Share

คุณชายใหญ่

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-02 12:43:12

ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ซ่งจิ่วเอ๋อร์ลุกขึ้นจากเตียงนอนเก่า ๆ อย่างเงียบเชียบ นางระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง ร่างกายนี้แม้จะยังคงอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหารสะสม แต่ด้วยจิตวิญญาณของแพทย์หากเอาแต่นอนซม ยิ่งจะทำให้กล้ามเนื้อลีบแบนและระบบเผาผลาญพังทลายลงไปอีก

นางเดินตรงเข้าไปในครัวกวาดสายตามองความว่างเปล่า ชามข้าวต้มเมื่อเย็นวานล้างสะอาดเรียบร้อย ในโถไม่มีข้าวสารเหลือแม้แต่เมล็ดเดียว

ซ่งจิ่วเอ๋อร์จุดไฟในเตา นำกากสมุนไพรที่เหลือจากการต้มเมื่อวานมาเติมน้ำสะอาดลงไปแล้วยกขึ้นตั้งเตาต้มอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นยารอบสองที่ตัวยาเริ่มเจือจาง แต่น้ำยาสมุนไพรฤทธิ์อุ่นผสมขิงนี้ก็ยังคงมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหารยามท้องว่างได้ดีกว่าน้ำเปล่าเย็นชื้นเป็นไหน ๆ

เมื่อต้มจนน้ำยาส่งกลิ่นหอมอุ่น ๆ นางก็นำไปเทใส่ชามดินเผาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ

"กินน้ำต้มยานี่รองท้องไปก่อนก็แล้วกัน สาย ๆ ข้าจะรีบกลับมาทำอาหารมื้อใหญ่ให้กิน"

 ซ่งจิ่วเอ๋อร์พึมพำกับตัวเอง นัยน์ตาคู่งามฉายแววมุ่งมั่น นางหยิบตะกร้าสานใบเก่าที่สะพายหลังได้ พร้อมกับมีดพกสนิมเกรอะขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเปิดประตูบ้านก้าวออกไปสู่ความมืดมิดยามเช้าตรู่

ทางเดินในหมู่บ้านฟ้าสว่างเพียงริบหรี่ยังเงียบสงบ แต่บริเวณทางขึ้นเขาเริ่มมีเสียงเคลื่อนไหว ซ่งจิ่วเอ๋อร์เดินตามเส้นทางสายหลักในหมู่บ้านมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประมาณสี่ห้าคนกำลังยืนรวมกลุ่มกันอยู่ ในกลุ่มมีทั้งสตรีวัยกลางคนและชายฉกรรจ์ พร้อมตะกร้าและเครื่องมือหาของป่า

ทันทีที่ชาวบ้านกลุ่มนั้นหันมาเห็นร่างของซ่งจิ่วเอ๋อร์ในระยะไกล เสียงพูดคุยหัวเราะที่เคยดังจอแจก็พลันเงียบกริบลงทันตา

สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งสะกิดแขนเพื่อนข้าง ๆ พลางเบิกตากว้างด้วยแปลกใจ ชี้ชวนกันมองมาที่ซ่งจิ่วเอ๋อร์ราวกับเห็นภูตผีปีศาจ

"นั่นมันตัวซวยจิ่วเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ" 

เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาดังมาตามสายลม

"นางฟื้นแล้วหรือ เมื่อวานข้าได้ยินลุงหวังบอกว่านางเกือบจะหมดลมหายใจไปแล้วนี่"

"จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาเดินเหินได้ แถมยังจะขึ้นเขาอีก สตรีร้ายกาจเช่นนางนึกอย่างไรจะขึ้นเขา หรือสวรรค์จะลงโทษให้นางคลุ้มคลั่งไปแล้ว"

"เบา ๆ หน่อย เดี๋ยวนางได้ยินเข้าก็มาด่าแช่งพวกเราจนถึงบรรพบุรุษอีกหรอก นางมารร้ายนี่แทบไม่เคยเห็นหัวใครในหมู่บ้านแล้ว"

พวกชาวบ้านต่างแสดงสีหน้ารังเกียจและหวาดกลัวอย่างไม่คิดจะปิดบัง ทุกคนพร้อมใจกันขยับถอยหนี ซ่งจิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทีเหล่านั้นก็ทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในใจได้แต่ถอนหายใจยาวให้กับความประพฤติบ้าคลั่งในอดีตของเจ้าของร่างเดิม

นางไม่รู้จักเส้นทางบนเขา หากเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในป่าลึกโดยไม่มีความรู้เรื่องภูมิประเทศ อาจจะหลงป่าหรือตกเหวตายได้ง่าย ๆ ดังนั้นวิธีเดียวในตอนนี้คือการเดินเกาะกลุ่มไปกับชาวบ้านเหล่านี้

เมื่อซ่งจิ่วเอ๋อร์ก้าวเท้าเดินเข้าหา กลุ่มชาวบ้านก็แตกฮือทันที พวกเขารีบหมุนตัวสับเท้าเดินหนีขึ้นไปตามทางขึ้นเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าหากช้าไปนิดเดียว ร่างกายของพวกเขาจะแปดเปื้อนสิ่งชั่วร้ายหรือถูกนางเปิดฉากด่าทอไร้เหตุผลอีก

ซ่งจิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ตะโกนเรียกหรือพยายามวิ่งตามไปประจันหน้า นางเพียงแต่รักษาระยะห่างประมาณสิบกว่าก้าว ก้าวเท้าตามหลังพวกเขาไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดไม่จา สายตากวาดมองสังเกตเส้นทางและทิศทางอย่างละเอียดถี่ถ้วน

พวกชาวบ้านที่เดินอยู่ข้างหน้าคอยหันกลับมามองด้วยความระแวงเป็นระยะ เมื่อเห็นสตรีที่เคยปากร้าย ยามนี้กลับเดินตามหลังมานิ่ง ๆ ไม่ส่งเสียงโวยวาย ดวงตาฉายแววสงบเยือกเย็นก็ยิ่งสร้างความมึนงงและขนพองสยองเกล้าให้แก่พวกเขาหนักขึ้นไปอีก

แสงแดดยามเช้าเริ่มส่องลงมาเป็นแสงอบอุ่น เฉินฮ่าวหรานค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ร่างกายรู้สึกเบาสบายกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างน่าประหลาด แม้จะยังมีความอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ความตึงเครียดและอาการปวดเกร็งในท้องกลับหายไปจนเกือบหมด

เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตากวาดมองไปรอบห้องนอนว่างเปล่า ไม่มีร่างของซ่งจิ่วเอ๋อร์อยู่แล้ว

เฉินฮ่าวหรานค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องด้วยความเคยชิน เขาระแวงว่านางอาจจะอารมณ์เสียและทุบทำลายข้าวของ แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมีเพียงความเงียบสงบ บนโต๊ะไม้เก่ามีชามดินเผาวางอยู่ ควันจาง ๆ ส่งกลิ่นหอมอุ่นของสมุนไพรและขิงยังคงโชยออกมา

เขาเข้าไปดูเห็นน้ำต้มยาสีน้ำตาลอ่อนอุ่นกำลังดี

เฉินฮ่าวหรานยกชามขึ้นค่อย ๆ จิบดื่ม น้ำยาอุ่น ๆ ไหลลงสู่ลำคอและกระเพาะอาหารอย่างนุ่มนวล ช่วยปลุกให้ร่างกายที่อ่อนเพลียกลับมาสดชื่นขึ้นอีกครั้ง เขาประคองชามไว้ในมือ ทอดมองออกไปนอกประตูบ้านด้วยความรู้สึกซับซ้อน

นาง... ออกไปเข้าป่าจริง ๆ หรือ

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว วางชามลงบนโต๊ะ เขาไม่อาจนั่งรออยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรได้ แม้เรี่ยวแรงจะยังไม่คืนกลับมาเต็มที่ แต่การเป็นผู้ชายและเป็นสามีที่เอาแต่นอนรออาหารจากภรรยา ยิ่งทำให้เขารู้สึกไร้ค่า

เฉินฮ่าวหรานเดินออกจากบ้าน มุ่งตรงไปยังชายป่าหลังบ้านที่ไม่ไกลนัก ร่างกายอ่อนแอไม่อาจแบกหามของหนักหรือใช้แรงงานหนักได้ เขาจึงเลือกเก็บเพียงกิ่งไม้แห้งที่หล่นอยู่ตามพื้นทีละกิ่งรวบรวมมากองไว้

เขาใช้เวลาอยู่นาน ค่อย ๆ หอบกิ่งไม้แห้งกลับมาที่ลานบ้าน นั่งลงบนม้านั่งไม้เก่า แล้วใช้ขวานทื่อ ๆ ค่อย ๆ ตัดและจัดเรียงกิ่งไม้เหล่านั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อยทีละท่อน เพื่อเตรียมไว้ทำฟืนสำหรับต้มยาและทำอาหาร

หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามกรอบหน้าผอมเกร็ง เฉินฮ่าวหรานหยุดมือ ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ นัยน์ตาคู่สวยแต่อ่อนล้าเหม่อมองกองฟืนตรงหน้า

เมื่อร่างกายเหน็ดเหนื่อยและความเงียบครอบงำ ห้วงความคิดของเขาก็พลันหมุนย้อนกลับไปสู่บาดแผลฉกรรจ์ในอดีตที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

สามปีก่อน เขาไม่ได้เป็นเพียงชาวบ้านป่าไร้ตระกูลไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้

ในเวลานั้นเขาคือเฉินฮ่าวหราน คุณชายใหญ่แห่งจวนตระกูลเฉิน ตระกูลขุนนางในเมืองหลวง

ตอนอายุได้สิบหกปี มารดาของเขาผู้เป็นภรรยาเอกได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลง ยังไม่ทันพ้นสามเดือนบิดาก็รีบแต่งตั้งอนุภรรยา สตรีที่ตนเองรักใคร่ขึ้นมาเป็นฮูหยินคนใหม่ เชิดหน้าชูตาขึ้นครองตำแหน่งใหญ่ในจวนทันที

เนื่องจากเฉินฮ่าวหรานเป็นคนร่างกายอ่อนแอและมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เยาว์วัย มารดาจึงคอยทุ่มเทเงินทองและหาสมุนไพรล้ำค่ามารักษาเขาอยู่เสมอ แต่เมื่อมารดาสิ้นไป อนุจางผู้นั้นก็เริ่มมีอิทธิพลและครอบงำบิดาของเขาอย่างสมบูรณ์

เฉินฮ่าวหรานจำวันนั้นได้อย่างไม่มีวันลืม วันที่เขากำลังเดินกลับจากสำนักศึกษา เพื่อเตรียมตัวสอบแข่งขันเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ ซึ่งเขาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักเพื่อหวังจะสร้างความภาคภูมิใจให้บิดา

ขณะเดินผ่านหน้าห้องอักษร เขาได้ยินเสียงของอนุจางพูดคุยกับบิดาผ่านช่องประตู

"ท่านพี่ จวนของเรานับวันก็ยิ่งถอยหลัง ข้าตรวจบัญชีดูแล้วเงินทองในคลังเหลือน้อยเต็มที ยารักษาและอาหารบำรุงของฮ่าวหรานในแต่ละเดือนสิ้นเปลืองเกินไปแล้วนะเจ้าคะ รักษามาตั้งสิบหกปีก็ไม่เห็นจะหายขาด โรคไร้ประโยชน์เช่นนี้ จะผลาญสมบัติของตระกูลไปถึงเมื่อไหร่กัน"

"แต่ฮ่าวหรานเป็นบุตรชายคนโต" 

เสียงบิดาเอ่ยขึ้นอย่างลังเล

"บุตรชายคนโตแล้วอย่างไรเจ้าคะ ผอมแห้งแรงน้อยเช่นนั้น ต่อให้สอบติดบัณฑิตขึ้นมา จะไปรับราชการทำประโยชน์อะไรให้ตระกูลได้ สู้ตัดค่ารักษาของเขา แล้วเอาเงินไปส่งเสียฮ่าวหยาง ลูกชายของพวกเราไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ ฮ่าวหยางทั้งแข็งแรงและฉลาดปราดเปรื่อง มีอนาคตไกลกว่าตั้งเยอะ"

คำพูดเย็นชาของแม่เลี้ยง และความเงียบงันที่เป็นการยอมรับของบิดาในวันนั้นเหมือนมีดแหลม ๆ แทงเข้าที่กลางอกของเฉินฮ่าวหรานจนเจ็บปวดหัวใจ

ถัดจากนั้นเพียงสองวัน บิดาเรียกเขาไปพบ และบอกให้เขาหยุดเรียนโดยอ้างว่าร่างกายของเขาไม่เหมาะกับการสอบขุนนาง ให้ยกโอกาสและหนังสือทั้งหมดแก่น้องชายต่างมารดา ต่างจากอดีตยามที่มารดายังอยู่ บิดาเคยคอยลูบหัวและส่งเสริมเขาด้วยความรักและคาดหวังเสมอ

และอีกเพียงสามวันต่อมา ยังไม่ทันที่เฉินฮ่าวหรานจะหาทางออก หรือเอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธคำสั่งของบิดา

ในคืนที่มืดมิดคืนหนึ่ง ขณะที่เขานอนอยู่ในห้อง จู่ ๆ ก็มีเงาปริศนาแอบเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมประหลาดโชยเตะจมูก เพียงชั่วครู่สติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบลงทันที

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความอบอุ่นในจวนขุนนางก็หายไปหมดสิ้น

เขานอนสลบไสลอยู่บนพื้นดินชื้นแฉะกลางป่าท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ ร่างกายไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ แต่สิ่งของติดตัวไม่มีเหลือแม้แต่อีแปะเดียว มีเพียงเสื้อผ้าเนื้อป่านปานกลางชุดเดียวที่สวมติดกายอยู่เท่านั้น

นับตั้งแต่วันนั้น เฉินฮ่าวหรานก็เข้าใจสัจธรรมของโลกอย่างแท้จริง

ผู้เป็นบิดาแท้จริงของเขา ได้นำเขามาทิ้งไว้ในที่ห่างไกล ทอดทิ้งลูกชายคนโตผู้เจ็บป่วยคนนี้อย่างเงียบเชียบและเลือดเย็นที่สุด เพื่อตัดภาระและตัดขาดเขาออกจากตระกูลไปชั่วชีวิต

เฉินฮ่าวหรานกำด้ามขวานในมือแน่น นัยน์ตาวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดหัวใจ

เขาถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถูกบังคับให้มาเผชิญความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บอยู่หมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ แถมยังต้องมาแต่งงานกับสตรีใจร้ายที่คอยทุบตีและด่าทอเขาไม่เว้นแต่ละวัน

โชคชะตาช่างเล่นตลกและใจร้ายกับเขายิ่งนัก

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พยายามสลัดภาพฝันร้ายในอดีตออกจากสมอง แล้วก้มมองกองฟืนที่ตนเองตั้งใจเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

มุมปากของเขาแค่นยิ้มขมขื่นเล็กน้อยราวกับกำลังเยาะเย้ยตนเอง จากคุณชายผู้มีอนาคตไกลกลายเป็นเพียงคนทุกข์ยากคนหนึ่งเท่านั้น 

แต่ตอนนี้จะคิดมากไปก็ไม่เกิดประโยชน์แล้ว ถึงอย่างไรชีวิตเขาก็ไปได้ไม่ไกลกว่านี้ 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เด็กอกตัญญู

    ความหนาวเย็นของปลายฤดูใบไม้ร่วงหอบเอาความเย็นชื้นมาตามลม ซ่งจิ่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่พบว่าที่นอนข้างล่างพับเก็บเรียบร้อยอย่างมีระเบียบหมายความว่าเฉินฮ่าวหรานตื่นก่อนนางเมื่อเก็บที่นอนและทำความสะอาดเสร็จนางก็ออกมาสูดอากาศข้างนอก ถึงลมหนาวจะเริ่มโชยพัด แต่บรรยากาศกลับสดชื่นและปลอดโปร่งอยู่ไม่น้อย ผิดกับความเจริญที่นางเคยอยู่ มีชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแก่งแย่งแข่งขัน"ทะลุมิติก็ไม่ได้แย่ ได้เรียนรู้ตั้งหลายอย่าง ข้าโชคดีด้วยซ้ำไป"นางกวาดตามองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นเฉินฮ่าวหรานจึงล้างหน้าล้างตาเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า สักครู่เขาก็แบกฟืนหอบใหญ่เข้ามา"อากาศเย็นชื้น ทำไมออกไปข้างนอกเล่า"นางถามเมื่อเขาวางไม้ฟืนลง เฉินฮ่าวหรานยกมือปาดเหงื่อ ถึงจะมีสีหน้าสดชื่นขึ้นแต่ร่างกายนั้นผอมอมโรค เรี่ยวแรงก็ใช่ว่าจะมีมากพอให้ทำงานหนักได้"ข้าไม่อยากให้ขาดไม้ฟืน เลยไปเก็บมาสำรองไว้มาก ๆ"เขาเอ่ยขึ้นพร้อมลมหายใจหอบเล็กน้อย"ได้ออกแรงให้เหงื่อออกก็สดชื่นขึ้นมาก"ในแววตาของเขาไม่มีความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาบอก และเป็นหลักพื้นฐานในการดูแลสุขภาพอยู่แล้ว"อืม"นางตอบสั้น

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เสียสละ

    คำสัญญาอันหนักแน่นของเฉินฮ่าวหรานทำเอาซ่งจิ่วเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ความนุ่มนวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่คมของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหมอสาวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมส่งเสียงตอบรับในลำคอ"อื้ม"เมื่อตั้งสติได้ ซ่งจิ่วเอ๋อร์ก็ไม่รอช้า นางดึงมือเขาแล้วเดินตรงไปยังร้านหมอที่ดีที่สุดในตัวอำเภอทันที เฉินฮ่าวหรานที่เห็นท่าทีของนางรีบชะงักเท้า ขมวดคิ้วเอ่ยทัดทานด้วยความเกรงใจ"จิ่วเอ๋อร์ ร้านหมอในเมืองค่าตรวจและค่ายาแพงยิ่งนัก ร่างกายข้าเป็นเช่นนี้มานาน แค่พักผ่อนกินอาหารให้อิ่มก็พอแล้ว อย่าเสียเงินโดยใช่เหตุเลย""ไม่ได้!" ซ่งจิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองเขาด้วยสายตาจริงจังและเด็ดขาด "เงินมีไว้ใช้รักษาคน หากไม่มีร่างกายที่แข็งแรง จะมีเงินทองไปทำไม พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เมื่อตกทุกข์ก็ต้องช่วยกัน ยามป่วยไข้ก็ต้องดูแล ไม่ทอดทิ้งกันเด็ดขาด"นางเอ่ยคำว่าสามีภรรยาไม่ทอดทิ้งกัน ทำเอาเฉินฮ่าวหรานสะท้านไปทั้งอก ความอบอุ่นซาบซ่านพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจจนชายหนุ่มยินยอมเดินตามนางเข้าโรงหมอแต่โดยดีตลอดเวลาที่ท่านหมอจับชีพจรและตรวจร่างกาย ซ่งจิ่วเอ๋อร์คอยยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง นางคอยสอบถามอาการแ

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   ขายของล้ำค่า

    อาหารมื้อนี้ช่วยฟื้นฟูกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี หลังจากอิ่มท้องร่างกายที่เคยอ่อนแรงของเฉินฮ่าวหรานก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองจัดแจงเก็บเห็ดหลินจือแดงและผลไม้ป่าลงในตะกร้าอย่างมิดชิด แล้วจึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอตลอดเส้นทางแม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ แต่บรรยากาศที่มักห่างเหินถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดระยะห่างระหว่างก้าวเดินของชายหนุ่มค่อย ๆ ปรับให้เท่ากับหญิงสาวข้างกายอย่างใส่ใจเมื่อมาถึงตัวอำเภอที่ครึกครื้น เฉินฮ่าวหรานนำทางซ่งจิ่วเอ๋อร์ตรงไปยังร้านยาซื่อถัง ซึ่งเป็นร้านขายยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เพราะสมุนไพรชั้นเลิศระดับนี้ มีเพียงร้านใหญ่เท่านั้นที่มีปัญญาจ่ายและกล้าซื้อไว้ทำกำไรทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูร้าน หลงจู๊กวาดสายตามองร่างผอมบางและเสื้อผ้าป่านซีดจางของคนทั้งสองก็เเค่นหัวเราะในลำคอ ไม่ออกมาต้อนรับและแสดงความรังเกียจโดยไม่ปิดบังแม้จะรู้ตัวแต่เฉินฮ่าวหรานไม่ได้แสดงความรู้สึกใดโต้ตอบ เขาเพียงเดินเข้าไปหยุดตรงโต๊ะด้านหน้า แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "หลงจู๊ ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหายากหรือไม่""รับสิ แต่ร้า

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เมนูบำรุง

    เฉินฮ่าวหรานพลันรู้สึกได้ถึงความเงียบอันแปลกประหลาด เมื่อเห็นซ่งจิ่วเอ๋อร์ยืนก้มหน้านิ่ง ตัวแข็งทื่อ และวงแก้มซูบซีดนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ ชายหนุ่มถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกระทำสิ่งใดลงไปตาของเขาไหววูบเล็กน้อย ความเคอะเขินวิ่งแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย เขาหมุนตัวกลับอย่างลนลานเพื่อแก้เก้อ "ข้า... ข้าจะไปเอาน้ำมาให้นะ"เขารีบก้าวเท้าตรงไปยังกาน้ำต้มสุก เทน้ำสะอาดอุ่นกำลังดีใส่ชามดินเผาแล้วส่งให้นาง ท่าทีของเขาก็ไม่ต่างจากนาง มือไม้ก็ไม่รู้จะยกขึ้นหรือแนบลำตัวดี ซ่งจิ่วเอ๋อร์ที่ยังคงยืนก้มหน้านิ่งรับชามน้ำมาประคองไว้ในมือ รสสัมผัสของน้ำผ่านลำคอช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยไปได้มาก นางส่งชามคืนให้เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน"ขอบคุณ"เพียงคำขอบคุณจากปากของสตรีตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของเฉินฮ่าวหราน วูบวาบอย่างแรง ชายหนุ่มสะดุด ร่างกายเกร็งไปชั่วขณะ เพราะนับตั้งแต่ถูกพามาทิ้งไว้ที่นี่และต้องแต่งงานกับนาง ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะเอ่ยคำขอบคุณหรือมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นนี้ มีเพียงคำด่าทอหยาบคายและความเหยียดหยามเท่านั้นเพื่อซ่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้น เฉินฮ่าวหรานจึงรีบ

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   ลงจากเขา

    ซ่งจิ่วเอ๋อร์กระชับสายตะกร้าบนไหล่ที่หนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนขาเริ่มสั่น แต่ความรู้สึกเต็มอิ่มในจิตใจกลับทำให้ทุกก้าวเดินของนางมั่นคงขึ้น นางต้องรีบก้าวเท้ากลับบ้านเพื่อจะได้มีเวลาเตรียมอาหารบำรุงร่างกายให้เฉินฮ่าวหรานขณะที่กำลังเดินลัดเลาะกลับมาตามเส้นทางเดิมซึ่งเป็นทางแคบ ๆ ขนานไปกับลำธารป่า สายตาของนางก็พลันไปสะดุดเข้ากับดงต้นไม้ป่าขนาดปานกลางกลุ่มหนึ่งที่ชูช่อเรียงรายอยู่ริมลำธารตอนขาขึ้นเขานั้น ฟ้ายังไม่สว่างดีผนวกกับความมืดมิดยามเช้าตรู่ ทำให้นางมองข้ามพุ่มไม้นี้ไปอย่างน่าเสียดาย ในยามนี้ เมื่อแสงแดดยามสายส่องกระทบลงมาจากช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ ผลไม้ทรงกลมขนาดเท่าไข่ไก่ ผิวมีขนอ่อนนุ่มปกคลุม เปลือกสีเขียวตองอ่อนมีสีชมพูระเรื่อแทรกซึมที่หัวผลจำนวนมากก็เผยให้เห็นอย่างชัดเจนซ่งจิ่วเอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้ ใช้มือเด็ดผลหนึ่งลงมา พิจารณาผิวด้านนอกและกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ที่โชยออกมา"ลูกท้อป่า"ดวงตาหญิงสาวเป็นประกายด้วยความยินดี ท้อป่าเหล่านี้เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติริมน้ำ รสชาติหวานกรอบอมเปรี้ยวฉ่ำน้ำ อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุที่ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร และยังมีน้ำตาลธรรม

  • สามีข้าแสนดีที่หนึ่ง   เจอของดี ๆ

    เมื่อกลุ่มชาวบ้านเดินมาถึงจุดนัดพบชายป่า พวกเขาก็หยุดก้าวเท้าแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับซ่งจิ่วเอ๋อร์ที่เดินตามหลังมาห่าง ๆ สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของนายช่างไม้ในหมู่บ้านตวาดขึ้นเสียงแหลม พลางชี้หน้าด่านางอย่างไม่เกรงใจ"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ เจ้าจะเดินตามพวกเรามาทำไมกัน บนเขานี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนใจดำอย่างเจ้า""ใช่ ไสหัวกลับไปเสีย พวกข้าพาเจ้าไปด้วยไม่ได้หรอก เกิดเจ้าไปแย่งผักป่า หรือเปิดปากด่าแช่งพวกข้าบนเขาขึ้นมา จะทำอย่างไร ถ้ายังไม่ยอมกลับไป พวกข้าจะตีเจ้าลงเขาเดี๋ยวนี้แหละ" ชายฉกรรจ์อีกคนในกลุ่มขู่ขึ้นพลางยกท่อนไม้ในมือทำท่าจะข่มขู่ทั้งหมดรวมกลุ่มกันส่งเสียงไล่และถลึงตาใส่นางด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะพากันรีบเดินหนีมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางป่าฝั่งซ้ายอย่างรวดเร็วซ่งจิ่วเอ๋อร์ยืนนิ่งมองตามหลังพวกชาวบ้านที่รีบเร่งเดินหนีไป นางไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือน้อยเนื้อต่ำใจเลยแม้แต่น้อย บนใบหน้าซูบซีดกลับมีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ"คิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวหรือไง"ในเมื่อรู้ทิศทางและลักษณะภูมิประเทศคร่าว ๆ จากการเดินตามกลุ่มชาวบ้านมาจนถึงตรงนี้แล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาใครอีก ซ่งจิ่วเอ๋อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status