LOGINจะเสียอะไรก็เสียไปแต่ให้เสียสามีผู้นี้เห็นทีจะยากแล้ว การมีชีวิตไม่ได้ง่ายเลยสำหรับซ่งจิ่วเอ๋อร์ ในโลกเดิมนางขึ้นชื่อเรื่องความเก่งรอบด้าน ทุ่มเทชีวิตให้การทำงานและฝึกฝนทักษะมากมาย แต่ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันไม่เคยใจดีกับนาง แล้วอย่างไรล่ะ ทะลุมิติมาในยุคไหนไม่รู้เลยแต่ได้สามีรูปงามมาอยู่ข้างกายใครเล่าจะอยากปล่อยไป ไม่เพียงเท่านั้นเขาทั้งแสนดีและเป็นคนเก่ง ถึงจะผอมแห้งไปหน่อยก็ไม่เป็นไร นางจะส่งเสริมเขาเอง นิยายสร้างจากจินตนาการของผู้เขียน เป็นแนวอบอุ่น สร้างเนื้อสร้างตัวและต่อสู้ชีวิต เนื้อหาอ่านง่าย เพลิดเพลินค่ะ ขอให้คุณนักอ่านทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนิยายของไรต์ค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
View Moreความหนาวเย็นของปลายฤดูใบไม้ร่วงหอบเอาความเย็นชื้นมาตามลม ซ่งจิ่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่พบว่าที่นอนข้างล่างพับเก็บเรียบร้อยอย่างมีระเบียบหมายความว่าเฉินฮ่าวหรานตื่นก่อนนางเมื่อเก็บที่นอนและทำความสะอาดเสร็จนางก็ออกมาสูดอากาศข้างนอก ถึงลมหนาวจะเริ่มโชยพัด แต่บรรยากาศกลับสดชื่นและปลอดโปร่งอยู่ไม่น้อย ผิดกับความเจริญที่นางเคยอยู่ มีชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแก่งแย่งแข่งขัน"ทะลุมิติก็ไม่ได้แย่ ได้เรียนรู้ตั้งหลายอย่าง ข้าโชคดีด้วยซ้ำไป"นางกวาดตามองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นเฉินฮ่าวหรานจึงล้างหน้าล้างตาเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า สักครู่เขาก็แบกฟืนหอบใหญ่เข้ามา"อากาศเย็นชื้น ทำไมออกไปข้างนอกเล่า"นางถามเมื่อเขาวางไม้ฟืนลง เฉินฮ่าวหรานยกมือปาดเหงื่อ ถึงจะมีสีหน้าสดชื่นขึ้นแต่ร่างกายนั้นผอมอมโรค เรี่ยวแรงก็ใช่ว่าจะมีมากพอให้ทำงานหนักได้"ข้าไม่อยากให้ขาดไม้ฟืน เลยไปเก็บมาสำรองไว้มาก ๆ"เขาเอ่ยขึ้นพร้อมลมหายใจหอบเล็กน้อย"ได้ออกแรงให้เหงื่อออกก็สดชื่นขึ้นมาก"ในแววตาของเขาไม่มีความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาบอก และเป็นหลักพื้นฐานในการดูแลสุขภาพอยู่แล้ว"อืม"นางตอบสั้น
คำสัญญาอันหนักแน่นของเฉินฮ่าวหรานทำเอาซ่งจิ่วเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ความนุ่มนวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่คมของชายหนุ่มทำให้หัวใจของหมอสาวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางพยักหน้ารับเบา ๆ พร้อมส่งเสียงตอบรับในลำคอ"อื้ม"เมื่อตั้งสติได้ ซ่งจิ่วเอ๋อร์ก็ไม่รอช้า นางดึงมือเขาแล้วเดินตรงไปยังร้านหมอที่ดีที่สุดในตัวอำเภอทันที เฉินฮ่าวหรานที่เห็นท่าทีของนางรีบชะงักเท้า ขมวดคิ้วเอ่ยทัดทานด้วยความเกรงใจ"จิ่วเอ๋อร์ ร้านหมอในเมืองค่าตรวจและค่ายาแพงยิ่งนัก ร่างกายข้าเป็นเช่นนี้มานาน แค่พักผ่อนกินอาหารให้อิ่มก็พอแล้ว อย่าเสียเงินโดยใช่เหตุเลย""ไม่ได้!" ซ่งจิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองเขาด้วยสายตาจริงจังและเด็ดขาด "เงินมีไว้ใช้รักษาคน หากไม่มีร่างกายที่แข็งแรง จะมีเงินทองไปทำไม พวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เมื่อตกทุกข์ก็ต้องช่วยกัน ยามป่วยไข้ก็ต้องดูแล ไม่ทอดทิ้งกันเด็ดขาด"นางเอ่ยคำว่าสามีภรรยาไม่ทอดทิ้งกัน ทำเอาเฉินฮ่าวหรานสะท้านไปทั้งอก ความอบอุ่นซาบซ่านพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจจนชายหนุ่มยินยอมเดินตามนางเข้าโรงหมอแต่โดยดีตลอดเวลาที่ท่านหมอจับชีพจรและตรวจร่างกาย ซ่งจิ่วเอ๋อร์คอยยืนอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง นางคอยสอบถามอาการแ
อาหารมื้อนี้ช่วยฟื้นฟูกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี หลังจากอิ่มท้องร่างกายที่เคยอ่อนแรงของเฉินฮ่าวหรานก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองจัดแจงเก็บเห็ดหลินจือแดงและผลไม้ป่าลงในตะกร้าอย่างมิดชิด แล้วจึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอตลอดเส้นทางแม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ แต่บรรยากาศที่มักห่างเหินถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดระยะห่างระหว่างก้าวเดินของชายหนุ่มค่อย ๆ ปรับให้เท่ากับหญิงสาวข้างกายอย่างใส่ใจเมื่อมาถึงตัวอำเภอที่ครึกครื้น เฉินฮ่าวหรานนำทางซ่งจิ่วเอ๋อร์ตรงไปยังร้านยาซื่อถัง ซึ่งเป็นร้านขายยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เพราะสมุนไพรชั้นเลิศระดับนี้ มีเพียงร้านใหญ่เท่านั้นที่มีปัญญาจ่ายและกล้าซื้อไว้ทำกำไรทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูร้าน หลงจู๊กวาดสายตามองร่างผอมบางและเสื้อผ้าป่านซีดจางของคนทั้งสองก็เเค่นหัวเราะในลำคอ ไม่ออกมาต้อนรับและแสดงความรังเกียจโดยไม่ปิดบังแม้จะรู้ตัวแต่เฉินฮ่าวหรานไม่ได้แสดงความรู้สึกใดโต้ตอบ เขาเพียงเดินเข้าไปหยุดตรงโต๊ะด้านหน้า แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "หลงจู๊ ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหายากหรือไม่""รับสิ แต่ร้า
เฉินฮ่าวหรานพลันรู้สึกได้ถึงความเงียบอันแปลกประหลาด เมื่อเห็นซ่งจิ่วเอ๋อร์ยืนก้มหน้านิ่ง ตัวแข็งทื่อ และวงแก้มซูบซีดนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ ชายหนุ่มถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกระทำสิ่งใดลงไปตาของเขาไหววูบเล็กน้อย ความเคอะเขินวิ่งแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย เขาหมุนตัวกลับอย่างลนลานเพื่อแก้เก้อ "ข้า... ข้าจะไปเอาน้ำมาให้นะ"เขารีบก้าวเท้าตรงไปยังกาน้ำต้มสุก เทน้ำสะอาดอุ่นกำลังดีใส่ชามดินเผาแล้วส่งให้นาง ท่าทีของเขาก็ไม่ต่างจากนาง มือไม้ก็ไม่รู้จะยกขึ้นหรือแนบลำตัวดี ซ่งจิ่วเอ๋อร์ที่ยังคงยืนก้มหน้านิ่งรับชามน้ำมาประคองไว้ในมือ รสสัมผัสของน้ำผ่านลำคอช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยไปได้มาก นางส่งชามคืนให้เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน"ขอบคุณ"เพียงคำขอบคุณจากปากของสตรีตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของเฉินฮ่าวหราน วูบวาบอย่างแรง ชายหนุ่มสะดุด ร่างกายเกร็งไปชั่วขณะ เพราะนับตั้งแต่ถูกพามาทิ้งไว้ที่นี่และต้องแต่งงานกับนาง ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะเอ่ยคำขอบคุณหรือมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นนี้ มีเพียงคำด่าทอหยาบคายและความเหยียดหยามเท่านั้นเพื่อซ่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้น เฉินฮ่าวหรานจึงรีบ





