Masukชาติที่แล้วแสนอาภัพ เป็นสาวใช้อุ่นเตียงที่ถูกสามีชั่วขายให้เป็นนางบำเรอกับชายแก่บ้ากาม หวนกลับอีกครั้งในร่างฮูหยิน มีอำนาจวาสนา ข้าจะเปลี่ยนชะตาตัวเอง
Lihat lebih banyakบทนำ
หลัวจื่อเถิง ในอดีตนั้นนางเป็นสาวใช้อุ่นเตียง เนื่องจากฮูหยินมีครรภ์ ทำให้นายท่านขืนใจนาง และนางก็เป็นสาวใช้ที่นายท่านเรียกไปบำเรอกามแต่นั้นมา จนเมื่อฮูหยินคลอด และไม่ชอบให้นายท่านเรียกนางเข้าไปบำเรอกาม จึงทำให้นายท่านโกรธขายนางออกไป แม้ฮูหยินก็ช่วยนางไม่ได้ จนนางตายด้วยการทรมานอย่างสาหัสจากตาเฒ่าบ้ากาม และตายลง
ก่อนสิ้นใจนางสาปแช่งไว้ให้ตัวเองมีอำนาจวาสนาบารมี กลับมาอีกครั้งเพื่อการแก้แค้น คนที่ทำให้นางต้องตาย
เกิดใหม่แล้วก็ยังมิวายแม้ว่าได้อยู่ในร่างฮูหยินที่มีอำนาจวาสนาบารมี แต่คืนแต่งงานสามีนางกลับชั่วช้า ไม่เข้าหอไม่พอยังอุ่นเตียงกับอนุให้ได้ยินเสียงครางถึงเรือนนาง
“บัดซบ เชิงเริงรักกับอนุเถิด ส่วนข้านั้นขอมีความสุขกับการแค้นก็แล้วกัน”
“หึ...! ร่างใหม่ของข้าแล้วอย่างไร ข้ามีอำนาจจะง้อผัวไปทำไม ข้าจำได้ดีครั้งนี้ต้องกลับมาแก้แค้น มิใช่มาบำเรอกามให้ชายมากรัก”
ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าเคยเจ็บชำมามากเพียงใดชาตินี้ข้าไม่กลับไปทุกข์ซ้ำเช่นดังเดิม
..........................................................................................................................................................................................................................
ฟ๊าบ...ฟ๊าบ!
เสียงแส้ที่เฆี่ยนมายังร่างที่เปลือยเปล่าของนาง จากตาเฒ่าบ้ากามที่ชอบซื้อสตรีที่ถูกขายมาทารุณ ใช้ความรุนแรง แล้วก็ยืนหัวเราะชอบใจที่นางเหล่านั้นกรีดร้อง
ฟางเหนียงกรีดร้องอย่างทรมาน เมื่อสลบไปแล้วก็โดนสาดด้วยน้ำเกลือ แล้วก็ต้องฟื้นขึ้นมาร้องใหม่ ตาเฒ่านั้นมีอิทธิพลมากหลาย ทำให้ทางการไม่กล้าออกประกาศจับ แม้มารดาของสตรีเหล่านั้นจักเคยไปร้องเรียนก็ตาม การทารุณอย่างทรมาน มีให้เห็นทุกวัน ใครที่ทนได้ก็มีชีวิตอยู่ต่อ แต่ทว่าหากทนไม่ได้ก็สิ้นลมแล้วศพก็โยนทิ้งในป่าให้แร้งกาจิกกิน
เพราะนายท่านผู้เดียว ที่ขายข้าให้ไอ้เฒ่านี่ หึเสพสมเรือนกายเพียงของข้าไม่พอ ยังจะคิดขายข้า ลมหายใจสุดท้ายนี้ขอสังเวยแด่ท่านผู้เป็นเจ้าแห่งโลกวิญญาณ โปรดให้ความเป็นธรรมกับข้า เพื่อกลับไปล้างแค้นอีกครั้ง ข้าขอเกิดใหม่ ในร่างกายที่แข็งแกร่งงดงาม มีอำนาจวาสนาบารมี มิมีผู้ใดเทียมและขอไปอยู่ในครอบครัวที่เป็นที่เกิดของอดีตสามีของนางที่เป็นนายท่าน เพื่อจักได้แก้แค้นให้อย่างสาสม...
สิ้นคำสัตย์สาบานของนาง ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งพิโรธลงมา สายฟ้าฟาดลงกลางลานจวนตาเฒ่าบ้ากาม ไฟ้ลุกไหม้ไปทั่วเรือน แล้วร่างของฟางเหนียงก็ไร้วิญญาณในฉับพลัน ล่องลอยไปไกลสู่ความเวิ้งว้าง
หยวบ หยวบ หยวบ หยวบ...!
เสียงเกี้ยวหามเจ้าสาวสาวดังขึ้น จื่อเถิงเป็นลูกสาวสุดที่รักของท่านเว่ยอ๋อง ผู้เป็นพระญาติสนิทของฮ่องเต้ ครั้นเมื่อนางเจริญวัยจนได้แต่งงาน ก็ถูกจับให้แต่งกับญาติของหลัวกุ้ยเฟย เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างฐานอำนาจให้มั่นคง แต่ท่านอ๋องเว่ยหารู้ไม่ว่าลูกสาวของตนนั้นมีคนรักที่เป็นองครักษ์สนิทขององค์รัชทายาท
และนี่เป็นพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท ผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิตทุกคนบนแผ่นดินในแคว้นฉู่ แผ่นดินที่ฮ่องเต้ฉู่เซียวหมิง มีอำนาจบารมีแผ่ไพศาลขจรขจายไปทุกทิศ หลังจากรวมแผ่นดินแคว้นฉู่เป็นปึกแผ่น ก็เริ่มสร้งความเข้มแข็งในราชสำนัก
ขุนนางขั่วอำนาจทั้งสี่ก็ต่างส่งลูกสาวในตระกูลแต่งเข้าไปเป็นสนม แต่หญิงสกุลหลัวเป็นที่โปรดปรานมากจึงได้รับแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟย เป็นรองเพียงฮองเฮาที่ต้องมาจากสกุลหวางเท่านั้น
แต่ทุกคนล้วนทราบดีว่า ฮองเฮาเป็นเพียงตำแหน่งเท่านั้น แต่ฝ่าบาททรงโปรดกุ้ยเฟยเป็นที่สุด ไม่ว่าคืนใดก็เสด็จเพียงตำหนักกุ้ยเฟย
จื่อเถิงก่อนขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ได้กินยาเพื่อปลิดชีพที่แอบไปซื้อมาไว้เอง นางยอมไม่ได้ที่ต้องแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก แต่นางก็ขัดท่านพ่อไม่ได้ ชื่อเสียงคุณชายรองสกุลหลัวเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าเป็นผู้ชายเสเพล วันๆ เอาแต่เคล้านารีมิว่างเว้น เป็นลูกค้าคนพิเศษของเหล่าหอคณิกา
หลัวตงหยาง บุตรชายคนรองสกุลหลัวที่ใครก็ไม่อาจจะกล่าวร้ายได้ เพราะไม่ใช่แค่จะเที่ยวเตร่เป็นอย่างเดียว แต่การงานที่ได้รับมอบหมายล้วนทำได้ดี บางครั้งก็ดีมากเสียจนบิดามารดาตามใจ ให้เที่ยวเตร่ได้อย่างสบาย
แต่การแต่งงานของตงหยางก็ต้องมีขึ้น แม้ลูกชายยังไม่อยากมีหวงติดคอ แต่ว่าเพื่อสร้างฐานอำนาจให้ตระกูลและท่านน้ากุ้ยเฟย จึงทำให้เขาต้องรับหน้าที่แต่งสตรีที่เป็นท่านหญิงลูกสาวของอ๋องเว่ยพระญาติสนิทฝ่าบาท ชื่อเสียงของท่านหญิงจื่อเถิงนั้น ล้วนเป็นที่เล่าลือกันว่าได้เสียบริสุทธิ์ให้กับองครักษ์ขององค์รัชทายาท นั่นจึงทำให้ตงหยางรังเกียจนาง
เขาจับสตรีที่ชอบใจในหอคณิกาชื่อว่า ซีเหว่ย มาเป็นอนุบำเรอกาม เพื่อหยามหน้าจื่อเถิงแต่ในช่วงเช้าต้องเข้าพิธีเสียก่อน จึงซ่อนนางไว้ในเรือนของตัวเอง
ฮึก... เฮือก!
เสียงของฟางเหนียงฟื้นขึ้น นางเอามือจับศีรษะสบัดไปมา มองรอบกายก็พบว่าตัวเองกำลังใส่ชุดเจ้าสาว แล้วนางมาที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าเพิ่งโดนเฆี่ยนจนตายหรือมิใช่
นี่มันอะไรกันนางมึนไปหมด ปวดหัวแทบระเบิดความทรงจำของตัวเองแล้วก็ใครคนหนึ่งไหลมาปนเปกัน
“ข้าคือท่านหญิงจื่อเถิงงั้นเหรอ แล้วข้าต้องไปแต่งงาน อะไรกันไม่ให้ข้าเกิดใหม่แล้วเติบโตหรืออย่างไร” นางรำพันอยู่คนเดียวในเกี้ยวเจ้าสาว จนได้ยินไปถึงข้างนอก สาวใช้ที่ติดตามมาด้วยได้ยินเข้า จึงเอ่ยถาม
“เจ้าตงหยางบ้า...เอาทีเดียวข้าก็ฉีกพอดี” นางทุบหน้าอกแกร่งของเขา แรงๆไปหนึ่งที ใบหน้านางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซี๊ดดดด... เขาร้องครางเพราะช่องทางรักของนางตอดเขาหนึบ กลีบดอกไม้นางปลิ้นเข้าออกตามแรงกระแทกที่มีน้ำหวานซึมออกมา “ตอดดีจัง...อ่าห์...เจ้ากัดข้า” เขาก้มลงกัดปลายยอดอกนางคืนบ้างจนนางร้องครวญคราง “อย่ากัด...อ๊า...” “เจ็บใช่หรือไม่” “เสียว” นางส่ายหน้าบอกเขา ความเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับความเสียวซ่านที่ได้รับ “อิ๊ อิ๊ อิ๊...” เสียงครางตามแรงกระแทกที่เคลื่อนลงมา ทำให้นางเสียวไปทั่วทั้งท้องน้อย ยิ่งเวลาเขาชักออกแล้วกระแทกกลับเข้ามาแรงๆ ชวนให้วูบไหวเสียววาบ สองมือเล็กแทรกเข้ากลุ่มผมของเขาลูบไปมาอย่างต้องการระบายความเสียวให้ออกมาให้หมด “อั๊ยยย...สะ เสียวหนักมาก...อื้อ...เอาแรงๆ แรงอีก” “เจ้าก็อยากเหมือนข้าใช่หรือไม่ ข้าบอกแล้ว...อ่าห์ ข้าจะเอาเจ้าให้แรงที่สุด” ร่องบุปผางามของนางดูดเขารุนแรงเหลือเกิน จนเขาขบกรามแน่น และเผลอฝากรอยกัดไว้ทั่วทั้งเต้าอวบสองข้าง ช่วยไม่ได้เจ้าม
“ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได้อายเช่นนี้ “เจ้าพูดอะไรลามก” “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบ ไม่เช่นนั้นแก้มเจ้าไม่แดงปลั่งเช่นนี้หรอก” แก้มของฟางเหนียงร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรระหว่างเขาและนางต่อจากนี้ แม้ว่าจะขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงนางก็ลดน้อยถอยลงนัก เมื่อเขาอยู่ใกล้นาง เหมือนดูดเรี่ยวแรงนางไปจนหมดสิ้น “คืนนี้...ข้าว่า...เจ้า...!” นางไม่ทันจะพูดได้จบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาชิมริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าหาเริมฝีปากบางอย่างคิดถึง ความหิวกระหายของเขาทำให้จูบแทบดูดวิญญาณนางออกมาจากร่าง จนต้องทุบอกเขาเพื่อให้รั้งรอให้นางได้หายใจเสียก่อน “เจ้า...ตะกละกินมูมมามเช่นนี้ ข้าหายใจไม่ทัน” นางหอบหายใจหนักเมื่อเขายอมละริมฝีปากออกจากปากอิ่มของนา
“เจ้าก็เช่นกันนะ สักวันเจ้าจะเจอคนที่รักเจ้าเหมือนที่ข้าเจอ” อี๋เหนียงอวยพรเพื่อนด้วยเสียงสั่นเครือ และกอดกันทั้งน้ำตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เวลาเข้าหอนางจึงออกมาจากห้อง ให้เพื่อนรักได้มีความสุขกับคนที่นางรัก ฟางเหนียงเดินกลับบ้านอย่างเหงาๆ ทุกวันเพื่อนรักของนางจะมาส่ง เพราะว่าบ้านของนางถึงก่อนบ้านของเพื่อน แต่วันนี้ต้องเดินกลับเพียงลำพัง แม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีไม่กี่หลังคาเรือน แต่ว่าทุกคนล้วนเป็นคนดีไว้ใจได้ นางจึงไม่ได้เกรงกลัวอันใด “เห้อ...เหลือแค่ข้าสินะ ที่ต้องอยู่คนเดียว” นางมองไปยังบ้านของเพื่อนที่ประดับด้วยโคมสีแดง สัญลักษณ์แห่งงานมงคล แต่เมื่อหันมากลับพบว่าชนกับคนผู้หนึ่ง ว๊าย...! “ข้าขออภัย ไม่ทันระวัง มันมืด” นางเห็นไม่ชัดว่าเป็นผู้ใด แต่ว่าน่าเป็นคนในหมู่บ้านที่มางานแต่งของเพื่อนนางเป็นแน่ “รู้ว่ามืดเหตุใดถึงมาเดินกลางค่ำ กลางคืนคนเดียวเล่า” เสียงหนึ่งที่คุ้นหูดี จนนางเกือบลืมไปแล้วว่าเป็นเขา จนต้องเงยหน้าขึ้นมองชัดๆ “ตะ...ตงหยาง” นางมองหน้าเขาเอ่ยด้วยเสียงเครื
“จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าให้กับญาติผู้พี่ เขาคงไม่รู้ว่านางไม่ใช่จื่อเถิงที่เป็นเจ้าของร่าง จึงไม่ได้อาลัยอาวรณ์นักหากพ่อตัวเองทำผิด “แล้วเจ้าไม่คิดว่าพ่อเจ้าจะโดนโทษหรอกหรือ” หานหลิงอี้ถามญาติผู้น้อง “ข้าไม่ใช่ลูกสาวเขาตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าเพิ่งรับรู้ว่าเขาต้องการส่งข้าไปตายชัดๆ เพียงเพื่ออำนาจที่ตนเองอยากได้ ข้าก็เพิ่งประจักษ์วันนี้เอง” จื่อเถิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เกิดกี่ชาติก็ยังคงถูกหลอกซ้ำซาก “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ หาข้าทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทพ่อเจ้าต้องมีโทษแล้วเจ้าก็จะโดนด้วย” “ไม่ได้ นางเป็นเมียข้าแล้ว นางจะไม่ได้รับโทษอันใดทั้งนั้น” ด้วยความที่ห่วงนางตงหยางรีบอ้างเรื่องนี้ทันที “ใครเมียเจ้า ลืมไปแล้วหรือบ้านเจ้าก็มีส่วนรู้เห็น” นางละเบื่อเขาจริง
นางป่วยจนสามวันเต็ม ทุกวันจิ่นช่างหลิวกับตง หยางสลับกันมาเยี่ยม จนนางเองต้องให้สาวใช้ไล่กลับไป หากผู้พบผู้ใด อีกผู้ก็อยากจะพบอีก เป็นอย่างนี้นางก็ไม่ได้พักผ่อนเสียที อีกอย่างนางอยากเข้าสกุลหลัวให้ได้เร็วๆ หาไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้จัดการเรื่องที่คาราคาซังมานานเสียที แค่ก แค่ก...! “
“เจ้า มาได้ไง” แม้ว่าจะตกใจ แต่ว่าร่างกายกลับตอบสนองไม่ได้ แค่คิดจะลุกขึ้นอาการที่รู้สึกเจ็บปวดราวกับมีสิ่งใดบีบตรงขมับก็ไม่ปาน “โอ๊ย...” เสียงครางอย่างเจ็บปวดของนางทำให้ตงหยางรุดเข้าไปใกล้นางยิ่งขึ้น “เจ้าไม่สบายตรงไหน บอกข้าสิ” เขาถามนางด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเสื้อคลุมของชา
“เจ้าชอบนางใช่หรือไม่” องค์รัชทายาทกระซิบเพียงเบาๆ ด้วยความมองนางอย่างเหม่อลอย จึงเผลอพูดความในใจออกมา “ใช่ข้าชอบนาง” แคร่ก แคร่ก...! เสียงไอขององค์รัชทายาททำให้ทั้งโต๊หันมามองเป็นตาเดียว และเรียกสติของจิ่นช่างหลิวให้กลับมาสนใจ “เสด็จพี่ท่านระวังหน่อยสิเพคะ”
“เชิญพวกท่านด้านในเถิด” จื่อเถิงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่สักพักก็ต้องบึ้งตึงเมื่อเสียงหนึ่งที่นางแสนรำคราญตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา “เมียจ๋า...คิดถึงผัวไหมไม่ได้เจอกันตั้งหนึ่งวัน ผัวคิดถึงเมียมากเลย” แน่นอนว่าเสียงนั้นคือเสียงของตงหยาง คู่เวรคู่กรรมคู่อริของจื่อเถิง ช่วงนี้อากาศค่อ





