مشاركة

ตอนที่ 5 ตาต่อตาฟันต่อฟัน

مؤلف: Jiulin
last update تاريخ النشر: 2025-01-28 14:39:17

“ไปยืนทำอะไรตรงนั้นเข้ามานั่งได้แล้วหากอาหารเย็นชืดหมดจะเสียรสชาติเอาได้”

“เจ้าค่ะ”

“ท่านอาสะใภ้กินนี่สิข้าคีบให้”

ซ่งหงอี้คีบเนื้อปลาให้นางอย่างทุลักทุเลซ่งอวี่ถงเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย เขาเอาแต่คีบข้าวเปล่าๆ กินอยู่อย่างนั้นจนมู่อิงเถาเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้างแล้ว

‘ปลามีตั้งหลายตัวเหตุใดถึงกินแต่ข้าวเปล่าๆ เช่นนั้นกันล่ะ’

“เหตุใดท่านถึงกินแต่ข้าวเปล่าๆ เช่นนั้นเล่าเจ้าคะเป็นอะไรไปอาหารไม่ถูกปากกระนั้นหรือ”

“ข้ากลัวเจ้าไม่อิ่ม”

“ห้ะ อะไรนะ”

“เจ้ากินไปเถอะตอนที่ออกไปจับปลาข้าก็ย่างกินไปหลายตัวแล้ว นี่ก็แค่นั่งกินเป็นเพื่อนเจ้ากับหงเอ๋อก็เท่านั้น”

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง”

“นี่อาสะใภ้สาม”

“อะไรหรือ”

“พวกท่านนอนเตียงเดียวกันนะขอรับ ข้าจะนอนเตียงเล็กคนเดียว”

“แค่กๆ” สิ้นคำบอกกล่าวมู่อิงเถาก็ไอเอาเม็ดข้าวออกมาเกือบจะพุ่งไปติดที่หน้าของเด็กชายแล้วยังดีที่นางหันหน้าออกไปจากโต๊ะอาหารได้ทัน

“อะไรกันข้าถามแค่นี้เองนะใยท่านต้องตกใจถึงเพียงนี้ด้วย”

“คือว่าหงเอ๋อข้านอนกับเจ้าก็ได้นะ”

“ไม่เอาหรอกขอรับไม่ว่าจะเป็นอาสามหรืออาสะใภ้ต่างก็ตัวใหญ่กว่าข้าทั้งคู่หากมานอนกับข้าได้เบียดข้าตกเตียงตายอย่างแน่นอน ข้าขอนอนคนเดียวดีกว่า”

“อะ เอ่อ”

มู่อิงเถาหันไปมองชายหนุ่มอย่างขอความช่วยเหลือเดิมทียังนึกว่าเขาจะต่อต้านหรือปฎิเสธอะไรออกไปบ้างแต่เขากลับเอาแต่นิ่งเฉย มือหนายังคงจับตะเกียบคีบข้าวเข้าปากต่ออย่างไม่สนใจบทสนทนาของอีกสองคนนั้นเลยสักเพียงนิด

‘อะไรกันเนี่ย’

นางหันไปมองเด็กชายที่เวลานี้กำลังก้มหน้าอมยิ้มอยู่ลำพัง เมื่อครู่ที่นางเห็นไม่ได้ตาฝาดไปอย่างแน่นอน

‘เจ้าเด็กบ้านั่นแอบยิ้มอยู่กระนั้นหรือ ต้องการอะไรจากข้ากันแน่นะ’

แม้จะสงสัยในตัวของทั้งคู่ไม่น้อยและเพราะอีกใจก็รู้ชะตากรรมของตนเองดีว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร แต่นั่นก็น่าจะเป็นเวลาอีกนานอย่างน้อยนางก็ยังพอมีเวลาให้ได้หนีจากพวกเขาไปอีกหลายเดือน

นางลงมือกินอาหารต่อแม้จะมีแค่ปลาย่างแต่เพราะความหิวจึงทำให้อาหารมื้อนี้รสชาติถูกปากนางอย่างช่วยไม่ได้

“ถ้าอิ่มแล้วเอาจานไปวางไว้ที่ห้องครัวเลยนะเจ้าคะ ข้าจะล้างเอง”

"อืม"

“หงเอ๋อก็จะช่วยอาสะใภ้ด้วย”

“ได้จ๊ะเด็กดีไปกันเถอะ”

“ขอรับ”

เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทมู่อิงเถาก็ปีนขึ้นแคร่หลังใหญ่มันทั้งกว้างและหนาพอที่จะรับน้ำหนักของนางและซ่งอวี่ถงได้ แต่ในใจของนางนั้นกลับอยากที่จะนอนแคร่เล็กนั้นเสียมากกว่า

นางพลิกตัวไปมาแต่ก็ยังคงนอนไม่หลับก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองสองคนอาหลานที่เวลานี้เอาแต่นั่งพูดคุยหยอกล้อกันเล่น ในมือของพวกเขามีไม้ไผ่หลายอันที่ถูกซ่งอวี่ถงตัดเป็นชิ้นเล็กบางๆ เพื่อนำไปสานเป็นตะกร้านั่นเอง

หญิงสาวลุกขึ้นก่อนจะนำพาร่างอวบอ้วนออกมานั่งรับลมเล่นหน้าบ้านเงยหน้าจ้องมองท้องฟ้าที่เวลานี้มีเพียงดวงจันทร์กลมโตดวงหนึ่งและดวงดวงที่ส่องแสงประกายระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้า สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมาพานทำให้คนที่พลัดหลงบ้านรู้สึกใจหายขึ้นมาดื้อๆ

นางมาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จักไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นทะลุมิติเข้ามาในที่แห่งนี้ได้อย่างไร แล้วนางควรจะทำอย่างไรต่อไปถึงจะใช้ชีวิตให้อยู่รอดไปจนกว่าจะได้กลับบ้านของตนเอง

ในนิยายเล่มนั้นกล่าวถึงตอนที่มู่อิงเถาสิ้นใจตายไปในเรือนท้ายจวนของเขาเท่านั้น ตายไปด้วยสาเหตุใดนั้นก็ไม่ได้มีบอกกล่าวไว้เลยสักเพียงนิด

‘ให้ตายสิข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบนี้จะทนรอให้เขาสังหารตนเองไปได้อย่างไรกัน ไม่ได้การแล้วนางต้องเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตนี้เพื่ออย่างน้อยจะต้องมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปและที่สำคัญได้ใช้ชีวิตในแบบที่นางต้องการเสียที’

“จริงสินะในนิยายเล่มนั้นมู่อิงเถาไม่มีลูกกับเขานั่นก็หมายความว่าข้าสามารถหนีไปจากพวกเขาได้โดยไม่มีความผูกพันใดๆ มาผูกมัดข้าอีก ฮ่าๆๆ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าถึงคิดไม่ถึงกันนะ”

“เจ้าหัวเราะอะไรหรือ” แต่แล้วความสุขที่มีกลับพังทลายลงเมื่อได้ยินเสียงของซ่งอวี่ถงดังขึ้นด้านหลังของนาง

“ท่านพี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเจ้าคะ”

“มาทันได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้า เป็นอะไรไปหรือว่าหัวเจ้ากระทบกระเทือนไปแล้วให้ข้าพาไปหาหมอหรือไม่”

“เหมือนว่าท่านกำลังด่าข้าเลยนะเจ้าคะ”

“ข้าจะไปแบบนั้นทำไมกันก็เจ้าเป็นภรรยาของข้า หากว่าเจ้าเจ็บป่วยหรือว่า…”

“ตายไป? นั่นคือสิ่งที่ท่านตั้งใจจะพูดใช่หรือไม่ หากว่าข้าเป็นอะไรไปสักคนก็คงไม่มีคนดูแลพวกท่านสินะ”

“คือว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”

“ช่างเถอะเจ้าค่ะข้าได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วล่ะ สัญญากับข้าสิว่าวันข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากว่าท่านเบื่อข้าแล้วก็ขอเพียงหย่าร้างและส่งข้ากลับบ้านก็เท่านั้น”

“เจ้ายังมีบ้านให้กลับไปอยู่อีกงั้นหรือ”

“ก็ไม่แน่หรอกเจ้าค่ะ บ้านที่ข้าหมายถึงคือที่ที่อยู่แล้วมีความสุขอย่างไรล่ะไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านที่มีครอบครัวสมบูรณ์ก็อยู่ได้”

นางพูดจบก็จ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาบางครั้งก็เย็นชาบางครั้งก็อ่อนโยนไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าเป็นคนอย่างไรกันแน่

“ข้าจะไปนอนแล้วๆ ท่านก็นอนเตียงเดียวกับหงเอ๋อเถอะนะเจ้าคะข้าจะนอนเตียงเล็กเอง”

“ได้”

ภายใต้ความหล่อเหลาแต่มีอันตรายซ่อนเอาไว้แบบนี้นางจึงไม่คิดอยากจะอยู่ใกล้เขามากเท่าใดนัก ยังคงนึกหวาดกลัวความโหดร้ายที่ในหนังสือได้บรรยายเอาไว้ไม่ลืมเลือน

‘เขาใช้กระบี่ที่ถูกขัดจนมันวาวตัดฉับไปที่ต้นคอของหญิงสาวอย่างไร้เยื่อใย’

ยิ่งคิดก็ยิ่งพานทำให้นางรู้สึกขนลุกไม่หาย

'ให้ตายแบบอื่นไม่ได้หรืออย่างไร ข้าไม่อยากตายแบบนั้นเลยนะน่ากลัวเป็นบ้า'

-เช้าวันรุ่งขึ้น-

เพราะความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เช้าวันนี้มู่อิงเถานอนตื่นสายจนได้ เมื่อนางลุกขึ้นมาก็ไม่เห็นทั้งสองคนนั้นอยู่ในห้องแล้ว

‘หายไปไหนกันนะ’

เมื่อสอบถามซ่งหงอี้ไปถึงได้รู้ว่าซ่งอวี่ถงนั้นขึ้นเขาไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะกลับลงเขามาทันหรือไม่ มู่อิงเถาเสียดายเล็กน้อยในใจยังคงอยากเห็นทิวทัศน์ของหุบเขาแห่งนั้นเพราะในยุคที่จากมามีแต่ถนนหนทางที่รายล้อมด้วยตึกสูงเสียดฟ้ากันทั้งนั้น

หญิงสาวเดินคอตกเข้าไปในบ้านแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นตั้งใจจะนำผ้าห่มไปซัก สองเท้าอวบอั๋นก็เดินไปรื้อผ้าห่มทุกผืนแล้วมุ่งตรงไปที่คลองท้ายหมู่บ้านทันที

ที่แห่งนั้นมีหญิงสาวในหมู่บ้านที่กำลังนั่งสนทนาพูดคุยกันอย่างถูกคอเมื่อหันมามองที่นางก็หยุดพูดไปสักพักก่อนจะหันไปซุบซิบนินทานางต่อ

แต่คนอย่างมู่อิงเถาหรือจะใส่ใจนางนั่งลงก่อนจะใช้สบู่ซักผ้าที่ได้มาจากมิติวิเศษมาซัก เหล่าหญิงสาวที่เห็นว่านางมีสิ่งนั้นอยู่ในมือต่างก็รีบเดินเข้ามามุงดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

“เจ้ามีเจ้าสิ่งนั้นได้อย่างไร”

“อะไรหรือ”

“ก็นั่นอย่างไรล่ะกลิ่นก็หอมด้วย”

“อ่อ มันคือสบู่น่ะ”

“จริงหรือแล้วเจ้าไปได้มันมาได้อย่างไร”

แต่แล้วก็มีใครบางคนพยายามแหวกทางเข้ามาหานางเมื่อเพ่งมองอีกครั้งถึงได้รู้ว่าเป็นฮูหยินน้อยสะใภ้คนโตของบ้านตระกูลซ่งนั่นเอง

มู่อิงเถาจ้องมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะแสยะยิ้มให้นางเล็กน้อย

“ว้าว! นี่ฮูหยินน้อยก็รู้จักทำงานบ้านด้วยหรือนี่คิดไม่ถึงจริงๆ”

“เจ้าพูดอะไร ข้าก็ทำเช่นนี้เรื่อยมาเจ้าพูดจาเช่นนี้อยากให้คนอื่นหัวเราะเยาะข้าหรืออย่างไรกัน”

“ท่านคิดมากเกินไปหรือไม่แต่ก็อย่างที่ข้าพูดเมื่อก่อนเป็นข้าที่ทำงานบ้านแทนท่านมาโดยตลอด พวกท่านเคยเห็นนางมาที่นี่หรือไม่เล่า”

เมื่อหันไปมองเหล่าสตรีในหมู่บ้านทุกคนต่างก็ส่ายหน้ากันทั้งนั้น

“จะ เจ้า! มู่อิงเถาเจ้ามันคนร้ายกาจ เจ้าสิ่งนั้นน่ะคงขโมยมาจากบ้านใหญ่สินะคนอย่างพวกเจ้าจะไปมีปัญญาหาซื้อมาใช้ได้อย่างไรกัน”

“พูดอะไรของเจ้า”

มู่อิงเถาลุกขึ้นก่อนจะพันแขนเสื้อขึ้นมาแล้วยืนท้าวเอวจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่นึกเกรงกลัวแต่อย่างใด

“ไหนเจ้าลองบอกมาสิสิ่งนี้คืออะไรแล้วซื้อมาจากที่ไหน”

“ขะ ข้า”

“หากบอกถูกข้าจะยกมันให้เจ้า”

“คือว่าข้า”

ฮูหยินน้อยพูดไม่ออกนางจ้องมองไปจนทั่วคุ้งน้ำก็เห็นสายตาดูแคลนของทุกคนจ้องมองมาที่นางเป็นตาเดียว

“อะไรๆ ก็หาว่าข้าขโมยมาข้าขอถามสักนิดเจ้ามีโอกาสได้เข้าไปตัวเมืองบ่อยๆ เช่นสามีของข้าหรือไม่ล่ะ”

“เจ้าสิ่งนี้เรียกว่าสบู่ และก็เป็นสามีของข้าที่จัดซื้อมาให้ไหนเลยจะเป็นของพวกเจ้าไปได้”

“นี่เจ้า! โกหกหน้าด้านๆ พวกนางต้องขโมยเงินของบ้านใหญ่ไปซื้อมาแน่ๆ”

“ฮูหยินท่านช่วยพูดอีกทีไหนบอกว่าสบู่นี้เป็นของพวกท่าน แต่เมื่อครู่ใยถึงได้พูดว่าพวกนางขโมยเงินของพวกท่านไปซื้อมันมา ตกลงแล้วมันอย่างไรกันแน่”

“คือข้า ข้า”

เมื่อถูกทุกคนเพ่งเล็งสะใภ้ใหญ่ผู้นั้นก็หันขวับมาจ้องมองมู่อิงเถาอีกครั้งก่อนจะชี้นิ้วมาที่นางแล้วพูดขึ้นว่า

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

พูดจบก็หอบเอาเสื้อผ้าที่ยังซักไม่เรียบร้อยหนีกลับไปยังเส้นทางในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

มู่อิงเถาส่ายหัวให้นางเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าออกมาจากบ้านใหญ่ได้แล้วแต่พวกนั้นกลับยังกล้ามาระรานนางอีกช่างน่ารังเกียจเสียจริง

หลังจากเหตุการณ์สงบลงมู่อิงเถาก็อยู่พูดคุยกับเหล่าสตรีพวกนั้นต่อ สะใภ้หยวนผู้ที่เคยอาศัยอยู่บ้านถัดไปจากบ้านตระกูลซ่งนั้นได้พูดขึ้นว่าสามีของนางเคยขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้ยินแว่วๆ ว่าที่หุบเขานั้นมีสมุนไพรล้ำค่าอีกด้วย

เพราะความที่นางเองก็เป็นในยุคที่จากมาจึงทำให้มู่อิงเถารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ยินไม่น้อย เมื่อซักผ้าเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็เร่งฝีเท้ากลับไปที่บ้านอย่างรวดเร็ว ในใจก็หวังอยากให้ซ่งอวี่ถงกลับมาไวๆ นางอยากรู้ว่าที่หุบเขาแห่งนั้นมีสมุนไพรเหล่านั้นจริงๆ หรือไม่

เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายเล็ดลอดออกมาจากทางหน้าบ้าน ทั้งยังมีเสียงสิ่งของแตกหักและเสียงร้องไห้ระงมของเด็กชายผู้น่าจะเป็นซ่งหงอี้หลานชายของซ่งอวี่ถงนั่นเอง

มู่อิงเถาหอบถังใส่ผ้าวิ่งไปหน้าบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อมาถึงก็พบว่าคนที่เข้ามาทำลายข้าวของเป็นใครไม่ได้เลยนั่นก็คือฮูหยินน้อยที่ถูกนางหักหน้าในคลองท้ายหมู่บ้านและลูกสาวคนโตของนางนั่นเอง

“พวกเจ้าเข้ามาในบ้านของข้าทำไม”

“ฮ่าๆๆ พูดมาได้เต็มปากว่าเป็นบ้านของเจ้า ที่นี่มันบ้านร้างใช่ของพวกเจ้าเสียที่ไหนกันขอทานเช่นเจ้าอย่ามายุ่งถอยไป!”

“ถ้ากล้าก็เข้ามา”

ฮูหยินน้อยเดินตรงเข้ามาหานางอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ แต่ยังไม่ทันได้เหยียบถึงเงาของมู่อิงเถาก็ถูกหมัดของนางซัดเข้าไปที่ใบหน้าอย่างเต็มแรงจนเลือดกำเดาไหลออกมาทันที

“กรี๊ด! เจ้ากล้าทำร้ายข้าได้อย่างไรนังอัปลักษณ์!”

นางกรีดร้องโวยวายจนชาวบ้านละแวกนั้นต่างก็เข้ามามุงดูทีละคนสองคนจนเวลานี้เกือบเต็มหน้าบ้านแล้ว

มู่อิงเถาไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นนางก้าวเดินไปข้างหน้าไม่สนใจคำพูดด่าทอของสองแม่ลูกนั้น ดวงตาของมู่อิงเถาเอาแต่จดจ้องคนทั้งคู่ไม่วางตาสีหน้าและแววตาที่น่ากลัวของนางทำเอาสองแม่ลูกนั้นเป็นฝ่ายเดินถอยหลังหนีไปแทน

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”

“!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 48 ชีวิตที่สงบสุข

    เพราะที่ผ่านเซี่ยอิงอิงต้องไปเรียนปักผ้าตามที่มารดาเลี้ยงของนางต้องการจึงไม่มีเวลามาพบปะสนทนากับมู่อิงเถานั่นเอง วันนี้ทั้งวันนางจึงมาอยู่เฝ้าพูดคุยกับมู่อิงเถาจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อถึงเวลากลับบ้านดูสาวน้อยผู้นั้นจะอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อยมู่อิงเถาออกมาส่งนางที่หน้าประตูจวนทั้งยังโบกมือลาให้เด็กสาวเมื่อรถม้าของนางพ้นจากระยะสายตาแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า“นั่นแม่นางเซี่ยนี่นา นางมาทำไมหรือขอรับอาสะใภ้”“หืม หงเอ๋อเจ้าเองหรอกหรือหายไปไหนมาข้าไม่เจอเจ้าเลยตั้งแต่ที่เข้าเมืองหลวง”“ข้าไปฝึกเรียนวรยุทธ์มาน่ะขอรับอาสะใภ้ ไม่ใช่สิพระชายา”“เรียกข้าว่าอาสะใภ้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”“ไม่ได้หรอกขอรับตอนนี้ท่านเป็นถึงพระชายาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมได้อย่างไรกัน”“ตามใจเจ้าเถอะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนงั้นหรือ”“ท่านอาจารย์ให้ข้าหยุดได้สิบวันขอรับ ข้าจึงรีบเดินทางมาหาพวกท่าน”“ดีเลยเช่นนั้นช่วงเวลาสิบวันนี้ก็ทำตัวให้ว่างล่ะพวกเราจะไปเที่ยวกัน”“เที่ยว?”“อืม”“ไปไหนขอรับ”หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-บ้านตระกูลซ่ง-“ท่านแม่ท่านรู้มานานแล้วเช่นนั้นหรือ ที่ท่านไม่อยากให้ข้าไป

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 47 พานพบอีกครั้ง

    -เจ็ดวันผ่านไป-เมื่องานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพระชายารัชทายาทและองค์ชายน้อยมาถึงในวังหลวงก็ดูจะครึกครื้นกันยิ่งนักบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินของพวกเขาต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในงานกันเรื่อยๆขณะที่มู่อิงเถาเดินอยู่เคียงข้างกับเยี่ยอ๋องอยู่นั้นก็ได้ยินขุนนางที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังซุบซิบนินทานางอยู่แม้จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันเบาแต่กับคนที่มีวรยุทธ์แล้วนั้นย่อมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ“ท่านอ๋องผู้นี้ช่างเก่งกาจและมีบุญบารมีมากเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ชายาของเขานั้นกลับเป็นหน้าเป็นตาให้เขาไม่ได้”“จริงดังที่ใต้เท้ากล่าวสตรีผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไหนเลยจะส่งเสริมท่านอ๋องได้กัน”“บุตรสาวของใต้เท้าซู ‘ซูม่านอวี้’ ผู้นั้นท่านว่าเป็นอย่างไรนางพึ่งผ่านวัยปิ่นปักไปได้ไม่นานทั้งยังไม่มีคู่ครองอีกด้วยดูเหมือนว่า….”เยี่ยอ๋องที่หยุดเดินกะทันหันก็ทำให้มู่อิงเถางุนงงไปไม่น้อย“มีอะไรหรือเจ้าคะ”เยี่ยอ๋องไม่ตอบนาง เขาหันหลังกลับไปจ้องมองขุนนางกลุ่มนั้นก่อนจะชำเลืองมองไปด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งนักทำเอาใจของคนที่พบเห็นใจสั่นไหวไม่น้อย“ใต้เท้าผู้นี้พูดถึงชายาของข้าอยู่กระนั้นหรือ”“อะ เอ่อกระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะท

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 46 ปรับความเข้าใจ

    มู่อิงเถาไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวเล่นต่อแล้วนางเลือกที่จะกลับจวนก่อนจะเดินหนีเขาเพื่อกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิเดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาไม่หยุดฟังเขาพูด นางเดินต่อไปด้วยย่างก้าวที่เร็วขึ้นเหมือนไม่ต้องการที่จะเดินอยู่เคียงข้างเขาอย่างไรอย่างนั้น จนซ่งอวี่ถงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปประชิดจนถึงตัวของนางก่อนจะคว้าแขนเล็กนั้นเอาไว้มั่น“อิงเอ๋อข้าบอกว่าอย่าเดินเร็วอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ท่านสนใจด้วยหรือ”“เป็นอะไร”มู่อิงเถาหลับตาลงก่อนจะพยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่นของนาง‘ใช่นางเป็นอะไรไป พักนี้ก็ยังไม่เข้าใจตนเองเท่าใดนักก็แค่สตรีคนนั้นคนเดียวนางจะคิดอะไรมากกัน’“ท่านมีอะไรจะพูดกับข้า”“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“พูดตรงนี้ก็ได้”ซ่งอวี่ถงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านางมืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะจับไปมือของนาง มู่อิงเถาคิดอยากจะสะบัดออกแต่ซ่งอวี่ถงกับจับมือของนางเอาไว้แน่น“อยู่นิ่งๆ สิ”“ท่านจะทำอะไร”ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาชำเลืองมองนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบของสิ่งนั้นมาสวมที่นิ้วมือของนาง‘นี่มันแหวนที่ข้าไปจำน

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 45 แยกย้าย

    -ท้องพระโรง-มู่อิงหลันเคยเป็นหนึ่งในกุ้ยเหรินของฮ่องเต้มู่หรงฉีนางเคยร่วมมือกับเสียนเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ลอบทำร้ายอดีตฮองเฮา แต่ถูกเสียนเฟยโยนความผิดให้นางทั้งหมดจึงถูกขับไล่ออกจากวังหลวงนางจึงได้คิดการก่อเรื่องราวใหญ่โตจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียนเฟยที่ก่อนหน้านี้ถูกลดอำนาจกักขังเพียงในตำหนักของตนแต่เมื่อถูกเยี่ยอ๋องรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาและปรากฎว่าเป็นนางที่เป็นคนบงการให้สังหารอดีตฮองเฮาจึงได้ถูกฮ่องเต้ตัดสินให้จองจำในตำหนักเย็นจากนั้นเป็นต้นมาซูเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเองก็มีความผิดฐานยุยงส่งเสริมและเคยมอบกองกำลังของสกุลซูแก่องค์ชายใหญ่นางจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเล่อซีแดนตะวันตกกับรุ่ยอ๋องโอรสของนางที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองฮ่องเต้น่าจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้างแล้วถึงได้ส่งองค์ชายสามรุ่ยอ๋องไปก่อนแล้วจึงส่งซูเฟยให้ตามเขาไปทีหลัง นับว่าเขายังมีคุณธรรมมากพอไม่คิดสังหารลูกเมียไปจนหมดสิ้นเรื่องราวในราชวงศ์ซับซ้อนและน่ากลัวดังที่เยี่ยอ๋องหรือก็คือซ่งอวี่ถงเคยพูดเอาไว้นั่นเอง เขาจึงไม่มีความคิดอยากที่จะมาเหยียบที่แห่งนี้เลยสักเพียงนิดหากไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องที่มารด

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 44 ความกังวลใจ

    การเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงนั้นใช้เวลาถึงสิบวันเต็มเมื่อครั้งที่นางหนีจากเมืองเป่ยเย่ไปยังเมืองฉางอันใช้วิธีล่องเรือไปนั่นก็ทรมานปวดมวนท้องไปตลอดเส้นทางแล้ว มาครั้งนี้การที่ต้องมานั่งอยู่บนรถม้าก็ยิ่งทำให้นางปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อดทนหน่อยนะอีกไม่กี่ลี้ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”“ข้าทนได้”“ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับมาก็ไม่เชื่อเห็นหรือไม่ว่าตอนนี้ร่างกายของเจ้ายิ่งแย่เข้าไปใหญ่”“ที่ข้าปวดเนื้อปวดตัวนั่นไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ”“พูดอะไร”เขาจ้องมองนางเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่นางพูดหรือเขาแค่คิดไม่ทันกันแน่ ชายหนุ่มได้แต่บีบๆ นวดๆ ให้นางเพื่อให้อาการปวดเกร็งนั้นผ่อนคลายลงแต่นั่นกลับยิ่งทำให้นางเจ็บปวดมากขึ้น“พอแล้วๆ น้ำหนักมือของท่านมากเกินไปมันทำให้ข้าเจ็บมากกว่าเดิมเสียอีก”“ข้าทำเบามือสุดๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาหันขวับไปจ้องมองใบหน้าใสซื่อของคนด้านข้าง“เบากระนั้นหรือเมื่อคืนวานไม่ใช่ท่านเป็นคนบอกข้าเองหรอกหรือว่าจะทะนุถนอมข้า แต่เหตุไฉนถึงได้เอาแต่ใจตนเองเช่นนั้นเห็นร่องรอยบนตัวข้าหรือไม่ยังดีที่เย่หยุนฟางเอาแต่ตามติดคุณชายเซี่ยนางถึงไม่ทันได้สังเกตมิเช่นนั้นข้าคงได้

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 43 กลับเมืองหลวง

    สวนไผ่ที่ตั้งอยู่หลังบ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบของนางนั้นเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มที่สั่นไหวไปตามแรงลมเสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเป็นจังหวะ เมื่อก่อนนางมักมาเดินเล่นและพักผ่อนในที่แห่งนี้เป็นประจำหลังอาหารมื้อบ่ายมู่อิงเถาตั้งใจจะนอนพักสักงีบแต่ไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็ไม่อาจหลับตาลงได้จึงออกมาเดินเล่นรับลมในที่แห่งนี้ก่อนที่สองเท้าจะพาตนเองเดินทอดน่องไปจนถึงทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนักมู่อิงเถาเข้าไปนั่งเล่นที่ศาลาไม้มองเห็นเรือไม้ลำเล็กที่ถูกผูกเอาไว้ที่ท่าน้ำ น่าจะเป็นเรือที่ซ่งอวี่ถงจัดหามานั่นเอง“อากาศเย็นเพียงนี้ยังออกมาเดินเล่นอีกเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก เหตุใดถึงไม่ใส่เสื้อหนาๆ มาด้วยนะ”‘ตะ ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย’ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออกก่อนจะคลุมไปที่ไหล่บางของนาง ความอบอุ่นของเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกจากตัวของเขาและกลิ่นกายที่คุ้นเคยนั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเสียอย่างนั้นปากของเขาก็เอาแต่พร่ำบ่นไม่มีหยุด‘บ่นเป็นตาแก่ไปได้’“เมื่อก่อนท่านไม่เห็นบ่นเช่นนี้เลยนะ”“นั่นมันเมื่อก่อน”พูดจบก็นั่งลงข้างๆ นางจ้องมองใบหน้าหวานนั้นไม่วางตา“เมื่อก่อนข้านั้นโง่เขลายิ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 19 แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น

    -สำนักบัณฑิต-“อวี่ถง ซ่งอวี่ถง!”เฉิงมู่เหลียนอาจารย์ที่สั่งสอนเขามาตั้งแต่ยังเยาว์วัยกำลังยืนมองเขาด้วยความรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย'เขายืนอยู่หน้าห้องหนังสือแท้ๆ เหตุใดเจ้าเด็กคนนี้ถึงได้มองไม่เห็นกันนะ'“ท่านอาจารย์ขออภัยขอรับพักนี้ข้ารู้สึกว่า..”“เจ้าเหม่อลอยแทบทุกวัน คุณหนูซูเคยบอกกับข้าว่า

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 9 ขึ้นเขา

    ซ่งอวี่ถงพานางเดินลัดเลาะมายังท้ายหมู่บ้านและเดินต่อไปเพียงไม่ถึงหกลี้[1] ก็มาถึงตีนเขาแล้ว แม้ระยะทางจะดูไม่ได้ไกลนักแต่ด้วยรูปร่างที่อวบอ้วนจึงทำให้นางรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติถึงสามเท่าเมื่อมองขึ้นไปบนหุบเขาบรรยากาศตรงหน้าช่างดูน่ากลัวเป็นอย่างมากแต่เมื่อหันกลับไปมองใบหน้าของซ่งอวี่ถงกลับนิ่งเ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 8 ความโกรธเคืองที่มิเคยจางหาย

    มู่อิงเถาเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ มาสองสามอย่างเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยนางจึงเดินเข้าไปในห้องนอนตั้งใจจะไปดูอาการของเด็กชายอีกสักเล็กน้อยแต่เมื่อเดินไปถึงหน้าห้องแล้วประตูที่ถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อยมองเห็นคนด้านในที่กำลังลงมือเช็ดเนื้อตัวให้เด็กชายอย่างเบามือทุกท่วงท่าของเขาช่างดูอ่อนโยนยิ่ง

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 7 ผลไม้วิเศษ

    ซ่งอวี่ถงรีบเดินทางออกจากบ้านเพื่อเดินทางเข้าไปตามท่านหมอในตัวเมืองแต่ยังไม่ทันได้ก้าวข้ามผ่านประตูรั้วเขาก็หันกลับมามองมู่อิงเถาอีกครั้ง แววตาของเขามีความกังวลบางอย่างซ่อนเอาไว้“เจ้าอยู่คนเดียวได้แน่นะ”“ข้าอยู่คนเดียวเสียที่ไหนกันยังมีหงเอ๋ออยู่ด้วยนะ”“ท่านอาสามข้าดูแลอาสะใภ้ได้ขอรับ”สิ้นคำบอกก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status