LOGINชายหนุ่มยืนอยู่ตรงระเบียงสองมือบีบราวระเบียงแน่น แค่หลับตาลง บั้นท้ายนั่นก็หลอกหลอนเขาทุกทีไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นเช่นนี้ นับตั้งแต่เห็นแผ่นหลังและบั้นท้ายของนางเป็นต้นมา...เขาก็กลายเป็นชู้กับนางทางความคิดและความฝัน
“หัวหน้าหลิว ท่านมีเรื่องในใจหรือ”
หัวหน้าองครักษ์หันกลับไปเห็นไห่ฮ่าวก็รีบเอ่ย
“เจ้าพอจะมีสุราเก็บเอาไว้ให้ห้องบ้างหรือไม่”
“มีสิ! เหลืออยู่สามขวด ท่านอยากดื่มหรือ ”
“อืม...ข้าขอซื้อต่อก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอกหัวหน้า พวกเราทำงานอยู่จวนเดียวกัน มีเจ้านายคนเดียวกัน ของแค่นี้แบ่งปันกันได้”
ไห่ฮ่าวเดินกลับไปในห้อง หยิบเอาสุราในขวดกระเบื้องเล็กสีขาวขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือออกมาสองขวด เขายื่นขวดหนึ่งให้กับหัวหน้าหลิว
“ข้าดื่มเป็นเพื่อนท่าน” ไห่ฮ่าวยกขึ้นมารอชนขวดกับหลิวเฉิง
“เจ้าเองก็มีเรื่องนอนไม่หลับหรือ”
“อืม...บางเรื่องก็กวนใจข้า”
“คงมิใช่เรื่องขององครักษ์สกุลซิวหรอกนะ”
“หุบปาก!” ใบหน้าของไห่ฮ่าวบึ้งตึงขึ้นทันควัน “ท่านจะดื่มดีๆ หรือจะฝึกกระบี่กับข้าก่อนค่อยดื่ม”
“ก็ได้ๆ ข้าไม่เย้าเจ้าแล้ว มาๆ ดื่มกันเถอะ” หลิวเฉิงเอ่ยพลางชนขวดกระเบื้องกับขวดสุราของไห่ฮ่าวแล้วยกขึ้นดื่ม “ไห่ฮ่าว ที่เจ้าโมโหเช่นนี้ น่าจะมีเค้าอยู่นะ ข้าว่าหลินเต๋อก็น่ารักมิใช่น้อย บุรุษหลายคนในเมืองฉู่จิ้งเห็นเขาแล้วก็ต้องมองซ้ำ” หัวหน้าองครักษ์หนุ่มรีบยกขวดขึ้นดื่ม
เมื่อมีเรื่องของผู้อื่นให้สนใจมากกว่า เรื่องของตนเองก็สามารถเก็บเอาไว้ก่อนได้ หลิวเฉิงเองก็เช่นกัน เขาพยายามหันเหความสนใจของตนไปยังเรื่องของบุรุษทั้งสอง
“หัวหน้าหลิว ท่านนอนไม่หลับเพราะคดีในจวนนี้หรือ ” ไห่ฮ่าวไม่ยอมแพ้ เขาต้องหาทางบ่ายเบี่ยงเลี่ยงเรื่องของหลินเต๋อไปให้ได้
“อืม...ซับซ้อนยิ่งนัก ฮูหยินกับอนุทั้งสองก็มีความลับ ใต้เท้าเสิ่นก็มีความลับ ดูไปพวกเขาน่าจะกำลังดูเชิงอีกฝ่ายอยู่”
“ข้าก็คิดเหมือนท่าน คนปลอมเป็นผู้อื่นเข้ามาในเรือนเช่นนี้ยากจะเป็นคนดี แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนร้ายจึงไม่ถือโอกาสนี้ร่วมหอห้องกับพวกนางทั้งสาม จะว่าไปทั้งพวกนางก็ล้วนงดงามกันทั้งสามคน หรือท่านว่าอย่างไร”
หลิวเฉิงสะดุ้ง เขาอุตส่าห์คิดจะหาสุราดื่มเพื่อลืมบั้นท้ายนั่นของ หว่านอิ๋งอิ๋งแต่ไห่ฮ่าวกลับพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกจนได้
“พวกนางระแวงในตัวเสิ่นตัวปลอมผู้นี้อยู่แล้ว คงต้องหาทางบ่ายเบี่ยงไม่ยอมร่วมเตียงเป็นแน่ แต่พวกนางก็กลับมานานแล้ว หากว่าใต้เท้าตัวปลอมคิดอยากจะหลับนอนกับพวกนางจริง พวกนางคงต้องหาทางปฏิเสธ แต่ได้ยินว่า เสิ่นฮั่นเหลียงเองก็ไม่ยอมร่วมห้องกับพวกนาง ข้าว่าคนผู้นี้อาจจะมีความลับปกปิดเอาไว้”
“เช่นนั้น ข้าจะเข้าไปสืบดูในเรือนนอนของพวกนางดีหรือไม่ ”
“ไม่ได้!” หลิวเฉิงร้องลั่น
“เพราะเหตุใด ”
“เรื่องนี้คุณหนูสี่ให้ข้าเป็นคนจัดการแล้ว ให้ข้าไปดีกว่า ไม่เช่นนั้นข้าต้องถูกตำหนิแน่”
“จริงด้วย ข้าลืมไป ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอฟังผลการสืบของท่านก็แล้วกัน”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มรีบยกขวดสุราขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น เขาจะยอมให้ไห่ฮ่าวบุกเข้าไปในเรือนนั้นไม่ได้ หากบังเอิญไห่ฮ่าวเข้าไปในห้องของหว่านอิ๋งอิ๋งแล้วเจอเหตุการณ์อย่างเขาเข้า
...แค่คิดหัวของหลิวเฉิงก็ออกร้อน สตรีน่าตายผู้นั้นยิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ระมัดระวังอยู่ด้วย...
“เจ้าไปทำงานตามที่คุณหนูสั่งเถิด เรื่องในเรือนเสิ่นฮูหยินข้าจัดการเอง”
วันต่อมา หลิวเฉิงก็แอบเข้าไปในห้องนอนของหว่านอิ๋งอิ๋งอีกครั้งเพราะเขาบังเอิญได้ยินว่าพวกนางนัดกันมาคุยในช่วงยามซวี[1]
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มขึ้นซ่อนบนขื่อที่เดิม สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อหว่านอิ๋งอิ๋งเข้ามาในห้อง นางก็ตรงไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาวางที่โต๊ะข้างๆ แล้วก็ถอดเสื้อผ้าโยนใส่ตะกร้าอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวยืนเปลือยกายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า นางเลือกเอี๊ยมและกางเกงตัวน้อยมาทาบกับตัวแล้วก้มลงสวม
เมื่อครู่นางรู้สึกร้อน เดินผ่านห้องอาบน้ำรวมของสาวใช้พอดีจึงถือโอกาสแวะอาบให้เรียบร้อยแต่เพราะสวมเสื้อผ้าชุดเก่า เมื่อมาถึงห้องจึงเร่งรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
‘หะ! สตรีผู้นี้ เหตุใดจึงชอบถอดเสื้อผ้าเรี่ยราดนัก ฉากแต่งตัวก็มีแต่นางก็ไม่รู้จักไปหลบ ช่างไม่มีความอายเอาเสียเลย’
หลิวเฉิงพยายามข่มใจหลับตา แต่ใจเขากลับสั่นระรัวอย่างไม่มีเหตุผล
“โอ๊ย!”
องครักษ์หนุ่มลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เกรงว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในห้องของนาง ทว่าพอมองไปกลับเห็นนางก้มลงหยิบกางเกงที่หล่นลงพื้น
บั้นท้ายกลมกลึงขาวผุดผาดของนางเต็มตาเขายิ่งกว่าคราก่อน
พรวด!
ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นกุมจมูกของตนเองไว้อย่างรวดเร็ว เลือดกำเดาของเขาไหลออกมาคล้ายกับน้ำลายที่ถูกพ่น ดีที่ก้นของหว่านอิ๋งอิ๋งชนเข้ากับประตูตู้เสื้อผ้าจนน้องร้องโอ๊ะออกมาอีกคำ ทำให้ไม่รู้สึกถึงเสียงคล้ายจะจามบนขื่อ
“บ้าชะมัด! แค่นี้ก็ชนได้ เจ็บจริง” นางเอามือลูบก้นเบาๆ รีบสวมกางเกงกับเสื้อเอี๊ยมแล้วเดินไปหยิบเอาตลับยาทาแก้ปวดมาทาบั้นท้ายช้ำๆ ของตน
คราวนี้หลิวเฉิงจึงได้เห็นเต็มตาว่าสัดส่วนหน้าอกของนางก็เร้าใจไม่แพ้กับบั้นท้าย เขาควักเอาผ้าเช็ดหน้าออกมากดจมูกห้ามเลือดกำเดาแล้วนอนหงาย ในใจก็นึกดีใจที่ตนเองไม่ยอมให้ไห่ฮ่าวมาแทน
‘สตรีห่ามๆ เช่นนี้ หากปล่อยให้บุรุษได้เห็นเรือนร่างของนางหลายคน วันหน้าบุรุษใดจะมาสู่ขอไปเป็นภรรยาเล่า ’
หว่านอิ๋งอิ๋งรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างว่องไว เสิ่นฮูหยินกับเจียงลี่จังใกล้จะมาถึงแล้ว นางต้องเตรียมขนมกับน้ำชาเอาไว้รอ
เมื่อติดเตาเล็กไว้บนโต๊ะเรียบร้อย นางก็ไปหยิบเอากล่องขนมที่อยู่บนชั้นข้างผนังมาแล้วจัดใส่จาน ครู่หนึ่งเสิ่นฮูหยินกับเจียงลี่จังก็มาถึง
“พวกเราบุกเข้าไปไม่สำเร็จ เวรยามก็เพิ่มขึ้น เห็นทีคงต้องปล่อยไปสักพักหรือไม่ก็ต้องหาพันธมิตรมาช่วยเสียแล้วล่ะ”
[1] ยามซวี คือช่วงเวลา 19.00-20.59 น.
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







