Share

บทที่ 6

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-28 18:21:58

ไม่ทันเอ่ยจบริมฝีปากของฉิงเทียนก็ถูกช่วงชิงไปในทันที ปากที่ขยับเอื้อนเอ่ยอยู่ทำให้เหวินหวงส่งเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างง่ายดาย ฉิงเทียนตัวแข็งทื่อ กว่าจะรู้สึกตัวความขมภายในปากก็เหือดหาย เพราะถูกกวาดต้อนจนหมดสิ้น แม้ว่ายามนี้จะไม่หลงเหลือรสยาให้รู้สึก ทว่าริมฝีปากของพวกเขาก็ยังไม่ผละออก จนกระทั่งลมหายใจของคนป่วยค่อย ๆ หอบหนัก จึงค่อยถูกผละออก

นิ้วเรียวยาวสัมผัสแผ่วเบาตรงมุมปากกระจับสีแดงระเรื่อ เหตุเพราะถูกเขาบดจูบและขบกัด ใบหน้าหล่อเหลาหยัดยิ้มพึงพอใจกับผลงานของตนเอง ผิดกับฉิงเทียนที่มีใบหน้าแดงก่ำและบึ้งตึง

“อยากออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือไม่ ไข้เจ้าก็ลดลงมากแล้ว ออกไปสูดอากาศเสียหน่อยคงจะดีขึ้น” เหวินหวงจับมือเรียวเล็กขึ้นแนบกับข้างแก้ม เมื่ออีกฝ่ายไม่มีไข้อย่างที่เป็นห่วงก็โล่งใจ เขาอดรู้สึกผิดไม่ได้เช่นกันที่ใช้ร่างกายของชายาอย่างหนักเพราะข่มความต้องการของตนเองเอาไว้ไม่ไหว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อาจรับปากได้อยู่ดีว่าหลังจากที่ร่างเล็กตรงหน้าหายดีแล้วเขาจะไม่ทำเช่นเดิม

“ได้หรือ ข้าออกไปข้างนอกได้หรือ” ดวงหน้าหวานที่เพิ่งมีเลือดฝาดหลังจากซีดเซียวเพราะพิษไข้เอ่ยย้ำให้แน่ใจ เมื่อได้ยินว่าจะออกไปข้างนอกก็ลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าเมื่อครู่ถูกอีกฝ่ายกระทำสิ่งใดไว้

เหวินหวงยิ้มรับพร้อมจะพยักหน้า “ตราบใดที่อยู่ในสายตาข้า เจ้าอยากไปที่ใดก็ย่อมได้”

“นี่ข้าเป็นนักโทษหรือชายาเจ้ากันแน่ เหตุใดข้าต้องอยู่ในสายตาเจ้าตลอดด้วย”

“ข้าดีใจที่เจ้าเอ่ยว่าเจ้าเป็นชายาของข้า”

“ข้าแค่เปรียบเทียบ เจ้าคิดไปเองทั้งนั้น”

“ไปกันเถิด มีที่ที่หนึ่งที่ข้าอยากพาเจ้าไป” เหวินหวงรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะรู้ดีว่าหากยังเถียงต่อฉิงเทียนไม่มีทางยอมแพ้เป็นแน่ เขาลุกขึ้นเต็มความสูง โน้มกายขยับโอบอุ้มร่างบนเตียงขึ้นแนบอก

“ขะ…ข้าเดินเองได้” ฉิงเทียนปฏิเสธ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมกอดแกร่งก็ยิ่งกระชับแน่น

“ข้าแน่ใจว่าสถานที่ที่ข้าจะพาไป เจ้าจะไม่อยากเดินเองแน่” เขาหยัดยิ้ม ทว่าฉิงเทียนหน้าบึ้งเพราะโดนขัดใจ แต่พอคิดว่าไม่ต้องเดินเองให้เหนื่อยเปล่าเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน

ฉิงเทียนมองไปเบื้องหน้าสายลมอ่อน ๆ ของอากาศในยามเย็นกระทบผิวกายจนต้องขยับหาที่อบอุ่น มือเรียวเล็กเกาะกุมชายอาภรณ์ของร่างที่โอบกอดแน่นด้วยความหวาดหวั่น เรียกได้ว่าเกิดมาสองหน นี่คงเป็นครั้งแรกที่ถูกอุ้มแล้วทะยานในอากาศรวดเร็วเช่นนี้ ยามที่เหวินหวงออกตัวครั้งแรก ทำเอาเขาแทบเสียสติเพราะความไวที่ไม่คาดคิด ทว่าเมื่อปรับตัวได้เขากลับรู้สึกว่ามันปลอดภัยและสบายดี

เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่อยากให้เขาเดินไป หากเป็นเช่นนั้นมีหวังเขาคงต้องเดินอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าค่อนวันเห็นจะได้ ทั้งลัดเลาะไปตามป่าทั้งยังต้องขึ้นเขา ฉิงเทียนคิดว่าดีแล้วที่เขาไม่ต้องเดิน และการมีสามีปีศาจก็มีข้อดีเช่นนี้เหมือนกัน

พอร่างทั้งสองพ้นแนวระยะป่า ฉิงเทียนก็ตาเป็นประกายทันที เสียงเอื่อย ๆ ของน้ำตกดังอยู่ไม่ไกล อีกทั้งทิวทัศน์บรรยากาศรอบ ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เห็นเพียงต้นไม้ก็เริ่มมีดอกไม้ประปรายให้เห็น

เหวินหวงลดระดับความเร็วลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเดินช้า ๆ ฉิงเทียนชะเง้อมองแล้วมองอีกเพื่อหาน้ำตกที่ตนเองได้ยิน ไม่นานสิ่งที่เขาหวังก็มาถึง ฉิงเทียนสะกิดเบา ๆ ที่ต้นแขนของสามี เหวินหวงก็เข้าใจดีจึงปล่อยให้ชายาเป็นอิสระ

“อย่าไปไหนไกล” เขาเอ่ยบอกชายาด้วยความเป็นห่วง มองดูร่างเล็กที่ค่อย ๆ เดินลงไปในลำธารน้ำตกอย่างทุลักทุเล

“ห้ามไปไหนไกลจากสายตาข้า ข้ารู้แล้ว ๆ” ฉิงเทียนหันกลับมาเอ่ยอย่างล้อเลียน จากนั้นก็หันกลับไปธารน้ำตกใส ๆ ตรงหน้าแทน

เขาชอบธารน้ำตกเช่นนี้มาก น้อยครั้งที่จะมีโอกาสได้ชื่นชมหรือเรียกอีกอย่างคือเมื่อก่อนที่เขาจะฟื้นแล้วได้สามีเป็นปีศาจเช่นนี้ เขาไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นกับตาเลยด้วยซ้ำ หมู่บ้านที่เขาอยู่เป็นหมู่บ้านที่อยู่ปลายน้ำ จะมีก็แค่เพียงธารน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลมาพอให้ชาวบ้านได้กินอยู่อาบใช้ หากอยากขึ้นไปต้นน้ำ เห็นทีว่าลำบากไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงไม่มีโอกาสสักครั้ง

“นี่ เจ้าไม่ลงมาเล่นกับข้าหรือ หรือว่าปีศาจเช่นเจ้ากลัวน้ำกัน” ร่างเล็กยิ้มร่า เดินลงไปในลำธารใสอย่างสนุกสนาน เห็นว่าสามีปีศาจเอาแต่ยืนนิ่งจึงเอ่ยเรียกให้ลงมาเล่นด้วยกัน

“ดูเหมือนชายาข้าจะเพลิดเพลิน ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด”

“เอ๊ะ เจ้าว่าอันใดนะ ข้าฟังไม่ค่อยถนัด” อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายเอ่ยด้วยเสียงที่เบากว่าปกติ ซ้ำยามนี้ยังมีเสียงของน้ำตกอีกด้วย นั่นจึงทำให้ไม่ค่อยได้ยินที่เหวินหวงพูด

เหวินหวงมองชายาของตนเองที่เอาแต่เล่นน้ำสนุกสนาน ไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ตนกำลังไล่จับอยู่นั้นคือปลาอะไร ราชาปีศาจหยัดยิ้มเล็กน้อย ทันใดนั้นร่างของผู้เป็นชายาตรงหน้าก็พลันหายไปกับสายน้ำต่อหน้าต่อตา ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีตกใจ

ธารน้ำตกแห่งนี้อยู่ระหว่างแดนมนุษย์และปีศาจ จึงไม่แปลกที่จะมีปีศาจอาศัยอยู่ เพราะเป็นเช่นนี้จึงไม่ค่อยมีมนุษย์ย่างกรายเข้ามา ทว่าหากหลงเข้ามานั่นก็อีกเรื่อง แต่สำหรับราชาปีศาจแล้วผู้ที่มีพลังและอำนาจมากกว่าปีศาจเกือบทั้งหมด เพียงแค่ปลาปีศาจตรงหน้าหรือจะคณนามือเขา

ร่างสูงปลดเปลื้องอาภรณ์บางส่วนออกจากร่างกาย เผยให้เห็นสัดส่วนกล้ามมัดแน่นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร่างปีศาจเต็มตัว เขาสีดำเรียวแหลมค่อย ๆ โผล่พ้นจากศีรษะ นัยน์ตาสีดำสนิทถูกกลืนกินแทนทีด้วยสีแดงดั่งโลหิต นิ้วเรียวยาวปรากฏเล็บแหลมคมดูน่าหวาดกลัว เหวินหวงกระโจนตัวลงน้ำตรงตำแหน่งเดียวกับที่ชายาของเขาผลุบหายลงไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   ตอนพิเศษ 2

    “เจ้ารังเกียจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นสามี ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า นั่นเพราะเกรงกลับกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย พลันน้ำสีใสก็ค่อย ๆ เอ่อล้นจนไหลอาบสองแก้มขาว“จะ…เจ้ารังเกียจข้าแล้วจริง ๆ ด้วย”อารามตกใจ เหวินหวงทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่รินไหลของผู้เป็นชายา ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่ร่างเล็กตรงหน้าเข้าใจมือหนารีบดังร่างของชายาเข้ามากอด ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ทว่าฉิงเทียนก็ขัดขืนเอาไว้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานแรงของเหวินหวงได้“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าสักนิดชายาข้า ข้ารักเจ้าออกปานนี้”“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงแอบมาทำเช่นนี้ลับหลังข้า อีกทั้งไม่ยอมสัมผัสข้า” คนร้องไห้เอ่ยถามเสียงอู้อี้เหวินหวงชั่งใจสักพักตัดสินใจว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กลับฉิงเทียนดีหรือไม่ แต่เพราะไม่ต้องการให้ฉิงเทียนเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้เขาก็จำเป็นต้องบอก แม้ว่ามันจะดูน่าละอายก็ตามที มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสศีรษะของชายา ลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   ตอนพิเศษ 1

    แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าถูกแทนที่ด้วยแสงจันทราสีนวลสบายตา ร่างเล็กกระชับอาภรณ์ผืนหน้าห่อร่างกายหลบซ่อนจากสายลมเย็นในยามค่ำคืน ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนเหม่อลอย แม้ความเหน็บหนาวจากภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าใดนัก ทว่าภายในใจของฉิงเทียนยามนี้กลับรู้สึกชาไปเสียจนหมดหลายวันมานี้เหวินหวงมีท่าทีแปลกไป ชอบหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขาหรือต่อให้เผชิญหน้ากันเหวินหวงก็จะเป็นฝ่ายหนีไปเสียทุกครั้ง แม้คราแรกเขาไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูอาหลิ่งบุตรชายที่เกิดจากเขาและเหวินหวง ทว่านานเข้าก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นกระทั่งหลายวันมานี้เหวินหวงยังเข้านอนช้า และทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่หลับไปเสียก่อนเพราะเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นก็ไม่พบสามีนอนข้างกายแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ข้างเตียงและที่ร่างกายเขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่มีโอกาสแม้จะได้คุยกันสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเป็นเช่นนี้ ใบหน้าหวานเศร้าหมองเมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้คำตอบ ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสคลอหน่วง พยายาม

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   บทส่งท้าย

    ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด การง้องอนชายาเป็นสิ่งที่ราชาปีศาจอย่างเขาเข้าใจได้ยากที่สุด เพราะไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด อีกทั้งยังไม่ต้องใส่ใจกับความรู้สึกผู้อื่น ผิดกับฉิงเทียนที่เขาไม่อาจละเลยสิ่งนั้นไปได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและวุ่นวาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ฐานะของสามีอาภรณ์ที่สวมแล้วทั้งหมดถูกร่างใหญ่หอบขึ้นไว้แนบอก เขาจำได้ว่าฉิงเทียนเคยบ่นถึงตอนที่ต้องอยู่ลำพังว่าตนเองทำงานหนักขนาดไหน เขาอยากจะลองดู เผื่อจะได้เข้าใจบ้างว่าที่ชายาของเขาบ่นอยู่ตลอดทั้งวันนั่นเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยการนำอาภรณ์ทั้งหมดพวกนี้ไปซัก“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เสียงหวานเอ่ยถามเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มอาหลิ่งมาด้วยในอ้อมกอด เด็กน้อยลูกปีศาจหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของมารดา ไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของผู้เป็นพ่อและแม่ในยามนี้“อาหลิ่งหลับแล้วหรือ” อาหลิ่งหรือก็เหวินหลิ่ง บุตรชายของผู้เป็นสายเลือดของราชาปีศาจ ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“หลับแล้ว แล้วนั่นเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด”“ข้าคิดว่าข้ากำลังอยากจะลองซักผ้าดูบ้าง เห็นเจ้าเคยบอกว่าทำมันแล้วเหนื่อยมาก อีกอย่างบางทีเจ้าอาจจะหายโกรธข้า” เ

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   บทที่ 20

    เป็นอีกครั้งที่เหวินหวงตอบรับด้วยการพยักหน้าช้า ๆ เขายอมรับอย่างง่ายดาย “เป็นข้า”“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าเจ้าก้อนประหลาดหน้าตาน่าเกลียดนั่นเหมือนเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เหตุใดยามนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจหน้าตาเช่นเจ้าแบบนี้ได้กันนะ” ฉิงเทียนเอ่ยหลอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้บนใบหน้าของเหวินหวง“เจ้าอยากรู้หรือ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของ เหวินหวง เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั้นก็ฉุดร่างของชายาให้ขึ้นมานั่งบนตัก“เหตุใดข้าต้องเปลืองตัวเช่นนี้ด้วยเล่า” ฉิงเทียนบ่นอุบ ทว่าก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหนซ้ำยังยกแขนทั้งสองข้างโอบรัดรอบลำคอแกร่งอีกด้วย“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีอารมณ์เล่าให้เจ้าฟังเสียแล้ว”“เช่นนั้นข้าไปนอนก็ได้”ฉิงเทียนทำท่าจะลุกขึ้นทว่ามือหนาก็โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้เสียก่อน“หลังจากที่เสียวฉีไล่ข้าที่อยู่ในร่างของแมวตัวนั้นออกไป ยามนั้นข้าสับสนและหวาดกลัว จึงได้แต่หลบซ่อนกายไม่กล้าไปไหนไกล ข้าเห็นคนพวกนั้นจับเสียวฉีมัด ก่อนที่ร่างของเสียวฉีจะมอดไหม้ต่อหน้าข้า…” เหวินหวงกัดฟันเล่าด้วยความโกรธแค้น แววตาเศร้าหมองวูบไหวฉิงเทียนที่นั่งจ้องอยู่แล้วจึงเห็นและสัมผัสได

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   บทที่ 19

    “โอ๊ย! ขะ…ข้าปวดท้อง” เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นกลางดึกสงัด ท่ามกลางความมืดมิดร่างเล็กบิดกายไปมาเพราะอาการเจ็บบริเวณท้องอย่างกะทันหัน มือข้างหนึ่งกอดกุมช่วงท้องของตนเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามควานไปทั่วเพื่อหาใครอีกคนที่เขาจำได้ดีว่าก่อนเข้านอน อีกฝ่ายยังนอนกอดร่างเขาเอาไว้ไม่ห่างกาย ทว่ายามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ว่า“เจ้าปีศาจบ้า เจ้าบ้าเหวินหวง เจ้าหายหัวไปที่ใดอีกแล้ว”ฉิงเทียนตะเบ็งเสียงแข่งกับความเจ็บปวดที่ได้รับ เผื่อหวังว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง ทว่านั่นทำให้เขาได้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอันใด ยิ่งนานขึ้นกลับยิ่งเจ็บมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าเหวินหวงหายตัวไปไหนในยามนี้ ในตอนที่เขาเอ่ยไล่ให้ไปเสียให้พ้นเจ้าตัวกลับทำตัวติดเขาจนเสียน่ารำคาญ ที่ยามนี้เมื่อเขาต้องการกลับหาตัวไม่พบ“เจ้าบ้าเหวินหวง ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว ข้าขอถอนคำพูดเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าตาย ยามนี้ข้าอยากให้เจ้าตายไปเสีย เจ้าบ้ายังไม่รีบมาหาข้าอีก ข้าเจ็บจะตายก่อนเจ้าอยู่แล้ว”หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นทวี ภายในใจของฉิงเทียนทั้งหวาดกลัวและกังวล เขารู้ดีว่า

  • สามี...ข้ากลับมาแล้ว   บทที่ 18

    เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้แมวป่าตัวนั้นหนีไป มันลังเลเล็กน้อยทว่าสุดท้ายก็ยอมกระโดดออกจากหน้าต่างหนีไปตามที่เด็กหนุ่มบอก เป็นจังหวะเดียวกับพวกคนด้านนอกตะโกนเข้ามาพอดี และก็โชคดีที่พวกเขาไม่ทันเห็นแมวป่าที่หนีออกไป“จับตัวเด็กคนนั้นไว เด็กนั่นช่วยเหลือปีศาจ ยามนี้ได้ถูกปีศาจครอบงำแล้ว” ฉิงเทียนลนลานเมื่อเห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาหมายจะจับเด็กหนุ่มออกไป เขาพยายามจะเข้าไปช่วยทว่ากลับคว้าได้เพียงแค่อากาศ ซ้ำยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้องใดออกมาได้ ทำได้มากสุดคือการเดินตามคนพวกนั้นที่จับตัวเด็กหนุ่มออกไปลานกว้างหน้าอารามปรากฏชาวบ้านนับสิบยืนรายล้อม พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่าง ทว่าฉิงเทียนก็เริ่มหวาดหวั่นเมื่อชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มทยอยขนท่อนไม้มาวางบริเวณที่เว้นว่างเอาไว้ เสียงด่าทอประสมจนปนเปจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มก็ถูกหิ้วออกมา นั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านก่นด่าด้วยเสียงที่ดังขึ้น“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพียงแค่หลงผิด หากเจ้ายอมบอกที่ซ่อนของปีศาจ ข้าจะถือว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”เมื่อเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ตะโกนด่าทอสาปแช่งก็หยุดลงในทันที ร่างหลวงจีนปรากฏกายพร้อม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status