Masuk“อนุหว่าน ข้าละอายจริงๆ ที่ท่านมาพบเข้า เมื่อครู่ข้ากับพวกองครักษ์เดินผ่านมาดูเรือนแถวนี้ บังเอิญปวดเบาขึ้นมาข้าก็เลยวิ่งมาหลบที่พุ่มไม้ ไม่คิดว่าท่านจะมาเดินเล่นในยามหัวค่ำ”
หว่านอิ๋งอิ๋งมีสีหน้าเก้อเขิน หากว่าเดินมาเร็วกว่านี้นิดก็อาจจะได้เห็นท่าทางของเขาในยามที่กำลังปัสสาวะ...น่าอายนัก
“เอาเถอะๆ ข้าจะถือว่าไม่ได้เดินมาพบท่านก็แล้วกัน”
หลิวเฉิงมองตามหลังสตรีที่เร่งฝีเท้าจากไปด้วยความโล่งใจ เมื่อครู่เขาเหยียบกิ่งไม้ที่เปราะจนตกลงมาใส่พุ่มไม้ข้างล่าง ดีที่นางไม่ได้ยินเสียง เขาจึงกลบเกลื่อนได้ทันเวลา
หว่านอิ๋งอิ๋งสาวเท้ากลับมาถึงห้องโถงเรือนนอนก็ทรุดตัวลงนั่ง นางเพิ่งได้ยืนประจันหน้ากับหัวหน้าองครักษ์จากสกุลชิงเป็นครั้งแรก ทำให้พบว่าใบหน้าของเขาเป็นอย่างที่เจียงลี่จังกล่าวไว้
‘คนผู้นี้พอได้เห็นใกล้ๆ ก็ไม่เลวเลย’
“อิ๋งอิ๋ง เจ้าเหม่อเช่นนี้ มิใช่ว่า ไปพบเรื่องดีๆ มาหรอกนะ”
หญิงสาวที่กำลังจิบน้ำชาอยู่พลันสะดุ้ง หันขวับไปมองเจียงลี่จังที่เดินถือกระบี่เข้ามานั่งตรงข้าม
“ดีนี่! เจ้าออกไปพร้อมกับกระบี่และยังมีผู้ติดตาม แต่ข้าเดินออกไปตรวจตราตามลำพัง”
“ไม่ต้องเสแสร้งน่าอิ๋งอิ๋ง ท่าทางดูตื่นๆ เช่นนี้ เมื่อครู่เจ้าไปเจอผู้ใด ”
“ไม่เจอ! ข้าไม่ได้เจอผู้ใดสักหน่อย”
“จริงหรือ ข้าเห็นหลังไวๆ ข้าว่ามีบุรุษเดินหันหลังออกไปจากทางเดินสวนด้านหลังเรือนพวกเรานะ”
หว่านอิ๋งอิ๋งพลันได้สติ ที่หัวหน้าองครักษ์หนุ่มผู้นั้นบอกนางว่าเขาวิ่งมาปัสสาวะหลังพุ่มไม้ เห็นท่าคงจะเป็นแค่คำพูดกลบเกลื่อน
ปัง!
เสียงตบโต๊ะแรงจนอนุเจียงและสาวใช้อีกสองคนสะดุ้ง
“ข้าพลาดเอง! พวกเราคงจะถูกคนสอดแนมเสียแล้วล่ะ”
เจียงลี่จังเลิกคิ้วสูง “ผู้ใด ”
“หัวหน้าองครักษ์ตาผีจมูกสุนัขผู้นั้นของเจ้า!”
“ข้าว่าอนุภรรยาทั้งสองของใต้เท้าเสิ่น ฝีเท้าเบา ท่านั่งร่างตรง ของพวกนางดูไม่ผ่อนคลายเลยสักนิด ข้าลองพูดคุยอยู่ด้วยนานพอสมควร ดูแล้วร่างกายพวกนางแข็งแกร่ง ดูๆ ไป พวกนางน่าจะเป็นผู้คุ้มกันมากกว่าสาวใช้”
หลิวเฉิงยืนฟังสิ่งที่ชิงเว่ยเว่ยกำลังวิเคราะห์ด้วยความตั้งใจ คุณหนูสี่แห่งสกุลชิงทั้งชาญฉลาดและวรยุทธ์ล้ำเลิศ นางได้เดินทางมาเมืองฉู่จิ้งพร้อมกับบิดาผู้เป็นเจ้ากรมกลาโหม
ช่วงนี้กำลังจะเกิดสงคราม ใต้เท้าชิงต้องเดินทางมาเพื่อประเมินสถานการณ์ที่เมืองใหญ่แถบชายแดน เขาจึงนำเอาบุตรสาวคนเล็กติดตามมาด้วย ชิงเว่ยเว่ยที่เป็นเด็กหญิงวัยย่างเข้าสิบสองขวบ นางเก่งกาจและรอบคอบราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่สำคัญนางคือนักสืบอันดับต้นๆ ของสำนักข่าวนกกระจิบ ซึ่งเป็นสำนักข่าวอันดับหนึ่งของแคว้นหมิง
“คุณหนูขอรับ ข้าไปสืบมาแล้ว พวกนางมีวรยุทธ์” ไห่ฮ่าวองครักษ์หนุ่มประจำตัวชิงเว่ยเว่ยรีบรายงาน
ในจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งแห่งนี้ เดิมทีใต้เท้าชิงจะต้องพักอยู่ด้วยแต่เพราะมีเหตุฉุกเฉินในค่ายทหารที่อยู่นอกเมือง บิดาของชิงเว่ยเว่ยและองครักษ์ส่วนหนึ่งจึงได้เร่งเดินทางไปตรวจการและพักอยู่ในค่ายสักระยะ
คุณหนูสี่แห่งสกุลชิงเห็นความผิดปกติในจวนแห่งนี้ นางคิดว่าใต้เท้าเสิ่นกับคนในจวนดูมีลับลมคมในจึงมิได้ตามบิดาไป
ส่วนจ้งซูกับจ้งหนิงสาวใช้คนสนิทของชิงเว่ยเว่ยที่หายไปตลอดเช้า พอจวนใกล้เที่ยงพวกนางก็กลับมารายงานเรื่องที่คุณหนูให้ไปสืบ
“บิดาของเสิ่นฮูหยินเมื่อครึ่งปีก่อนเกิดล้มป่วยเจ้าค่ะ เสิ่นฮูหยินจึงกลับไปเมืองหลวงเพื่อดูแลบิดา และเพิ่งกลับมาเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับนำอนุภรรยาทั้งสองมาด้วย แต่ก็น่าแปลกนะเจ้าคะ ตั้งแต่พวกนางมาที่นี่ก็ไม่เคยร่วมห้องกับใต้เท้าเสิ่นเลยเจ้าค่ะ”
ทุกคนที่อยู่รายรอบชิงเว่ยเว่ยต่างพากันขมวดคิ้ว
“สถานะของพวกเขายิ่งดูก็ยิ่งแปลก ใต้เท้าเสิ่นผู้นี้มีคนเล่าว่าเขารักใคร่ ฮูหยินยิ่งนักก็ไม่น่าจะยอมรับอนุภรรยา อีกอย่างหลังกลับจากเมืองหลวง สองสามีภรรยาไม่ยอมอยู่ร่วมห้องกันเลยด้วยซ้ำ เสิ่นฮูหยินเองก็มีท่าทางห่างเหินกับสามี แค่จับมือกันพวกเขาก็แทบจะไม่ทำ”
“เรื่องในจวนนี้มันดูผิดที่ผิดทางไปหมด เห็นทีเราต้องไม่ปล่อยให้สิ่งใดรอดหูรอดตาไปแม้สักนิด”
“เรื่องไปสอดแนมในเรือนอนุทั้งสองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองขอรับ”
“ดี! ฝากท่านด้วยนะหัวหน้าหลิว”
หลิวเฉิงไปแอบซ่อนอยู่ใต้ขื่อห้องนอนของหว่านอิ๋งอิ๋งตั้งแต่หัวค่ำ ไม่นานนักอนุเจียงก็เดินตามมาใกล้ แต่สิ่งที่หัวหน้าองครักษ์หลิวคาดไม่ถึงก็คือ เสิ่นฮูหยินก็เดินตามมาด้วย
“เดือนกว่าแล้ว เรายังหาตัวท่านพี่ไม่เจอ ข้าอยากรู้นักว่ามันเอาเขาไปซ่อนไว้ที่ใด ”
“เจ้าเสิ่นตัวปลอมนั่นมันระวังตัวแจเลยนะเจ้าคะ ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้เข้าใกล้ คงเกรงพวกเราจะรู้ความลับ”
“ตั้งแต่ได้พบท่านหมอผู้นั้น ข้าก็ไม่เคยนอนหลับได้สนิทได้สักคืน ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านพี่ถูกพวกมันจับไปซ่อนไว้ที่ใด”
“ใต้เท้าตกจากหน้าผาหมายฟ้าสูงชัน ไม่สิ้นชีวิตก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้วนะเจ้าคะ กระดูกหักไปทั้งตัวก็นับว่าไม่แปลก อันที่จริงท่านหมอก็ยืนยันว่าอาการของใต้เท้าไม่ถึงชีวิต”
เสิ่นฮูหยินพยักหน้า น้ำตาของนางจวนเจียนจะหยดเมื่อนึกถึงตอนที่ไปตามหาสามีในหลายอำเภอละแวกนั้นแต่ก็ไม่พบ
“คนชั่วพวกนั้น มันคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ เหตุใดจึงได้คิดฆ่าท่านพี่ ”
“หากพวกเราจับมันได้คาหนังคาเขาเมื่อใด ข้าจะเป็นคนกรีดเนื้อเถือหนังมันเองเจ้าคะคุณหนู” หว่านอิ๋งอิ๋งเอ่ยด้วยความเคียดแค้น
เสิ่นฮูหยินเชิดหน้าขึ้น “ข้าจะต้องเข้มแข็งและเร่งมือควานหาท่านพี่ให้เจอให้จงได้ ถึงวันนั้น ข้าจะต้องแทงคนชั่วพวกนั้นสักพันแผล”
หลินเฉิงตกตะลึงไปกับสิ่งที่พวกนางคุยกัน ใต้เท้าเสิ่นตัวจริงคงจะถูกคนร้ายวางแผนฆ่าคนตกหน้าผา พอมีคนช่วยชีวิตเอาไว้ได้ พวกโจรก็ยังตามหาเขาจนพบแล้วเอาตัวเขาไปจนได้
...ตอนนี้ชะตากรรมของเสิ่นฮั่นเหลียง[1]ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ...
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มรอจนสตรีทั้งสามเดินตามกันออกไปนอกห้องนอนอีกคราจึงได้หลบออกจากห้องนอนของอนุหว่าน
[1] เสิ่นฮั่นเหลียงเจ้าเมืองฉู่จิ้ง ปรากฏในเรื่อง “เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ เล่ม4”
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







