Masuk“เพราะเหตุใดน่ะหรือ คงอาจเป็นเพราะข้าพบได้พบกับเจ้าละมั้ง” เขานิ่งเงียบหวนนึกถึงคืนวันที่เขาถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยว “ในคืนที่ข้าถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยว ภายในใจข้านึกถึงความตายมากมายสารพัด ข้าจะตายเช่นไร เจ็บปวดหรือไม่ หรือทรมานเพียงใด หากข้าเจอราชาปีศาจเขาจะฆ่าข้าเลยหรือไม่ หรือจะทำเช่นไรกับข้าบ้าง”
“แล้วยามนี้เจ้าเป็นเช่นไร”
ฉิงเทียนไม่ตอบในทันที ดวงหน้าหวานเหม่อมองดวงตะวันที่กำลังร่วงหล่นพ้นขอบฟ้า เขารอจนกว่าแสงอาทิตย์สุดท้ายจะสิ้นสุด จากนั้นก็ค่อย ๆ พลิกกายเปลี่ยนจากนั่งผิงอกแกร่งเป็นหันหน้าเข้าหากัน ท่อนแขนเรียวยกขึ้นคล้องลำคอสามี โน้มใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มประดับสดใสแอบอิงหน้าผากของเขาแนบลงบนหน้าผากของเหวินหวง
“ข้าก็ต้องทรมานมากเลยน่ะสิ”
“ทรมานอย่างไร”
“เจ้าอยากรู้หรือ”
ดวงหน้าอ่อนหวานเย้ายวนเอ่ยถามกลับ พร้อมกับบดโยกสะโพกไปมาบนหน้าขา เหวินหวงตอบสนองสัมผัสโดยการส่งมือหนาเคล้นคลึงสะโพกกลม ริมฝีปากได้รูปกระจับจรดลงบน
อวัยวะส่วนเดียวกัน ฉิงเทียนเป็นฝ่ายชักนำ ส่งเรียวลิ้นกวาดต้อนสัมผัสกระหวัดเกี่ยวปลายลิ้นของสามีฉิงเทียนพลักร่างเหวินหวงให้นอนราบกับพื้นดิน ค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนตัวใหญ่กว่าใต้ร่างอย่างอาจหาญ มือเรียวเล็กลากสัมผัสแผงอก เคลื่อนย้ายลงมากอบกุมส่วนแข็งร้อนตรงหว่างขา ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายลงไปตาม จับส่วนร้อนจดจ่อตรงริมฝีปาก ก่อนจะใช้สายตาหวานฉ่ำปรือเหลือบมองผู้เป็นสามี
“ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการทรมานของข้าเป็นเช่นไร และนี่ก็คือการลงโทษที่เจ้าทำให้ข้าหวาดกลัว”
ส่วนใหญ่โตกลางกายถูกส่งเข้าในโพรงปาก ลิ้นเรียวแลบเลียส่วนหยัก ตรงปลายปริดปริ่มน้ำสีใสคาวขื่น เขาพยายามครอบกลืนส่วนแข็งร้อน ทว่ายากลำบากเพราะใหญ่เกินกว่าที่เขาจะกลืนได้หมด เขาต้องใช้มือช่วยรูดรั้ง เพราะเคยถูกเหวินหวงกระทำให้จนรู้สึกดี เสียงครางต่ำในลำคอของผู้ถูกกระทำทำให้
ฉิงเทียนย่ามใจ เร่งจังหวะรูดรั้งให้เร็วขึ้นอีกนิดดวงตากลมต้องเอ่อคลอหยาดน้ำตาเพราะเหวินหวงสวนสะโพกกลับ ส่วนปลายหยักกระแทกโดนลำคอด้านในตอนที่
ฉิงเทียนไม่ทันตั้งตัว เขาพยายามจะคายส่วนใหญ่โตออก ทว่ากลับโดนเหวินหวงกดศีรษะเอาไว้“เจ้าเรียนรู้เร็ว ชายาข้า ข้ารู้สึกทรมานอย่างที่เจ้าว่า
จริง ๆ” เขาเอ่ยทั้งขยับสะโพกไม่หยุด “บางทีอาจจะมีสิ่งอื่นของเจ้าสามารถทรมานข้าได้มากกว่านี้ เช่นตรงนั้นของเจ้าที่ตอดรัดข้า”ร่างของฉิงเทียนถูกผลักออกให้พลิกคว่ำลงกับพื้น ทาบทับตามด้วยร่างที่ใหญ่โตกว่า ลำคอระหงถูกลิ้นร้อนแลบเลียลากสัมผัสก่อนจะขบกัดเบา ๆ ให้คนใต้ร่างได้สั่นสะท้านไปทั้งตัวและแผ่นหลัง เนื้อตัวทั้งสองเบียดเสียดจนรุ่มร้อน ไม่นานอาภรณ์ที่สวมใส่ก็ถูกถอดออกจนหมดไม่เหลือแม้สักชิ้น แก้มก้นทั้งสองข้างถูกแยกออก ส่วนกลางกายขนาดใหญ่บดเบียดไปมาที่ต้นขา
ค่อย ๆ ขยับถูไถส่วนปลายที่ช่องทางด้านหลังฉิงเทียนตัวสั่นเครือเพราะช่องทางฝืดเคืองยังไม่ได้ขยับขยาย หากท่อนรักของเหวินหวงสอดใส่ เขารู้ดีว่าต้องเจ็บมากเพียงใด หากแต่ยามนี้ความรู้สึกวาบหวามที่เขาเป็นคนก่อให้รีรอเพียงเพื่อต้องเตรียมพร้อมคงไม่ทันใจ
“อือ เหวินหวง ข้าต้องการ” ฉิงเทียนแอ่นสะโพกขยับไปมาถูไถส่วนปลายที่ร้อนจัด
“ชายาข้า รู้จักยั่วยวนสามีเป็นแล้วหรือ”
“พูดมากจริง เจ้าจะทำหรือไม่ หากไม่ข้าจะ…อึก อื้อ”
ฉิงเทียนส่งเสียงครวญคราง เมื่อถูกท่อนรักขนาดใหญ่สอดใส่ช่องทางกระแทกหนเดียวจนลึกถึงด้านใน ทั้งเจ็บและจุก ทว่าก็เสียดเสียวจนต้องผ่อนลมหายใจ แต่เหมือนเหวินหวงจะไม่เหลือเวลาให้เขา
เหวินหวงค่อย ๆ ขยับสะโพกสวนกระแทกย้ำ ๆ ตรงที่ชายาของเขารู้สึกดี ร่วมหอกันมานับครั้งมีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าจุดไหนที่ทำให้ฉิงเทียนพึงพอใจ
“ในตัวเจ้าทำให้ข้ารู้สึกดี ส่วนนั้นของเจ้าบีบรัดข้าจนแทบทนไม่ไหว อืม เห็นไหมเล่า ส่วนตรงนี้ของเจ้าทรมานข้าได้ดีเชียวล่ะ”
“เข้ามาลึก ๆ ข้าจะเสร็จแล้ว”
ฉิงเทียนเร่งเร้าเพราะจวนจะปลดปล่อยเต็มทน จากที่หมายจะทรมานอีกฝ่าย แต่เหตุใดจึงกลายเป็นเขาที่ถูกทรมานแทนเสียเอง จุดกระสันถูกกดย้ำถี่ ๆ ฉิงเทียนเชิดหน้าส่งเสียงคราง โดนกระตุ้นจุดนั้นจนร่างกายกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยหยาดหยดขุ่นคาวจนเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้อง หลังจากส่งชายาให้ถึงฝั่งฝัน เหวินหวงก็ไม่ยอมปล่อยให้คนที่เพิ่งปลดปล่อยได้พักหายใจ เขาโถมกายกระแทกส่วนแข็งขืนถี่กระชั้นจนกระทั่งปลดปล่อยน้ำคาวขืนจนเติมเต็มช่องทาง
ดวงหน้าแดงระเรื่อถูกจับให้หันกลับมารับจุมพิตที่แก้มขาว เหวินหวงคลอเคลียเอาใจชายากระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู
“ข้ารักเจ้า ฉิงเออร์”
“เจ้ารังเกียจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นสามี ริมฝีปากสีแดงระเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า นั่นเพราะเกรงกลับกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ ทว่าจนแล้วจนรอดกลับไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย พลันน้ำสีใสก็ค่อย ๆ เอ่อล้นจนไหลอาบสองแก้มขาว“จะ…เจ้ารังเกียจข้าแล้วจริง ๆ ด้วย”อารามตกใจ เหวินหวงทำสิ่งใดไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่รินไหลของผู้เป็นชายา ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่ร่างเล็กตรงหน้าเข้าใจมือหนารีบดังร่างของชายาเข้ามากอด ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ทว่าฉิงเทียนก็ขัดขืนเอาไว้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจต้านทานแรงของเหวินหวงได้“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าสักนิดชายาข้า ข้ารักเจ้าออกปานนี้”“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงแอบมาทำเช่นนี้ลับหลังข้า อีกทั้งไม่ยอมสัมผัสข้า” คนร้องไห้เอ่ยถามเสียงอู้อี้เหวินหวงชั่งใจสักพักตัดสินใจว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กลับฉิงเทียนดีหรือไม่ แต่เพราะไม่ต้องการให้ฉิงเทียนเข้าใจผิดไม่มากกว่านี้เขาก็จำเป็นต้องบอก แม้ว่ามันจะดูน่าละอายก็ตามที มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสศีรษะของชายา ลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าถูกแทนที่ด้วยแสงจันทราสีนวลสบายตา ร่างเล็กกระชับอาภรณ์ผืนหน้าห่อร่างกายหลบซ่อนจากสายลมเย็นในยามค่ำคืน ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนเหม่อลอย แม้ความเหน็บหนาวจากภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าใดนัก ทว่าภายในใจของฉิงเทียนยามนี้กลับรู้สึกชาไปเสียจนหมดหลายวันมานี้เหวินหวงมีท่าทีแปลกไป ชอบหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขาหรือต่อให้เผชิญหน้ากันเหวินหวงก็จะเป็นฝ่ายหนีไปเสียทุกครั้ง แม้คราแรกเขาไม่ค่อยได้สนใจนักเพราะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงดูอาหลิ่งบุตรชายที่เกิดจากเขาและเหวินหวง ทว่านานเข้าก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความห่างเหินที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นกระทั่งหลายวันมานี้เหวินหวงยังเข้านอนช้า และทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่หลับไปเสียก่อนเพราะเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นก็ไม่พบสามีนอนข้างกายแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ข้างเตียงและที่ร่างกายเขาไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่มีโอกาสแม้จะได้คุยกันสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเป็นเช่นนี้ ใบหน้าหวานเศร้าหมองเมื่อคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้คำตอบ ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสคลอหน่วง พยายาม
ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด การง้องอนชายาเป็นสิ่งที่ราชาปีศาจอย่างเขาเข้าใจได้ยากที่สุด เพราะไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด อีกทั้งยังไม่ต้องใส่ใจกับความรู้สึกผู้อื่น ผิดกับฉิงเทียนที่เขาไม่อาจละเลยสิ่งนั้นไปได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและวุ่นวาย แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ฐานะของสามีอาภรณ์ที่สวมแล้วทั้งหมดถูกร่างใหญ่หอบขึ้นไว้แนบอก เขาจำได้ว่าฉิงเทียนเคยบ่นถึงตอนที่ต้องอยู่ลำพังว่าตนเองทำงานหนักขนาดไหน เขาอยากจะลองดู เผื่อจะได้เข้าใจบ้างว่าที่ชายาของเขาบ่นอยู่ตลอดทั้งวันนั่นเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยการนำอาภรณ์ทั้งหมดพวกนี้ไปซัก“นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด” เสียงหวานเอ่ยถามเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มอาหลิ่งมาด้วยในอ้อมกอด เด็กน้อยลูกปีศาจหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของมารดา ไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของผู้เป็นพ่อและแม่ในยามนี้“อาหลิ่งหลับแล้วหรือ” อาหลิ่งหรือก็เหวินหลิ่ง บุตรชายของผู้เป็นสายเลือดของราชาปีศาจ ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“หลับแล้ว แล้วนั่นเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด”“ข้าคิดว่าข้ากำลังอยากจะลองซักผ้าดูบ้าง เห็นเจ้าเคยบอกว่าทำมันแล้วเหนื่อยมาก อีกอย่างบางทีเจ้าอาจจะหายโกรธข้า” เ
เป็นอีกครั้งที่เหวินหวงตอบรับด้วยการพยักหน้าช้า ๆ เขายอมรับอย่างง่ายดาย “เป็นข้า”“ข้าว่าแล้วเชียว ว่าเจ้าก้อนประหลาดหน้าตาน่าเกลียดนั่นเหมือนเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เหตุใดยามนี้จึงกลายร่างเป็นปีศาจหน้าตาเช่นเจ้าแบบนี้ได้กันนะ” ฉิงเทียนเอ่ยหลอกล้อพร้อมกับเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้บนใบหน้าของเหวินหวง“เจ้าอยากรู้หรือ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของ เหวินหวง เขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั้นก็ฉุดร่างของชายาให้ขึ้นมานั่งบนตัก“เหตุใดข้าต้องเปลืองตัวเช่นนี้ด้วยเล่า” ฉิงเทียนบ่นอุบ ทว่าก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหนซ้ำยังยกแขนทั้งสองข้างโอบรัดรอบลำคอแกร่งอีกด้วย“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีอารมณ์เล่าให้เจ้าฟังเสียแล้ว”“เช่นนั้นข้าไปนอนก็ได้”ฉิงเทียนทำท่าจะลุกขึ้นทว่ามือหนาก็โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้เสียก่อน“หลังจากที่เสียวฉีไล่ข้าที่อยู่ในร่างของแมวตัวนั้นออกไป ยามนั้นข้าสับสนและหวาดกลัว จึงได้แต่หลบซ่อนกายไม่กล้าไปไหนไกล ข้าเห็นคนพวกนั้นจับเสียวฉีมัด ก่อนที่ร่างของเสียวฉีจะมอดไหม้ต่อหน้าข้า…” เหวินหวงกัดฟันเล่าด้วยความโกรธแค้น แววตาเศร้าหมองวูบไหวฉิงเทียนที่นั่งจ้องอยู่แล้วจึงเห็นและสัมผัสได
“โอ๊ย! ขะ…ข้าปวดท้อง” เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นกลางดึกสงัด ท่ามกลางความมืดมิดร่างเล็กบิดกายไปมาเพราะอาการเจ็บบริเวณท้องอย่างกะทันหัน มือข้างหนึ่งกอดกุมช่วงท้องของตนเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามควานไปทั่วเพื่อหาใครอีกคนที่เขาจำได้ดีว่าก่อนเข้านอน อีกฝ่ายยังนอนกอดร่างเขาเอาไว้ไม่ห่างกาย ทว่ายามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ว่า“เจ้าปีศาจบ้า เจ้าบ้าเหวินหวง เจ้าหายหัวไปที่ใดอีกแล้ว”ฉิงเทียนตะเบ็งเสียงแข่งกับความเจ็บปวดที่ได้รับ เผื่อหวังว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง ทว่านั่นทำให้เขาได้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอันใด ยิ่งนานขึ้นกลับยิ่งเจ็บมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าเหวินหวงหายตัวไปไหนในยามนี้ ในตอนที่เขาเอ่ยไล่ให้ไปเสียให้พ้นเจ้าตัวกลับทำตัวติดเขาจนเสียน่ารำคาญ ที่ยามนี้เมื่อเขาต้องการกลับหาตัวไม่พบ“เจ้าบ้าเหวินหวง ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว ข้าขอถอนคำพูดเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าตาย ยามนี้ข้าอยากให้เจ้าตายไปเสีย เจ้าบ้ายังไม่รีบมาหาข้าอีก ข้าเจ็บจะตายก่อนเจ้าอยู่แล้ว”หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นทวี ภายในใจของฉิงเทียนทั้งหวาดกลัวและกังวล เขารู้ดีว่า
เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเพื่อบอกให้แมวป่าตัวนั้นหนีไป มันลังเลเล็กน้อยทว่าสุดท้ายก็ยอมกระโดดออกจากหน้าต่างหนีไปตามที่เด็กหนุ่มบอก เป็นจังหวะเดียวกับพวกคนด้านนอกตะโกนเข้ามาพอดี และก็โชคดีที่พวกเขาไม่ทันเห็นแมวป่าที่หนีออกไป“จับตัวเด็กคนนั้นไว เด็กนั่นช่วยเหลือปีศาจ ยามนี้ได้ถูกปีศาจครอบงำแล้ว” ฉิงเทียนลนลานเมื่อเห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาหมายจะจับเด็กหนุ่มออกไป เขาพยายามจะเข้าไปช่วยทว่ากลับคว้าได้เพียงแค่อากาศ ซ้ำยังไม่สามารถเปล่งเสียงร้องใดออกมาได้ ทำได้มากสุดคือการเดินตามคนพวกนั้นที่จับตัวเด็กหนุ่มออกไปลานกว้างหน้าอารามปรากฏชาวบ้านนับสิบยืนรายล้อม พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่าง ทว่าฉิงเทียนก็เริ่มหวาดหวั่นเมื่อชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มทยอยขนท่อนไม้มาวางบริเวณที่เว้นว่างเอาไว้ เสียงด่าทอประสมจนปนเปจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มก็ถูกหิ้วออกมา นั่นยิ่งทำให้พวกชาวบ้านก่นด่าด้วยเสียงที่ดังขึ้น“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพียงแค่หลงผิด หากเจ้ายอมบอกที่ซ่อนของปีศาจ ข้าจะถือว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”เมื่อเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงที่ตะโกนด่าทอสาปแช่งก็หยุดลงในทันที ร่างหลวงจีนปรากฏกายพร้อม







