Se connecterตอนที่ 2 ให้ตายก็ไม่แต่ง!
โรงน้ำชาม่านฮวา ภายในโรงน้ำชาคึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงดนตรีแผ่วเบาดังประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนด้านใน เหล่าคุณชายสูงศักดิ์และคุณหนูตระกูลใหญ่ล้วนเข้ามานั่งจิบชาชมดนตรีในโรงน้ำชาแห่งนี้ รถม้าหรูหราเคลื่อนตัวเข้ามาหยุดลงหน้าโรงน้ำชา ม่านรถม้าถูกเปิดออกด้วยมือเรียวงดงาม ใบหน้างดงามของเซียวเจิ้งยวนปรากฏขึ้น ทุกสายตาที่อยู่ใกล้เคียงต่างชะงักแล้วหันไปมองเป็นตาเดียวกัน ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีฟ้าขาวก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางงดงาม สะกดทุกสายตา ลมพัดเข้ามาเบา ๆ อาภรณ์ของเขาพลิ้วไหวเล็กน้อย ทำให้ดูงดงามราวภาพวาด เซียวเจิ้งยวนบุรุษรูปงามที่ได้ขนานนามว่างดงามยิ่งกว่าสตรี ดวงตาเรียวคมทอดมองเข้าไปยังด้านในโรงน้ำชา เหล่าสตรีที่เห็นเป็นต้องใจละลาย ห้ามใจมิให้หวั่นนั้นยาก ร่างสูงสง่างามของเซียวเจิ้งยวนก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ทุกท่วงท่าของเขาสะกดสายตาทั้งชายและหญิงที่นั่งอยู่ ณ ที่แห่งนั้น “มาแล้วหรือ พวกข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว” เสียงของมู่หานอี้ผู้เป็นสหายร่วมเรียนดังขึ้นอยู่ระเบียงชั้นสอง เซียวเจิ้งยวนชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองสหายของตนเองริมฝีปากยกยิ้มบาง รอยยิ้มงดงามนั้นทำเอาเหล่าสตรีที่นั่งอยู่ฝันหวานไปไกล มองเขาด้วยสายตาหวานซึ้ง เซียวเจิ้งยวนก้าวขึ้นไปข้างบนด้วยท่วงท่าสง่างาม กำลังจะเดินเข้าห้องแขกพิเศษ แต่ทันใดนั้นเสียงเรียกของขันทีประจำตำหนักก็ดังขึ้น “องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ร่างผอมบางของขันทีน้อยประจำตำหนักในวิ่งเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ายกมือประสานคารวะอย่างร้อนรน “มีราชโองการมาถึงพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พระสนมหลินรอท่านอยู่ที่ตำหนักแล้ว พ่ะย่ะค่ะ!” เซียวเจิ้งยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ตาเฒ่าจอมบงการนั้นคงจะไม่สร้างปัญหาให้เขาอีกหรอกนะ อยู่ ๆ ก็ส่งราชโองการมา ช่างแปลกเสียจริง “อืม เข้าใจแล้ว” เซียวเจิ้งยวนตอบแล้วหมุนกายกลับออกไปจากโรงน้ำชามุ่งเข้าวัง …. ตำหนักองค์ชายสิบสาม “ไม่แต่ง!” เซียวเจิ้งยวนเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง จนหลินกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งด้วยความตกใจ นางมองบุตรชายด้วยสายตาสงสาร บุตรชายนางร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจต้านฝนต้านลมได้ เขาต้องการสตรีที่มีความอ่อนโยนเป็นกุลสตรีมาดูแล ไม่ใช่ ผู้หญิงป่าเถื่อนอย่างแม่ทัพใหญ่กู้หนิงอัน “เสด็จแม่อย่างไรข้าก็ไม่ยอมแต่ง! ท่านไม่รู้หรือว่านางอัปลักษณ์เพียงใด!” เซียวเจิ้งยวนนึกถึงภาพเด็กหญิงตัวอ้วนกลมที่เคยทำร้ายเขาในวัยเด็ก ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ยิ่งตอนนี้นางโตขึ้นต้องอ้วนมาก ๆ ร่างสูงใหญ่ กลิ่นตัวเหม็น ๆ ผมยุ่งเหยิง มือถือค้อน! หอก! ดาบ! ตาย ๆ เขาตายแน่อย่างไรเสียเขาก็ไม่แต่งหญิงอัปลักษณ์เช่นนี้เป็นชายาแน่ ไม่มีทาง! “เจิ้งยวนของแม่” หลินกุ้ยเฟยยื่นมือไปจับแขนบุตรชายสุดที่รักของตน มองเขาด้วยแววตาสงสาร เรื่องที่ตาเฒ่าคนนั้นตัดสินใจไปแล้วจะขัดได้อย่างไร เขาเป็นถึงจักรพรรดิ นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตระกูลที่ส่งมาเพื่อหวังพึ่งอำนาจ เซียวเจิ้งยวนมองพระมารดา สายตาของนางบ่งบอกว่าไม่อาจขัดราชโองการได้ ตาเฒ่าจอมบงการ! ข้าจะไปเอาเรื่องเจ้า ความโกรธทั้งหมดถูกส่งไปยังฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา เซียวเจิ้งยวนมีชีวิตที่สุขสบาย มีพี่ที่ดีเป็นรัชทายาท มีน้องสาวพี่สาวที่ดีหลายคน เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตที่ดี ๆ เช่นนี้ไปนาน ๆ หาสตรีสักคนที่อ่อนโยน เอาใจใส่เขา เรื่องแย่งชิงอำนาจในหัวเขาไม่เคยคิดมาก่อน แต่ครั้งนี้ตาเฒ่านั่นทำกับเขามากเกินไปแล้ว อยากจะฆ่าเขาหรือยังไงถึงให้แต่งงานกับสตรีอ้วนป่าเถื่อนนั่น เซียวเจิ้งยวนรีบก้าวตรงไปยังตำหนักของฮ่องเต้ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ให้ตายก็ไม่แต่ง! “องค์ชายโปรดรอสักครู่ กระหม่อมจะเข้าไปกราบทูลฝ่าบาทก่อน” ขันทีที่ยืนอยู่หน้าห้องโค้งกายเอ่ยขึ้นเสียงนอบน้อม เซียวเจิ้งยวนจ้องถมึงทึงแล้วผลักขันทีออก ก้าวเข้าไปในห้องหนังสือของฮ่องเต้ด้วยใบหน้าดุดัน เพียงไม่นานเซียวเจิ้งยวนก็เข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ เซียวเจิ้งยวนคุกเข่าลงทันที แล้วยกมือประสานขึ้น จ้องมองไปที่ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาอย่างไม่วางตา ไม่ต้องเอ่ยอะไรเขาก็เชื่อว่าฮ่องเต้ผู้นี้ก็คงเข้าใจ ว่าเขาจะมาขอเรื่องอะไร ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ถือถ้วยชาอุ่น ๆ แนบริมฝีปากแล้วจิบน้ำชาอย่างผ่อนคลาย เมื่อถูกบุตรชายจ้องจนอึดอัดจึงเอ่ยขึ้น “มีอะไร” “ข้าไม่แต่ง! สตรีอัปลักษณ์เช่นนั้นข้าไม่แต่งเด็ดขาด!” เซียวเจิ้งยวนหยุดแล้วยกสายตามองสีหน้าเรียบนิ่งตรงหน้าก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเบาลง “ข้าเป็นถึงชายงามที่สุดในต้าหลี่ จะให้แต่งกับนางอัปลักษณ์ ทั้งอ้วน ทั้งหยาบ ข้าไม่เอา” ฮ่องเต้ที่ทรงก้มอ่านฎีกาอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองมาที่บุตรชายที่กำลังทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ ความโมโหแล่นพล่านขึ้นจนเขากำถ้วยชาแน่น เพล้ง! ถ้วยชาถูกโยนมายังเบื้องหน้าของเซียวเจิ้งยวนอย่างแรง ตามด้วยม้วนหนังสือฎีกาอีกหลายฉบับ เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งเฮือกตกใจรีบยกแขนขึ้นบังพร้อมกับหลบสิ่งของที่ฮ่องเต้โยนมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “ช่างไม่เอาไหนเสียจริง! หัดดูตัวอย่างพี่ ๆ ของเจ้าบ้าง!” ฮ่องเต้ตวาดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ชายงดงาม?” คิ้วเข้มของฮ่องเต้ขมวดแน่นด้วยความโมโห ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าบุตรชายตัวดีผู้นี้ เป็นถึงองค์ชาย มีหน้าที่คือแบ่งเบาความทุกข์ของราษฎร ส่วนเขา! ทำตัวเป็นคุณชายจอมเสเพล เข้าออกวังหลวงราวไม่มีกฎเกณฑ์ “เจ้า! เจ้ากลับไปทบทวนตนเอง ห้ามออกจากตำหนักจนกว่าจะเสร็จพิธีอภิเษก!” เซียวเจิ้งยวนขยับถอยหลังหลบสิ่งของที่ผู้เป็นบิดาและองค์จักรพรรดิขว้างใส่เขา แล้วตอบกลับไปด้วยความน้อยใจไปสองสามประโยคก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องทรงหนังสือด้วยใบหน้าที่ทั้งโมโหทั้งกลัว ฮ่องเต้ได้แต่มองบุตรชายที่ไม่เอาไหนของเขาวิ่งออกไป ดูเถอะแม้แต่การวางแผนล่วงหน้าก็หามีไม่ ช่างไร้เดียงสาเช่นนี้จะอยู่ในวังที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงได้อย่างไร เซียวเจิ้งยวนวิ่งออกมาอย่างลนลานเมื่อพ้นนอกเขตตำหนักแล้วจึงหยุดพักหายใจ หอบเหนื่อยด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “องค์ชายสิบสามเพคะ” เสียงหวานละมุนดังขึ้นด้านหลังเขา เซียวเจิ้งยวนหันไปตามต้นเสียงนั้น หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย อ้าปากค้าง นี้แหละสาวงาม กุลสตรีที่เขาต้องการ ดวงหน้างดงามราวบุปผา รูปร่างอรชรน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียน และรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนหวาน ดวงตาราวหยดน้ำผึ้ง “องค์ชายท่านเป็นอะไรหรือเพคะ” น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้นด้วยความงุนงงเล็กน้อย เซียวเจิ้งยวนรีบเรียกสติของตนคืนมาแล้วรีบปรับสีหน้าท่าทางของตนเองให้ดูสง่างาม “ญาติผู้น้องเจ้ามาได้อย่างไร” หลินเยว่ถิงเป็นหลานสาวฝ่ายท่านตาของเซียวเจิ้งยวน แต่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันนางถูกน้าสาวของเซียวเจิ้งยวนเก็บมาเลี้ยงเพราะน้าสาวของเขานั้นไร้ซึ่งวาสนามีบุตรสาว “ข้ามาเป็นเพื่อนเรียนขององค์หญิงเหยาซิงเพค่ะ” “ออ เช่นนั้นเองหรือ” เซียวเจิ้งยวนทำเสียงหล่อ ดวงตาของเขาพยายามหว่านเสน่ห์ให้นางอย่างหลงตัวเอง “คือตอนนี้ข้าหลงทางเลยจะขอถามทางท่านได้หรือไม่เพคะ” “ได้ ข้าจะพาเจ้าไปเอง” เซียวเจิ้งยวนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ดวงตายังคงส่งสายตาหวานให้ สตรีที่เป็นญาติผู้น้องของตัวเองไม่หยุด ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองชอบสตรีที่อ่อนหวานยิ่งนี้นัก นางดูอ่อนแอ น่าทะนุถนอมยิ่งนัก หลินเยว่ถิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาขององค์ชายที่เป็นญาติผู้พี่ของเขา ตอนที่นางเข้ามาที่จวนตระกูลหลินในครั้งแรก ไม่มีผู้ใดยอมรับในตัวนางว่าเป็นคุณหนูเลย ถูกแกล้งจากบ่าวรับใช้ และ พวกพี่ชายพี่สาวในจวน มีเพียงองค์ชายสิบสามที่พูดคุยกับนางอย่างจริงใจ จริง ๆ แล้วการที่นางเข้ามาสอบคัดเลือกการเป็นเพื่อนเรียนขององค์หญิงก็เพียงเพื่อจะได้เข้าใกล้ญาติผู้พี่ที่สูงศักดิ์ผู้นี้อีกก้าว เพื่อเขาแล้วนางพยายามอย่างมากเลยทีเดียว ต้องเก่งในทุกด้านถึงจะเป็นชายาที่ดีและสมเกียรติได้ตอนที่ 28มียาพิษเสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาในห้องของกู้หนิงอันอย่างร้อนรน เบื้องหน้ากู้หนิงอันนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเซียวเจิ้งยวนนั่งอยู่เคียงข้างนาง เขาป้อนยาสมุนไพรที่หลินเยว่ถิงเพิ่งยื่นให้ ให้กู้หนิงอันด้วยรอยยิ้ม “หยุดนะ ยานั่นมีพิษ!!”เสิ่นเทียนกู้ไม่พูดเปล่าเขาหยิบก้อนหินโยนออกไปโดนถ้วยยานั้นตกกระแทกพื้น ยาน้ำกระจายสาดออกมาเต็มพื้นแต่ในถ้วยก็ยังคงมีเศษอยู่นิดหน่อยทุกคนหันมามองเสิ่นเทียนกูด้วยความตกใจ!เสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคน แล้วหันไปมองหลินเยว่ถิงด้วยสายตาดุดันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ในยาสมุนไพรของเจ้ามีพิษ”หลินเยว่ถิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง“ท่านหาว่าข้าเป็นคนวางยาพิษพระชายาหรือ”“หรือไม่ใช่ล่ะ!”น้ำเสียงเสิ่นเทียนกู้แข็งกร้าวจนหลินเยว่ถิงสะดุ้งด้วยความตกใจ น้ำตานางเอ่อคลอ รีบยกถ้วยยาที่แตกออกนั้นขึ้นมาดื่มพิสูจน์ให้พวกเขาดูนางที่จริงแล้วไม่ได้วางยา เพราะนางเองก็ไม่กล้าทำ กู้หนิงอันเป็นคนดี นางไม่อยากทำร้ายคนดี ๆ แบบนี้ นางเพียงอยากให้เซียวเจิ้งยวนรักนางจากใจจริงเซียวเจิ้งยวนรีบลุกขึ้นมาห้ามนางและประคองตัวนางขึ้นอย่าง
ตอนที่27วางยาพิษยามเช้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาหลินเยว่ถิงที่กำลังนอนอยู่กับพื้นห้องที่เย็นยะเยือก ความเย็นแพร่กระจายไปทั่วร่างจนนางหนาวสั่นสะท้าน มือที่สั่นเทาได้แต่ยื่นไปหยิบยาขับความเย็นมากินเพื่อบรรเทาอาการเมื่ออาการของนางดีขึ้นจึงได้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วก้าวตรงไปยังห้องปรุงยาเช่นในทุก ๆ วันนางจะปรุงยาให้เหล่าชาวบ้านรวมถึงยาของกู้หนิงอันด้วย ไม่นานนักยาของกู้หนิงอันก็ถูกปรุงเสร็จหลินเยว่ถิงประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยาอุ่นเดินตรงไปยังห้องพักของกู้หนิงอันภายในห้องพักของเรือนรับรองที่เงียบสงบ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามากระทบสองร่างที่นั่งเคียงกันอยู่บนเตียงนอนเซียวเจิ้งยวนนั่งพิงหัวเตียงในอ้อมกอดเขามีกู้หนิงอันที่กำลังเอนกายซบอย่างแนบชิด มือเรียวยาวของเซียวเจิ้งยวนโอบกระซับร่างของกู้หนิงอันผู้เป็นชายาอย่างทะนุถนอมเสียงพูดคุยหยอกล้อกันแผ่วเบาผสมผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองหลินเยว่ถิงที่ยืนมองผ่านบานประตูที่เปิดอยู่ นางกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เพียงไม่นานร่างบอบบางก็ก้าวเข้าไปด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วย่อคำนับอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง พระชายา ยาเพคะ”กู้หนิงอันหันมาพยักหน้ารับแล้วรับถ้ว
กู้หนิงอันขยับกายหมายจะลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางครางเสียงเบาแผ่ว แต่เสียงนั้นกับการขยับตัวของนางก็ปลุกให้เซียวเจิ้งยวนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกู้หนิงอันชายาของตนที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนขยับขึ้นไปประคองร่างบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม เขาหยิบหมอนมารองหลังให้นางเอนกายนั่งพิงหัวเตียงทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง คำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกพูดผ่านสายตาอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันเซียวเจิ้งยวนกำมือนางแน่นพูดขึ้นถามอย่างเป็นห่วง“หิวหรือไม่”กู้หนิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เซียวเจิ้งยวนหันไปเอ่ยสั่งเสียงดัง“พระชายาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปเอาโจ๊กอุ่น ๆ มา!”“พ่ะย่ะค่ะ”เสียงขันทีเฝ้าประตูขานรับอยู่ด้านนอก ก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกจะวิ่งวุ่นกันไปมาไม่นานโจ๊กอุ่นและผลไม้สดก็ถูกนำเข้ามาวางในห้อง เซียวเจิ้งยวนหยิบถ้วยโจ๊กมาป้อนให้นางอย่างอ่อนโยน สายตาของทั้งสองมองกันอยู่ตลอดเวลาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขหลินเยว่ถิงถือถ้วยยาสมุนไพรก้าวเข้ามาด้านใน มองภาพนั้น
ตอนที่25แผนร้าย“หนิงอัน!!”ร่างของชายาเขาจมดิ่งสู่ใต้น้ำ เซียวเจิ้งยวนทำได้เพียงว่ายไปหานางอย่างสุดกำลังแต่เรี่ยวแรงของเขากลับไม่นำพา ทำได้เพียงมองดูนางจมลงไปใต้น้ำ น้ำตาเขาไหลรินออกมาผสมกับสายน้ำเย็น หัวใจเจ็บจุกจนไม่อาจทนไหว“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เขาลืมตามองไปรอบ ๆ พบว่าตนเองอยู่ในเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง“ญาติผู้พี่ ท่านฟื้นแล้ว”น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าโล่งใจ ขอบตานางแดงก่ำดูเหมือนร้องให้อย่างหนักมาเซียวเจิ้งยวนยันกายลุกขึ้นนั่งความเจ็บปวดบนขมับแล่นขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมแน่น“ญาติผู้พี่ท่านยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลยเพคะ”หลินเยว่ถิงก้าวเข้าไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาอย่างระมัดระวัง“หนิงอัน! หนิงอันนางอยู่ที่ใด?”เซียวเจิ้งยวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกหลินเยว่ถิงชะงักนิ่ง นางก้มลงไม่ได้สบตาเขาและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเซียวเจิ้งยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “นางอยู่ที่ใด?!”น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลินเยว่ถิง จนนางกดดันยิ่งนัก จึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“พระชายาได้ร
ตอนที่ 24ช่างเป็นขุนนางที่ดีกู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง เบื้องหน้าทหารของนางควบคุม จวนเจ้าเมืองไว้ได้หมด เหล่าบรรดาภรรยาและบุตรของเจ้าเมืองถูกจับกุมไปรวมกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เสิ่นเทียนกู้และหลินเยว่ถิงก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้านาง“ท่านแม่ทัพ”เสิ่นเทียนกู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกู้หนิงอันหันไปทางเขา เสิ่นเทียนกู้ยื่นสมุดบันชีและหลักฐานที่ไปรวบรวมมาให้นางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับดูหนักแน่นยิ่งนัก“หลักฐานการโกงเงินในการสร้างเขื่อนและซ่อมแซ่มขอรับ”กู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างรวดเร็ว เป็นดังคาด เจ้าเมืองและขุนนางบางคนร่วมกันโกงเงินที่ฝ่าบาทส่งมาเพื่อบำรุงรักษาเขื่อนไปจนสิ้น ทำให้เขื่อนใหญ่ที่ควรจะแข็งแรง กลับพังทลายลงอย่าง่ายดาย การคดโกงเช่นนี้แน่นอนว่ามีคนหนุนหลังอยู่ในเมืองหลวง แต่เมื่อเรื่องถูกสืบได้ ก็จะมีเพียงขุนนางตัวเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องรับโทษ “พระชายา นี้คือทรัพย์สินของเหล่าขุนนางในเมือง เพคะ”หลินเยว่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยืนบันชีทรัพย์ของเหล่าขุนนางทั้งหมดให้กู้หนิงอันกู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างละเอียด ในใจหัวเราะ
ยามเย็นมาถึง ในจวนเจ้าเมืองจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อต้อนรับจิ้นหวังอ๋องและแม่ทัพกู้หนิงอันเหล่าขุนนางต่างมาร่วมงานกันในชุดอาภรณ์เรียบง่าย ไม่ใส่เครื่องประดับที่ล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเซียวเจิ้งยวนในอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีปักด้วยไหมทองขับให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก เขาก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับกู้หนิงในชุดขุนนางทหารสีกุหลาบเข้ม ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายขับให้ใบหน้างดงามดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในมือของนางยังกำแส่พระราชทานไว้แน่นเมื่อเห็นทั้งสองก้าวเข้ามาเหล่าขุนนางที่กำลังนั่งคุยกันอยู่รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านอ๋อง พระชายา”เซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงตำแหน่งประธานของห้องโถง เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงยกถ้วยชาที่ขันทีประจำกายเพิ่งรินให้มือเรียวยาวหมุนถ้วยชาเบา ๆ มองดูลวดลายสวยงามบนถ้วยชาอย่างไม่สนใจเหล่าขุนนางที่กำลังยืนอยู่กู้หนิงอันเองก็ไม่ได้สนใจเหล่าขุนนาง นางยกมือเรียวขึ้นจับตะเกียบแล้วมองดูอาหารตรงหน้า ในใจพลันคิดว่าช่างสมกับเป็นเมืองที่ประสบภัยจริง ๆ อาหารที่ใช้รับรองก็มีเพียงผักไม่กี่อย่างนางใช้ตะเกียบคีบเ
ตอนที่ 9กลางถนนในเมืองหลวงที่คึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เซียวเจิ้งยวนและเหล่าสหายแสนดีของเขากำลังเดินตรงมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาม่านฮวา สายลมเย็นพัดโชยมาเบา ๆ กลิ่นอาหารลอยมาตามอาการเสียงพูดคุยดังปะปนกับเสียงฝีเท้า“ตาเฒ่าสุย หากเจ้ายังไม่ไปอีกข้าจะลงมือแล้วนะ!”ร่างชายชราผู้หนึ่งถูกโยนออกมากองอยู่ข้
ตอนที่ 8 ยั่วสามีตำหนักองค์ชายสิบสามสายลมเย็นยามราตรีพัดแผ่วเบา แสงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ เซียวเจิ้งยวนก้าวเดินตามทางที่มีโคมไฟส่องสว่าง ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือที่เขาตั้งใจไปค้นหามาเพื่อให้นางได้ศึกษาถึงการเป็นกุลสตรีในวังหลวงอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาเขาทอดมองไปยังห้องเบื้
ตอนที่ 7 ข้าจะเปลี่ยนนางเองโรงน้ำชาม่านฮวาภายในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน ภายในห้องแขกพิเศชชั้นบนยังคงเป็นสี่สหายผู้สูงศักดิ์เซียวเจิ้งยวนยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางถอนหายใจเป็นระยะ ๆ จนสหายทั้งสามที่นั่งอยู่ต้องเอ่ยถามขึ้น“นี่เจิ้งยวนเหตุใดดูเจ้าทุกข์ใจเช่นนี้”จางเฉิงฟานถามขึ้น“จะมีอะไรอีกเล่า ก็คง
ตอนที่ 6 ขอหนังสือหย่าโรงน้ำชาม่านฮวาในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน เซียวเจิ้งยวนเดินท่ามกลางผู้คนขึ้นมาบนชั้นสอง แล้วตรงไปยังห้องประจำที่เขามักมาดื่มชากันเป็นประจำกับเหล่าสหายร่วมเรียนเมื่อเปิดประตูเข้าไปสหายทั้งสามก็นั่งรอเขาอยู่แล้ว เซียวเจิ้งยวนก้าวเข้าไปนั่งลงในวงของสหายด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อย







