Masukชาติที่แล้วแสนอาภัพ เป็นสาวใช้อุ่นเตียงที่ถูกสามีชั่วขายให้เป็นนางบำเรอกับชายแก่บ้ากาม หวนกลับอีกครั้งในร่างฮูหยิน มีอำนาจวาสนา ข้าจะเปลี่ยนชะตาตัวเอง
Lihat lebih banyak“เจ้าตงหยางบ้า...เอาทีเดียวข้าก็ฉีกพอดี” นางทุบหน้าอกแกร่งของเขา แรงๆไปหนึ่งที ใบหน้านางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซี๊ดดดด... เขาร้องครางเพราะช่องทางรักของนางตอดเขาหนึบ กลีบดอกไม้นางปลิ้นเข้าออกตามแรงกระแทกที่มีน้ำหวานซึมออกมา “ตอดดีจัง...อ่าห์...เจ้ากัดข้า” เขาก้มลงกัดปลายยอดอกนางคืนบ้างจนนางร้องครวญคราง “อย่ากัด...อ๊า...” “เจ็บใช่หรือไม่” “เสียว” นางส่ายหน้าบอกเขา ความเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับความเสียวซ่านที่ได้รับ “อิ๊ อิ๊ อิ๊...” เสียงครางตามแรงกระแทกที่เคลื่อนลงมา ทำให้นางเสียวไปทั่วทั้งท้องน้อย ยิ่งเวลาเขาชักออกแล้วกระแทกกลับเข้ามาแรงๆ ชวนให้วูบไหวเสียววาบ สองมือเล็กแทรกเข้ากลุ่มผมของเขาลูบไปมาอย่างต้องการระบายความเสียวให้ออกมาให้หมด “อั๊ยยย...สะ เสียวหนักมาก...อื้อ...เอาแรงๆ แรงอีก” “เจ้าก็อยากเหมือนข้าใช่หรือไม่ ข้าบอกแล้ว...อ่าห์ ข้าจะเอาเจ้าให้แรงที่สุด” ร่องบุปผางามของนางดูดเขารุนแรงเหลือเกิน จนเขาขบกรามแน่น และเผลอฝากรอยกัดไว้ทั่วทั้งเต้าอวบสองข้าง ช่วยไม่ได้เจ้าม
“ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได้อายเช่นนี้ “เจ้าพูดอะไรลามก” “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบ ไม่เช่นนั้นแก้มเจ้าไม่แดงปลั่งเช่นนี้หรอก” แก้มของฟางเหนียงร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรระหว่างเขาและนางต่อจากนี้ แม้ว่าจะขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงนางก็ลดน้อยถอยลงนัก เมื่อเขาอยู่ใกล้นาง เหมือนดูดเรี่ยวแรงนางไปจนหมดสิ้น “คืนนี้...ข้าว่า...เจ้า...!” นางไม่ทันจะพูดได้จบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาชิมริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าหาเริมฝีปากบางอย่างคิดถึง ความหิวกระหายของเขาทำให้จูบแทบดูดวิญญาณนางออกมาจากร่าง จนต้องทุบอกเขาเพื่อให้รั้งรอให้นางได้หายใจเสียก่อน “เจ้า...ตะกละกินมูมมามเช่นนี้ ข้าหายใจไม่ทัน” นางหอบหายใจหนักเมื่อเขายอมละริมฝีปากออกจากปากอิ่มของนา
“เจ้าก็เช่นกันนะ สักวันเจ้าจะเจอคนที่รักเจ้าเหมือนที่ข้าเจอ” อี๋เหนียงอวยพรเพื่อนด้วยเสียงสั่นเครือ และกอดกันทั้งน้ำตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เวลาเข้าหอนางจึงออกมาจากห้อง ให้เพื่อนรักได้มีความสุขกับคนที่นางรัก ฟางเหนียงเดินกลับบ้านอย่างเหงาๆ ทุกวันเพื่อนรักของนางจะมาส่ง เพราะว่าบ้านของนางถึงก่อนบ้านของเพื่อน แต่วันนี้ต้องเดินกลับเพียงลำพัง แม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีไม่กี่หลังคาเรือน แต่ว่าทุกคนล้วนเป็นคนดีไว้ใจได้ นางจึงไม่ได้เกรงกลัวอันใด “เห้อ...เหลือแค่ข้าสินะ ที่ต้องอยู่คนเดียว” นางมองไปยังบ้านของเพื่อนที่ประดับด้วยโคมสีแดง สัญลักษณ์แห่งงานมงคล แต่เมื่อหันมากลับพบว่าชนกับคนผู้หนึ่ง ว๊าย...! “ข้าขออภัย ไม่ทันระวัง มันมืด” นางเห็นไม่ชัดว่าเป็นผู้ใด แต่ว่าน่าเป็นคนในหมู่บ้านที่มางานแต่งของเพื่อนนางเป็นแน่ “รู้ว่ามืดเหตุใดถึงมาเดินกลางค่ำ กลางคืนคนเดียวเล่า” เสียงหนึ่งที่คุ้นหูดี จนนางเกือบลืมไปแล้วว่าเป็นเขา จนต้องเงยหน้าขึ้นมองชัดๆ “ตะ...ตงหยาง” นางมองหน้าเขาเอ่ยด้วยเสียงเครื
“จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าให้กับญาติผู้พี่ เขาคงไม่รู้ว่านางไม่ใช่จื่อเถิงที่เป็นเจ้าของร่าง จึงไม่ได้อาลัยอาวรณ์นักหากพ่อตัวเองทำผิด “แล้วเจ้าไม่คิดว่าพ่อเจ้าจะโดนโทษหรอกหรือ” หานหลิงอี้ถามญาติผู้น้อง “ข้าไม่ใช่ลูกสาวเขาตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าเพิ่งรับรู้ว่าเขาต้องการส่งข้าไปตายชัดๆ เพียงเพื่ออำนาจที่ตนเองอยากได้ ข้าก็เพิ่งประจักษ์วันนี้เอง” จื่อเถิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เกิดกี่ชาติก็ยังคงถูกหลอกซ้ำซาก “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ หาข้าทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทพ่อเจ้าต้องมีโทษแล้วเจ้าก็จะโดนด้วย” “ไม่ได้ นางเป็นเมียข้าแล้ว นางจะไม่ได้รับโทษอันใดทั้งนั้น” ด้วยความที่ห่วงนางตงหยางรีบอ้างเรื่องนี้ทันที “ใครเมียเจ้า ลืมไปแล้วหรือบ้านเจ้าก็มีส่วนรู้เห็น” นางละเบื่อเขาจริง
ข้าเห็นนางเดินออกมาร้องไห้ จึงเข้าไปสอบถามแล้วเข้าไปเห็นกับตา ข้าต้องการให้ใต้เท้าหลัวมีคำอธิบายแต่สกุลหลัว ลบหลุ่ดูหมิ่นราชวงศ์ไม่อยากให้ข้าสอดมือเข้าไปยุ่ง แล้วข้าเป็นพี่จะทนเห็นน้องสาวได้รับความอัปยศในจวนสกุลหลัวได้อย่างไร ขอพระองค์โปรดให้ความเป็นธรรมกับจวนอ๋องเว่ยด้วย”สิ้นคำร้องเรียนขององค์ร
กุ้ยเฟยได้รับจดหมายจากสกุลหลัวตั้งแต่เช้าตรู่ โดยฝากมากับคนส่งของเข้าวัง คนของนางเป็นหูเป็นตามีอยู่มากมาย โดยเฉพาะในห้องเครื่อง นั่นจึงทำให้นางได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ รวดเร็วนัก “แย่แล้ว หลานข้าทำเรื่อง ไปเจ้ารีบแต่งตัวให้ข้า” กุ้ยเฟยเร่งนางกำนัลประจำตัว เพื่อต้องไปคอยดักฝ่าบาทก่อนที่จะเข้า
“เจ้าว่าอะไรนะ ท่านพ่อกับท่านแม่...นี่นางแล่นไปฟ้องท่านพ่อกับท่านแม่เชียวรึว่าข้าไม่เข้าหอกับนาง ไร้ยางอายสิ้นดี” “หาไม่ขอรับ เกิดเรื่องใหญ่โตแล้วขอรับ องค์รัชทายาทรู้เรื่องที่ท่านเข้าหอกับผู้อื่น แล้วปล่อยให้นางยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง ตอนนี้เรื่องราวน่าจะขั้นมีโทษสถานหนักฐานหมิ่นเบื้องสูง
หมิงจินหลิง รีบเดินไปตามใต้เท้าหลัวและฮูหยินหลัวมาหาองค์รัชทายาท เมื่อทั้งสองได้ฟังเช่นนั้นก็ขอตัวออกจากแขกสักครู่ เพราะไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทมีเรื่องอันใด “เอ่อ...ใต้เท้าหมิงท่านทราบหรือไม่ องค์รัชยาทมีเหตุด่วนอันใด ถึงได้เรียกข้ามาเช่นนี้” ใต้เท้าหลัวเกริ่นถามเพื่อจะได้เตรียมตัว ไม่รู้ว่





