FAZER LOGIN“ข้าอยากอาบน้ำ” ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความขัดเขิน เอ่ยบอกสามีทันทีที่หายเหนื่อย เนื้อตัวเหนอะหนะไม่พอ ซ้ำเมื่อครู่ยังปลดปล่อยออกมาจนเปรอะเปื้อนด้วยกันทั้งคู่
ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีหยัดยิ้มก่อนจะขยับกายลุกขึ้นจากเตียงนอน ทำให้ร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของฉิงเทียน ดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อทันที เมื่อได้เห็นเรือนร่างของคนตรงหน้าก็ทำเอาอดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้
“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เขาตกใจเพราะจู่ ๆ ก็ถูกอุ้มขึ้นจากเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัว
“เจ้าบอกอยากอาบน้ำ ข้าก็กำลังจะพาไป”
“ขะ...ข้าเดินเองได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องอุ้มไปเช่นนี้”
“เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากเดินไปเอง” เขาเอ่ยถาม จากนั้นใบหน้าอ่อนหวานในอ้อมกอดก็ขึ้นสีเมื่อเขาก้มลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู “ตรงนั้นของเจ้าเหนอะหนะไปด้วยน้ำของข้า เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะเดินไปด้วยตนเอง”
ริมฝีปากเรียวเล็กเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ก่อนจะจำใจส่ายศีรษะเบา ๆ เป็นการปฏิเสธ ผู้ได้ชื่อว่าสามีหยัดยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินอุ้มร่างของภรรยาไปยังพื้นที่ใช้สำหรับอาบน้ำ
สระน้ำขนาดใหญ่ปรากฏต่อสายตาของฉิงเทียน เกิดมาเขาเพิ่งเคยเห็นสระอาบน้ำขนาดใหญ่เช่นนี้เป็นครั้งแรก นัยน์ตาทั้งของข้างทอประกายเมื่อพบเจอสิ่งที่ถูกอกถูกใจ มือเล็ก ๆ สะกิดเบา ๆ ที่ต้นแขนของผู้ที่โอบอุ้มอยู่เพื่อเป็นการบอกว่าเขาต้องการลงไปแช่น้ำจนใจจะขาดอยู่แล้ว
ร่างหนาค่อย ๆ หย่อนกายภรรยาให้ลงแช่ในน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอยู่เต็มสระส่งกลิ่นหอมชวนให้ผ่อนคลาย เมื่อเห็นภรรยาตื่นเต้นและชอบใจเขาก็เดินลงตามไปแช่ในน้ำด้วยเช่นกัน
“ดูเหมือนชายาข้าจะชอบสระน้ำที่นี่”
“ก็ดูเฉย ๆ ข้าแค่อยากอาบน้ำเท่านั้น”
“หากว่าเจ้าอยากแช่น้ำ ไว้ข้าจะมากับเจ้าด้วย”
“เหตุใดข้าต้องมากับเจ้าด้วย” เขาหันไปมองหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีทันที
“ข้าเป็นสามี ไม่เห็นแปลกอันใดหากจะอาบน้ำกับชายา”
“สำหรับเจ้าไม่แปลก แต่สำหรับข้าแปลก บะ…บุรุษจะอาบน้ำร่วมกันได้อย่างไร เจ้าไม่อายบ้างหรือ”
“แปลกอันใด อายสิ่งใด ยามนี้เจ้าก็อาบน้ำร่วมกับข้าอยู่มิใช่หรือ อีกทั้งเมื่อคืนข้าก็เห็นเรือนร่างทุกส่วนของเจ้าจนหมด เจ้าเองก็สัมผัสทุกส่วนของข้าแล้วเช่นกัน มิเห็นต้องมีสิ่งใดน่าเขินอาย”
ใบหน้าเรียบเฉยตอนเอ่ยวาจาลามก ทำเอาฉิงเทียนรู้สึกเหมือนว่าปลายคิ้วของเขากระตุกเบา ๆ แม้ว่าที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมานั้นเป็นความจริงที่ว่าทุกส่วน แล้วอย่างไรเล่า เขาไม่ได้เป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมดเสียหน่อย
“ขะ…ข้ายังไม่ยอมรับเจ้าเสียหน่อยว่าเป็นสามีข้า ข้าไม่เห็นจำได้ว่าข้าเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าตอนไหน” ฉิงเทียนเถียงต่อ เขาจำไม่เห็นได้ว่าร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับอีกฝ่ายตอนไหน
ฉิงเทียนจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างเผื่อว่าอีกฝ่ายจะฝ่ายแพ้แต่ดูแล้วเหมือนจะไม่เป็นไปดั่งที่คิดไว้ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยอย่างไม่ยี่หระต่อการแอบอ้างแล้ว ซ้ำยังเอนกายพิงขอบสระด้วยท่าทางที่สบายจนน่าเจ็บใจ
“ต่อให้เจ้าไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินกับข้า แต่เมื่อคืนก็ข้าก็เป็นสามีเจ้าแล้วเช่นกัน”
แต่มีหรือที่จะยอมแพ้ ฉิงเทียนเถียงกลับอย่างไม่ลดละเช่นกัน
“ขะ…ข้ายังไม่รู้แม้แต่ชื่อของเจ้าด้วยซ้ำ จะให้ข้ายอมรับได้อย่างไร” แม้ก่อนหน้าจะทำใจได้บางแล้ว คิดว่าอย่างน้อยก็ในชีวิตนี้ก็คงไม่โดดเดี่ยวดังเช่นที่ผ่านมา แต่จะให้ยอมรับตรง ๆ เลยมันก็กระไรอยู่
“นี่เจ้าแต่งงานโดยที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของสามีหรอกหรือ”
“ข้าไม่อยากรู้แล้วก็ได้” คำตอบของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทำเอาปลายคิ้วเขากระตุกอีกรอบ หากมิใช่เพราะเป็นรองในเรื่องเรือนร่างที่บอบบางกว่า ซ้ำส่วนตรงนั้นยังเจ็บเคือง ไม่เช่นนั้นเขาคงได้ทุบตีสามีตรงหน้าสักหนสองหนเป็นแน่ แต่ยามนี้ทำได้เพียงหมุนกายหนี ไม่มองหน้าอีกฝ่ายก็เท่านั้น
แต่ผิดกับคนด้านหลังที่หยัดยิ้มให้กับท่าทีแง่งอนของผู้เป็นชายา
“เหวินหวง ชื่อของข้าคือเหวินหวงและเป็นสามีเจ้า”
“ข้าไม่อยากรู้” ฉิงเทียนยังไม่ยอมที่จะหายโกรธแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย และการหันหลังให้อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่อยู่ด้านหลังยามนี้ได้ขยับเข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว
เอวบางถูกคว้าให้ขยับเข้ามาใกล้ ๆ ฉิงเทียนตกใจจะผละหนี ทว่าก็ช้าไปเสียแล้ว เขาถูกสามีหมาด ๆ บังคับให้หมุนกายหันกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวเล็กที่หมายจะยกขึ้นเพื่อทุบตีอีกฝ่ายให้ยอมปล่อยมือก็ถูกจับรวมเอาไว้ ฉิงเทียนได้แต่ก้มทำใบหน้าบึ้งตึงใส่ก็เท่านั้น
“หากไม่อยากรู้เจ้าก็ต้องรู้ เพราะคืนนี้เจ้าจะต้องส่งเสียงร้องเรียกชื่อข้าอีกทั้งคืน”
“เจ้ารังเกียจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นสามี ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า นั่นเพราะเกรงกลับกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย พลันน้ำสีใสก็ค่อย ๆ เอ่อล้นจนไหลอาบสองแก้มขาว“จะ…เจ้ารังเกียจข้าแล้วจริง ๆ ด้วย”อารามตกใจ เหวินหวงทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่รินไหลของผู้เป็นชายา ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่ร่างเล็กตรงหน้าเข้าใจมือหนารีบดังร่างของชายาเข้ามากอด ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ทว่าฉิงเทียนก็ขัดขืนเอาไว้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานแรงของเหวินหวงได้“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าสักนิดชายาข้า ข้ารักเจ้าออกปานนี้”“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงแอบมาทำเช่นนี้ลับหลังข้า อีกทั้งไม่ยอมสัมผัสข้า” คนร้องไห้เอ่ยถามเสียงอู้อี้เหวินหวงชั่งใจสักพักตัดสินใจว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กลับฉิงเทียนดีหรือไม่ แต่เพราะไม่ต้องการให้ฉิงเทียนเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้เขาก็จำเป็นต้องบอก แม้ว่ามันจะดูน่าละอายก็ตามที มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสศีรษะของชายา ลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าถูกแทนที่ด้วยแสงจันทราสีนวลสบายตา ร่างเล็กกระชับอาภรณ์ผืนหน้าห่อร่างกายหลบซ่อนจากสายลมเย็นในยามค่ำคืน ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนเหม่อลอย แม้ความเหน็บหนาวจากภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าใดนัก ทว่าภายในใจของฉิงเทียนยามนี้กลับรู้สึกชาไปเสียจนหมดหลายวันมานี้เหวินหวงมีท่าทีแปลกไป ชอบหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขาหรือต่อให้เผชิญหน้ากันเหวินหวงก็จะเป็นฝ่ายหนีไปเสียทุกครั้ง แม้คราแรกเขาไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูอาหลิ่งบุตรชายที่เกิดจากเขาและเหวินหวง ทว่านานเข้าก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นกระทั่งหลายวันมานี้เหวินหวงยังเข้านอนช้า และทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่หลับไปเสียก่อนเพราะเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นก็ไม่พบสามีนอนข้างกายแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ข้างเตียงและที่ร่างกายเขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่มีโอกาสแม้จะได้คุยกันสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเป็นเช่นนี้ ใบหน้าหวานเศร้าหมองเมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้คำตอบ ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสคลอหน่วง พยายาม
ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด การง้องอนชายาเป็นสิ่งที่ราชาปีศาจอย่างเขาเข้าใจได้ยากที่สุด เพราะไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด อีกทั้งยังไม่ต้องใส่ใจกับความรู้สึกผู้อื่น ผิดกับฉิงเทียนที่เขาไม่อาจละเลยสิ่งนั้นไปได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและวุ่นวาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ฐานะของสามีอาภรณ์ที่สวมแล้วทั้งหมดถูกร่างใหญ่หอบขึ้นไว้แนบอก เขาจำได้ว่าฉิงเทียนเคยบ่นถึงตอนที่ต้องอยู่ลำพังว่าตนเองทำงานหนักขนาดไหน เขาอยากจะลองดู เผื่อจะได้เข้าใจบ้างว่าที่ชายาของเขาบ่นอยู่ตลอดทั้งวันนั่นเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยการนำอาภรณ์ทั้งหมดพวกนี้ไปซัก“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เสียงหวานเอ่ยถามเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มอาหลิ่งมาด้วยในอ้อมกอด เด็กน้อยลูกปีศาจหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของมารดา ไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของผู้เป็นพ่อและแม่ในยามนี้“อาหลิ่งหลับแล้วหรือ” อาหลิ่งหรือก็เหวินหลิ่ง บุตรชายของผู้เป็นสายเลือดของราชาปีศาจ ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“หลับแล้ว แล้วนั่นเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด”“ข้าคิดว่าข้ากำลังอยากจะลองซักผ้าดูบ้าง เห็นเจ้าเคยบอกว่าทำมันแล้วเหนื่อยมาก อีกอย่างบางทีเจ้าอาจจะหายโกรธข้า” เ
เป็นอีกครั้งที่เหวินหวงตอบรับด้วยการพยักหน้าช้า ๆ เขายอมรับอย่างง่ายดาย “เป็นข้า”“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าเจ้าก้อนประหลาดหน้าตาน่าเกลียดนั่นเหมือนเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เหตุใดยามนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจหน้าตาเช่นเจ้าแบบนี้ได้กันนะ” ฉิงเทียนเอ่ยหลอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้บนใบหน้าของเหวินหวง“เจ้าอยากรู้หรือ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของ เหวินหวง เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั้นก็ฉุดร่างของชายาให้ขึ้นมานั่งบนตัก“เหตุใดข้าต้องเปลืองตัวเช่นนี้ด้วยเล่า” ฉิงเทียนบ่นอุบ ทว่าก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหนซ้ำยังยกแขนทั้งสองข้างโอบรัดรอบลำคอแกร่งอีกด้วย“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีอารมณ์เล่าให้เจ้าฟังเสียแล้ว”“เช่นนั้นข้าไปนอนก็ได้”ฉิงเทียนทำท่าจะลุกขึ้นทว่ามือหนาก็โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้เสียก่อน“หลังจากที่เสียวฉีไล่ข้าที่อยู่ในร่างของแมวตัวนั้นออกไป ยามนั้นข้าสับสนและหวาดกลัว จึงได้แต่หลบซ่อนกายไม่กล้าไปไหนไกล ข้าเห็นคนพวกนั้นจับเสียวฉีมัด ก่อนที่ร่างของเสียวฉีจะมอดไหม้ต่อหน้าข้า…” เหวินหวงกัดฟันเล่าด้วยความโกรธแค้น แววตาเศร้าหมองวูบไหวฉิงเทียนที่นั่งจ้องอยู่แล้วจึงเห็นและสัมผัสได
“โอ๊ย! ขะ…ข้าปวดท้อง” เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นกลางดึกสงัด ท่ามกลางความมืดมิดร่างเล็กบิดกายไปมาเพราะอาการเจ็บบริเวณท้องอย่างกะทันหัน มือข้างหนึ่งกอดกุมช่วงท้องของตนเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามควานไปทั่วเพื่อหาใครอีกคนที่เขาจำได้ดีว่าก่อนเข้านอน อีกฝ่ายยังนอนกอดร่างเขาเอาไว้ไม่ห่างกาย ทว่ายามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ว่า“เจ้าปีศาจบ้า เจ้าบ้าเหวินหวง เจ้าหายหัวไปที่ใดอีกแล้ว”ฉิงเทียนตะเบ็งเสียงแข่งกับความเจ็บปวดที่ได้รับ เผื่อหวังว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง ทว่านั่นทำให้เขาได้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอันใด ยิ่งนานขึ้นกลับยิ่งเจ็บมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าเหวินหวงหายตัวไปไหนในยามนี้ ในตอนที่เขาเอ่ยไล่ให้ไปเสียให้พ้นเจ้าตัวกลับทำตัวติดเขาจนเสียน่ารำคาญ ที่ยามนี้เมื่อเขาต้องการกลับหาตัวไม่พบ“เจ้าบ้าเหวินหวง ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว ข้าขอถอนคำพูดเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าตาย ยามนี้ข้าอยากให้เจ้าตายไปเสีย เจ้าบ้ายังไม่รีบมาหาข้าอีก ข้าเจ็บจะตายก่อนเจ้าอยู่แล้ว”หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นทวี ภายในใจของฉิงเทียนทั้งหวาดกลัวและกังวล เขารู้ดีว่า
เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้แมวป่าตัวนั้นหนีไป มันลังเลเล็กน้อยทว่าสุดท้ายก็ยอมกระโดดออกจากหน้าต่างหนีไปตามที่เด็กหนุ่มบอก เป็นจังหวะเดียวกับพวกคนด้านนอกตะโกนเข้ามาพอดี และก็โชคดีที่พวกเขาไม่ทันเห็นแมวป่าที่หนีออกไป“จับตัวเด็กคนนั้นไว เด็กนั่นช่วยเหลือปีศาจ ยามนี้ได้ถูกปีศาจครอบงำแล้ว” ฉิงเทียนลนลานเมื่อเห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาหมายจะจับเด็กหนุ่มออกไป เขาพยายามจะเข้าไปช่วยทว่ากลับคว้าได้เพียงแค่อากาศ ซ้ำยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้องใดออกมาได้ ทำได้มากสุดคือการเดินตามคนพวกนั้นที่จับตัวเด็กหนุ่มออกไปลานกว้างหน้าอารามปรากฏชาวบ้านนับสิบยืนรายล้อม พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่าง ทว่าฉิงเทียนก็เริ่มหวาดหวั่นเมื่อชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มทยอยขนท่อนไม้มาวางบริเวณที่เว้นว่างเอาไว้ เสียงด่าทอประสมจนปนเปจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มก็ถูกหิ้วออกมา นั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านก่นด่าด้วยเสียงที่ดังขึ้น“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพียงแค่หลงผิด หากเจ้ายอมบอกที่ซ่อนของปีศาจ ข้าจะถือว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”เมื่อเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ตะโกนด่าทอสาปแช่งก็หยุดลงในทันที ร่างหลวงจีนปรากฏกายพร้อม

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





