Share

เจอของดี ๆ

last update Tanggal publikasi: 2026-10-03 09:10:11

เมื่อกลุ่มชาวบ้านเดินมาถึงจุดนัดพบชายป่า พวกเขาก็หยุดก้าวเท้าแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับซ่งจิ่วเอ๋อร์ที่เดินตามหลังมาห่าง ๆ สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของนายช่างไม้ในหมู่บ้านตวาดขึ้นเสียงแหลม พลางชี้หน้าด่านางอย่างไม่เกรงใจ

"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ เจ้าจะเดินตามพวกเรามาทำไมกัน บนเขานี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนใจดำอย่างเจ้า"

"ใช่ ไสหัวกลับไปเสีย พวกข้าพาเจ้าไปด้วยไม่ได้หรอก เกิดเจ้าไปแย่งผักป่า หรือเปิดปากด่าแช่งพวกข้าบนเขาขึ้นมา จะทำอย่างไร ถ้ายังไม่ยอมกลับไป พวกข้าจะตีเจ้าลงเขาเดี๋ยวนี้แหละ"

 ชายฉกรรจ์อีกคนในกลุ่มขู่ขึ้นพลางยกท่อนไม้ในมือทำท่าจะข่มขู่

ทั้งหมดรวมกลุ่มกันส่งเสียงไล่และถลึงตาใส่นางด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะพากันรีบเดินหนีมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางป่าฝั่งซ้ายอย่างรวดเร็ว

ซ่งจิ่วเอ๋อร์ยืนนิ่งมองตามหลังพวกชาวบ้านที่รีบเร่งเดินหนีไป นางไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือน้อยเนื้อต่ำใจเลยแม้แต่น้อย บนใบหน้าซูบซีดกลับมีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ

"คิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวหรือไง"

ในเมื่อรู้ทิศทางและลักษณะภูมิประเทศคร่าว ๆ จากการเดินตามกลุ่มชาวบ้านมาจนถึงตรงนี้แล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาใครอีก ซ่งจิ่วเอ๋อร์หมุนตัวก้าวเดินไปอีกเส้นทางหนึ่งทางฝั่งขวา ซึ่งเป็นป่ารกทึบกว่าแต่ดูสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธรรมชาติอย่างไม่ลังเล

สำหรับซ่งจิ่วเอ๋อร์ในชาติก่อน การต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์กดดันเช่นนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก นางเป็นแพทย์ที่ทำงานหนักในโรงพยาบาลใหญ่ เข้าเวรรวดติดต่อกันเป็นเดือนโดยไม่ได้พักผ่อน จนกระทั่งวันหนึ่งร่างกายทนไม่ไหว ก้าวพลาดตกบันไดโรงพยาบาลจนวิญญาณหลุดมาอยู่ในร่างนี้

ด้วยความที่เป็นคนมีนิสัยสู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนางชอบการเดินป่าผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ อีกทั้งยังศึกษาวิชาสมุนไพรและโภชนาการบำบัดมาอย่างครอบคลุม การเข้าป่าหาวัตถุดิบและสมุนไพรในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสนามสอบวิชาที่นางถนัดที่สุด

ขณะที่กำลังก้าวเดินเหยียบใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ เสียงซุบซิบและสายตาเกลียดชังของพวกชาวบ้านเมื่อครู่ ก็ทำให้นางนึกย้อนไปถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

'ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่ชาวบ้านจะรังเกียจร่างเดิมขนาดนี้ ทำตัวเองไว้แสบใช่ย่อย'

ซ่งจิ่วเอ๋อร์คนเดิมนั้นมาจากครอบครัวชาวบ้านยากจน บิดามารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเยาว์ นางจึงต้องอาศัยอยู่กับท่านย่าและญาติในบ้าน ซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างกดขี่ อด ๆ อยาก ๆ และเก็บกดมาตลอด นางมีนิสัยหัวดื้อ ทะเยอทะยาน และเอาแต่ใจตนเองเป็นที่หนึ่ง

กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว อาสะใภ้สามได้ยุยงท่านย่าให้ขายซ่งจิ่วเอ๋อร์แต่งไปเป็นอนุคนที่แปดของเศรษฐีแก่ตระกูลหนึ่งในเมืองหลวง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความกักขฬะและมีนิสัยวิตถาร เพื่อนำเงินก้อนใหญ่มาปรนเปรอให้คนในบ้านอยู่ดีกินดี

ด้วยความที่ซ่งจิ่วเอ๋อร์ร่างเดิมไม่อยากแต่งงานกับตาแก่จิตป่วย นางจึงคิดหาอุบายหลบหนี ประจวบเหมาะกับตอนนั้นมีข่าวลือในหมู่บ้านว่า เฉินฮ่าวหรานเป็นหลานที่มาอาศัยอยู่กับลุงหลี่ มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาหมดจด และลุงหลี่คนนี้ก็เพิ่งเสียชีวิตไปทิ้งบ้านพักไว้ให้

ยามค่ำคืนหนึ่ง นางจึงแอบปีนหน้าต่างเข้าไปในบ้านของเฉินฮ่าวหรานขณะที่เขากำลังนอนหลับด้วยความอิดโรย นางจงใจถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจนหลุดลุ่ย แล้วลงไปนอนแอบอิงข้างกายเขา ในความมืดสลัวนั้น พอได้เห็นเสี้ยวใบหน้าของชายหนุ่มใกล้ ๆ นางยังแอบนึกชอบใจว่าเขารูปร่างหน้าตาดีไม่เบา

พอเช้าวันรุ่งขึ้นมีชาวบ้านเดินมาขอยืมเครื่องมือช่างที่บ้าน เฉินฮ่าวหรานตื่นขึ้นมาด้วยความตกตะลึงสุดขีด ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอะไร ซ่งจิ่วเอ๋อร์ร่างเดิมก็ส่งเสียงกรีดร้องโวยวาย ร้องไห้สะอึกสะอื้นสร้างภาพว่าถูกเฉินฮ่าวหรานล่อลวงและขืนใจ

ชาวบ้านพากันแตกตื่นวิ่งเข้ามาดู เห็นสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของนางและชายหนุ่มที่เพิ่งตื่น ทุกคนจึงพากันชี้หน้าตำหนิต่อว่าเฉินฮ่าวหรานอย่างหนัก แม้เขาพยายามจะอธิบายความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ในสภาพเช่นนั้นก็ไม่มีใครยอมฟังคำพูดของเขา แม้จะมีบางคนแอบเห็นใจ แต่ก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ นอกจากบอกให้เขารับผิดชอบนางตามธรรมเนียม

ผู้ใหญ่บ้านจึงเข้ามาไกล่เกลี่ยและตัดสินให้ทั้งคู่แต่งงานกันทันที

แต่เรื่องราวกลับยิ่งบิดเบี้ยวเมื่อถึงวันแต่งงาน ซ่งจิ่วเอ๋อร์ร่างเดิมได้เห็นหน้าเฉินฮ่าวหรานชัด ๆ ใต้แสงแดด นางกลับรู้สึกรังเกียจเขาขึ้นมาจับใจ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าผอมแห้ง ซูบซีด และยากจนแทบไม่มีกิน ต่างจากภาพฝันว่านางจะได้สามีหล่อเหลาพึ่งพาได้ ความฝันพังทลายกลายเป็นความผิดหวังรุนแรง

แม้เฉินฮ่าวหรานจะยอมเอ่ยปากขอโทษนางเพื่อตัดปัญหา แต่นางก็ไม่ฟังกลับด่าทอเขาสาดเสียเทเสีย และครอบครัวของตนเองก็ตามมาด่าแช่งนางกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย 

นับตั้งแต่วันนั้นนางจึงนำความแค้นและความผิดหวังทั้งหมดมาลงที่เฉินฮ่าวหราน กลายเป็นสตรีปากร้าย ใจดำ ที่คอยทำร้ายจิตใจสามีตั้งแต่นั้นมา

ซ่งจิ่วเอ๋อร์ยกมือขึ้นนวดขมับตนเองเบา ๆ ถอนหายใจออกมายาวเหยียด

ความรกชัฏของผักโขมหนามและเครือเถาป่าฝั่งขวาหนาทึบกว่าเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้เดินกันเป็นประจำอย่างเห็นได้ชัด ใบไม้แห้งทับถมกันหนาแน่นจนส่งกลิ่นอับชื้นของดินโคลนลอยเตะจมูก ซ่งจิ่วเอ๋อร์ก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง ใช้ไม้พลองท่อนยาวที่เก็บได้ระหว่างทางค่อย ๆ เคาะพุ่มไม้ไปตลอดทางเพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน

นางไม่ได้รีบร้อน แต่ใช้สายตาอันแหลมคมกวาดมองสังเกตลักษณะพืชพรรณและสภาพดินอย่างละเอียด คนทั่วไปอาจเห็นเพียงแค่พุ่มไม้ไร้ค่า แต่สำหรับนาง พื้นดินที่มีความชื้นสูงและมีร่มเงาไม้ใหญ่เช่นนี้ ย่อมเป็นแหล่งกำเนิดชั้นดีของพืชสมุนไพรและอาหารธรรมชาติ

ยิ่งเดินลัดเลาะลึกเข้าไป ความสูงชันของไหล่เขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เสียงซุบซิบและร่องรอยการตัดฟืนของชาวบ้านหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านพุ่มไม้และเสียงร้องของนก ยิ่งเดินไกลออกไป ลมหายใจของซ่งจิ่วเอ๋อร์ก็เริ่มหอบเหนื่อย เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามแผ่นหลังและกรอบหน้า ร่างกายที่ขาดสารอาหารสะสมส่งสัญญาณประท้วงด้วยอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเป็นระยะ

ทว่าจิตวิญญาณสู้ชีวิตกุมสติไว้แน่น นางหยุดพักสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ยันกายกับต้นไม้ใหญ่ก่อนจะก้าวเดินต่อ

‘ขืนยอมแพ้ตรงนี้ มีหวังได้กลับไปอดตายทั้งคู่แน่’

หลังจากเดินบุกป่าลึกเข้ามาไกลกว่าที่ชาวบ้านทั่วไปจะกล้าเสี่ยงภัยเข้ามา ในที่สุดนางก็ก้าวหลุดออกมายังบริเวณร่องน้ำตกเล็ก ๆ ที่มีสายน้ำไหลผ่านหินผา ความชื้นและสภาพแวดล้อมตรงนี้ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

ตรงริมลำธารแถบดินโคลนชื้นแฉะ นางมองเห็นเถาพืชเลื้อยชนิดหนึ่งที่มีใบรูปหัวใจกว้างขอบใบหยักละเอียด ยอดอ่อนสีเขียวเข้มชูช่อสู้แสง ซ่งจิ่วเอ๋อร์ไม่รอช้า นางรีบก้าวเข้าไป ใช้มีดพกสนิมเกรอะค่อย ๆ แซะโคนต้นขุดลงไปในดิน

ยิ่งขุดลึกลงไป หัวมันขนาดใหญ่เท่ากำปั้นเนื้อแน่นสีขาวมุกก็เผยให้เห็น

"มันป่า แถมยังมีเผือกป่าขึ้นแซมอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย"

ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ นี่คือแหล่งพลังงานชั้นดี มันป่าและเผือกป่าอุดมไปด้วยสารอาหารสูง ยางของเผือกป่าอาจทำให้คันหากทำไม่ถูกวิธี แต่คนอย่างนางรู้ดีว่าเพียงนำไปต้มหรือเผาให้สุกดี ความร้อนจะทำลายสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงเนื้อสัมผัสนุ่มมันและพลังงานที่จะช่วยให้ทั้งนางและเฉินฮ่าวหรานรอดตายไปได้อีกหลายมื้อ

ซ่งจิ่วเอ๋อร์ลงมือขุดหัวมันและหัวเผือกอย่างคล่องแคล่ว นางเลือกขุดเฉพาะหัวที่สมบูรณ์เต็มที่ แล้วเว้นส่วนโคนรากบางส่วนไว้เพื่อให้มันเจริญเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

นอกจากนี้ บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ใกล้ริมน้ำ นางยังพบผักกาดน้ำป่าและผักกูด ยอดม้วนสวยงามขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ผักกูดอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินซีสูงกว่าผักสวนครัวทั่วไปหลายเท่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปบำรุงเลือดและฟื้นฟูร่างกายที่ซีดเซียวของเฉินฮ่าวหราน

นางทยอยเก็บผักป่าและหัวมันใส่ตะกร้าสานหลังอย่างเบามือ จนกระทั่งน้ำหนักบนแผ่นหลังเริ่มตึงแน่น

ทว่า ความประหลาดใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้

ซ่งจิ่วเอ๋อร์กำลังจะหมุนตัวเดินกลับ สายตาอันแหลมคมของนางก็แวบไปเห็นโคนต้นไม้ขนาดสี่คนโอบที่ล้มทับกันจนเกิดเป็นแอ่งร่มเงาชื้นมืดใต้ชะง่อนหิน บริเวณเปลือกไม้ซากต้นไม้แห้งที่ผุกร่อน มีกลุ่มก้อนวัตถุสีแดงน้ำตาลทรงพัดตระหง่านอยู่เป็นกลุ่ม

ใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างแรง นางแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง รีบก้าวเข้าไปเพ่งมองใกล้ ๆ เพื่อความแน่ใจ

ผิวมันวาวราวกับทาด้วยน้ำมันปลา สีแดงเข้มสลับน้ำตาลทองเป็นชั้น ๆ ตามการเจริญเติบโต เนื้อไม้แข็งแกร่งและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของยาสมุนไพรชั้นสูง

"นี่มัน... เห็ดหลินจือแดงธรรมชาติ"

ซ่งจิ่วเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง เห็ดหลินจือแดงที่ขึ้นเองตามธรรมชาติบนต้นไม้ในป่าลึกเช่นนี้ ในยุคโบราณถือเป็นยาวิเศษมีสรรพคุณช่วยบำรุงตับ ปอด หัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอความชรา และบำรุงธาตุหยางที่อ่อนแอได้อย่างยอดเยี่ยม

ที่สำคัญที่สุดคือ ในตลาดเมืองหลวงหรือร้านขายยาเจริญในตัวอำเภอ เห็ดหลินจือแดงธรรมชาติสมบูรณ์แบบที่มีขนาดใหญ่ถึงสามดอกเช่นนี้ มีมูลค่าสูงลิบลิ่วจนอาจแลกเงินตำลึงทองได้เลยทีเดียว

"สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับข้าจนเกินไป"

ซ่งจิ่วเอ๋อร์ยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจและโล่งอก นางใช้มีดพกค่อย ๆ แซะโคนเห็ดหลินจือแดงทั้งสามดอกอยู่อย่างระมัดระวัง ไม่ให้ดอกเห็ดช้ำหรือเกิดรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ก่อนจะนำใบไม้กว้างมาห่อหุ้มไว้อย่างประณีตแล้วซุกไว้กลางตะกร้าใต้กองผักป่าเพื่อปกปิดสายตาจากผู้คน

เมื่อได้ทั้งอาหารประทังชีวิต สมุนไพรบำรุง และวัตถุดิบมีราคาที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกนาง ซ่งจิ่วเอ๋อร์ก็ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ปรับลมหายใจให้คงที่ แม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยจนขาเริ่มสั่น แต่ดวงตาคู่งามกลับฉายแววแห่งความหวังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางกระชับสายตะกร้าบนไหล่แน่น แล้วเริ่มก้าวเท้าเดินทางออกจากป่าลึก มุ่งหน้ากลับบ้านซึ่งสามีกำลังรอคอยนางอยู่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   รื้อบ้าน

    ตอนเช้าเฉินฮ่าวหรานออกไปบ้านช่างไม้ตั้งแต่ฟ้าสาง วันนี้จะเริ่มปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ไม่นานเขาก็นำช่างซุนและกลุ่มช่างไม้ที่เป็นลูกมือมาด้วยกันห้าคนเดินมาถึงหน้าเรือนช่างซุนเดินสำรวจรอบบ้าน ใช้ขวานเคาะตามเสาเรือนและคานไม้อย่างถี่ถ้วน ก่อนจะถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ"ข้าบอกตามตรงนะ หากจะซ่อมและอุดรอยรั่วตามที่บอกไว้แต่แรกไม่คุ้มค่าเลย เสาหลักอมความชื้นจนเนื้อไม้ข้างในถูกปลวกกัดกินไปเกินครึ่ง หากเข้าฤดูหนาวหิมะตกหนักขึ้นมา จะทำให้คานรับน้ำหนักไม่ไหวและพังลงมาทับคนข้างใน รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่จะดีกว่า"เฉินฮ่าวหรานกับซ่งจิ่วเอ๋อร์มองหน้ากันแล้วเขาก็เดินไปเคาะดูตามที่ช่างบอกและเห็นจริงตามนั้นจึงบอกกับซ่งจิ่วเอ๋อร์"เป็นเหมือนพี่ซุนว่า หากสร้างใหม่จะปลอดภัยกว่า ข้าก็เห็นตามนั้น"เขาบอกกับนาง"เช่นนั้นรื้อสร้างใหม่เถิด"ไม่รอช้า กลุ่มช่างไม้เริ่มลงมือขนย้ายซากไม้เก่าและทลายผนังดินอย่างคล่องแคล่ว เสียงไม้หักและเสียงขุดดินดังระงมไปทั่วบริเวณ ในขณะที่ช่างไม้กำลังเตรียมไม้คานใหม่ เฉินฮ่าวหรานก็ตอกหลักลงบนพื้นดิน นำตลับเชือกป่านเส้นยาวในมือที่ขอจากช่างมาผูกไว้และเดินวัดระยะทาง ทิศทางแ

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   วางแผนอนาคต

    เฉินฮ่าวหรานเดินกลับมาและพบกลุ่มคนที่กำลังแยกย้ายออกจากหน้าบ้านของเขา ผู้คนที่มามุงดูไม่พูดสิ่งใด ต่างคนต่างเดินหนีไป ชายหนุ่มมองเข้าไปในบ้านและเร่งฝีเท้าหาสิ่งผิดปกติทันที"จิ่วเอ๋อร์ จิ่วเอ๋อร์"หน้าตาเขาตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นนางยืนนิ่งก็วางข้าวของแล้วเข้าไปจับตัวนาง"เกิดเรื่องใดขึ้น เจ้าบาดเจ็บหรือไม่"ภายใต้ท่าทางตกใจของเฉินฮ่าวหราน ซ่งจิ่วเอ๋อร์มองเห็นความห่วงใยเต็มเปี่ยมในแววตาคู่นั้น นางยิ้มบาง ๆ และส่ายหน้า"ไม่มี""ท่านย่ากับอาสะใภ้สามมาที่นี่หรือ แล้วเกิดเรื่องร้ายแรงหรือไม่"นางมองหน้าเขาและมองมือที่จับไหล่ทั้งสองข้างไว้ เฉินฮ่าวหรานจึงรู้ตัวและปล่อยนาง"ไม่มีเรื่องใดซับซ้อนหรอก"นางเอ่ยเสียงเรียบ"พวกนางแค่อยากได้ไข่ไก่สดกับซุปกระดูกหมูในครัวของเราไปกินเท่านั้น พอหน้าบ้านเรามีกลิ่นหอมของอาหาร คนพวกนั้นก็เข้ามาอ้างเรื่องความกตัญญู หวังจะใช้อำนาจความเป็นผู้อาวุโสมาบีบบังคับเอาเสบียงของเราไป"​คิ้วเข้มของเฉินฮ่าวหรานขมวดเข้าหากันทันที ความกรุ่นโกรธจาง ๆ พุ่งขึ้นมาในอก "แล้วเจ้า...""ข้าไม่ให้" ซ่งจิ่วเอ๋อร์สบตากับเขาตรง ๆ นัยน์ตาของนางเปล่งประกายกร้าวแกร่ง "ข้าบอกพวกนางว

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   จะไปอำเภอ

    ขณะที่ย่าหลานกำลังทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง ป้าจางก็กวักมือเรียกคนที่เดินผ่านไปมาให้เข้ามาดู"ดูนั่น บ้านตระกูลซ่งกำลังทะเลาะกัน สนุกยิ่งนัก"คนที่เหมือนนางก็หยุดฝีเท้าเข้ามาสมทบ คนที่ไม่ชอบความขัดแย้งก็เดินผ่านไป"ท่านย่ากับอาสะใภ้สามพอเถิดเจ้าค่ะ คนมุงดูใหญ่แล้ว"ซ่งจิ่วเอ๋อร์ไม่อยากมีปัญหากับผู้อาวุโสของเจ้าของร่างเดิม แม้ตัวนางจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ก็ตาม"ข้าไม่พอ จนกว่าเจ้าจะเอาไข่ทั้งหมดมาให้ข้าและแบ่งซุปกระดูกมาให้ด้วย"แม่นางหลิวยังคงยืนกราน"ใช่ หากเจ้าไม่แบ่ง คนในหมู่บ้านได้เกลียดเจ้าจนอยู่ที่นี่ไม่ได้แน่ ไม่มีใครชื่นชมคนเนรคุณหรอกนะ"หลินฮัวฉวยโอกาสทันทีซ่งจิ่วเอ๋อร์ประเมินสถานการณ์ครู่หนึ่ง เมื่อก่อนนางเคยยอมคนพวกนี้มามาก คอยเอาเปรียบและกดขี่นางสารพัด หากไม่ทำอะไรสักอย่างนางต้องเสียเสบียงที่มีอยู่และคงไม่มีทางจบสิ้นนางตัดสินใจเดินไปหน้าบ้านและตะโกนออกไป"ทุกท่านที่อยู่แถวนี้ฟังให้ดี ท่านย่ากับอาสะใภ้ของข้ากำลังรังแกหลานตัวเอง สามีข้าป่วยแต่พวกนางก็ยังจะเบียดเบียนเอาอาหารไปจากข้า พวกท่านว่ายุติธรรมหรือไม่"คนที่มุงเข้ามาต่างส่งเสียงไม่เห็นด้วย รู้พฤติกรรมตระกูลซ่งด

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เด็กอกตัญญู

    ความหนาวเย็นของปลายฤดูใบไม้ร่วงหอบเอาความเย็นชื้นมาตามลม ซ่งจิ่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่พบว่าที่นอนข้างล่างพับเก็บเรียบร้อยอย่างมีระเบียบหมายความว่าเฉินฮ่าวหรานตื่นก่อนนางเมื่อเก็บที่นอนและทำความสะอาดเสร็จนางก็ออกมาสูดอากาศข้างนอก ถึงลมหนาวจะเริ่มโชยพัด แต่บรรยากาศกลับสดชื่นและปลอดโปร่งอยู่ไม่น้อย ผิดกับความเจริญที่นางเคยอยู่ มีชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแก่งแย่งแข่งขัน"ทะลุมิติก็ไม่ได้แย่ ได้เรียนรู้ตั้งหลายอย่าง ข้าโชคดีด้วยซ้ำไป"นางกวาดตามองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นเฉินฮ่าวหรานจึงล้างหน้าล้างตาเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า สักครู่เขาก็แบกฟืนหอบใหญ่เข้ามา"อากาศเย็นชื้น ทำไมออกไปข้างนอกเล่า"นางถามเมื่อเขาวางไม้ฟืนลง เฉินฮ่าวหรานยกมือปาดเหงื่อ ถึงจะมีสีหน้าสดชื่นขึ้นแต่ร่างกายนั้นผอมอมโรค เรี่ยวแรงก็ใช่ว่าจะมีมากพอให้ทำงานหนักได้"ข้าไม่อยากให้ขาดไม้ฟืน เลยไปเก็บมาสำรองไว้มาก ๆ"เขาเอ่ยขึ้นพร้อมลมหายใจหอบเล็กน้อย"ได้ออกแรงให้เหงื่อออกก็สดชื่นขึ้นมาก"ในแววตาของเขาไม่มีความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาบอก และเป็นหลักพื้นฐานในการดูแลสุขภาพอยู่แล้ว"อืม"นางตอบสั้น

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เสียสละ

    คำสัญญาอันหนักแน่นของเฉินฮ่าวหรานทำเอาซ่งจิ่วเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ความนุ่มนวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่คมของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหมอสาวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมส่งเสียงตอบรับในลำคอ"อื้ม"เมื่อตั้งสติได้ ซ่งจิ่วเอ๋อร์ก็ไม่รอช้า นางดึงมือเขาแล้วเดินตรงไปยังร้านหมอที่ดีที่สุดในตัวอำเภอทันที เฉินฮ่าวหรานที่เห็นท่าทีของนางรีบชะงักเท้า ขมวดคิ้วเอ่ยทัดทานด้วยความเกรงใจ"จิ่วเอ๋อร์ ร้านหมอในเมืองค่าตรวจและค่ายาแพงยิ่งนัก ร่างกายข้าเป็นเช่นนี้มานาน แค่พักผ่อนกินอาหารให้อิ่มก็พอแล้ว อย่าเสียเงินโดยใช่เหตุเลย""ไม่ได้!" ซ่งจิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองเขาด้วยสายตาจริงจังและเด็ดขาด "เงินมีไว้ใช้รักษาคน หากไม่มีร่างกายที่แข็งแรง จะมีเงินทองไปทำไม พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เมื่อตกทุกข์ก็ต้องช่วยกัน ยามป่วยไข้ก็ต้องดูแล ไม่ทอดทิ้งกันเด็ดขาด"นางเอ่ยคำว่าสามีภรรยาไม่ทอดทิ้งกัน ทำเอาเฉินฮ่าวหรานสะท้านไปทั้งอก ความอบอุ่นซาบซ่านพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจจนชายหนุ่มยินยอมเดินตามนางเข้าโรงหมอแต่โดยดีตลอดเวลาที่ท่านหมอจับชีพจรและตรวจร่างกาย ซ่งจิ่วเอ๋อร์คอยยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง นางคอยสอบถามอาการแ

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   ขายของล้ำค่า

    อาหารมื้อนี้ช่วยฟื้นฟูกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี หลังจากอิ่มท้องร่างกายที่เคยอ่อนแรงของเฉินฮ่าวหรานก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองจัดแจงเก็บเห็ดหลินจือแดงและผลไม้ป่าลงในตะกร้าอย่างมิดชิด แล้วจึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอตลอดเส้นทางแม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ แต่บรรยากาศที่มักห่างเหินถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดระยะห่างระหว่างก้าวเดินของชายหนุ่มค่อย ๆ ปรับให้เท่ากับหญิงสาวข้างกายอย่างใส่ใจเมื่อมาถึงตัวอำเภอที่ครึกครื้น เฉินฮ่าวหรานนำทางซ่งจิ่วเอ๋อร์ตรงไปยังร้านยาซื่อถัง ซึ่งเป็นร้านขายยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เพราะสมุนไพรชั้นเลิศระดับนี้ มีเพียงร้านใหญ่เท่านั้นที่มีปัญญาจ่ายและกล้าซื้อไว้ทำกำไรทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูร้าน หลงจู๊กวาดสายตามองร่างผอมบางและเสื้อผ้าป่านซีดจางของคนทั้งสองก็เเค่นหัวเราะในลำคอ ไม่ออกมาต้อนรับและแสดงความรังเกียจโดยไม่ปิดบังแม้จะรู้ตัวแต่เฉินฮ่าวหรานไม่ได้แสดงความรู้สึกใดโต้ตอบ เขาเพียงเดินเข้าไปหยุดตรงโต๊ะด้านหน้า แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "หลงจู๊ ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหายากหรือไม่""รับสิ แต่ร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status