Share

บทที่ 3 หาแพะ 2/2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-02 22:20:11

“เจ้าว่าอะไรนะ ท่านพ่อกับท่านแม่...นี่นางแล่นไปฟ้องท่านพ่อกับท่านแม่เชียวรึว่าข้าไม่เข้าหอกับนาง ไร้ยางอายสิ้นดี”

          “หาไม่ขอรับ เกิดเรื่องใหญ่โตแล้วขอรับ องค์รัชทายาทรู้เรื่องที่ท่านเข้าหอกับผู้อื่น แล้วปล่อยให้นางยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง ตอนนี้เรื่องราวน่าจะขั้นมีโทษสถานหนักฐานหมิ่นเบื้องสูง”

          “เจ้าพูดอะไร หมิ่นเบื้องสูงอะไร”

          “ไปก่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวค่อยว่ากัน” ฮุ่ยซิ่วไม่ อยากให้ไปช้ากว่านี้  กลัวนายท่านกับฮูหยินจะทำโทษเอาได้

          ตงหยางเดินด้วยท่าทีร้อนรน ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่หลวงเพียงนี้ เขาเพียงแค่ต้องการเย้ยหยันนางไม่ให้นางได้ใจคิดว่าตัวเองเป็นท่านหญิง จะมาวางท่าใหญ่โต

          “ท่านแม่ ท่านพ่อ” ตงหยางเอ่ยเสียงค่อย ไม่ห้าวหาญเหมือนตอนในที่กระทำการอย่างอุกอาจเลยสักนิด

          “เพล้ง...!”

          “มาแล้วเหรอไอ้ลูกเวร ทำอะไรลงไปรู้หรือไม่ หากเรื่องถึงฝ่าบาท โทษหมิ่นเบื้องสูงเป็นเช่นไร เคยคิดหรือไม่” ใต้หลัวหยิบถ้วยชาปาไปที่ลูกชายตัวดี แต่มันก็ช่างไวนัก หลบหลีกได้ทัน อยากให้โดนหัวจังๆ สักทีจะได้มีสติบ้าง คิดทำการใดไม่คิดหน้าคิดหลัง

          “ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้วเพียงแต่ข้า ไม่อยากนอนร่วมหอกับนาง ข่าวลือนางหนาหูนัก”

          “ข่าวอันใดหนาหู” ใต้เท้าหลัวถามอย่างสงสัย

          “ก็นางเคยเสียความบริสุทธิ์ให้กับองครักษ์องค์รัชทายาท โจษจันก็ให้ครึ้ม ท่านมิเคยได้ข่าวเลยหรอกหรือ” ตงหยางกล่าวด้วยท่าทีน่ารักเกียจ

          “เจ้าเอาอันใดมาพูด เรื่องราวซุบซิบเพียงในวัง ล้วนบิดเบือนมาแล้วทั้งสิ้น เจ้าอย่าริอาจพูดจาแบบนี้ออกไป สกุลหลัวคงต้องจบเพียงรุ่นเจ้านี่ล่ะ” ใต้เท้าหลัว มีลูกชายไม่ได้ดั่งใจจริงๆ ให้ทำงานอื่นแสนล้วนฉลาดหลักแหลม แต่กลับเรื่องข้างหมอนโง่เหล่าเบาปัญหาเชื่อข่าวไม่มีมูลเช่นนี้ได้อย่างไร

          “ท่านพ่อ...”

          “ไม่ต้องพูด เอาสตรีร้ายกาจผู้นั้นลากออกมา กล้าริอาจมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแห่งจวนสกุลหลัว โบยสามสิบไม้” เสียงผู้มีอำนาจที่สุดให้จวนสั่งการ

          “ท่านพ่อ นางไม่ผิดนะขอรับ เป็นลูกเองต่างหาก ถ้าท่านจะทำโทษก็ทำกับลูกเถิด” ตงหยางคุกเข่าขอร้องแทนคณิกาผู้นั้น

          “หึ...เงาหัวไม่มีอยู่แล้ว ยังกล้าดีอีกนะเจ้า อย่างไรก็ต้องโบยป้ายความผิดให้กับนางไป หากไม่อยากเผาบ้านตัวเอง เจ้าจงก็อยู่เงียบๆ เสีย” ใต้เท้าหลัวผู้ตัดสินใจเด็ดขาด สั่งการทำโทษนางคณิกาผู้นั้นเสีย คงฝันอยากเป็นอนุในจวนสกุลหลัว คิดผิดแล้วกระมัง

          “ท่านแม่” ตงหยางหาคนที่จะช่วยเหลือตนเอง แต่ทว่าไม่ว่าหันไปทางใดทุกคนในจวนก็ส่ายหน้าหนี

          “เจ้านี่นะ ทำการใดไม่รู้จักคิด” หลัวหย่งต่อว่าน้องชาย ยามนี้เห็นทีต้องคิดการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาท

          จวนอ๋องเว่ย....

          “ไปเถอะน้องหญิง ข้าจะอธิบายให้ท่านอาฟังเอง เจ้าไม่ต้องกลัวอันใด” หานหลิงอี้พานางกลับจวนอ๋องเว่ย ทั้งที่เพิ่งจากมาเมื่อเช้า เมื่อเข้าไปในจวนเหล่าคนรับใช้ก็ไปเรียนท่านอ๋อง

          “นะ...นี่มันอะไรกัน เจ้ากลับมาทำไม” อ๋องเว่ยเห็นสีหน้าของลูกสาวสุดที่รัก กับหลานชายก็สงสัย นี่มันวันงานมงคลของลูกสาวกับจวนสกุลหลัว แล้วเหตุใด...

          “สกุลหลัวหยามราชวงศ์นัก พรุ่งนี้ข้าจะมีฎีกาถวายแด่เสด็จพ่อ ท่านอาเชิญนั่งก่อนข้าจักเล่าให้ฟัง”

          หานหลิงอี้ เล่าทุกอย่างที่ได้ประสบกับตาตัวเองให้ท่านอ๋องเว่ยฟัง นั่นทำให้ความกรุ่นโกรธเป็นทบทวี

          “ที่เจ้าว่ามาทั้งหมด เรื่องจริงหรือไม่” เว่ยอ๋องอยากถือกระบี่ควบม้าไปฟาดฟันกับเจ้าลูกเขยตัวแสบ ที่บังอาจทำให้ลูกสาวเสียใจ

          “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ท่านอา ข้าเห็นว่าใต้เท้าหลัวเองก็สามหาว กล้าลบหลู่องค์รัชทายาทอย่างข้า เรื่องนี้ก็ผิดมหันต์แล้ว”

          “แต่ว่าสกุลหลัวเป็นสกุลของกุ้ยเฟย ข้าคิดว่าคงไม่ได้ลงโทษอันใดได้” อ๋องเว่ยคิดถึงข้อนี้ สนมรักของฝ่าบาทคือกุ้ยเฟย แม้แต่ฮองเฮาก็ยังมิกล้า

          “ก็ให้รู้ไปสิ ว่าตำแหน่งรัชทายาทเช่นข้าจะกระทำการใดไม่ได้” เขาเป็นถึงองค์รัชทายาท ที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากเสด็จพ่อ ถ้าฝ่าบาทกระทั่งยอมให้สกุลหลัวยำยีเอาได้ เรื่องนี้คงเป็นที่กล่าวขาน ไปทั่วทั้งแคว้นฉู่

          “เช่นนั้นก็เอาที่เจ้าว่าก็ได้พรุ่งนี้ข้าจะให้คนปล่อยข่าวออกไป ดูสิสกุลหลัวจะทำเช่นไร” อ๋องเว่ยต้องการคลื่นใต้น้ำมาช่วยล้างมลทินให้กับลูกสาวตัวเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   ตอนพิเศษ เข้าหอโดยสมบูรณ์ 2/2

    “เจ้าตงหยางบ้า...เอาทีเดียวข้าก็ฉีกพอดี” นางทุบหน้าอกแกร่งของเขา แรงๆไปหนึ่งที ใบหน้านางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซี๊ดดดด... เขาร้องครางเพราะช่องทางรักของนางตอดเขาหนึบ กลีบดอกไม้นางปลิ้นเข้าออกตามแรงกระแทกที่มีน้ำหวานซึมออกมา “ตอดดีจัง...อ่าห์...เจ้ากัดข้า” เขาก้มลงกัดปลายยอดอกนางคืนบ้างจนนางร้องครวญคราง “อย่ากัด...อ๊า...” “เจ็บใช่หรือไม่” “เสียว” นางส่ายหน้าบอกเขา ความเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับความเสียวซ่านที่ได้รับ “อิ๊ อิ๊ อิ๊...” เสียงครางตามแรงกระแทกที่เคลื่อนลงมา ทำให้นางเสียวไปทั่วทั้งท้องน้อย ยิ่งเวลาเขาชักออกแล้วกระแทกกลับเข้ามาแรงๆ ชวนให้วูบไหวเสียววาบ สองมือเล็กแทรกเข้ากลุ่มผมของเขาลูบไปมาอย่างต้องการระบายความเสียวให้ออกมาให้หมด “อั๊ยยย...สะ เสียวหนักมาก...อื้อ...เอาแรงๆ แรงอีก” “เจ้าก็อยากเหมือนข้าใช่หรือไม่ ข้าบอกแล้ว...อ่าห์ ข้าจะเอาเจ้าให้แรงที่สุด” ร่องบุปผางามของนางดูดเขารุนแรงเหลือเกิน จนเขาขบกรามแน่น และเผลอฝากรอยกัดไว้ทั่วทั้งเต้าอวบสองข้าง ช่วยไม่ได้เจ้าม

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   ตอนพิเศษ เข้าหอโดยสมบูรณ์ 1/2

    “ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได้อายเช่นนี้ “เจ้าพูดอะไรลามก” “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบ ไม่เช่นนั้นแก้มเจ้าไม่แดงปลั่งเช่นนี้หรอก” แก้มของฟางเหนียงร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรระหว่างเขาและนางต่อจากนี้ แม้ว่าจะขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงนางก็ลดน้อยถอยลงนัก เมื่อเขาอยู่ใกล้นาง เหมือนดูดเรี่ยวแรงนางไปจนหมดสิ้น “คืนนี้...ข้าว่า...เจ้า...!” นางไม่ทันจะพูดได้จบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาชิมริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าหาเริมฝีปากบางอย่างคิดถึง ความหิวกระหายของเขาทำให้จูบแทบดูดวิญญาณนางออกมาจากร่าง จนต้องทุบอกเขาเพื่อให้รั้งรอให้นางได้หายใจเสียก่อน “เจ้า...ตะกละกินมูมมามเช่นนี้ ข้าหายใจไม่ทัน” นางหอบหายใจหนักเมื่อเขายอมละริมฝีปากออกจากปากอิ่มของนา

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 16 ความจริงปรากฏกับทางเดินที่เลือก 2/2

    “เจ้าก็เช่นกันนะ สักวันเจ้าจะเจอคนที่รักเจ้าเหมือนที่ข้าเจอ” อี๋เหนียงอวยพรเพื่อนด้วยเสียงสั่นเครือ และกอดกันทั้งน้ำตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เวลาเข้าหอนางจึงออกมาจากห้อง ให้เพื่อนรักได้มีความสุขกับคนที่นางรัก ฟางเหนียงเดินกลับบ้านอย่างเหงาๆ ทุกวันเพื่อนรักของนางจะมาส่ง เพราะว่าบ้านของนางถึงก่อนบ้านของเพื่อน แต่วันนี้ต้องเดินกลับเพียงลำพัง แม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีไม่กี่หลังคาเรือน แต่ว่าทุกคนล้วนเป็นคนดีไว้ใจได้ นางจึงไม่ได้เกรงกลัวอันใด “เห้อ...เหลือแค่ข้าสินะ ที่ต้องอยู่คนเดียว” นางมองไปยังบ้านของเพื่อนที่ประดับด้วยโคมสีแดง สัญลักษณ์แห่งงานมงคล แต่เมื่อหันมากลับพบว่าชนกับคนผู้หนึ่ง ว๊าย...! “ข้าขออภัย ไม่ทันระวัง มันมืด” นางเห็นไม่ชัดว่าเป็นผู้ใด แต่ว่าน่าเป็นคนในหมู่บ้านที่มางานแต่งของเพื่อนนางเป็นแน่ “รู้ว่ามืดเหตุใดถึงมาเดินกลางค่ำ กลางคืนคนเดียวเล่า” เสียงหนึ่งที่คุ้นหูดี จนนางเกือบลืมไปแล้วว่าเป็นเขา จนต้องเงยหน้าขึ้นมองชัดๆ “ตะ...ตงหยาง” นางมองหน้าเขาเอ่ยด้วยเสียงเครื

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 16 ความจริงปรากฏกับทางเดินที่เลือก 1/2

    “จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าให้กับญาติผู้พี่ เขาคงไม่รู้ว่านางไม่ใช่จื่อเถิงที่เป็นเจ้าของร่าง จึงไม่ได้อาลัยอาวรณ์นักหากพ่อตัวเองทำผิด “แล้วเจ้าไม่คิดว่าพ่อเจ้าจะโดนโทษหรอกหรือ” หานหลิงอี้ถามญาติผู้น้อง “ข้าไม่ใช่ลูกสาวเขาตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าเพิ่งรับรู้ว่าเขาต้องการส่งข้าไปตายชัดๆ เพียงเพื่ออำนาจที่ตนเองอยากได้ ข้าก็เพิ่งประจักษ์วันนี้เอง” จื่อเถิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เกิดกี่ชาติก็ยังคงถูกหลอกซ้ำซาก “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ หาข้าทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทพ่อเจ้าต้องมีโทษแล้วเจ้าก็จะโดนด้วย” “ไม่ได้ นางเป็นเมียข้าแล้ว นางจะไม่ได้รับโทษอันใดทั้งนั้น” ด้วยความที่ห่วงนางตงหยางรีบอ้างเรื่องนี้ทันที “ใครเมียเจ้า ลืมไปแล้วหรือบ้านเจ้าก็มีส่วนรู้เห็น” นางละเบื่อเขาจริง

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 15 นายหญิงที่ตามหา 2/2

    “ไม่ต้องเจ้าพอเถอะ ข้าจะขึ้นรถม้าแล้ว” นางเดินมาถึงรถม้าพอดี เขาเดี๋ยวลากเดี๋ยวจูงจนนางเริ่มรำคราญ เกาะติดยิ่งกว่าปลิงเสียอีก ข้าเคยไปพรากของรักเจ้ามาหรือไง ชาตินี้ถึงได้ตามติดแล้วติดอีก “ก็ข้าเป็นห่วง” “ข้าอยากใช้ความคิดเจ้าอยู่เงียบๆ เถิด” นางอยากคิดเรื่องทุกอย่างให้รอบครอบ ความน่าสงสัยเรื่องที่สองคือจิ่นช่างหลิวเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้กันแน่ เขาจงใจเข้ามาสนิทสนมกับนางจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่นางก็ไม่ระแคะระคายเลย ในเมื่ออดีตเขาเคยทำนางเจ็บช้ำ ปัจจุบันน่าจะไม่ต่างกันมากเท่าไหร่นัก “เจ้าไปวัดร้างทำไมกัน” ตงหยางถามอย่างอยากรู้ “ข้าอยากรู้บางเรื่อง เผื่อจะตัดสินใจว่าจะทำอันใดต่อไป” “เจ้าคิดจะทำอะไร” ตงหยางหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขากลัวจะเสียนางไป อยากรู้ว่านางกำลังทำอะไรกันแน่ “หนีเจ้าให้พ้นยังไง” “ไม่มีทางข้าไม่ยอมให้เจ้าหนีข้า” ตงหยางขยับนั่งเบียดดึงนางเข้ามากอดไว้ “เจ้าปล่อย ข้าอึดอัด” “เจ้าบอกจะหนี...” “เห้อ...จะหนียังไงก็นั่งอยู่นี่ จนโง่ยิ่งกว่าลาเสียอีก แบบนี้จะให้ข้าอยากเอาทำผัว

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 15 นายหญิงที่ตามหา 1/2

    จื่อเถิงเดินออกจากเรือนเพื่อไปยังนอกจวนสกุลหลัว แต่ยังไม่ได้ก้าวสักกี่ก้าว เจ้าคนหน้ามึนก็มาขวางไว้อีกแล้ว “เจ้าหลบไป” “เจ้าจะไปไหน ให้ข้าพาไปดีหรือไม่” ตงหยางรู้สึกผิดกับนางอยากไถ่โทษโดยการทำดีกับนางให้มาก นางก็น่างสงสารเช่นกัน เขามันคนเอาใจแต่ไม่รู้เลยว่านางจะเจ็บปวดใจเช่นนี้ “ไปวัดทำบุญให้เจ้า” “ทำไม?” “เผื่อได้รับบุญจากข้าแล้วจะสงบจิตสงบใจ แล้วก็เลิกตามรังควานข้าสักที ข้าเบื่อ” นางเดินหนีเขาตอนนี้ไม่อยากพบหน้านัก ความหนักอึ้งใจหัวใจราวกับมีคนเอาก้อนหินมาถ่วงไว้ก็ไม่ปาน นางพบเจอเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนรับการกระทำที่แสนเจ็บปวดจากคนรักในอดีต ก็มากเกินพอแล้ว นางไม่ควรกลับมาเจ็บช้ำอีก “ให้ข้าไปเป็นเพื่อน” “ไม่ต้องยุ่ง!” จื่อเถิงหนีไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวน เมื่อขึ้นไปแล้วเจ้าบ้ากามตงหยางก็ขึ้นตามมาอีก น่าเบื่อชะมัดไม่รู้จะตามติดนางไปถึงไหนกัน “ข้าอยากดูแลเจ้า สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดี อากาศข้างนอกหนาวเย็นนัก” “ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอก” นางไม่ใช่คนที่อ่อนแอต้องใ

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 4 โยนบาป 2/2

    ข้าเห็นนางเดินออกมาร้องไห้ จึงเข้าไปสอบถามแล้วเข้าไปเห็นกับตา ข้าต้องการให้ใต้เท้าหลัวมีคำอธิบายแต่สกุลหลัว ลบหลุ่ดูหมิ่นราชวงศ์ไม่อยากให้ข้าสอดมือเข้าไปยุ่ง แล้วข้าเป็นพี่จะทนเห็นน้องสาวได้รับความอัปยศในจวนสกุลหลัวได้อย่างไร ขอพระองค์โปรดให้ความเป็นธรรมกับจวนอ๋องเว่ยด้วย”สิ้นคำร้องเรียนขององค์ร

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 4 โยนบาป 1/2

    กุ้ยเฟยได้รับจดหมายจากสกุลหลัวตั้งแต่เช้าตรู่ โดยฝากมากับคนส่งของเข้าวัง คนของนางเป็นหูเป็นตามีอยู่มากมาย โดยเฉพาะในห้องเครื่อง นั่นจึงทำให้นางได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ รวดเร็วนัก “แย่แล้ว หลานข้าทำเรื่อง ไปเจ้ารีบแต่งตัวให้ข้า” กุ้ยเฟยเร่งนางกำนัลประจำตัว เพื่อต้องไปคอยดักฝ่าบาทก่อนที่จะเข้า

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 3 หาแพะ 1/2

    หมิงจินหลิง รีบเดินไปตามใต้เท้าหลัวและฮูหยินหลัวมาหาองค์รัชทายาท เมื่อทั้งสองได้ฟังเช่นนั้นก็ขอตัวออกจากแขกสักครู่ เพราะไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทมีเรื่องอันใด “เอ่อ...ใต้เท้าหมิงท่านทราบหรือไม่ องค์รัชยาทมีเหตุด่วนอันใด ถึงได้เรียกข้ามาเช่นนี้” ใต้เท้าหลัวเกริ่นถามเพื่อจะได้เตรียมตัว ไม่รู้ว่

  • สามีข้าหรือตายไปแล้วกระมัง   บทที่ 2 ถึงฤกษ์เข้าหอ 1/2

    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงม แข่งกับเสียงครวญครางของนางคณิกา ทำให้จื่อเถิงรับรู้ได้ทันทีว่าใครกับกำลังเริงรักอยู่ข้างห้องหอของนาง“หึ...ผัวข้าในชาตินี้งั้นรึ ต่างจากผัวข้าสมัยข้าเป็นสาวใช้อุ่นเตียงอย่างไรกัน ก็ชั่วพอๆ กัน หึ...ดี คืนแรกไม่เข้าหอ ก็อย่าเข้ามันเลย” จื่อเถิงสะบัดหน้าหมายจะเดินกลับห้องห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status