FAZER LOGINมู่อิงเถา นักศึกษาแพทย์ผู้มีรูปร่างอวบอ้วนและถูกล้อเลียนอยู่บ่อยครั้ง เธอแสนเบื่อหน่ายกับชีวิตอันเส็งเคร็งแต่แล้ววันหนึ่งชีวิตของเธอกลับพลิกผัน อยู่ๆ ก็ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มโปรดที่เธอชอบอ่านอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าเธอต้องมาอยู่ในฐานะภรรยาของตัวร้ายเสียอย่างนั้น! ในเมื่อตามเนื้อเรื่องคนที่เป็นภรรยาของเขาต้องตายและยังไม่แน่นอนว่าตัวร้ายเลือกใครเป็นคู่ชีวิตเพราะยังมีเล่ม 2 ที่นักเขียนยังเขียนไม่จบ! แต่เธอจะจบชีวิตตามนิยายไปก่อนหรือไม่! ดังนั้นเธอจะไม่มีวันยอมตายเป็นอันขาด! ปฎิบัติการเปลี่ยนตัวภรรยาของตัวร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น "อยากได้ตัวของซ่งอวี่ถงมากนักหรือ ข้านี่ล่ะจะเป็นคนประเคนเขาให้เจ้าด้วยมือของข้าเอง"
Ver maisเพราะที่ผ่านเซี่ยอิงอิงต้องไปเรียนปักผ้าตามที่มารดาเลี้ยงของนางต้องการจึงไม่มีเวลามาพบปะสนทนากับมู่อิงเถานั่นเอง วันนี้ทั้งวันนางจึงมาอยู่เฝ้าพูดคุยกับมู่อิงเถาจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อถึงเวลากลับบ้านดูสาวน้อยผู้นั้นจะอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อยมู่อิงเถาออกมาส่งนางที่หน้าประตูจวนทั้งยังโบกมือลาให้เด็กสาวเมื่อรถม้าของนางพ้นจากระยะสายตาแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า“นั่นแม่นางเซี่ยนี่นา นางมาทำไมหรือขอรับอาสะใภ้”“หืม หงเอ๋อเจ้าเองหรอกหรือหายไปไหนมาข้าไม่เจอเจ้าเลยตั้งแต่ที่เข้าเมืองหลวง”“ข้าไปฝึกเรียนวรยุทธ์มาน่ะขอรับอาสะใภ้ ไม่ใช่สิพระชายา”“เรียกข้าว่าอาสะใภ้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”“ไม่ได้หรอกขอรับตอนนี้ท่านเป็นถึงพระชายาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมได้อย่างไรกัน”“ตามใจเจ้าเถอะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนงั้นหรือ”“ท่านอาจารย์ให้ข้าหยุดได้สิบวันขอรับ ข้าจึงรีบเดินทางมาหาพวกท่าน”“ดีเลยเช่นนั้นช่วงเวลาสิบวันนี้ก็ทำตัวให้ว่างล่ะพวกเราจะไปเที่ยวกัน”“เที่ยว?”“อืม”“ไปไหนขอรับ”หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-บ้านตระกูลซ่ง-“ท่านแม่ท่านรู้มานานแล้วเช่นนั้นหรือ ที่ท่านไม่อยากให้ข้าไป
-เจ็ดวันผ่านไป-เมื่องานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพระชายารัชทายาทและองค์ชายน้อยมาถึงในวังหลวงก็ดูจะครึกครื้นกันยิ่งนักบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินของพวกเขาต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในงานกันเรื่อยๆขณะที่มู่อิงเถาเดินอยู่เคียงข้างกับเยี่ยอ๋องอยู่นั้นก็ได้ยินขุนนางที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังซุบซิบนินทานางอยู่แม้จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันเบาแต่กับคนที่มีวรยุทธ์แล้วนั้นย่อมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ“ท่านอ๋องผู้นี้ช่างเก่งกาจและมีบุญบารมีมากเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ชายาของเขานั้นกลับเป็นหน้าเป็นตาให้เขาไม่ได้”“จริงดังที่ใต้เท้ากล่าวสตรีผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไหนเลยจะส่งเสริมท่านอ๋องได้กัน”“บุตรสาวของใต้เท้าซู ‘ซูม่านอวี้’ ผู้นั้นท่านว่าเป็นอย่างไรนางพึ่งผ่านวัยปิ่นปักไปได้ไม่นานทั้งยังไม่มีคู่ครองอีกด้วยดูเหมือนว่า….”เยี่ยอ๋องที่หยุดเดินกะทันหันก็ทำให้มู่อิงเถางุนงงไปไม่น้อย“มีอะไรหรือเจ้าคะ”เยี่ยอ๋องไม่ตอบนาง เขาหันหลังกลับไปจ้องมองขุนนางกลุ่มนั้นก่อนจะชำเลืองมองไปด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งนักทำเอาใจของคนที่พบเห็นใจสั่นไหวไม่น้อย“ใต้เท้าผู้นี้พูดถึงชายาของข้าอยู่กระนั้นหรือ”“อะ เอ่อกระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะท
มู่อิงเถาไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวเล่นต่อแล้วนางเลือกที่จะกลับจวนก่อนจะเดินหนีเขาเพื่อกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิเดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาไม่หยุดฟังเขาพูด นางเดินต่อไปด้วยย่างก้าวที่เร็วขึ้นเหมือนไม่ต้องการที่จะเดินอยู่เคียงข้างเขาอย่างไรอย่างนั้น จนซ่งอวี่ถงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปประชิดจนถึงตัวของนางก่อนจะคว้าแขนเล็กนั้นเอาไว้มั่น“อิงเอ๋อข้าบอกว่าอย่าเดินเร็วอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ท่านสนใจด้วยหรือ”“เป็นอะไร”มู่อิงเถาหลับตาลงก่อนจะพยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่นของนาง‘ใช่นางเป็นอะไรไป พักนี้ก็ยังไม่เข้าใจตนเองเท่าใดนักก็แค่สตรีคนนั้นคนเดียวนางจะคิดอะไรมากกัน’“ท่านมีอะไรจะพูดกับข้า”“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“พูดตรงนี้ก็ได้”ซ่งอวี่ถงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านางมืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะจับไปมือของนาง มู่อิงเถาคิดอยากจะสะบัดออกแต่ซ่งอวี่ถงกับจับมือของนางเอาไว้แน่น“อยู่นิ่งๆ สิ”“ท่านจะทำอะไร”ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาชำเลืองมองนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบของสิ่งนั้นมาสวมที่นิ้วมือของนาง‘นี่มันแหวนที่ข้าไปจำน
-ท้องพระโรง-มู่อิงหลันเคยเป็นหนึ่งในกุ้ยเหรินของฮ่องเต้มู่หรงฉีนางเคยร่วมมือกับเสียนเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ลอบทำร้ายอดีตฮองเฮา แต่ถูกเสียนเฟยโยนความผิดให้นางทั้งหมดจึงถูกขับไล่ออกจากวังหลวงนางจึงได้คิดการก่อเรื่องราวใหญ่โตจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียนเฟยที่ก่อนหน้านี้ถูกลดอำนาจกักขังเพียงในตำหนักของตนแต่เมื่อถูกเยี่ยอ๋องรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาและปรากฎว่าเป็นนางที่เป็นคนบงการให้สังหารอดีตฮองเฮาจึงได้ถูกฮ่องเต้ตัดสินให้จองจำในตำหนักเย็นจากนั้นเป็นต้นมาซูเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเองก็มีความผิดฐานยุยงส่งเสริมและเคยมอบกองกำลังของสกุลซูแก่องค์ชายใหญ่นางจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเล่อซีแดนตะวันตกกับรุ่ยอ๋องโอรสของนางที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองฮ่องเต้น่าจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้างแล้วถึงได้ส่งองค์ชายสามรุ่ยอ๋องไปก่อนแล้วจึงส่งซูเฟยให้ตามเขาไปทีหลัง นับว่าเขายังมีคุณธรรมมากพอไม่คิดสังหารลูกเมียไปจนหมดสิ้นเรื่องราวในราชวงศ์ซับซ้อนและน่ากลัวดังที่เยี่ยอ๋องหรือก็คือซ่งอวี่ถงเคยพูดเอาไว้นั่นเอง เขาจึงไม่มีความคิดอยากที่จะมาเหยียบที่แห่งนี้เลยสักเพียงนิดหากไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องที่มารด
หลายวันต่อมาเยี่ยอ๋องก็ตัดสินใจพามู่อิงเถากลับมารักษาตัวที่บ้านเล็กริมทะเลสาบ เพราะพิษในตัวที่ยังไม่ถูกขับออกหมดทำให้เวลานี้นางยังคงนอนนิ่งไม่มีทีท่าจะตื่นขึ้นมาเลยสักเพียงนิด ดวงตาคู่คมมีแววหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัดความกังวลในใจของเขายังคงไม่เลือนหาย“เจ้าจะทำอย่างไรต่อไปพานางกลับเป่ยเย่หรือ”เยี่ย
“อาเฟยๆ ตื่นสิท่านทำอะไรเขา”“ก็แค่ทำให้หลับจะได้ไม่แหกปากให้เสียแผนการของข้าอย่างไรเล่า”“ท่านจับตัวข้ามาก็พอจะเข้าใจได้แต่เหตุใดกับเด็กเล็กๆ เช่นนี้ท่านก็ยังไม่ล่ะเว้น”“ไม่ว่าเจ้าหรือเจ้าเด็กบ้านี่ล้วนแล้วแต่ทำให้แผนการของข้าเดินต่อไปได้”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“เจ้าไม่คิดจะเรียกแม่สักคำหรอกหรือ อิง
-เช้าวันถัดไป-“ท่านอาพรุ่งนี้ต้องเดินทางกันแล้วท่านจะไม่พานางไปด้วยจริงๆ น่ะหรือ”“ในเมื่อนางไม่อยากไปข้าก็ไม่อยากรบเร้านางมากนัก อีกอย่างที่เมืองหลวงก็ยังจัดการอะไรๆ ไม่เรียบร้อยให้นางรอข้าอยู่ที่นี่ไปก่อนไว้ค่อยมารับนางทีหลังก็ยังได้”“ท่านไว้ใจให้นางอยู่คนเดียวกระนั้นหรือ”“ข้าจะส่งมู่เฉินกลับมา
ขณะที่มู่อิงเถากำลังจะเดินกลับบ้านก็ได้ยินเสียงสตรีคนหนึ่งเอ่ยทักนาง“แม่นางเจอกันอีกแล้วนะเจ้าคะ”“หืม”มู่อิงเถาหันกลับไปมองสตรีผู้นั้นคิดอยู่นานสองนานกว่าจะนึกขึ้นได้ว่านางคือสตรีคนเดียวกันกับที่เคยเดินชนกันในตลาดเมื่อวันก่อนนั่นเอง“ข้าชื่อเซี่ยอิงอิงแล้วท่านล่ะ”“ข้ามู่อิงเถา”“วันก่อนดูท่านรีบ


















avaliações