Partager

6. หย่า /2

last update Date de publication: 2026-07-30 15:57:46

ฉางเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไปพักใหญ่ แม้จดหมายหย่าจะเป็นสิ่งที่นางปรารถนาที่สุดในยามนี้ แต่เมื่อได้เห็นมันวางอยู่ตรงหน้า ใจดวงน้อยก็วูบไหวจนลมหายใจติดขัดขึ้นมาในทันที

“รวดเร็วดีเหลือเกิน ท่านคงรอโอกาสนี้มานานแล้วสินะ” เสียงสั่นเครือดังขึ้น พร้อมกับก้อนน้ำใสที่เริ่มคลอเบ้า

“ฮูหยิน ท่านลืมแล้วหรือว่าเราไม่มีบ้านเดิมให้กลับ อีกทั้งทรัพย์สมบัติของตระกูลหลิงบ้านสาม บัดนี้ก็ได้ตกไปเป็นของหลิงจินเฉินหมดแล้ว สตรีที่แต่งออกไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติเดิมของบิดานะเจ้าคะ” ชิงอี้เอ่ยเตือนสตินายของตนด้วยความหวังดี

ฉางเยว่หันมามองหน้าสาวใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พลางเผยยิ้มอ่อนก่อนจะเอ่ย “หากเจ้าเกรงว่าไปกับข้าแล้วจะอดตาย เช่นนั้นเจ้าอยู่ต่อที่นี่ก็ได้นะ ข้าไม่ตำหนิเจ้าหรอก”

“เปล่านะเจ้าคะ บ่าวก็แค่เป็นห่วงท่านก็เท่านั้น ฮูหยินอยู่ที่ไหน บ่าวก็จะอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ” ชิงอี้รีบเอ่ยพลางทำหน้ารู้สึกผิด

“ข้าเย้าเจ้าเล่นหรอกน่า” ฉางเยว่เอ่ยพลางยกมือบีบแก้มสาวใช้ “ไปเก็บของเถิด วันพรุ่งเราจะไปจากที่นี่กัน”

“เจ้าค่ะ” ชิงอี้รับคำ ทั้งที่ในใจยังมีเรื่องมากมายที่อยากถาม แต่เพราะเกรงผู้เป็นนายจะหงุดหงิด นางจึงได้เงียบเอาไว้

ฉางเยว่ สั่งคนของตนแล้วนางก็ออกมาเดินเล่นที่สวน ดวงตาคู่งามทอดมองไปรอบทิศ ราวกับจะซึมซับเอาภาพความทรงจำที่แสนทรมานนี้ไว้ในใจ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งนางเคยปลื้มปริ่มกับการได้ครอบครองมัน เรือนพำนักของฮูหยินเอกหลี่เป่ยโหว

ทว่าพอนานเข้า ที่แห่งนี้กลับกลายเป็นกรงขัง บดบังความสามารถที่แท้จริง ทั้งยังเป็นที่ที่ทำให้นางพบกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส ซ้ำร้ายนางยังกลายเป็นคนชั่วเอาชีวิตคนอื่นอีก

“นับจากนี้ไป เจ้าจงเป็นเจ้า อย่าได้คิดเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อใครอีกนะหลิงฉางเยว่” หญิงสาวเอ่ยเตือนตนเองแผ่วเบา

จากนั้นร่างอรชรก็เดินทอดน่องเหม่อมองจันทราเบื้องบน ซึ่งมันดูหมองหม่นไม่ต่างไปจากดวงตาของนางเท่าใดนัก ราวกับมันรับรู้ถึงการล่มสลายของพันธะสัญญาที่เคยผูกมัดคนสองคนไว้

ฉางเยว่ยืนนิ่งอยู่กลางสวนหินที่นางเป็นผู้บรรจงจัดแต่งด้วยความรัก หวังเพียงว่าวันหนึ่งสามีจะหันมามองเรือนที่ตนอยู่อาศัย ด้วยใจที่เมตตาเฉกเช่นคู่สามีภรรยาทั่วไป

ทว่าบัดนี้เมื่อกวาดสายตามองไปรอบกาย ทุกอย่างที่นางตั้งใจทำกลับดูแปลกตาและไร้ค่าจนอยากจะพังทลายมันทิ้งเสีย

สองเท้าเริ่มก้าวลึกเข้าไปในสวน ผ่านศาลาไม้ที่ครั้งหนึ่งนางเคยนั่งดีดพิณจนนิ้วมือระบม หวังเพียงให้เสียงเพลงไปถึงหูผู้เป็นสามีที่เดินผ่านไปมา พลันนางก็มองเห็นภาพเงาร่างของตนในอดีต ที่คอยชะเง้อมองหาสามีด้วยใจจดจ่อ ภาพที่ปรากฏเพียงชั่วครู่นี้ ดูแล้วช่างน่าเวทนานัก ‘ช่างโง่เขลาเหลือเกิน หลิงฉางเยว่’

พลันน้ำตาที่กลั้นไว้ก็เริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวย ส่งผ่านหยดน้ำใสล่วงหล่นลงสู่พื้นหินเย็นเยียบ ฉางเยว่มิได้เจ็บปวดเพราะถูกทอดทิ้ง ทว่าหยาดน้ำตาที่ไหลรินนี้ มาจากการที่นางมองเห็นชีวิตที่ต้องสูญเปล่าและไร้ค่าของตนต่างหาก

ร่างอรชรยังคงยืนเหม่อท่ามกลางแสงจันทร์ ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่มั่นคงเดินเข้ามา ฉางเยว่ยืนนิ่งสงบยิ่งกว่าเดิม เพราะนางรู้ดีว่าผู้ทียืนอยู่ทางด้านหลังนั้นคือใคร

“ยังไม่นอนหรือ” น้ำเสียงของหลี่เป่ยโหวนิ่งเรียบ ทว่ามันกลับสั่นประสาทคนฟังอย่างบอกไม่ถูก

หลี่ซือหยางหยุดยืนอยู่ห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายของบุรุษเพศที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึกเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน ทำเอาฉางเยว่รู้สึกราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา

“ข้ากำลังร่ำลา” นางเอ่ยตอบเสียงแหบพร่า ดวงตายังคงทอดมองไปเบื้องหน้า “ร่ำลาชีวิตที่เคยโง่งมของตนเอง”

หลี่ซือหยางขมวดคิ้วแน่นก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง เงาของเขาทาบทับร่างเล็กจนมิด แววตาที่ใช้มองนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่ฉางเยว่จะอ่านออก มันมีทั้งความหงุดหงิด ความเกลียดชัง และความสับสนที่แฝงไปด้วยความอาวรณ์ ซึ่งตัวเขาก็ไม่อาจยอมรับ “ออกไปจากที่นี่ เจ้าก็ไม่มีอะไรเลย” ถ้อยคำเขาราวกับกำลังข่มขู่ให้นางตื่นกลัวการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า

อึดใจต่อมาเขาก็เอ่ยขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “หากเจ้ายอมทำตัวดีดีอยู่ที่นี่ต่อ ข้าสัญญาว่าเจ้าจะมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือเหมือนที่ผ่านมา แต่ถ้าเจ้าออกไป เจ้าจะกลายเป็นเพียงสามัญชนที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเข้าใจหรือไม่หลิงฉางเยว่”

คนฟังก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ แต่มิใช่เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขแต่อย่างใด “เงินทองหรือ? หลี่เป่ยโหว นี่ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าอะไรคือสิ่งที่ข้าต้องการอย่างแท้จริง”

นางหันกลับมาสบตากับเขา แววตาสีนิลคู่นั้นเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่ามันกลับส่องประกายเด็ดเดี่ยว “ข้าต้องการความเป็นคนคืนมา ต้องการหลุดพ้นจากนามฮูหยินหลี่เป่ยโหวที่ไม่เคยถูกสามียกย่อง ในใจข้ายามนี้...” นางนิ่งและจ้องหน้าเขา

“ใจข้ายามนี้ ขอเพียงแค่ได้หายใจในที่ที่ไม่มีท่านเป็นกรงขังก็เพียงพอ ต่อให้ต้องไปนอนข้างถนนหรือไม่มีจะกิน ข้าก็ยังยินดีมากกว่าจะอยู่กับคนที่ไม่ได้รักกัน...” เสียงของนางเงียบลงเพียงครู่ ก็เอ่ยขึ้นอีก “ข้าเคยรักท่านมากหลี่ซือหยาง รักสุดหัวใจจนโง่งม ทว่าบัดนี้... ข้ารักตนเองมากกว่า และข้ามิใช่ผู้ที่ต้องสูญเสียสิ่งใดไป กลับกัน...คนที่สูญเสียคือท่านต่างหาก นับจากนี้ท่านสูญเสียสตรีที่รักท่านสุดหัวใจไปแล้วหลี่ซือหยาง”

คำพูดหนักแน่นมั่นคงที่ฉางเยว่เอื้อนเอ่ยออกมานั้น เปรียบประดุจค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคนฟัง นำพาผู้เป็นสามีนิ่งชะงักไปราวกับถูกสาป กระทั่งเขาได้สติจึงเอ่ยขึ้นด้วยโทสะที่มี

“ดี...” หลี่เป่ยโหวแค่นเสียงอย่างเดือดดาล “ถ้าเจ้าอยากไปนัก ก็เชิญ! แล้วอย่าได้กลับมาเหยียบที่จวนแห่งนี้อีกเป็นอันขาด” สิ้นคำ หลี่ซือหยางก็สะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไป ทิ้งให้สตรีที่กล้าต่อต้านตนยืนเคว้งอยู่กลางความมืดมิดเพียงลำพัง

ฉางเยว่ทรุดลงนั่งกับพื้นหญ้า มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนสั่นสะท้าน ‘ดีแล้ว มันจะได้จบเสียที’ นางเตือนตนซ้ำ ๆ พร้อมกับปล่อยให้หยดน้ำตาไหลรินอาบแก้ม ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่เพราะการสูญเสียเขา แต่มันคือความเจ็บปวดที่ได้เห็นว่า ชายที่นางรักจนหมดหัวใจ กลับไม่แม้แต่จะรู้จักนางเลย... ไม่เลยสักนิด

ค่ำคืนสุดท้ายในจวนเป่ยโหว บัดนี้กลับกลายเป็นดั่งกรงขังในสายตาของฉางเยว่ ความเงียบงันภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยความอึดอัด กลับกลายเป็นความสงบที่น่าสะพรึงกลัวไปเสียแล้ว ทุกตารางนิ้วล้วนแต่เป็นความทรงจำที่แตกสลาย

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้เดิมที่นางเคยถูกย่ำยีด้วยความดิบเถื่อนและอำนาจของสามี บัดนี้ร่องรอยที่ติดอยู่บนร่าง กลับกลายเป็นหลักฐานยืนยันถึงความโง่เขลาของตนเอง

นางใช้มือเรียวลูบไปตามผืนผ้าปูที่นอน พลางหลับตาลงนิ่งความอดทนที่ฝืนไว้ในใจถูกปล่อยผ่านหยดน้ำตาที่ไหลรินอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีถ้อยคำตัดพ้อใด ๆ อีกแล้ว

ยามรุ่งสาง... แสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้าแล้ว

ฉางเยว่และชิงอี้สาวเท้าก้าวข้ามธรณีประตูจวนโหวด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น ร่างอรชรในชุดเรียบง่ายดูบอบบางยังคงตั้งมั่นที่จะออกไปจากที่นี่ ท่าทางของนางหาได้มีความลังเลแม้เพียงนิด

ทว่าในมุมหนึ่งของจวน หลี่ซือหยางกำลังยืนกอดอกแน่น สายตาคมกริบคอยเฝ้ามองร่างเล็กที่ก้าวเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ราวกับรอดูว่านางจะหันกลับมาเมื่อใด แต่เมื่อเห็นว่าร่างนั้นไม่มีทีท่าจะหันกลับ เขาก็เผลอขบกรามจนขึ้นสันนูนชัดเจน

ความรู้สึกเริ่มบิดเบี้ยวระคนสับสน ในใจยังติดกับความคิดเดิมที่ว่า นี่เป็นเพียงการแสดงของสตรีที่อยากเรียกร้องความสนใจ

‘ประเดี๋ยวก็คงจะร้องไห้วิ่งกลับมา’ เขาคิดในใจ ทว่าลึก ๆ กลับเกิดความหวั่นเกรงขึ้นมา เมื่อเห็นที่หน้าประตูยังว่างเปล่า

ชั่วยามผ่านไป... ทุกอย่างยังคงเงียบสงัด

หนึ่งวันผ่านไป... กลับไร้ซึ่งข่าวคราว

“ซือหยางเจ้าไม่คิดจะส่งคนไปดูหน่อยหรือว่าฉางเยว่เป็นตายร้ายดีเช่นไร” กู้เทียนหลาง สหายคนสนิทของหลี่เป่ยโหวติง

“นางอยากไปเองไยข้าต้องตาม” ซือหยางเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าออกจากม้วนฎีกาที่เขาจะยื่นต่อฝ่าบาทวันพรุ่ง

“ทำเป็นมาพูดดี จดหมายหย่าก็ไม่ลงตราประทับ ไม่ได้คิดจะหย่าแล้วเหตุใดเจ้าถึงยังปล่อยนางออกไปลำบากอีก”

ดวงตาคมกริบตวัดไปยังคนสนิทของตนที่ยืนยิ้มแห้งทันที ก่อนจะหันมาทางสหายที่ก้าวเดินมาหยุดหน้าโต๊ะ

“เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่” กู้เทียนหลางจี้ถาม

“ข้าก็แค่อยากสั่งสอนนาง แต่เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้าว่าไม่เกินสามวันนางต้องร้องไห้กลับมาแน่” ผู้ที่นั่งอยู่ตอบอย่างมั่นใจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    33. เลือกไม่ผิด

    สายของวัน ไป่เซิงที่อยู่ในชุดคลุมสีเข้มก็ก้าวออกจากเรือนด้วยสีหน้าอิ่มเอม ทว่าทันทีที่เขาเปิดประตูออก มันก็เป็นจังหวะที่ ซินฮูหยินเดินมาหยุดที่หน้าเรือนบุตรสาวนางตั้งใจจะมาปลุกฉางเยว่เพื่อแจ้งข่าวดี เกี่ยวกับเรื่องที่ตระกูลไป่จะเข้ามาพูดคุยเรื่องสู่ขอในวันนี้ทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เหมือนจะคุ้นตาแต่ไม่คุ้น ก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของบุตรสาว ซินฮูหยินก็เบิกตากว้างจากนั้นนางก็แผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก“กรี๊ด! เจ้า... เจ้าเป็นใคร! มาอยู่ในห้องลูกสาวข้าได้อย่างไร องครักษ์ องครักษ์ไปไหนหมด” นางร้องเรียกคนเสียงดังไป่เซิงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักตกใจไม่แพ้กัน เมื่อได้สติเขาก็ไม่รอช้าที่จะแสดงความจริงใจด้วยการทรุดเข่าลงกับพื้น “ฮูหยิน โปรดระงับโทสะ ข้าน้อยไป่เซิงเองขอรับ ขออภัยที่เสียมารยาท...”“ปะ... ไป่เซิงหรือ” ซินฮูหยินทำหน้ามึนงงเหรินเจี้ย ที่วิ่งมาจากหลังเรือนรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าเคียงข้าง “เรียนฮูหยิน ท่านนี้คือซือหม่าไป่ขอรับ”ซินฮูหยินรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครนางก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา ทว่าความหวงลูกสาวก็ยังไม่จางหาย นางจึงทำหน้ายักษ์ใส่ว่าที่ลูกเขย พร้อมกับตำหนิเสียงเข้ม “ถึงจะเป็

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    32. ทวงสัญญา

    ทว่าคนตัวโตหาได้อดทนเช่นนางไม่ เพียงก้าวเดียวร่างสูงก็พรวดเข้ามาประกบกายนางจนแนบแน่นแทบไม่เหลือช่องว่าง อกแกร่งบดเบียดเข้ากับทรวงอกอ่อนนุ่ม แขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวบางราวกับหวาดกลัวว่านางจะเลือนหายไป ความคิดถึงที่สะสมมานานกว่าครึ่งปีระเบิดออกมาผ่านสัมผัสเขาทันทีฉางเยว่เงยหน้ามองเขาได้เพียงแค่เสี้ยวอึดใจ ริมฝีปากหนาของเขาก็ทาบทับลงมาอย่างเร่าร้อนจูบแรกหนักหน่วงราวกับจะช่วงชิงลมหายใจ ริมฝีปากเขานั้นบดเบียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อสมใจอยากจึงได้ผ่อนลงเปลี่ยนเป็นละเลียดชิมความหวานอย่างอ่อนโยน แต่เพียงครู่ก็กลับมารุกเร้าตามแรงปรารถนาของใจที่ปะทุจนยากเกินการควบคุม“อาเยว่... อาเยว่ของข้า...” เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากยามเมื่อคลายริมฝีปากออกให้นางหอบเอาอากาศ มือแกร่งยังคงลูบวนผ่านแผ่นหลังเนียนช้า ๆ ไต่ขึ้นสู่ต้นคอจากนั้นเขาก็ตรึงไว้มั่น บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นรับจูบอันดูดดื่มจากตนอีกหน มือเรียวกดศีรษะของนางเข้าหาเน้นย้ำสัมผัสแห่งความคิดถึง ที่เขาอดกลั้นไว้มานานกว่าครึ่งปีเนิ่นนานนักว่าจะผละใบหน้าออกมา ถึงกระนั้นเขาก็ยังซุกใบหน้าคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอนาง สูดกลิ่นหอมอ่อนของสตรีอันเป็นที่รักอ

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    31. แยกจาก

    หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ฉางเยว่และไป่เซิงก็เรียกคนสนิทของตนมาพบ รวมถึงเหรินเจี้ยที่คอยอารักขาฉางเยว่ มาฟังความลับที่น่าอัศจรรย์ของเขากับนาง เพื่อให้ทั้งสามเลิกสงสัยและเคลือบแคลงใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ไวเกินคาด“คุณหนู เป็นเรื่องจริงหรือเจ้าคะ” ชิงอี้ยังไม่ค่อยเชื่อ“เจ้านี่นะ หากไม่จริงท่านย่าจะยอมปล่อยข้ามาหรือ”“แต่มันอัศจรรย์เกินไปนะเจ้าคะ”“ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกที่คิดเช่นนี้ ข้าที่ได้ย้อนกลับถึงสองคราก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน” แม้จะเล่าเรื่องลึกลับเหล่านี้ให้ทุกคนฟัง ถึงกระนั้นเรื่องที่ตนไม่ใช่คนยุคนี้ ฉางเยว่กลับไม่ได้เอ่ยถึง เพราะนางขี้คร้านมานั่งตอบคำถามเรื่องราวในโลกที่ตนจากมา“หากเป็นเช่นนี้บ่าวก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ทว่าถึงอย่างนั้นคุณหนูก็ต้องระวังตัวนะเจ้าคะ ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นท่านก็อย่า... เอ่อ... อย่าให้ท่านซือหม่าเข้าใกล้นัก ประเดี๋ยวจะถูกครหาเอาได้”สาวใช้ผู้ภักดีเอ่ยพลางปรายตามองผู้ที่นั่งอยู่ข้างนายตน แม้จะนึกหวั่น ถึงกระนั้นนางก็ยังเอ่ยเพื่อชื่อเสียงตระกูลหลิง“เรื่องเหล่านี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่มีทางทำให้ชื่อเสียงของอาเยว่ด่างพร้อยอย่างที่เจ้ากลัวแน่” ไป่เซิงให

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    30. ยิ่งรู้ยิ่งรัก

    ซือหยางหันมาคำนับขุนนางที่ยศสูงกว่าตนก่อนจะเดินตามผู้อาวุโสออกไป แต่ก็ไม่ลืมหันมามองสตรีที่ทำเขาเกิดอาการรวดร้าวอย่างไม่รู้สาเหตุ ยิ่งนางยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเขายิ่งรู้สึกเจ็บทว่าตลอดชีวิตนี้เขาคงมิอาจหาคำตอบได้แล้ว เพราะการต่อกรกับผู้ที่รั้งตำแหน่งซือหม่ามันเป็นเรื่องยากพอ ๆ กับชิงของรักคนในราชวงศ์ แต่ถ้ามีหนังสือสัญญาหมั้นหมายเขาคงไม่ยอมคนที่มาทีหลังเช่นเขาจะไปสู้อันใดได้เล่าในเมื่อสองคนนี้รักใคร่กัน เขาก็ทำได้แค่ยินดีเท่านั้น ‘พึงใจสตรีเป็นคราแรก ข้าก็ต้องผิดหวังกระนั้นหรือ ซือหยางเจ้าช่างน่าเวทนานัก’ โหวหนุ่มนึกในใจพร้อมกับเดินคอตกออกจากห้องเมื่อแขกที่มาเยือนจากไป ไป่เซิงก็ขยับลุกมานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าสตรีอันเป็นที่รัก พร้อมกับเอื้อนเอ่ยถามนางว่า“อาเยว่ เจ้ายินดีแต่งงานกับข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่ เจ้าไม่ได้แสร้งหลอกให้ข้าดีใจเล่นนะ” เขาเอ่ยพลางจับจ้องใบหน้างามฉางเยว่มองเขาแล้วก็ยิ้มขำ “เมื่อครู่เห็นประกาศปาว ๆ อย่างมั่นใจ เหตุไฉนพอไม่มีใครแล้วพี่ไป่ถึงถามเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”“ก็… ก็ตอนนั้นข้าร้อนใจ กลัวเจ้าจะกลับไปชอบคนผู้นั้น” ไป่เซิงเอ่ยอย่างที่ใจคิด จนลืมนึกเรื่องหนึ่งไปเลย“กล

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    29. อดีตสามี

    ฉางเยว่ยังคงยืนนิ่งราวรูปปั้นแกะสลัก ด้วยนึกไม่ถึงว่าตนจะได้พบกับสามีในชาติก่อนเร็วเพียงนี้ ทั้งท่าทางเขาก็ต่างไปจากชาติก่อนราวพลิกฝ่ามือ จากไม่เคยยิ้มให้ก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร จากที่ไม่เคยพูดจาดี กลับอ่อนโยนราวกับเขาไม่ใช่สามีใจร้ายผู้นั้น“น้องฉางเยว่ ไยเจ้าถึงยืนนิ่งเช่นนี้เล่า” ซือหยางเอ่ยพลางยกมือโบกไปมาอยู่ตรงหน้านางอย่างหยอกเย้านั่นจึงทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในภวังค์ได้สติ รีบถอยห่างจากเขา“เอ่อ... คารวะท่านโหวเจ้าค่ะ” นางรีบย่อกายให้เขา“นี่เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้ามีตำแหน่งโหว” ซือหยางขยับเข้าหาอีก แววตาที่เผยออกมาเต็มไปด้วยความใคร่รู้และชื่นชมร่างอรชรก็ขยับถอยห่าง “ข้าได้ยินพี่รองพูดถึงเจ้าค่ะ” ในเมื่อเขาบอกว่าตนเป็นสหายพี่ชาย เช่นนั้นนางก็โมเมเลยแล้วกัน“อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่พี่รองเจ้าเขาไปไหนหรือ” ซือหยางยังคงเอ่ยด้วยวาจาอ่อนโยน สีหน้าและแววตาก็แฝงแต่ความเอ็นดู“เขาไปเมืองผิงอันเจ้าค่ะ ท่านโหวมีสิ่งใดจะฝากหรือเจ้าคะ”“อะไรกัน ไยเจ้าถึงดูรีบร้อนนักไม่ต้อนรับข้าหรือ” เขาถามพลางขยับเข้าใกล้นางอีก ทว่าคนตัวเล็กก็ยังขยับถอยออกจากเขาเช่นเคย นำพาให้หลี่เป่ยโหวที่สตรีอยากเข้าใกล้ต้องหยุดเอง“

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    28. ด่านเปิด /2

    หลิงฉางเสิ่นฟังคำบุตรสาว พลางครุ่นคิดถึงเหตุผลที่บุรุษผู้มากอำนาจอย่างซือหม่าไป่ยกทัพมาช่วยตน “เยว่เอ๋อร์เจ้าสงสัยอะไรกระนั้นหรือ” “ข้าก็บอกไม่ถูก บางคราข้าก็รู้สึกเหมือนซือหม่ารู้เห็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับข้า แต่บางคราก็เหมือนเขาจะไม่รู้อะไรเลย” “พ่อว่าเจ้าคิดมากไปเองมากกว่า ไป่เซิงอาจจะเอ็นดูเจ้าและนึกถึงเมื่อครั้งที่เจ้ายังเยาว์ก็เลยใส่ใจมากกว่าปกติ เอาล่ะดึกมากแล้วไปนอนเสีย วันพรุ่งพี่เขาจะมารับไปเที่ยวเล่นมิใช่หรือ” “ท่านพ่อ แล้วท่านอนุญาตหรือเจ้าคะ” ฉางเยว่ทำตาใสใส่ “เขาดีถึงเพียงนั้น พ่ออยากจะใส่พานถวายให้ด้วยซ้ำ” “ท่านพ่อ นี่ลูกสาวท่านนะเจ้าคะ” ฉางเสิ่นขยับลุกก่อนจะยื่นมือมายีศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู “ไม่ง่ายที่จะพบคนยอมตายพร้อมกับเรา พ่อเชื่อว่าไป่เซิงไม่มีทางต่างไปจากชาติก่อนแน่ เจ้าอย่าได้ปล่อยเขาหลุดมือไปล่ะ” “เช่นนั้นวันพรุ่งลูกไม่กลับนะเจ้าคะ” ฉางเยว่แสร้งแหย่บิดา “ก็ดีนะรวบหัวรวบหางไป่เซิงไปเลย ประเดี๋ยวเขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา บุรุษดีดีเช่นนี้คงไม่เวียนมาหาเจ้าอีกแล้ว” “ท่านพ่อ บุตรสาวท่านออกจะงามถึงเพียง ยังเกร็งจะขายไม่ออกอีกหรือเจ้าคะ ไปเลยนะ... กลับไปนอนได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status