Share

7. จบแล้ว /1

last update Tanggal publikasi: 2026-07-30 15:59:06

กู้เทียนหลางยกยิ้มมุมปากให้ท่าทางมั่นอกมั่นใจของสหายด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ “หึ! คิดจะสั่งสอนผู้อื่น ระวังไว้เถิดเจ้านั่นแหละจะโดนเอง ทำทีเป็นไม่ห่วง ข้าว่าในใจเจ้าร้อนยิ่งกว่าเตาไฟหลอมเหล็กอีกกระมัง แม้แต่ม้วนฎีกายังถือกลับหัวเลย”

ซือหยางรีบก้มลงมองดูสิ่งที่ตนถือด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก แต่เมื่อเห็นว่ามันมิได้เป็นอย่างสหายกล่าว เขาก็เงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่ “เจ้านี่มัน! ออกไปเลยข้าจะทำงาน” จู่ ๆ เขาก็ออกปากไล่

“ชิ! ไอ้คนไม่ยอมรับความจริง คอยดูเถิด... สักวันหนึ่งจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า” กู้เทียนหลางกล่าวจบก็เดินออกมา

หลี่ซือหยางมองตามด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าในใจเขากลับไม่ได้นิ่งเช่นที่เห็นเลย “ลู่เกอ ส่งคนตามดูว่ายามนี้นางไปอยู่ที่ใด”

“ขอรับ” คนสนิทไม่คิดจะพูดมาก รับคำแล้วเขาก็รีบออกไป แต่ยังไม่ทันได้พ้นประตู สหายอีกคนก็เดินเข้ามากล่าวรายงาน

“ท่านโหว มีของส่งถึงท่านขอรับ คนส่งบอกว่าอดีตฮูหยินเป็นผู้ฝากมาขอรับ” จี้ฟู่เอ่ยพร้อมกับวางห่อผ้าต่อหน้าผู้เป็นนาย

ขณะนั้นผู้ที่เดินออกไปก่อนหน้านี้ก็สาวเท้าก้าวกลับเข้ามาอีกเพราะความอยากรู้อยากเห็น เนื่องด้วยกู้เทียนหลางเดินสวนกับจี้ฟู่พอดี พอรู้ว่ามีของจากฉางเยว่ส่งถึงสหายเขาก็รีบวนกลับ

หลี่ซือหยางจ้องห่อผ้าที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะสั่งให้คนสนิทของตนเปิดมันออกดู ปากนั้นก็กล่าวไปเรื่อย

“เจ้าเห็นหรือยัง นางเริ่มส่งของมางอนง้อข้าแล้ว” ผู้ที่นั่งอยู่กล่าวอย่างคนถือดี พลางยกยิ้มใส่สหายที่ยืนอยู่อย่างมั่นใจ

“ทะ... ท่านโหว นี่มันตราประทับประจำตัวท่านขอรับ” จี้ฟู่เอ่ยบอกเสียงติดขัด ก่อนจะยกตราประทับที่ว่าให้ผู้เป็นนายดู

หลี่เป่ยโหวนิ่งงันไปในทันที เมื่อได้สติเขาก็รีบชิงเอาตราประทับในมือคนสนิทมาถือไว้ ดวงตาที่เคยสุกสกาวเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวแฝงความเดือดดาลอยู่ในที

“มีจดหมายด้วยขอรับ” จี้ฟู่รีบเอ่ยบอก

“อ่าน!” ซือหยางคำรามลั่น

จี้ฟู่กลับชะงักพลางกลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่น

“มาข้าอ่านให้เอง” กู้เทียนหลางแย่งกระดาษไปถือไว้ เขาจ้องมองเนื้อหาด้านในเพียงครู่ก็หันมาจ้องหน้าสหายตน ซึ่งบัดนี้กำลังจ้องเขาด้วยสายตาคมดุ “ฟังให้ดีนะ” ก่อนอ่านผู้ถือกระดาษยังมิวายกล่าวยั่วยุโทสะผู้ที่กำลังเดือดดาล

“หลี่ซือหยาง ข้าขอคืนตราประทับประจำตัวแก่ท่าน บัดนี้การหย่าของเราถือว่าเสร็จสมบูรณ์ทุกประการแล้ว และไม่ต้องห่วงว่าท่านจะถูกฝ่าบาทตำหนิ ข้าได้ส่งฎีกาทูลข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ฝ่าบาทจะไม่ตำหนิท่านอย่างแน่นอน นับจากนี้ท่านและข้าไม่ข้องเกี่ยวกัน พบเจอที่ใด... เราก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า หลิงฉางเยว่”

กู้เทียนหลางอ่านจดหมายด้วยเสียงที่ดังก้อง ก่อนจะยื่นส่งให้ผู้ที่นั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้า ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับมันไป เขาจึงต้องส่งมันให้จี้ฟู่เก็บใส่กล่องไม้ตามเดิม

“นึกไม่ถึงว่าสตรีที่ดูเรียบร้อยอย่างหลิงฉางเยว่จะเก่งกาจและยังรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเจ้า ซือหยาง... ท้ายที่สุดพวกเจ้าก็ได้หย่ากันจริง ๆ แล้วสินะ” กู้เทียนหลางเอ่ยขึ้นลอย ๆ ราวกับต้องการเตือนสติสหายให้รู้ว่าแผนการที่คิดเอาไว้มันได้พังทลายลงหมดแล้ว ทว่าผู้ที่นั่งอยู่กลับยังคงนิ่งเฉยไม่มีการตอบรับ

“น่าแปลกนะขอรับ ฮูหยิน... เอ่อ... หลิงฉางเยว่นางรู้ที่ซ่อนของตราประทับได้อย่างไร นางไม่เคยเข้าห้องท่านโหวเลยสักครั้ง อีกทั้งของสิ่งนี้ก็อยู่ในชั้นใต้เตียงท่านโหว ตอนที่นางเข้ามาในห้องท่านโหวไม่รู้เลยหรือขอรับ” จี้ฟู่เอ่ยถามเสียงเบา

“นางอาจลอบเข้าไปในยามกลางวันก็ได้ ใครจะไปรู้” ลู่เกอเอ่ยแย้งในสิ่งที่ตนคิด ทว่าผู้เป็นนายกลับสวนขึ้นทันที

“ไม่มีทาง ก่อนข้าจะให้เจ้าส่งจดหมายหย่าไปให้นาง ข้าได้หยิบมันออกมาแล้วก็เก็บซ่อนไว้ที่เดิม นับจากยามนั้นนางก็อยู่ที่เรือนมิได้เดินมาที่เรือนข้าแม้เพียงก้าว เป็นไปไม่ได้ที่นางจะแอบเข้ามา เว้นเสียแต่ตอนที่ข้าหลับ” ประโยคท้ายเสียงเขาเบาลง

“ตอนเจ้าหลับ! มันจะเป็นไปได้เยี่ยงไร เจ้าน่ะมีวิชายุทธล้ำเลิศไม่เป็นสองรองใครนะ คนเข้าห้องจะไม่รู้ได้หรือ ทั้งนางยังเป็นสตรีอีก” เทียนหลางแผดเสียงลั่นด้วยความไม่เชื่อ

“หรือนางจะใช้ยาทำให้ท่านโหวหลับ” จี้ฟู่เอ่ยบ้าง

“อาจเป็นไปได้” เทียนหลางรีบเสริม ก่อนจะหันมาจ้องหน้าสหายซึ่งยามนี้นิ่งเงียบไปอีกแล้ว “ข้าไม่ได้คิดจะซ้ำเติมเจ้านะ แต่ดูท่าหลิงฉางเยว่นางคงตัดใจจากเจ้าได้แล้วจริง ๆ เช่นนั้นเจ้าก็ปล่อยนางไปเถิด อย่างไรเสีย... เจ้าก็ไม่ได้รักนางมิใช่หรือ”

ซือหยางเงยหน้ามองสหายเพียงครู่ก็เบี่ยงสายตาออกไปนอกห้อง ซึ่งมันสามารถมองเห็นประตูจวนได้ไกล ๆ

“ไม่ต้องตามแล้ว ในเมื่อนางเลือกที่จะไปข้าก็จะปล่อย พวกเจ้ามีอะไรทำก็ไปทำกันเสีย” สิ้นคำ เขาก็หันมาสนใจฎีกาที่จะถวายต่อฮ่องเต้ต่อ ราวกับเรื่องเมื่อครู่มิได้รบกวนจิตใจแม้แต่น้อย

เทียนหลางจึงโบกมือไล่คนสนิทของสหาย ตัวเขาเองก็เดินออกมาโดยไม่กล่าวอันใดอีก เพราะเรื่องเช่นนี้ก้าวก่ายมากไม่ได้

เมื่อไม่มีใคร ร่างสูงที่นั่งเหยียดตรงอยู่ก็เอนตัวพิงพนักทางด้านหลัง ตามด้วยเสียงทอดถอนใจยาวเหยียดราวกับคนเหนื่อยอ่อน สายตาคมกริบที่เคยหนักแน่นบัดนี้กลับเหม่อลอย และยังทอดมองไปยังประตูทางเข้าจวนอยู่บ่อยครั้ง ราวกับมันจะเห็นเงาร่างของใครบางคน ก้าวเดินเข้ามาอย่างที่ใจเขากำลังนึกคิด

บัดนี้ความเงียบในจวนที่เคยมีอย่างปกติ กลับแฝงความอ้างว้างเอาไว้อย่างน่าประหลาด เสียงรบเร้าที่เคยได้ยินกลับไม่มีให้ระคายหู ความชินชากับการที่นางรอคอยเขาอยู่ที่หน้าจวนก็ไม่มีแล้ว สายตาที่คอยมองเขาด้วยความเกรงใจก็ไม่มีให้หงุดหงิด

ทว่า... เมื่อไม่มีสตรีที่ทำให้เขารำคาญใจ เหตุไฉนเขาถึงได้รู้สึกโหวงเหวงจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำอธิบายได้

“ข้าก็แค่ยังไม่ชิน” หลี่เป่ยโหวกล่าวแย้งความรู้สึกตน

แต่ถึงกระนั้นในแต่ละวันเขาก็ยังเดินวนไปวนมาภายในห้องตำรา เสียงฝีเท้าที่เคยหนักแน่นมั่นคง ยามนี้กลับดูวุ่นวายและลุกลี้ลุกลน จนเหล่าคนสนิทต้องคอยชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วง

แม้จะผ่านมาสามวันแล้วที่หลิงฉางเยว่จากไป ในใจเขาก็ยังพยายามบอกตนเองว่านางก็แค่กำลังวางมาด หมายจะให้เขาเป็นคนไปรับกลับเข้าจวนด้วยตนเอง ทว่าเมื่อหวนถึงรอยยิ้มเย็นเยียบและแววตาท้าทายในค่ำคืนสุดท้ายนั้น ความคิดทั้งหมดก็ดับวูบลง

‘หลิงฉางเยว่ เจ้ากล้าละทิ้งความสบายในจวนโหวเพื่อไปลำบากเช่นนั้นจริงหรือ?’ ซือหยางคิดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปสบเข้ากับถ้วยชาที่นางมอบให้เป็นของขวัญ และยังมีโคมไฟที่นางเอ่ยว่าเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาเองตั้งวางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเขายอมรับว่ามันส่องสว่างได้วงกว้างและยังแจ่มชัดกว่าการจุดเทียนด้วย

ทว่าทุกครั้งที่ใช้มัน เขากลับไม่เคยสังเกตเลยว่าโคมใบนี้มีความงดงามเพียงใด หากมองให้ดีจะรู้ว่าคนทำนั้นตั้งใจอย่างมาก

เมื่อได้มองการตบแต่งในห้องนี้อย่างชัดเจน หลี่เป่ยโหวก็ถึงกับนิ่งงันไป โดยเฉพาะภาพวาดของแม่ทัพผู้สง่างามที่แขวนอยู่ตรงมุมฉากกั้น ซึ่งเขาไม่เคยได้มองมันอย่างจริงจังเลยสักที

หลี่ซือหยางเดินตรงเข้าไปราวกับกำลังต้องมนต์ เขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าภาพวาดนั้น พลางกวาดสายตามองตั้งแต่ส่วนบนจนถึงตัวอักษรด้านล่าง ที่สลักคำว่า ‘มอบแด่บุรุษอันเป็นที่รัก’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    33. เลือกไม่ผิด

    สายของวัน ไป่เซิงที่อยู่ในชุดคลุมสีเข้มก็ก้าวออกจากเรือนด้วยสีหน้าอิ่มเอม ทว่าทันทีที่เขาเปิดประตูออก มันก็เป็นจังหวะที่ ซินฮูหยินเดินมาหยุดที่หน้าเรือนบุตรสาวนางตั้งใจจะมาปลุกฉางเยว่เพื่อแจ้งข่าวดี เกี่ยวกับเรื่องที่ตระกูลไป่จะเข้ามาพูดคุยเรื่องสู่ขอในวันนี้ทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เหมือนจะคุ้นตาแต่ไม่คุ้น ก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของบุตรสาว ซินฮูหยินก็เบิกตากว้างจากนั้นนางก็แผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก“กรี๊ด! เจ้า... เจ้าเป็นใคร! มาอยู่ในห้องลูกสาวข้าได้อย่างไร องครักษ์ องครักษ์ไปไหนหมด” นางร้องเรียกคนเสียงดังไป่เซิงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักตกใจไม่แพ้กัน เมื่อได้สติเขาก็ไม่รอช้าที่จะแสดงความจริงใจด้วยการทรุดเข่าลงกับพื้น “ฮูหยิน โปรดระงับโทสะ ข้าน้อยไป่เซิงเองขอรับ ขออภัยที่เสียมารยาท...”“ปะ... ไป่เซิงหรือ” ซินฮูหยินทำหน้ามึนงงเหรินเจี้ย ที่วิ่งมาจากหลังเรือนรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าเคียงข้าง “เรียนฮูหยิน ท่านนี้คือซือหม่าไป่ขอรับ”ซินฮูหยินรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครนางก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา ทว่าความหวงลูกสาวก็ยังไม่จางหาย นางจึงทำหน้ายักษ์ใส่ว่าที่ลูกเขย พร้อมกับตำหนิเสียงเข้ม “ถึงจะเป็

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    32. ทวงสัญญา

    ทว่าคนตัวโตหาได้อดทนเช่นนางไม่ เพียงก้าวเดียวร่างสูงก็พรวดเข้ามาประกบกายนางจนแนบแน่นแทบไม่เหลือช่องว่าง อกแกร่งบดเบียดเข้ากับทรวงอกอ่อนนุ่ม แขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวบางราวกับหวาดกลัวว่านางจะเลือนหายไป ความคิดถึงที่สะสมมานานกว่าครึ่งปีระเบิดออกมาผ่านสัมผัสเขาทันทีฉางเยว่เงยหน้ามองเขาได้เพียงแค่เสี้ยวอึดใจ ริมฝีปากหนาของเขาก็ทาบทับลงมาอย่างเร่าร้อนจูบแรกหนักหน่วงราวกับจะช่วงชิงลมหายใจ ริมฝีปากเขานั้นบดเบียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อสมใจอยากจึงได้ผ่อนลงเปลี่ยนเป็นละเลียดชิมความหวานอย่างอ่อนโยน แต่เพียงครู่ก็กลับมารุกเร้าตามแรงปรารถนาของใจที่ปะทุจนยากเกินการควบคุม“อาเยว่... อาเยว่ของข้า...” เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากยามเมื่อคลายริมฝีปากออกให้นางหอบเอาอากาศ มือแกร่งยังคงลูบวนผ่านแผ่นหลังเนียนช้า ๆ ไต่ขึ้นสู่ต้นคอจากนั้นเขาก็ตรึงไว้มั่น บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นรับจูบอันดูดดื่มจากตนอีกหน มือเรียวกดศีรษะของนางเข้าหาเน้นย้ำสัมผัสแห่งความคิดถึง ที่เขาอดกลั้นไว้มานานกว่าครึ่งปีเนิ่นนานนักว่าจะผละใบหน้าออกมา ถึงกระนั้นเขาก็ยังซุกใบหน้าคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอนาง สูดกลิ่นหอมอ่อนของสตรีอันเป็นที่รักอ

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    31. แยกจาก

    หลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ฉางเยว่และไป่เซิงก็เรียกคนสนิทของตนมาพบ รวมถึงเหรินเจี้ยที่คอยอารักขาฉางเยว่ มาฟังความลับที่น่าอัศจรรย์ของเขากับนาง เพื่อให้ทั้งสามเลิกสงสัยและเคลือบแคลงใจกับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ไวเกินคาด“คุณหนู เป็นเรื่องจริงหรือเจ้าคะ” ชิงอี้ยังไม่ค่อยเชื่อ“เจ้านี่นะ หากไม่จริงท่านย่าจะยอมปล่อยข้ามาหรือ”“แต่มันอัศจรรย์เกินไปนะเจ้าคะ”“ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกที่คิดเช่นนี้ ข้าที่ได้ย้อนกลับถึงสองคราก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน” แม้จะเล่าเรื่องลึกลับเหล่านี้ให้ทุกคนฟัง ถึงกระนั้นเรื่องที่ตนไม่ใช่คนยุคนี้ ฉางเยว่กลับไม่ได้เอ่ยถึง เพราะนางขี้คร้านมานั่งตอบคำถามเรื่องราวในโลกที่ตนจากมา“หากเป็นเช่นนี้บ่าวก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ทว่าถึงอย่างนั้นคุณหนูก็ต้องระวังตัวนะเจ้าคะ ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นท่านก็อย่า... เอ่อ... อย่าให้ท่านซือหม่าเข้าใกล้นัก ประเดี๋ยวจะถูกครหาเอาได้”สาวใช้ผู้ภักดีเอ่ยพลางปรายตามองผู้ที่นั่งอยู่ข้างนายตน แม้จะนึกหวั่น ถึงกระนั้นนางก็ยังเอ่ยเพื่อชื่อเสียงตระกูลหลิง“เรื่องเหล่านี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่มีทางทำให้ชื่อเสียงของอาเยว่ด่างพร้อยอย่างที่เจ้ากลัวแน่” ไป่เซิงให

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    30. ยิ่งรู้ยิ่งรัก

    ซือหยางหันมาคำนับขุนนางที่ยศสูงกว่าตนก่อนจะเดินตามผู้อาวุโสออกไป แต่ก็ไม่ลืมหันมามองสตรีที่ทำเขาเกิดอาการรวดร้าวอย่างไม่รู้สาเหตุ ยิ่งนางยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเขายิ่งรู้สึกเจ็บทว่าตลอดชีวิตนี้เขาคงมิอาจหาคำตอบได้แล้ว เพราะการต่อกรกับผู้ที่รั้งตำแหน่งซือหม่ามันเป็นเรื่องยากพอ ๆ กับชิงของรักคนในราชวงศ์ แต่ถ้ามีหนังสือสัญญาหมั้นหมายเขาคงไม่ยอมคนที่มาทีหลังเช่นเขาจะไปสู้อันใดได้เล่าในเมื่อสองคนนี้รักใคร่กัน เขาก็ทำได้แค่ยินดีเท่านั้น ‘พึงใจสตรีเป็นคราแรก ข้าก็ต้องผิดหวังกระนั้นหรือ ซือหยางเจ้าช่างน่าเวทนานัก’ โหวหนุ่มนึกในใจพร้อมกับเดินคอตกออกจากห้องเมื่อแขกที่มาเยือนจากไป ไป่เซิงก็ขยับลุกมานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าสตรีอันเป็นที่รัก พร้อมกับเอื้อนเอ่ยถามนางว่า“อาเยว่ เจ้ายินดีแต่งงานกับข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่ เจ้าไม่ได้แสร้งหลอกให้ข้าดีใจเล่นนะ” เขาเอ่ยพลางจับจ้องใบหน้างามฉางเยว่มองเขาแล้วก็ยิ้มขำ “เมื่อครู่เห็นประกาศปาว ๆ อย่างมั่นใจ เหตุไฉนพอไม่มีใครแล้วพี่ไป่ถึงถามเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”“ก็… ก็ตอนนั้นข้าร้อนใจ กลัวเจ้าจะกลับไปชอบคนผู้นั้น” ไป่เซิงเอ่ยอย่างที่ใจคิด จนลืมนึกเรื่องหนึ่งไปเลย“กล

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    29. อดีตสามี

    ฉางเยว่ยังคงยืนนิ่งราวรูปปั้นแกะสลัก ด้วยนึกไม่ถึงว่าตนจะได้พบกับสามีในชาติก่อนเร็วเพียงนี้ ทั้งท่าทางเขาก็ต่างไปจากชาติก่อนราวพลิกฝ่ามือ จากไม่เคยยิ้มให้ก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร จากที่ไม่เคยพูดจาดี กลับอ่อนโยนราวกับเขาไม่ใช่สามีใจร้ายผู้นั้น“น้องฉางเยว่ ไยเจ้าถึงยืนนิ่งเช่นนี้เล่า” ซือหยางเอ่ยพลางยกมือโบกไปมาอยู่ตรงหน้านางอย่างหยอกเย้านั่นจึงทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในภวังค์ได้สติ รีบถอยห่างจากเขา“เอ่อ... คารวะท่านโหวเจ้าค่ะ” นางรีบย่อกายให้เขา“นี่เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้ามีตำแหน่งโหว” ซือหยางขยับเข้าหาอีก แววตาที่เผยออกมาเต็มไปด้วยความใคร่รู้และชื่นชมร่างอรชรก็ขยับถอยห่าง “ข้าได้ยินพี่รองพูดถึงเจ้าค่ะ” ในเมื่อเขาบอกว่าตนเป็นสหายพี่ชาย เช่นนั้นนางก็โมเมเลยแล้วกัน“อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่พี่รองเจ้าเขาไปไหนหรือ” ซือหยางยังคงเอ่ยด้วยวาจาอ่อนโยน สีหน้าและแววตาก็แฝงแต่ความเอ็นดู“เขาไปเมืองผิงอันเจ้าค่ะ ท่านโหวมีสิ่งใดจะฝากหรือเจ้าคะ”“อะไรกัน ไยเจ้าถึงดูรีบร้อนนักไม่ต้อนรับข้าหรือ” เขาถามพลางขยับเข้าใกล้นางอีก ทว่าคนตัวเล็กก็ยังขยับถอยออกจากเขาเช่นเคย นำพาให้หลี่เป่ยโหวที่สตรีอยากเข้าใกล้ต้องหยุดเอง“

  • สามีข้าผู้นั้นข้ายกให้ผู้อื่นไปแล้ว    28. ด่านเปิด /2

    หลิงฉางเสิ่นฟังคำบุตรสาว พลางครุ่นคิดถึงเหตุผลที่บุรุษผู้มากอำนาจอย่างซือหม่าไป่ยกทัพมาช่วยตน “เยว่เอ๋อร์เจ้าสงสัยอะไรกระนั้นหรือ” “ข้าก็บอกไม่ถูก บางคราข้าก็รู้สึกเหมือนซือหม่ารู้เห็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับข้า แต่บางคราก็เหมือนเขาจะไม่รู้อะไรเลย” “พ่อว่าเจ้าคิดมากไปเองมากกว่า ไป่เซิงอาจจะเอ็นดูเจ้าและนึกถึงเมื่อครั้งที่เจ้ายังเยาว์ก็เลยใส่ใจมากกว่าปกติ เอาล่ะดึกมากแล้วไปนอนเสีย วันพรุ่งพี่เขาจะมารับไปเที่ยวเล่นมิใช่หรือ” “ท่านพ่อ แล้วท่านอนุญาตหรือเจ้าคะ” ฉางเยว่ทำตาใสใส่ “เขาดีถึงเพียงนั้น พ่ออยากจะใส่พานถวายให้ด้วยซ้ำ” “ท่านพ่อ นี่ลูกสาวท่านนะเจ้าคะ” ฉางเสิ่นขยับลุกก่อนจะยื่นมือมายีศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู “ไม่ง่ายที่จะพบคนยอมตายพร้อมกับเรา พ่อเชื่อว่าไป่เซิงไม่มีทางต่างไปจากชาติก่อนแน่ เจ้าอย่าได้ปล่อยเขาหลุดมือไปล่ะ” “เช่นนั้นวันพรุ่งลูกไม่กลับนะเจ้าคะ” ฉางเยว่แสร้งแหย่บิดา “ก็ดีนะรวบหัวรวบหางไป่เซิงไปเลย ประเดี๋ยวเขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา บุรุษดีดีเช่นนี้คงไม่เวียนมาหาเจ้าอีกแล้ว” “ท่านพ่อ บุตรสาวท่านออกจะงามถึงเพียง ยังเกร็งจะขายไม่ออกอีกหรือเจ้าคะ ไปเลยนะ... กลับไปนอนได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status