Accueil / รักโบราณ / สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก / ตอนที่ 6 ผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจ

Partager

ตอนที่ 6 ผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจ

Auteur: Jiulin
last update Date de publication: 2025-01-29 15:45:49

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”

“!”

“พวกท่านดูสินางอัปลักษณ์มันทำร้ายข้า ดูสิเลือดข้าไหลอาบเต็มหน้าไปหมดแล้ว”

‘อยากรับบทเป็นเหยื่อสินะ ได้ข้าจะสอนพวกเจ้าเองว่าเหยื่อที่ดีต้องทำอย่างไร’

“หากพวกท่านมีตาก็คงเห็นว่านางเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านของข้าอีกทั้งยังมาทุบตีหลานชายของข้าอีก แล้วยังกล้ามาทำตัวน่าสงสารใส่ความหาว่าข้าทำร้ายนางสตรีผู้นี้ช่างร้ายกาจยิ่งนัก”

“นั่นน่ะสิ”

เสียงของชาวบ้านต่างก็ไปในทิศทางเดียวกันกับมู่อิงเถาไม่มีใครเห็นด้วยกับฮูหยินน้อยผู้นั้นเลยสักคน

“นี่เจ้ากล้าใส่ความข้ากระนั้นหรือ”

“หรือไม่จริงล่ะคนบ้าที่ไหนจะทำลายข้าวของๆ ตนเองกันแล้วข้าก็เพิ่งกลับจากคลองท้ายหมู่บ้านจะไปมีเวลามาทำเรื่องระยำพวกนี้ได้อย่างไร”

มู่อิงเถาชี้ไปที่ถังใส่ผ้าห่มที่เพิ่งถูกซักมาหมาดๆ ทุกคนต่างก็เห็นว่านางพูดความจริงต่างจากฮูหยินน้อยผู้นั้นที่มีแต่ลมปากเท่านั้น นางที่เห็นท่าไม่ดีกำลังจะเดินหนีออกไปประจวบกับที่ฮูหยินใหญ่ซ่งเดินเข้ามาได้เวลาพอดี

“ท่านแม่เจ้าคะท่านมาพอดี ช่วยข้าด้วยนางอัปลักษณ์นี้ตีข้าๆ ก็เพียงแค่มาทวงเอาของที่นางขโมยออกมาจากบ้านของเราด้วยก็เท่านั้น ของชิ้นนั้นเป็นของๆ เรา ไม่สิมันเป็นของท่านเลยนะเจ้าคะ”

ฮูหยินใหญ่ซ่งได้ยินดังนั้นก็หันขวับไปจ้องมองมู่อิงเถาด้วยแววตาเกลียดชังทันที

“เจ้าแอบเอาของในบ้านของข้ามาด้วยงั้นหรือ”

“ของอะไร”

“ยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก” ฮูหยินน้อยยังไม่ยอมหยุดพยายามพูดจาใส่ร้ายนางต่อ

“ของสกปรกในบ้านของพวกท่านข้าไม่มีทางหยิบมันออกมาให้แปดเปื้อนมือของข้าหรอก”

“หึ เช่นนั้นก็ลองดูซิว่าไม้เท้าของข้ายังจะทำให้เจ้าปากดีได้อยู่อีกหรือไม่”

ฮูหยินใหญ่ซ่งกำลังจะใช้ไม้เท้าหวดไปที่ตัวของมู่อิงเถาแต่ในขณะนั้นก็มีใครบางคนจับไปที่ไม้เท้าได้ทันเวลาพอดี

เป็นซ่งอวี่ถงที่จับไม้เท้านั้นไว้แน่นก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาจากมือของฮูหยินใหญ่ซ่ง นางตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยวาจาหยาบคายออกมาทันที

“เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครถึงกล้ามาขวางทางข้า ถอยออกไปข้าจะสั่งสอนนักอัปลักษณ์ผู้นี้”

“ท่านต่างหากที่ต้องถอยออกไป”

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“เมื่อวานไม่ใช่ว่าท่านหรือที่ออกปากไล่พวกข้าออกจากบ้านใหญ่เป็นตายก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกผู้ใหญ่บ้านก็ลงบันทึกไว้เรียบร้อยและเอารายชื่อพวกข้าออกจากบ้านตระกูลซ่งแล้ว ในเวลานี้แม้จะมีแซ่ซ่งแต่ก็ไม่ใช่ซ่งที่มาจากตระกูลของท่าน”

“นี่เจ้า!”

“ออกไปจากบ้านของข้าได้แล้วหากว่าพวกท่านยังกล้ามาทำลายของๆ พวกข้าและทำร้ายคนของข้าอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

แววตาดุดันของซ่งอวี่ถงแลดูโหดเหี้ยมมากในสายตาของฮูหยินใหญ่ซ่ง นางเองก็ยังนึกหวาดกลัวบุรุษตรงหน้าไม่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมลดราวาศอกเพราะกลัวตนเองจะเสียหน้าจึงเอ่ยออกไปเพียงว่า

“ข้าก็ไม่ได้อยากมาเหยียบที่นี่นักหรอกสกปรกถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่ว่ามาเอาของๆ ข้าคืนมีหรือที่ข้าจะเสียเวลามา”

“สิ่งนี้หรือที่ท่านอยากได้”

มู่อิงเถาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงสูงวัยผู้นั้นก่อนจะชูมือขึ้นแล้วแสยะยิ้มออกมา

“เจ้ามาเอาไปสิ”

ฮูหยินใหญ่ซ่งสั่งฮูหยินน้อยให้รีบเข้าไปเอาของในมือของมู่อิงเถา นางเยาะยิ้มอย่างสะใจก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของมู่อิงเถา

ขณะที่กำลังจะยื่นมือไปหยิบเอาของสิ่งนั้นแต่มู่อิงเถากลับปล่อยมือออกจนถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ดูจะมีราคาสูงลิบลิ่วตกลงบนพื้นแตกกระจายไปทันที

“กรี๊ด! นังบ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำของๆ พวกข้าแตกเช่นนี้เจ้าต้องชดใช้!”

“ใครบอกว่านี่เป็นของๆ เจ้ากัน กระเบื้องเคลือบนี้เป็นของที่ตระกูลมู่มอบมันให้กับข้าก่อนจะออกเรือน เป็นพวกเจ้าต่างหากเล่าที่ขโมยมันไปจากข้า ของมีราคาเช่นนี้ข้าเองก็นึกเสียดายแต่หากต้องตกไปอยู่ในมือของคนเช่นพวกเจ้า สู้ให้มันแตกไปแบบนี้ข้าสะใจกว่า”

“นังอัปลักษณ์!”

“หุบปาก! ออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้”

“นังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเจ้ากล้าดีอย่างไรมาไล่พวกข้า”

“หากว่านางไล่ท่านไม่ได้เช่นนั้นข้านี่ล่ะที่จะเป็นคนไล่ท่านเอง” ซ่งอวี่ถงที่ยืนดูเหตุการณ์นั้นก็เริ่มเหลืออดขึ้นมาแล้วเขาสาวเท้าก้าวเข้ามายืนตรงหน้าของฮูหยินใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ฮูหยินซ่งข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าท่านจะเป็นคนใจหยาบถือสาแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ อะไรที่ไม่ใช่ของตนเองท่านก็ยังอยากได้อยากเอามาเป็นของตนเองให้ได้ช่างน่าแปลกใจเสียจริงที่ท่านพ่อชื่นชมท่านนักหนา”

“นี่เจ้ากล้าพูดจากับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!”

“ท่านแม่กลับกันเถอะเจ้าค่ะคนมามุงดูกันใหญ่แล้ว” อยู่ๆ ฮูหยินน้อยก็เข้ามากระซิบนางเบาๆ ก่อนจะออกแรงดึงแขนของนางให้เดินออกไปจากที่แห่งนี้

“เมื่อครู่ไม่เห็นอาย”

ฮูหยินใหญ่ซ่งเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว นางเสียดายกระเบื้องเคลือบชิ้นนั้นจริงๆ เนื่องจากเป็นลวดลายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนและน่าจะมีราคาที่สูงพอตัว น่าแปลกที่ครอบครัวตระกูลมู่ของนางที่ถือว่าไม่ได้ร่ำรวยมากแต่กลับได้ครอบครองของล้ำค่าเช่นนั้น

‘ไปได้มาจากไหนกันนะ’

แต่ในเมื่อมันแตกไปแล้วเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมายืนต่อล้อต่อเถียงกับคนถ่อยๆ พวกนี้ นางเหลือบไปมองมู่อิงเถาเล็กน้อยก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากบ้านซ่อมซ่อหลังนั้นด้วยความรวดเร็ว

“เฮ้อ...ไปได้เสียที” มู่อิงเถาพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาซ่งหงอี้ที่กำลังนั่งจมปุกกับพื้นดินหน้าบ้าน

“หงเอ๋อเจ้าเจ็บมากหรือไม่”

“ท่านอาสะใภ้แผลเล็กแค่นี้ข้าไม่เป็นไร โอ๊ย!”

“อะไรกันข้าก็แค่จับเบาๆ เองนะ”

ซ่งอวี่ถงที่ยืนมองส่งฮูหยินใหญ่ซ่งอยู่นั้นก็หันกลับไปมองหลานชายของตนเองก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา มือใหญ่จับแขนเล็กของหลานชายขึ้นมาตรวจสอบดูแล้วเหมือนโดนของแข็งทุบตีจนช้ำไปหมดไม่แน่อาจจะกระดูกหักไปแล้ว

มู่อิงเถาชำเลืองมองไปที่ซ่งอวี่ถงเล็กน้อยนางรู้อยู่เต็มอกว่าตอนนี้ซ่งหงอี้นั้นกระดูกแขนหักเป็นที่เรียบร้อย สงสารก็สงสารแต่ใจก็อยากจะรู้ว่าบุรุษตรงหน้าของนางนี้จะจัดการอย่างไรต่อไป

“เจ้าช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขาทีข้าจะไปตามท่านหมอมาดูอาการเสียหน่อย”

“ท่านมีเงินงั้นหรือ”

“มีเพียงเล็กน้อยในตอนที่ข้าไปขายของป่าในเมืองได้หาเวลาว่างไปรับจ้างทำงานอยู่บ้าง เก็บเงินไว้ใช้ในบ้านน่ะ”

‘เป็นคนดีอะไรเช่นนี้นี่เป็นตัวร้ายแน่หรือนี่’

“จะว่าไปแล้วเหตุใดท่านถึงกลับมาเร็วนักล่ะหรือว่าลืมของ”

มู่อิงเถาเอ่ยถามซ่งอวี่ถงเมื่อเห็นว่าเขากลับมาเร็วกว่าที่ควรจะเป็นแม้หุบเขาจะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านก็จริงแต่ก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วยามในการเดินทางไปกลับแต่นี่เขากลับใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม[1] เท่านั้น

'ไปทำอะไรกันแน่นะ'

“ข้าเพียงแค่นำลอบดักสัตว์ไปวางไว้ก็เท่านั้นแล้วก็รีบกลับมาสังหรณ์ใจพิกลว่าที่บ้านอาจจะมีเรื่องแล้วก็มีจริงๆ ด้วย”

“ท่านอย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะหงเอ๋อก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วอีกอย่างข้าคิดว่าบ้านใหญ่คงจะไม่กล้ามาละลานพวกเราไปอีกนานเลย” นางพูดขึ้นพลางลอบมองสีหน้าเป็นกังวลของซ่งอวี่ถง

“หากว่าท่านจะไปหาท่านหมอจริงเช่นนั้นก็รีบไปเถอะ นี่ก็ใกล้ยามซื่อ[2] แล้วกว่าจะเดินทางกลับเกรงว่าจะมืดค่ำไปเสียก่อน”

“อืม”

- - - - - - – 

[1] หนึ่งชั่วยาม = 2 ชั่วโมง

[2] ยามซื่อ = 09.00-11.00 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 48 ชีวิตที่สงบสุข

    เพราะที่ผ่านเซี่ยอิงอิงต้องไปเรียนปักผ้าตามที่มารดาเลี้ยงของนางต้องการจึงไม่มีเวลามาพบปะสนทนากับมู่อิงเถานั่นเอง วันนี้ทั้งวันนางจึงมาอยู่เฝ้าพูดคุยกับมู่อิงเถาจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อถึงเวลากลับบ้านดูสาวน้อยผู้นั้นจะอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อยมู่อิงเถาออกมาส่งนางที่หน้าประตูจวนทั้งยังโบกมือลาให้เด็กสาวเมื่อรถม้าของนางพ้นจากระยะสายตาแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า“นั่นแม่นางเซี่ยนี่นา นางมาทำไมหรือขอรับอาสะใภ้”“หืม หงเอ๋อเจ้าเองหรอกหรือหายไปไหนมาข้าไม่เจอเจ้าเลยตั้งแต่ที่เข้าเมืองหลวง”“ข้าไปฝึกเรียนวรยุทธ์มาน่ะขอรับอาสะใภ้ ไม่ใช่สิพระชายา”“เรียกข้าว่าอาสะใภ้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”“ไม่ได้หรอกขอรับตอนนี้ท่านเป็นถึงพระชายาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมได้อย่างไรกัน”“ตามใจเจ้าเถอะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนงั้นหรือ”“ท่านอาจารย์ให้ข้าหยุดได้สิบวันขอรับ ข้าจึงรีบเดินทางมาหาพวกท่าน”“ดีเลยเช่นนั้นช่วงเวลาสิบวันนี้ก็ทำตัวให้ว่างล่ะพวกเราจะไปเที่ยวกัน”“เที่ยว?”“อืม”“ไปไหนขอรับ”หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-บ้านตระกูลซ่ง-“ท่านแม่ท่านรู้มานานแล้วเช่นนั้นหรือ ที่ท่านไม่อยากให้ข้าไป

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 47 พานพบอีกครั้ง

    -เจ็ดวันผ่านไป-เมื่องานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพระชายารัชทายาทและองค์ชายน้อยมาถึงในวังหลวงก็ดูจะครึกครื้นกันยิ่งนักบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินของพวกเขาต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในงานกันเรื่อยๆขณะที่มู่อิงเถาเดินอยู่เคียงข้างกับเยี่ยอ๋องอยู่นั้นก็ได้ยินขุนนางที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังซุบซิบนินทานางอยู่แม้จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันเบาแต่กับคนที่มีวรยุทธ์แล้วนั้นย่อมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ“ท่านอ๋องผู้นี้ช่างเก่งกาจและมีบุญบารมีมากเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ชายาของเขานั้นกลับเป็นหน้าเป็นตาให้เขาไม่ได้”“จริงดังที่ใต้เท้ากล่าวสตรีผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไหนเลยจะส่งเสริมท่านอ๋องได้กัน”“บุตรสาวของใต้เท้าซู ‘ซูม่านอวี้’ ผู้นั้นท่านว่าเป็นอย่างไรนางพึ่งผ่านวัยปิ่นปักไปได้ไม่นานทั้งยังไม่มีคู่ครองอีกด้วยดูเหมือนว่า….”เยี่ยอ๋องที่หยุดเดินกะทันหันก็ทำให้มู่อิงเถางุนงงไปไม่น้อย“มีอะไรหรือเจ้าคะ”เยี่ยอ๋องไม่ตอบนาง เขาหันหลังกลับไปจ้องมองขุนนางกลุ่มนั้นก่อนจะชำเลืองมองไปด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งนักทำเอาใจของคนที่พบเห็นใจสั่นไหวไม่น้อย“ใต้เท้าผู้นี้พูดถึงชายาของข้าอยู่กระนั้นหรือ”“อะ เอ่อกระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะท

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 46 ปรับความเข้าใจ

    มู่อิงเถาไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวเล่นต่อแล้วนางเลือกที่จะกลับจวนก่อนจะเดินหนีเขาเพื่อกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิเดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาไม่หยุดฟังเขาพูด นางเดินต่อไปด้วยย่างก้าวที่เร็วขึ้นเหมือนไม่ต้องการที่จะเดินอยู่เคียงข้างเขาอย่างไรอย่างนั้น จนซ่งอวี่ถงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปประชิดจนถึงตัวของนางก่อนจะคว้าแขนเล็กนั้นเอาไว้มั่น“อิงเอ๋อข้าบอกว่าอย่าเดินเร็วอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ท่านสนใจด้วยหรือ”“เป็นอะไร”มู่อิงเถาหลับตาลงก่อนจะพยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่นของนาง‘ใช่นางเป็นอะไรไป พักนี้ก็ยังไม่เข้าใจตนเองเท่าใดนักก็แค่สตรีคนนั้นคนเดียวนางจะคิดอะไรมากกัน’“ท่านมีอะไรจะพูดกับข้า”“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“พูดตรงนี้ก็ได้”ซ่งอวี่ถงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านางมืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะจับไปมือของนาง มู่อิงเถาคิดอยากจะสะบัดออกแต่ซ่งอวี่ถงกับจับมือของนางเอาไว้แน่น“อยู่นิ่งๆ สิ”“ท่านจะทำอะไร”ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาชำเลืองมองนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบของสิ่งนั้นมาสวมที่นิ้วมือของนาง‘นี่มันแหวนที่ข้าไปจำน

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 45 แยกย้าย

    -ท้องพระโรง-มู่อิงหลันเคยเป็นหนึ่งในกุ้ยเหรินของฮ่องเต้มู่หรงฉีนางเคยร่วมมือกับเสียนเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ลอบทำร้ายอดีตฮองเฮา แต่ถูกเสียนเฟยโยนความผิดให้นางทั้งหมดจึงถูกขับไล่ออกจากวังหลวงนางจึงได้คิดการก่อเรื่องราวใหญ่โตจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียนเฟยที่ก่อนหน้านี้ถูกลดอำนาจกักขังเพียงในตำหนักของตนแต่เมื่อถูกเยี่ยอ๋องรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาและปรากฎว่าเป็นนางที่เป็นคนบงการให้สังหารอดีตฮองเฮาจึงได้ถูกฮ่องเต้ตัดสินให้จองจำในตำหนักเย็นจากนั้นเป็นต้นมาซูเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเองก็มีความผิดฐานยุยงส่งเสริมและเคยมอบกองกำลังของสกุลซูแก่องค์ชายใหญ่นางจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเล่อซีแดนตะวันตกกับรุ่ยอ๋องโอรสของนางที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองฮ่องเต้น่าจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้างแล้วถึงได้ส่งองค์ชายสามรุ่ยอ๋องไปก่อนแล้วจึงส่งซูเฟยให้ตามเขาไปทีหลัง นับว่าเขายังมีคุณธรรมมากพอไม่คิดสังหารลูกเมียไปจนหมดสิ้นเรื่องราวในราชวงศ์ซับซ้อนและน่ากลัวดังที่เยี่ยอ๋องหรือก็คือซ่งอวี่ถงเคยพูดเอาไว้นั่นเอง เขาจึงไม่มีความคิดอยากที่จะมาเหยียบที่แห่งนี้เลยสักเพียงนิดหากไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องที่มารด

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 44 ความกังวลใจ

    การเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงนั้นใช้เวลาถึงสิบวันเต็มเมื่อครั้งที่นางหนีจากเมืองเป่ยเย่ไปยังเมืองฉางอันใช้วิธีล่องเรือไปนั่นก็ทรมานปวดมวนท้องไปตลอดเส้นทางแล้ว มาครั้งนี้การที่ต้องมานั่งอยู่บนรถม้าก็ยิ่งทำให้นางปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อดทนหน่อยนะอีกไม่กี่ลี้ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”“ข้าทนได้”“ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับมาก็ไม่เชื่อเห็นหรือไม่ว่าตอนนี้ร่างกายของเจ้ายิ่งแย่เข้าไปใหญ่”“ที่ข้าปวดเนื้อปวดตัวนั่นไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ”“พูดอะไร”เขาจ้องมองนางเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่นางพูดหรือเขาแค่คิดไม่ทันกันแน่ ชายหนุ่มได้แต่บีบๆ นวดๆ ให้นางเพื่อให้อาการปวดเกร็งนั้นผ่อนคลายลงแต่นั่นกลับยิ่งทำให้นางเจ็บปวดมากขึ้น“พอแล้วๆ น้ำหนักมือของท่านมากเกินไปมันทำให้ข้าเจ็บมากกว่าเดิมเสียอีก”“ข้าทำเบามือสุดๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาหันขวับไปจ้องมองใบหน้าใสซื่อของคนด้านข้าง“เบากระนั้นหรือเมื่อคืนวานไม่ใช่ท่านเป็นคนบอกข้าเองหรอกหรือว่าจะทะนุถนอมข้า แต่เหตุไฉนถึงได้เอาแต่ใจตนเองเช่นนั้นเห็นร่องรอยบนตัวข้าหรือไม่ยังดีที่เย่หยุนฟางเอาแต่ตามติดคุณชายเซี่ยนางถึงไม่ทันได้สังเกตมิเช่นนั้นข้าคงได้

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 43 กลับเมืองหลวง

    สวนไผ่ที่ตั้งอยู่หลังบ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบของนางนั้นเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มที่สั่นไหวไปตามแรงลมเสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเป็นจังหวะ เมื่อก่อนนางมักมาเดินเล่นและพักผ่อนในที่แห่งนี้เป็นประจำหลังอาหารมื้อบ่ายมู่อิงเถาตั้งใจจะนอนพักสักงีบแต่ไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็ไม่อาจหลับตาลงได้จึงออกมาเดินเล่นรับลมในที่แห่งนี้ก่อนที่สองเท้าจะพาตนเองเดินทอดน่องไปจนถึงทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนักมู่อิงเถาเข้าไปนั่งเล่นที่ศาลาไม้มองเห็นเรือไม้ลำเล็กที่ถูกผูกเอาไว้ที่ท่าน้ำ น่าจะเป็นเรือที่ซ่งอวี่ถงจัดหามานั่นเอง“อากาศเย็นเพียงนี้ยังออกมาเดินเล่นอีกเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก เหตุใดถึงไม่ใส่เสื้อหนาๆ มาด้วยนะ”‘ตะ ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย’ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออกก่อนจะคลุมไปที่ไหล่บางของนาง ความอบอุ่นของเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกจากตัวของเขาและกลิ่นกายที่คุ้นเคยนั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเสียอย่างนั้นปากของเขาก็เอาแต่พร่ำบ่นไม่มีหยุด‘บ่นเป็นตาแก่ไปได้’“เมื่อก่อนท่านไม่เห็นบ่นเช่นนี้เลยนะ”“นั่นมันเมื่อก่อน”พูดจบก็นั่งลงข้างๆ นางจ้องมองใบหน้าหวานนั้นไม่วางตา“เมื่อก่อนข้านั้นโง่เขลายิ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 4 มิติวิเศษ

    “นั่นเจ้าจะทำอะไร”“!” ด้วยความตกใจอยู่ๆ มืออวบอ้วนของนางก็เผลอปล่อยเสื้อตัวเก่าของเขาจนหลุดร่วงลงบนพื้นเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นแววตาเยือกเย็นของคนตรงหน้าจ้องมองมาไม่ลดละ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ลดสายตาลงแล้วก้มลงมองที่พื้นแทนเมื่อครู่นางสัมผัสได้ว่าบุรุษผู้นี้มีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาแต่ก็เพียงแค่ชั

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 3 ย้ายออกจากบ้านใหญ่

    “พวกเจ้าอย่าได้คิดเอาอะไรในบ้านของข้าไปแม้แต่ชิ้นเดียวของทุกชิ้นในบ้านนี้เป็นของตระกูลซ่งทั้งหมด!”ซ่งอวี่ถงและซ่งหงอี้ถึงกับส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับนาง พวกเขาเดินเข้าไปในบ้านหลังเก่าที่ถูกปลูกสร้างแยกออกมาจากบ้านใหญ่แต่ก็ยังคงเป็นผืนแผ่นดินของบ้านใหญ่อยู่ดีทั้งคู่เก็บเสื้อผ้าของใช้เล

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 2 ทะลุมิติ

    “ผะ ผีหลอก! ช่วยด้วยผีหลอก”มองไปยังคนที่นอนบนแคร่ก็เห็นว่ามู่อิงเถาค่อยๆ ขยับร่างกายขึ้นมาก่อนที่นางจะเปิดเปลือกตาของนางขึ้นทีละนิดแล้วแท้จริงแล้วเธอนั้นได้ตื่นขึ้นมาสักพักแล้วนานพอที่จะได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดซึ่งเหมือนกับในหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เธอชอบอ่านจนจบไปหลายต่อหลายครั้ง หากเข้าใ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 1 บทนำ

    -หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-“ท่านอาสามขอรับอาสะใภ้ตายแล้ว ท่านย่าเฆี่ยนตีนางจนตายไปแล้ว”ซ่งหงอี้บุตรชายเพียงคนเดียวของพี่ชายคนรองของเขาเป็นคนเอ่ยออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มน้ำเสียงที่พูดออกมานั้นก็สั่นเครืออย่างน่าสงสาร“เจ้าพูดอะไร! กล้าใส่ความข้าได้อย่างไรนางป่วยออดๆ แอดๆ รอว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status