LOGINในยุคของราชวงศ์ถัง ณ แผ่นดินมังกร
คุณหนูหลี่อันเฉิง บุตรีของหลี่จ่างชิ่ง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้ซึ่งมีเชื้อสายจากราชวงศ์ และนางยังเป็นน้องสาวของหลี่ฟางอี้ ท่านแม่ทัพใหญ่ของราชสำนักอีกด้วย คุณหนูหลี่อันเฉิงถูกหมั้นหมายให้เป็นเจ้าสาวของฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือมาตั้งแต่ยังเล็ก และฮ่องเต้เองก็มีใจให้นางเช่นกัน แต่เมื่อเติบใหญ่ หัวใจของคุณหนูหลี่กลับไปหลงรักท่านแม่ทัพฉินเชียน และเลยเถิดจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางร่างกายต่อกัน
และในวันพิธีวิวาห์ของฮ่องเต้และหลี่อันเฉิงก็มาถึง
คุณหนูหลี่รู้สึกเป็นกังวลยิ่งนักที่ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายที่นางไม่ได้รัก แต่นางก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้เพราะเขานั้นเป็นถึงฮ่องเต้ หากเขารู้ว่านางหลงรักท่านแม่ทัพฉินเชียนจนไปถึงขั้นได้เสียสัมพันธ์ทางกายกันแล้วล่ะก้อ เขาคงไม่ไว้ชีวิตท่านแม่ทัพแน่
ในวันพิธีแต่งงาน
คุณหนูหลี่สวมชุดเจ้าสาวแสงแดงจัดที่ปักไปด้วยลวดลายดอกไม้สวยงาม ใบหน้าของนางถูกผ้าคลุมหน้าสีแดงปิดบังไว้ แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ผ้าคลุมสีแดงนั้นมีน้ำตาของคุณหนูหลี่ไหลหนองเปื้อนเต็มใบหน้าไปหมด
คุณหนูหลี่ขึ้นรถม้าไปกับขบวนขันหมากของฮ่องเต้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด นางมิอาจรักเขาได้ และมิอาจตกเป็นเขาได้อย่างแน่นอน แต่นางก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้อย่างตรง ๆ เพราะนั้นจะเดือดร้อนไปถึงท่านแม่ทัพฉินเชียนผู้ซึ่งเป็นคนรักของนาง
เมื่อขบวนขันหมากเดินทางมาถึงพระราชวังของฮ่องเต้ ฮ่องเต้และคุณหนูหลี่ก็ทำพิธีการยกน้ำชาทันที
และเมื่อพิธีส่งตัวเจ้าสาวมาถึง คุณหนูหลี่ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนรอเจ้าบ่าวของนางเข้ามาในห้องอย่างกระวนกระวายใจ ในมือของนางกำขวดยาพิษไว้เผื่อใช้ในยามฉุกเฉิน เพราะนางมิอาจร่วมทนหลับนอนกับชายอื่นที่ไม่ใช่คนรักของตนเองได้
ด้านนอกของหอนอน
ในที่สุด สิ่งที่ฮ่องเต้รอคอยมาตลอดก็กำลังจะเป็นจริง ตลอดมาเขาแอบรักคู่หมั้นของตนเองมาตลอด หลี่อันเฉิงเป็นหญิงสาวที่มีกริยามารยาทเพียบพร้อม แถมยังมีหน้าตาที่สวยเกินกว่าหญิงสาวในวังคนอื่น ๆ อีก และตอนนี้ฮ่องเต้เสี่ยวสือก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าหอคืนแรกกับนางเสียเหลือเกิน
“ในคืนแรกของเรา ข้าจะทะนุทนอมเจ้าอย่างดีที่สุด” ฮ่องเต้พูดขึ้นกับตัวเองเบา ๆ ด้วยยิ้ม พร้อมกับเดินตรงดิ่งมายังประตูหอนอน
และในขณะที่ฮ่องเต้กำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั้น จู่ ๆ ก็มีทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฮ่องเต้เดียวความร้อนรนใจ
“ขออภัยฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องด่วนจะมาแจ้งให้ทราบ” ทหารคนนั้นพูดขึ้น
“เรื่องด่วนอะไรหนักหนาถึงต้องมาแจ้งตอนนี้?” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ
“เมื่อ 2 วันก่อนมีทหารเห็นคุณหนูหลี่อันเฉิงไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านแม่ทัพคนหนึ่ง แต่ผู้ที่พบเห็นไม่เห็นหน้าของแม่ทัพผู้นั้นว่าเป็นใครจึงไม่สามารถเอาผิดได้” ทหารผู้นั้นรายงานไปตามความเป็นจริง
“แล้วเจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยัน?” ฮ่องเต้พยายามสงบอารมณ์และถามกลับไป
“คุณหนูหลี่ได้ทำปิ่นปักผมที่ฮ่องเต้ประทานให้หล่นไว้ ณ ที่พวกเขามีอะไรกันขอรับ” ทหารผู้นั้นยื่นปิ่นปักผมมาให้กับฮ่องเต้
ฮ่องเต้รับปิ่นปักผมนั้นมาก็รู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือปิ่นอันเดียวกันกับที่เขาให้ช่างทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อนาง เขารู้สึกโกรธนางจนน้ำตาไหลออกมาจากดวงตา เพราะเขาทั้งรักทั้งหวงแหนนาง และเตรียมที่จะแต่งตั้งนางให้เป็นไทเฮาเคียงคู่กับเขา แต่นางกลับมาทรยศเขาได้
“อย่าให้เรื่องนี้กระจายออกไปให้ใครรู้ เรื่องนี้ข้าจะจัดการหาความจริงจากนางเอก ถึงอย่างไงข้าก็แต่งงานกับนางแล้ว จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่านางทรยศฮ่องเต้อย่างข้า” พูดจบ ฮ่องเต้ก็ผลักประตูหอนอนเข้าไปด้วยความโกรธทันที
เมื่อเข้ามาในหอนอนได้ ฮ่องเต้ก็คว้าดาบที่อยู่ใกล้มือที่สุดจ่อไปที่คอของหลี่อันเฉิงนางผู้เป็นที่รักด้วยความโกรธ
หลี่อันเฉิงที่ได้ยินทุกอย่างด้านหลังประตูนั้นก็รู้ว่าตอนนี้ภัยได้มาถึงตัวของนางแล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยนั้นไปถึงท่านแม่ทัพฉินเชียนด้วย นางจึงต้องรีบคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
และในขณะที่คุณหนูกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น นางก็หันไปคว้าถ้วยชาขึ้นมาดื่ม โดยที่นางไม่รู้ตัวเลยว่าถ้วยชานั้นถูกผสมยาพิษเข้าไว้
คุณหนูหลี่ดื่มถ้วยชาที่มียาพิษนั้นแล้ว นางก็ล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาของฮ่องเต้
ร่างของคุณหนูหลี่ร่วงหล่นลงกับพื้น ทำให้ฮ่องเต้ที่ยืนใช้ดาบจ่อที่คอของนางอยู่นั้นถึงกลับตกใจจนทำให้อะไรไม่ถูกอยู่สักพัก จนเหล่านางในที่อยู่บริเวณนั้นผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าจึงรีบวิ่งเข้ามาที่ร่างของคุณหลี่ และพยายามปลุกเรียกนาง แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายไปเสียแล้ว
นางในที่อยู่ในเหตุการณ์จับชีพจรของคุณหนูหลี่ดูก็พบว่าตอนนี้ชีพจรของนางไม่มีอีกต่อไปแล้ว นางจึงหันไปแจ้งให้ฮ่องเต้ทราบ
“คุณหนูหลี่ได้จากไปแล้วเพค่ะ”
ฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือรู้สึกตกใจกลับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า มือของเขายังถือดาบแข็งถืออยู่ตรงนั้นด้วยอาการช็อคที่นางผู้เป็นที่รักถูกวางยาพิษจนสิ้นชีพไปต่อหน้าต่อตาของเขา
เขาทั้งรู้สึกเจ็บปวดที่นางจาก และแค้นใจนางเสียเหลือเกินที่นางได้ทรยศเขา
_____________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
วันนี้ฮ่องเต้ตัดสินใจเดินทางไปยังจวนของตระกูลหลี่พร้อมกับข้าวของมากมายที่นำไปมอบให้ ทำให้เหล่าคนในตระกูลรู้สึกแปลกใจกับการมาของฮ่องเต้ แต่เมื่อรู้จุดประสงค์ว่าเขาจะมาง้อพระชายาให้กับไปยังพระราชวัง ทุกคนจึงเต็มใจช่วยอย่างเต็มทีในขณะที่อันเฉิงกำลังนั่งหน้าเศร้าอยู่ในหอนอนของตนเองอยู่นั้น หลันฮวาก็เปิดประตูเข้ามาตามตัวนางทันที“คุณหนูค่ะ ฮ่องเต้มาหาคุณหนูถึงจวนเลยค่ะ”“อะไรนะ!” อันเฉิงอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที“ใต้เท้าหลี่ให้ข้ามาตามคุณหนูไปพบฮ่องเต้ค่ะ”“ไม่! ข้าไม่ไป” อันเฉิงปฏิเสธกลับไปอย่างทันควัน“ไม่ไปไม่ได้นะคะคุณหนู ถ้าคุณหนูไม่ไป ฮ่องเต้กริ้วขึ้นมาแล้วจะเดือดร้อนทั้งตระกูลหลี่เลยนะคะ” หลันฮวาพูดออกมาด้วยความโกรธ เพราะนางได้ยินคนเขาเล่าขานกันมาว่าฮ่องเต้นั้นอารมณ์ร้อนยิ่งนัก หากไม่ได้อะไรได้ใจจะทำให้คนผู้นั้นเดือดร้อนทันทีอันเฉิงจำใจต้องออกมาพบฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือเพื่อเห็นแก่ความปลอดภัยของตระกูลหลี่ และเมื่อนางปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเขา ฮ่องเต้ก็รีบพูดขึ้นทันที“ข้านำข้าวของทั้งหมดนี้มาให้เจ้า และข้าอยากให้เจ้ากลับไปรับตำแหน่งฮองเฮาเคียงคู่กับข้า”เหล่าผู้คนในตระกูลต่างเต้นดีใ
เมื่อมาถึงยังชายแดนใต้ ท่านแม่ทัพหลี่ก็เข้านำทัพไปเสริมกับฮ่องเต้ที่ออกไปรบล่วงหน้าแล้ว โดยให้อันเฉิงรออยู่ที่ค่ายโดยมีองครักษ์หวางห่าวอูคอยดูนางอยู่ช่วงเย็นของวันกองทัพของท่านแม่ทัพหลี่ผู้เป็นพี่ชายของนางได้เดินทางกลับมาแล้ว แต่กองทัพของฮ่องเต้ยังไม่ยอมกลับมาเสียที ทำให้อันเฉิงร้อนรนใจรีบวิ่งเข้าไปถามท่านแม่ทัพหลี่ทันที“ท่านพี่! เหตุใดกองกำลังของฮ่องเต้ยังไม่กลับมาอีก?”“อันเฉิง! กองกำลังทหารของฮ่องเต้ถูกบุกเข้าทลายอย่างหนัก แม้แต่ตัวของฮ่องเต้ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพบ เหล่าทหารที่ไปพร้อมกับฮ่องเต้ก็ล้มตายไปจำนวนมาก พี่ไม่อาจจะรับประกันให้เจ้าได้ว่าฮ่องเต้ยังมีชีวิตรอดหรือไม่”อันเฉิงน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นางจึงตะคอกใส่ท่านพี่ของนางอย่างที่นางไม่เคยทำต่อเขามาก่อน “ท่านพูดอะไรออกมาเช่นนี้? เหตุใดท่านจึงไม่ยอมกลับไปตามหาฮ่องเต้อีก?”ท่านแม่ทัพหลี่คว้าร่างบางของน้องสาวของตนเข้ามากอดไว้แน่น พร้อมกับพูดขึ้น “เหล่าทหารออกค้นหาฮ่องเต้จนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบ พี่เกรงว่า ...”ท่านแม่ทัพหลี่พูดยังไม่ทันจบ อันเฉิงก็ตวาดขึ้นใส่เขาด้วยความโกรธทันที “ท่านพี่ไม่ต้องพูดอีกต่อไปแล้ว! ข
แต่เขาก็ไม่สามารถบอกนางได้ฮ่องเต้นั่งเงียบสักพักก่อนจะตอบกลับไป “อีกสามวันข้าจะทำการหย่าให้กับเจ้า” พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องโถงไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อฮ่องเต้เดินออกจากห้องโถงไปแล้ว อันเฉิงก็ทิ้งตัวนั่งลงร้องไห้กับพื้นด้วยความเจ็บปวดทันที ที่นางติดสินใจขอหย่ากับเขาครั้งนี้ก็เพราะว่านางได้รักเขาไปแล้ว และนางก็ไม่อาจจะสามารถทนอยู่กับเขาโดยรู้ว่าเขามองนางเป็นเพียงแค่ตัวแทนของหลี่อันเฉิงเท่านั้น นางเองก็อยากได้ความรักที่เขารักนางที่ตัวตนของนางเหมือนดั่งองค์ชายเซี่ยหลิวหยาง แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาหลังจากที่อันเฉิงได้สนทนากับฮ่องเต้เรียบร้อยแล้ว นางก็ตัดสินใจเดินทางกลับสู่จวนตระกูลทันทีเมื่ออันเฉิงมาถึงจวนตระกูลหลี่ เหล่าสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็เข้ามาต้อนรับนางด้วยความดีใจ แม้นางจะบอกพวกเขาว่าที่นางกลับมาครั้งนี้ก็เพราะว่านางได้ขอหย่ากับฮ่องเต้แล้ว และนางจะขอกลับมาอยู่ที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวก็ไม่มีใครตำหนินางเลยสักคน แถมทุกคนยังยินดีต้อนรับนางกลับบ้านด้วยซ้ำช่วงตลอดระยะเวลา 3 วันที่อันเฉิงเฝ้ารอสารหย่าจากฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือ นางเองก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวันด้วยความเจ็บปวด
อันเฉิงเดินออกมาจากบ้านของปิงเห่อพร้อมกับฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือ ระหว่างที่เดินกลับออกมานั้น อันเฉิงเห็นสายที่เต็มไปความเศร้าของเขา นางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเวลานี้ในหัวใจของเขานั้นได้ลืมความแค้นที่มีต่อคุณหนูหลี่อันเฉิงไปแล้ว แต่ความเสียใจที่เสียนางไปนั้นก็ยังคงอยู่และเขาก็มิอาจจะรับความจริงนี้ได้ เพราะเขายังคงเห็นเมี่ยงหรงที่อยู่ในร่างของหลี่อันเฉิงทุกวันเมื่อกลับมาถึงพระราชวัง ฮ่องเต้ก็แยกตัวออกทันที ทำให้อันเฉิงรู้สึกเป็นห่วงเขาเหลือเกิน แต่นางก็ไม่กล้าที่จะถามเขามาก เพราะเขาเป็นคนขี้โมโหและเจ้าอารมณ์ นางจึงขอปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองสักพักตกดึกของค่ำคืนในขณะที่อันเฉิงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่นั้น เสียงเคาะประตูที่หน้าหอนอนของนางก็ดังขึ้น ทำให้นางสะดุ้งตัวตื่นและรีบออกไปเปิดประตูทันทีและเมื่อเปิดประตูออกมา อันเฉิงก็พบร่างใหญ่ของฮ่องเต้ที่กำลังนั่งเมาอยู่หน้าประตูหอนอน และในมือของเขาก็กำลังกอดขวดสุราไว้แน่น“ฝ่าบาท เชิญเสด็จเข้าข้างในก่อนเพคะ” อันเฉิงพูดขึ้น พร้อมกับพยายามดึงตัวของเขาให้ลุกขึ้นยืน แต่เขากลับดึงร่างบางของนางให้ลงไปนั่งข้าง ๆ เขาซะงั้นฟึบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบเมื่อร่า
“แล้วเจ้ารู้ไหมว่านางออกไปอยู่ที่ไหน?” อันเฉิงรีบถามขึ้นด้วยความอยากรู้ทันที“หม่อมฉันทราบเพียงว่านางกลับไปอยู่บ้านเก่าของนางในตลาดเหลินอัน ซึ่งหากไกลจากพระราชวังไม่มากนักเพคะ”“งั้นข้าจะออกไปพบนางเดี๋ยวนี้ ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนสั่งให้นางมาวางยาพิษข้าแบบนี้” พูดจบ อันเฉิงก็เตรียมที่จะก้าวเดินออกจากหอนอนของนาง แต่ไป๋หลานก็รั้งนางไว้เสียก่อน“เดี๋ยวก่อนเพคะพระชายา หากพระชายาสวมเสื้อผ้าแบบนี้ออกไปเดินตลาด ประชาชนคงจับจ้องมาที่พระชายา แล้วนั้นจะทำให้ ปิงเห่อ ไหวตัวทันนะเพคะ”“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล งั้นเจ้ารีบไปเตรียมเสื้อผ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้”หลังจากที่อันเฉิงเปลี่ยนเสื้อผ้าอลังการของนางมาเป็นเสื้อผ้าที่แสนธรรมดาแล้ว นางก็เตรียมที่จะพาไป๋หลานเดินออกจากหอนอน เพื่อออกจากพระราชวังไปยังตลาดเหลินอันทันทีแต่เมื่อเปิดประตูหอนอนออกมา อังเฉิงก็พบร่างใหญ่ของฮ่องเต้กำลังยืนอยู่หน้าประตูนั้น“ทำไมเจ้าถึงแต่งตัวแบบนี้ และเจ้าจะออกไปไหน?” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยความสงสัย“คือ...ว่า คือว่าหม่อมฉันอยากออกไปเฝ้าดูวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของประชาชนเพคะ หม่อมฉันอยากรู้ว่าพวกเขาได้อยู่สบายดีหรือเปล่า?” อัน
หลังจากที่ออกมาจากห้องโถงแล้ว อันเฉิงก็กำลังที่จะเดินกลับหอนอนของนางทันที แต่ระหว่างทางนางก็ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ฟางอี้กำลังมายืนรออยู่ นางจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันที“ท่านพี่” อันเฉิงวิ่งเข้าไปกอดท่านแม่ทัพหลี่ไว้แน่น เพราะนางคิดถึงตอนที่มีเขาคอยปกป้องเขาเหลือเกิน“ขออภัยที่วันที่ฮ่องเต้พาตัวเจ้ากลับมมา พี่ไม่อาจจะมาช่วยเจ้าได้ กว่าที่พี่จะลอบเข้ามาในพระราชวังนี้ได้พี่ต้องใช้เวลาหลายวัน เพราะฮ่องเต้สั่งการให้ทหารคุ้มกันรอบวังอย่างแน่นหนา” ท่านแม่ทัพหลี่พูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด“โถ่วท่านพี่ ท่านไม่ต้องขออภัยข้าหรอก ตอนนี้ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าก็แค่เด็กดื้อด้าน ส่วนฮ่องเต้ก็เป็นคนที่เอาแต่ใจ เมื่อมาเจอกันข้ากับเขาก็ทะเลาะกันเป็นธรรมดา ตอนนี้ข้าอยู่สุขสบายดี ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้าแล้ว” อันเฉิงพูดออกไปแบบนั้นเพื่อหวังให้ท่านแม่ทัพหลี่จะได้ไม่ต้องห่วงนางแม้ว่าเมี่ยวหรงที่อยู่ในร่างของหลี่อันเฉิงจะได้พบท่านแม่ทัพหลี่ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่นางกลับรู้สึกผูกพันกับเขาราวกับว่าเคยเป็นพี่น้องกันมาทุกภพทุกชาติ และทุกครั้งที่นางได้อยู่ใกล้เขา นางก็รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน“ได้ยินแบบนี้พี่ก็ค่อยสบายใจ







