Share

5. หย่า /1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-30 15:56:44

ฉางเยว่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของสามีแม้แต่น้อย นางยังคงเดินเข้ามาในห้องชำระร่างกายที่มีไอน้ำอุ่นลอยฟุ้งกระจาย เพื่อล้างคราบคาวโลกีย์ที่ยังหลงเหลือติดอยู่บนตัวให้สิ้นไป

เมื่อนั่งลงในอ่างใบใหญ่ได้ นางก็ใช้มือขาวกวักน้ำอุ่นขึ้นมารดเรือนร่างขาวผ่องของตน เพื่อชะล้างคราบไคลและร่องรอยแห่งความป่าเถื่อนของบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี

หลี่ซือหยางมองแผ่นหลังขาวเนียนที่ดูเปราะบาง ทว่าในวันนี้เขากลับรู้สึกว่ามันแฝงความแข็งแกร่งไว้อย่างน่าประหลาด ความสับสนเริ่มตีรวนขึ้นมาจนเขารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

พิษสุราที่เคยกระตุ้นเร้าอารมณ์บัดนี้กลับจางหายไป เหลือเพียงความมึนงงที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับตนเองกำลังเผชิญกับคนแปลกหน้าซึ่งมาในร่างของภรรยาที่เขาเคยดูแคลน

“เจ้าคิดจะทำอันใด หลิงฉางเยว่” น้ำเสียงเขาทรงอำนาจและแฝงความเดือดดาล ราวกับกำลังเอ่ยกับศัตรูในสนามรบ

ทว่าสตรีที่นั่งอยู่ในอ่างน้ำกลับไม่แม้แต่จะสะดุ้งตัว ฉางเยว่ทำเพียงแค่หมุนกายกลับมามองเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้อในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบดุจผิวน้ำยามที่ไร้ลมพัดผ่าน

มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวใด ๆ สายตานางในยามนี้ มันไม่ต่างไปจากการมองคนแปลกหน้าที่ไร้ซึ่งความสำคัญต่อชีวิต จนอีกฝ่ายถึงกับชะงักนิ่ง

“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่า ข้าต้องการหย่า” น้ำเสียงของนางนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนบาดลึกถึงกระดูก

ซือหยางรีบก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของเขาเกือบชิดขอบอ่าง ความโกรธที่พุ่งพล่านเริ่มผสมปนเปกับความรู้สึกที่เขาไม่อาจนิยามได้ มันไม่ใช่แค่ความเกลียดชัง แต่มันคือความรู้สึกที่ว่าอำนาจสั่งการที่เคยมีกำลังจะถูกนางแย่งชิงไป

“หย่า? เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่าง ใช้ราชโองการมาบีบบังคับข้าให้ตบแต่งเจ้าเข้าจวน มาบัดนี้เจ้ากลับพูดออกมาง่าย ๆ ว่าจะหย่า หลิงฉางเยว่... เจ้าเห็นจวนโหวเป็นสถานที่เช่นใดกัน คิดจะมาก็มา จะไปก็ไปง่าย ๆ กระนั้นหรือ” หลี่เป่ยโหวเอ่ยพลางก้มลงมาคว้าข้อมือเรียวของนาง พลางออกแรงบีบแน่น ส่งผ่านอารมณ์คุกรุ่นไปยังผิวของภรรยา แต่มันกลับไร้ซึ่งความหมายในความคิดฉางเยว่ นางแค่นยิ้ม ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

“หลี่ซือหยาง อย่าทำเหมือนท่านไม่อยากหย่ากับข้าสิ” ดวงตาคู่สวยจ้องมองผู้เป็นสามี พลางยกยิ้มมุมปากอย่างคนเป็นต่อ ยิ่งได้เห็นท่าทางอึกอักที่เขาเผยออกมา ยิ่งทำให้ฉางเยว่ขบขัน

“ข้าหรืออยากจะรั้งเจ้าไว้ ฝันกลางวันแล้วหลิงฉางเยว่!” เสียงดุดันตวาดกร้าวขึ้น มือที่กำแขนนางอยู่ก็รีบปล่อยออก

ฉางเยว่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้ม ก่อนจะหันกลับมากวักน้ำล้างเนื้อตัวของตนต่อ พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็นชา ไม่ต่างจากสีหน้านางในยามนี้ “เช่นนั้นก็หย่าสิ ท่านจะรีรอไปไย”

หลี่ซือหยางชะงักไปอีกครา กว่าจะเอ่ยออกมาได้ก็เนิ่นนานพอควร “คิดว่ามันง่ายนักหรือ หากเจ้ามีบ้านเดิมให้กลับ ข้าก็ไม่ต้องทนฝืนใจให้เจ้าอยู่ที่นี่มานานนับปีกระมัง” ท่านโหววัยยี่สิบห้า กล่าวถึงเหตุผลที่เขาไม่อาจหย่ากับนางได้

ตระกูลหลิงบ้านสามบัดนี้เหลือเพียงแค่หลิงฉางเยว่ผู้เดียว บิดาและพี่ชายนางต่างก็สิ้นใจในสนามรบ มารดาก็สิ้นชีพตามไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้บุตรสาวคนเล็กของตระกูลขาดที่พึ่งพิง

นี่จึงเป็นโอกาสให้นางร้องขอราชโองการมาบีบบังคับเขาให้แต่งงานด้วย ทว่ามาบัดนี้นางกลับเอ่ยว่าจะหย่าขาดจากกัน

มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย คนอย่างหลิงฉางเยว่น่ะหรือ จะหย่าขาดจากเขาแล้วไปดิ้นรนใช้ชีวิตด้วยตนเอง

หลี่ซือหยางจ้องมองใบหน้างาม ซึ่งยามนี้นางก็กำลังจ้องเขาเช่นกัน ทั้งยังเผยรอยยิ้มเย็นเยียบออกมาอีก

“หลี่เป่ยโหว นี่ท่านห่วงข้าหรือ” ฉางเยว่เอ่ยพลางขยับมาเกาะขอบอ่างไม้ เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่สามีจนเขาถึงกับเสียงติดขัด

“ขะ... ข้าหรือห่วงเจ้า ฝันไปเถอะ” หลี่เป่ยโหวรีบตอบ

“เช่นนั้นก็ดี วันพรุ่งก็เขียนจดหมายหย่าให้ข้าเสีย ส่วนเรื่องที่ข้าจะมีบ้านเดิมให้กลับหรือไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล ภายหน้าข้าจะเป็นตายร้ายดีมันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับท่าน” หญิงสาวเอ่ยเสียงหนักแน่น พลางจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาแน่วแน่

ซือหยางนิ่งงันไปครู่หนึ่ง “สตรีที่ทำเป็นแต่เย็บปักถักร้อยอย่างเจ้าน่ะหรือ จะเอาตัวรอดได้” เขากล่าวหยันเสียงดัง

“ท่านจะสนไปไยว่าข้าจะรอดหรือไม่” ฉางเยว่เอ่ยพลางขยับลุกจากอ่าง โดยที่ร่างกายของนางนั้นมีเพียงชุดขาวที่เปียกน้ำปกคลุมตัว หากเป็นสตรีอื่นคงไม่กล้าทำเรื่องเช่นนี้เป็นแน่

“ไร้ยางอาย” ซือหยางก่นด่าอย่างเหลืออด พลางเบี่ยงสายตาหนีร่างกายเย้ายวนที่ได้รีดน้ำเขาไปหลายรอบก่อนหน้านี้

ฉางเยว่เพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้าวออกจากอ่างน้ำด้วยท่วงท่าเชื่องช้า แล้วเดินนวยนาดไปยังฉากที่มีอาภรณ์แขวนอยู่ ปากก็กล่าวตำหนิผู้ที่ยืนอยู่ในห้องอย่างไม่เกรงใจ

“ข้าหรือไร้ยางอาย เป็นท่านต่างหากหลี่ซือหยาง ท่านไม่เคยรักข้า แต่ก็ยังมาหาความสำราญบนเรือนร่างนี้ไม่หยุดหย่อนแอบอ้างเอาฐานะสามีมาบังหน้า แต่ความจริงท่านติดใจร่างกายข้ามากกว่า ใช่หรือไม่” น้ำเสียงช่วงท้ายปนความเย้ยหยันอยู่ในที

“ข้าไม่ได้ติดใจเจ้า! สตรีแพศยาเช่นเจ้าหรือจะทำให้ข้าติดใจได้” หลี่เป่ยโหวคำรามลั่น พลางสาวเท้าเข้ามาคว้าแขนนาง จนมือที่กำลังผูกปมผ้ารอบสุดท้ายถูกกระชากออก

ฉางเยว่มองเขาด้วยแววตานิ่งเฉย “เช่นนั้นก็หย่าเสียสิ”

ซือหยางขบกรามแน่น “ได้! ข้าจะหย่าให้เจ้า แต่อย่าหวังเชียวว่าข้าจะมอบเงินทองให้เจ้าได้เอาไปเสวยสุข เก่งนักเจ้าก็ออกไปพร้อมกับสินเดิมที่มีอยู่น้อยนิดนั่นเถิด แล้วภายหน้าก็อย่าได้คลานกลับมาขอให้ข้าช่วยเชียว เพราะจวนข้าไม่ต้อนรับ” สิ้นคำ มือเรียวก็ออกแรงดันจนร่างเล็กเซถลาไปติดผนัง จากนั้นร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองอีก

ฉางเยว่ไม่ได้มองตามเขา นางเพียงแค่ก้มลงมามองมือตนที่มีรอยแดงเป็นริ้วพลางยกยิ้มราวกับคนไร้ซึ่งความเจ็บปวด

“ที่ผ่านมาเป็นข้าเองที่โง่เขลา คิดว่าแต่งแล้วท่านก็คงจะรักข้าขึ้นมาบ้าง หึหึ กว่าเจ้าจะฉลาดนะหลิงฉางเยว่” เสียงพึมพำแผ่วเบาเปล่งออกมาราวกับสายลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้า

พลันความทรงจำเมื่อครั้งอดีต ก็เริ่มไหลเวียนเข้ามาหลอกหลอนทำนางเจ็บปวด หลิงฉางเยว่ในวันวานคือสตรีที่หลงงมงายในรัก หลับหูหลับตาทำในสิ่งที่สตรีในยุคนี้ควรใฝ่รู้

ไม่ว่าจะเย็บปักถักร้อย เล่นดนตรีเพื่อเอาไว้มัดใจบุรุษ ทั้งพูดจาหวานหูเพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีให้ชายอันเป็นที่รัก

ทว่าทั้งหมดทั้งมวน ผู้เป็นสามีกลับไม่เห็นค่าเลย

ครั้นเมื่อนางได้รู้ว่าหลี่ซือหยางมีสตรีที่พึงใจอยู่แล้ว ทั้งยังเอ่ยว่าจะแต่งสตรีนางนั้นเข้ามาเป็นฮูหยินรองในอีกไม่ช้า

ความคิดอันแสนชั่วร้ายก็เข้าครอบงำ หลิงฉางเยว่ถึงกับลอบวางแผนกำจัดศัตรูหัวใจในวันที่ทั้งคู่แต่งงานกัน

ไฟแห่งความหึงหวงทำนางไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจ เป็นเหตุให้มีอีกหลายสิบชีวิตต้องตายเพราะแผนการในครานี้

นำพาหายนะมาสู่ตัวนางรวมถึงตระกูลหลิงที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ ให้กลายเป็นที่ครหาไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ทว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อน...

คนที่ถูกประหารต่อหน้าธารกำนัลเพราะความผิดที่ก่อไว้ กลับได้โอกาสย้อนกลับมาก่อนที่ความคิดชั่วร้ายจะบังเกิด นางจึงรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้จิตใจริษยาของตนนำพาภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้น หวนกลับมาทำให้ตนต้องกลายเป็นคนใจบาปอีกครั้ง

นางจะปล่อยให้สามีที่ไม่เคยไยดีกัน ไปรักกับสตรีที่เขาพึงใจเสีย เหตุนี้ฉางเยว่จึงเอ่ยปากขอหย่ากับชายอันเป็นที่รัก แม้มันจะไม่ง่าย ทว่านี่น่าจะเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุด

เพราะนางไม่อยากหลงอยู่ในวังวนเหล่านี้อีกแล้ว

“ฉางเยว่ เจ้าควรเป็นตัวของตัวเอง อย่าได้ทำตัวโง่เขลาเช่นวันวานอีกเป็นอันขาด” หญิงสาวเตือนตนเองเสียงหนักแน่น ก่อนจะเดินออกมาจากห้องชำระล้าง พร้อมกับใบหน้าฉงนเล็กน้อย

“มีอะไรหรือชิงอี้ ดูทำหน้าเข้า” นางเอ่ยถามเสียงหยอกเย้า

“ฮูหยิน ท่านโหวให้คนนำจดหมายหย่ามาให้ท่านเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยพลางเผยสีหน้าเป็นกังวลอย่างชัดเจน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    33. เลือกไม่ผิด

    สายของวัน ไป่เซิงที่อยู่ในชุดคลุมสีเข้มก็ก้าวออกจากเรือนด้วยสีหน้าอิ่มเอม ทว่าทันทีที่เขาเปิดประตูออก มันก็เป็นจังหวะที่ ซินฮูหยินเดินมาหยุดที่หน้าเรือนบุตรสาวนางตั้งใจจะมาปลุกฉางเยว่เพื่อแจ้งข่าวดี เกี่ยวกับเรื่องที่ตระกูลไป่จะเข้ามาพูดคุยเรื่องสู่ขอในวันนี้ทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เหมือนจะคุ้นตาแต่ไม่คุ้น ก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของบุตรสาว ซินฮูหยินก็เบิกตากว้างจากนั้นนางก็แผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก“กรี๊ด! เจ้า... เจ้าเป็นใคร! มาอยู่ในห้องลูกสาวข้าได้อย่างไร องครักษ์ องครักษ์ไปไหนหมด” นางร้องเรียกคนเสียงดังไป่เซิงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักตกใจไม่แพ้กัน เมื่อได้สติเขาก็ไม่รอช้าที่จะแสดงความจริงใจด้วยการทรุดเข่าลงกับพื้น “ฮูหยิน โปรดระงับโทสะ ข้าน้อยไป่เซิงเองขอรับ ขออภัยที่เสียมารยาท...”“ปะ... ไป่เซิงหรือ” ซินฮูหยินทำหน้ามึนงงเหรินเจี้ย ที่วิ่งมาจากหลังเรือนรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าเคียงข้าง “เรียนฮูหยิน ท่านนี้คือซือหม่าไป่ขอรับ”ซินฮูหยินรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครนางก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา ทว่าความหวงลูกสาวก็ยังไม่จางหาย นางจึงทำหน้ายักษ์ใส่ว่าที่ลูกเขย พร้อมกับตำหนิเสียงเข้ม “ถึงจะเป็

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    32. ทวงสัญญา

    ทว่าคนตัวโตหาได้อดทนเช่นนางไม่ เพียงก้าวเดียวร่างสูงก็พรวดเข้ามาประกบกายนางจนแนบแน่นแทบไม่เหลือช่องว่าง อกแกร่งบดเบียดเข้ากับทรวงอกอ่อนนุ่ม แขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวบางราวกับหวาดกลัวว่านางจะเลือนหายไป ความคิดถึงที่สะสมมานานกว่าครึ่งปีระเบิดออกมาผ่านสัมผัสเขาทันทีฉางเยว่เงยหน้ามองเขาได้เพียงแค่เสี้ยวอึดใจ ริมฝีปากหนาของเขาก็ทาบทับลงมาอย่างเร่าร้อนจูบแรกหนักหน่วงราวกับจะช่วงชิงลมหายใจ ริมฝีปากเขานั้นบดเบียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อสมใจอยากจึงได้ผ่อนลงเปลี่ยนเป็นละเลียดชิมความหวานอย่างอ่อนโยน แต่เพียงครู่ก็กลับมารุกเร้าตามแรงปรารถนาของใจที่ปะทุจนยากเกินการควบคุม“อาเยว่... อาเยว่ของข้า...” เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากยามเมื่อคลายริมฝีปากออกให้นางหอบเอาอากาศ มือแกร่งยังคงลูบวนผ่านแผ่นหลังเนียนช้า ๆ ไต่ขึ้นสู่ต้นคอจากนั้นเขาก็ตรึงไว้มั่น บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นรับจูบอันดูดดื่มจากตนอีกหน มือเรียวกดศีรษะของนางเข้าหาเน้นย้ำสัมผัสแห่งความคิดถึง ที่เขาอดกลั้นไว้มานานกว่าครึ่งปีเนิ่นนานนักว่าจะผละใบหน้าออกมา ถึงกระนั้นเขาก็ยังซุกใบหน้าคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอนาง สูดกลิ่นหอมอ่อนของสตรีอันเป็นที่รักอ

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    31. แยกจาก

    หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ฉางเยว่และไป่เซิงก็เรียกคนสนิทของตนมาพบ รวมถึงเหรินเจี้ยที่คอยอารักขาฉางเยว่ มาฟังความลับที่น่าอัศจรรย์ของเขากับนาง เพื่อให้ทั้งสามเลิกสงสัยและเคลือบแคลงใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ไวเกินคาด“คุณหนู เป็นเรื่องจริงหรือเจ้าคะ” ชิงอี้ยังไม่ค่อยเชื่อ“เจ้านี่นะ หากไม่จริงท่านย่าจะยอมปล่อยข้ามาหรือ”“แต่มันอัศจรรย์เกินไปนะเจ้าคะ”“ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกที่คิดเช่นนี้ ข้าที่ได้ย้อนกลับถึงสองคราก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน” แม้จะเล่าเรื่องลึกลับเหล่านี้ให้ทุกคนฟัง ถึงกระนั้นเรื่องที่ตนไม่ใช่คนยุคนี้ ฉางเยว่กลับไม่ได้เอ่ยถึง เพราะนางขี้คร้านมานั่งตอบคำถามเรื่องราวในโลกที่ตนจากมา“หากเป็นเช่นนี้บ่าวก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ทว่าถึงอย่างนั้นคุณหนูก็ต้องระวังตัวนะเจ้าคะ ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นท่านก็อย่า... เอ่อ... อย่าให้ท่านซือหม่าเข้าใกล้นัก ประเดี๋ยวจะถูกครหาเอาได้”สาวใช้ผู้ภักดีเอ่ยพลางปรายตามองผู้ที่นั่งอยู่ข้างนายตน แม้จะนึกหวั่น ถึงกระนั้นนางก็ยังเอ่ยเพื่อชื่อเสียงตระกูลหลิง“เรื่องเหล่านี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่มีทางทำให้ชื่อเสียงของอาเยว่ด่างพร้อยอย่างที่เจ้ากลัวแน่” ไป่เซิงให

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    30. ยิ่งรู้ยิ่งรัก

    ซือหยางหันมาคำนับขุนนางที่ยศสูงกว่าตนก่อนจะเดินตามผู้อาวุโสออกไป แต่ก็ไม่ลืมหันมามองสตรีที่ทำเขาเกิดอาการรวดร้าวอย่างไม่รู้สาเหตุ ยิ่งนางยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเขายิ่งรู้สึกเจ็บทว่าตลอดชีวิตนี้เขาคงมิอาจหาคำตอบได้แล้ว เพราะการต่อกรกับผู้ที่รั้งตำแหน่งซือหม่ามันเป็นเรื่องยากพอ ๆ กับชิงของรักคนในราชวงศ์ แต่ถ้ามีหนังสือสัญญาหมั้นหมายเขาคงไม่ยอมคนที่มาทีหลังเช่นเขาจะไปสู้อันใดได้เล่าในเมื่อสองคนนี้รักใคร่กัน เขาก็ทำได้แค่ยินดีเท่านั้น ‘พึงใจสตรีเป็นคราแรก ข้าก็ต้องผิดหวังกระนั้นหรือ ซือหยางเจ้าช่างน่าเวทนานัก’ โหวหนุ่มนึกในใจพร้อมกับเดินคอตกออกจากห้องเมื่อแขกที่มาเยือนจากไป ไป่เซิงก็ขยับลุกมานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าสตรีอันเป็นที่รัก พร้อมกับเอื้อนเอ่ยถามนางว่า“อาเยว่ เจ้ายินดีแต่งงานกับข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่ เจ้าไม่ได้แสร้งหลอกให้ข้าดีใจเล่นนะ” เขาเอ่ยพลางจับจ้องใบหน้างามฉางเยว่มองเขาแล้วก็ยิ้มขำ “เมื่อครู่เห็นประกาศปาว ๆ อย่างมั่นใจ เหตุไฉนพอไม่มีใครแล้วพี่ไป่ถึงถามเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”“ก็… ก็ตอนนั้นข้าร้อนใจ กลัวเจ้าจะกลับไปชอบคนผู้นั้น” ไป่เซิงเอ่ยอย่างที่ใจคิด จนลืมนึกเรื่องหนึ่งไปเลย“กล

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    29. อดีตสามี

    ฉางเยว่ยังคงยืนนิ่งราวรูปปั้นแกะสลัก ด้วยนึกไม่ถึงว่าตนจะได้พบกับสามีในชาติก่อนเร็วเพียงนี้ ทั้งท่าทางเขาก็ต่างไปจากชาติก่อนราวพลิกฝ่ามือ จากไม่เคยยิ้มให้ก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร จากที่ไม่เคยพูดจาดี กลับอ่อนโยนราวกับเขาไม่ใช่สามีใจร้ายผู้นั้น“น้องฉางเยว่ ไยเจ้าถึงยืนนิ่งเช่นนี้เล่า” ซือหยางเอ่ยพลางยกมือโบกไปมาอยู่ตรงหน้านางอย่างหยอกเย้านั่นจึงทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในภวังค์ได้สติ รีบถอยห่างจากเขา“เอ่อ... คารวะท่านโหวเจ้าค่ะ” นางรีบย่อกายให้เขา“นี่เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้ามีตำแหน่งโหว” ซือหยางขยับเข้าหาอีก แววตาที่เผยออกมาเต็มไปด้วยความใคร่รู้และชื่นชมร่างอรชรก็ขยับถอยห่าง “ข้าได้ยินพี่รองพูดถึงเจ้าค่ะ” ในเมื่อเขาบอกว่าตนเป็นสหายพี่ชาย เช่นนั้นนางก็โมเมเลยแล้วกัน“อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่พี่รองเจ้าเขาไปไหนหรือ” ซือหยางยังคงเอ่ยด้วยวาจาอ่อนโยน สีหน้าและแววตาก็แฝงแต่ความเอ็นดู“เขาไปเมืองผิงอันเจ้าค่ะ ท่านโหวมีสิ่งใดจะฝากหรือเจ้าคะ”“อะไรกัน ไยเจ้าถึงดูรีบร้อนนักไม่ต้อนรับข้าหรือ” เขาถามพลางขยับเข้าใกล้นางอีก ทว่าคนตัวเล็กก็ยังขยับถอยออกจากเขาเช่นเคย นำพาให้หลี่เป่ยโหวที่สตรีอยากเข้าใกล้ต้องหยุดเอง“

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    28. ด่านเปิด /2

    หลิงฉางเสิ่นฟังคำบุตรสาว พลางครุ่นคิดถึงเหตุผลที่บุรุษผู้มากอำนาจอย่างซือหม่าไป่ยกทัพมาช่วยตน “เยว่เอ๋อร์เจ้าสงสัยอะไรกระนั้นหรือ” “ข้าก็บอกไม่ถูก บางคราข้าก็รู้สึกเหมือนซือหม่ารู้เห็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับข้า แต่บางคราก็เหมือนเขาจะไม่รู้อะไรเลย” “พ่อว่าเจ้าคิดมากไปเองมากกว่า ไป่เซิงอาจจะเอ็นดูเจ้าและนึกถึงเมื่อครั้งที่เจ้ายังเยาว์ก็เลยใส่ใจมากกว่าปกติ เอาล่ะดึกมากแล้วไปนอนเสีย วันพรุ่งพี่เขาจะมารับไปเที่ยวเล่นมิใช่หรือ” “ท่านพ่อ แล้วท่านอนุญาตหรือเจ้าคะ” ฉางเยว่ทำตาใสใส่ “เขาดีถึงเพียงนั้น พ่ออยากจะใส่พานถวายให้ด้วยซ้ำ” “ท่านพ่อ นี่ลูกสาวท่านนะเจ้าคะ” ฉางเสิ่นขยับลุกก่อนจะยื่นมือมายีศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู “ไม่ง่ายที่จะพบคนยอมตายพร้อมกับเรา พ่อเชื่อว่าไป่เซิงไม่มีทางต่างไปจากชาติก่อนแน่ เจ้าอย่าได้ปล่อยเขาหลุดมือไปล่ะ” “เช่นนั้นวันพรุ่งลูกไม่กลับนะเจ้าคะ” ฉางเยว่แสร้งแหย่บิดา “ก็ดีนะรวบหัวรวบหางไป่เซิงไปเลย ประเดี๋ยวเขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา บุรุษดีดีเช่นนี้คงไม่เวียนมาหาเจ้าอีกแล้ว” “ท่านพ่อ บุตรสาวท่านออกจะงามถึงเพียง ยังเกร็งจะขายไม่ออกอีกหรือเจ้าคะ ไปเลยนะ... กลับไปนอนได้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status