีบมาหาข้าอีก ข้าเจ็บจะตายก่อนเจ้าอยู่แล้ว”หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นทวี ภายในใจของฉิงเทียนทั้งหวาดกลัวและกังวล เขารู้ดีว่า
เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้แมวป่าตัวนั้นหนีไป มันลังเลเล็กน้อยทว่าสุดท้ายก็ยอมกระโดดออกจากหน้าต่างหนีไปตามที่เด็กหนุ่มบอก เป็นจังหวะเดียวกับพวกคนด้านนอกตะโกนเข้ามาพอดี และก็โชคดีที่พวกเขาไม่ทันเห็นแมวป่าที่หนีออกไป“จับตัวเด็กคนนั้นไว เด็กนั่นช่วยเหลือปีศาจ ยามนี้ได้ถูกปีศาจครอบงำแล้ว” ฉิงเทียนลนลานเมื่อเห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาหมายจะจับเด็กหนุ่มออกไป เขาพยายามจะเข้าไปช่วยทว่ากลับคว้าได้เพียงแค่อากาศ ซ้ำยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้องใดออกมาได้ ทำได้มากสุดคือการเดินตามคนพวกนั้นที่จับตัวเด็กหนุ่มออกไปลานกว้างหน้าอารามปรากฏชาวบ้านนับสิบยืนรายล้อม พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่าง ทว่าฉิงเทียนก็เริ่มหวาดหวั่นเมื่อชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มทยอยขนท่อนไม้มาวางบริเวณที่เว้นว่างเอาไว้ เสียงด่าทอประสมจนปนเปจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มก็ถูกหิ้วออกมา นั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านก่นด่าด้วยเสียงที่ดังขึ้น“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพียงแค่หลงผิด หากเจ้ายอมบอกที่ซ่อนของปีศาจ ข้าจะถือว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”เมื่อเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ตะโกนด่าทอสาปแช่งก็หยุดลงในทันที ร่างหลวงจีนปรากฏกายพร้อม







