Share

บทที่ 4

Penulis: เจ้าหนูหมัดเล็ก
“สมน้ำหน้า! ไม่รู้ว่าโลกนี้มีเดรัจฉานแบบนี้อยู่ได้ยังไง”

เธอยิ่งด่ายิ่งอินจัด จนฉันรีบห้าม “เลิกด่าได้แล้ว วันนี้งานศพสามีฉันนะ ควรเศร้าสิถึงจะถูก”

ฉันพูดพลางก็หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางออกมา ใช้เครื่องสำอางกลบสีหน้าแดงระเรื่อของตัวเอง แล้วแต่งหน้าให้ดูอมทุกข์ราวกับเจ็บปวดเจียนตาย

หลังจากยืนยันกับเพื่อนสนิทแล้วว่าลุคนี้ทำให้ฉันดูอิดโรยจริง ๆ เราสองคนก็รีบมุ่งหน้าไปที่สถานที่จัดงานศพด้วยกัน

ระหว่างทาง ฉันยื่นแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคลิปวิดีโอตอนเสิ่นจื้อเหิงยังมีชีวิตอยู่ให้เพื่อนสนิท และบอกให้เธอรอเปิดตามคำสั่งของฉัน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉันถึงค่อยส่งข้อความแจ้งสถานที่จัดงานศพเข้าไปในกลุ่ม

คนที่มาถึงเป็นคนแรกคือเสิ่นเหยี่ยน เขาลงจากรถด้วยชุดสูทสีดำ เดินก้าวยาว ๆ มาตรงหน้าฉัน รับดอกไม้สีขาวไปติดที่แขนเสื้อ แล้วเอ่ยคำว่าเสียใจด้วยนะอย่างเป็นกิจลักษณะ

ตามมาติด ๆ คือบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่รู้ความจริง

ความโศกเศร้าของพวกเขาออกมาจากใจจริง จนฉันเห็นแล้วก็รู้สึกจุกในอก

เสิ่นจื้อเหิง นายแกล้งทำเป็นหายตัวไป ทำให้คนตั้งเท่าไหร่ต้องเสียใจ

วันนี้นายต้องชดใช้คืนมาทีละนิดแล้วละ

ถัดมาก็คือพวกคนที่เรียกว่าเพื่อนสนิทของเขา

สีหน้าของพวกเขาแต่ละคนซีดเผือด ท่าทางตอนที่รับดอกไม้สีขาวไปจากมือฉันก็ยังสั่นเทาเล็กน้อย

จนกระทั่งในที่สุดก็มีเพื่อนของเขาคนหนึ่งดึงตัวฉันไปคุยข้าง ๆ

“พี่สะใภ้! รีบยกเลิกงานเถอะ! พี่เหิงยังไม่ตายนะ! ช่วงหลายวันนี้เขาตามหาพี่สะใภ้จนแทบบ้า! พี่สะใภ้ไม่เห็นประกาศคนหายบนทีวีเหรอ”

ฉันกะพริบตา พยายามบีบน้ำตาออกมาสองหยดอย่างยากลำบาก

“ไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอก ประกาศคนหายนั่นซ่งเนี่ยนเป็นคนโพสต์นี่”

“คนตายไปแล้วฟื้นคืนมาไม่ได้ ฉันไม่ขอตั้งความหวังว่าเขายังมีชีวิตอยู่อีกแล้ว”

เขายังอยากจะพูดอะไรต่อ ฉันก็รีบขยิบตาให้เพื่อนสนิท เธอจึงรีบดึงเขาให้นั่งลง

เมื่อเห็นว่าคนมากันพอสมควรแล้ว ฉันก็เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อทดสอบไมค์

“ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานศพของสามีผู้ล่วงลับของฉัน...”

พูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกเสียงกรีดร้องขัดจังหวะ

“ฉู่จือเวย! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าจื้อเหิงยังไม่ตาย!”

ซ่งเนี่ยนยืนอยู่ตรงประตู จ้องมองฉันด้วยสายตาดุดัน

“ตกลงเธอเป็นภรรยาเขาจริงหรือเปล่า จื้อเหิงหายตัวไปสามเดือน ยังหาตัวไม่พบเธอก็จัดงานศพให้เขาแล้ว! ฉันไม่ยอมหรอกนะ!”

ฉันมองไปด้านหลังของเธอ ไม่มีแม้แต่เงาของเสิ่นจื้อเหิง

มาถึงขั้นนี้แล้ว เสิ่นจื้อเหิงก็ยังไม่ยอมโผล่หัวออกมาเองอีก

ฉันหลุบตามองซ่งเนี่ยน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอไม่ยอมเหรอ เธอมีสิทธิ์อะไรมาไม่ยอม เธอเป็นคนพูดเองนะว่าฉันต่างหากที่เป็นภรรยาของเขา”

ซ่งเนี่ยนเบิกตากว้าง ภายในดวงตากลับมีน้ำตาเอ่อล้น “เธอทำไมถึงใจร้ายได้ขนาดนี้ พี่เหิงรักเธอหมดหัวใจ แต่เธอกลับเที่ยวป่าวประกาศว่าเขาตายง่าย ๆ แบบนี้น่ะเหรอ!”

“ถ้าเขายังไม่ตายล่ะ”

สายตาของฉันไปหยุดอยู่ที่ร่องรอยบนลำคอของเธอที่ยังไม่จางหายไป ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “ต่อให้เขายังไม่ตาย ผู้ชายนอกใจคนหนึ่งก็ไม่คุ้มค่าให้ฉันต้องมาเปลืองแรงหรอก”

สิ้นเสียงพูด ฉันก็ให้คนมาลากซ่งเนี่ยนไปไว้ข้าง ๆ แล้วดำเนินการจัดงานศพต่อไป

เพิ่งจะอ้าปากพูด ตรงประตูก็ปรากฏร่างของคนสวมเสื้อผ้ามอซอ รูปร่างผอมโซคนหนึ่ง

เขายืนอยู่ตรงประตู เอ่ยด้วยเสียงสะอื้น “ที่รัก ฉันยังไม่ตาย ฉันกลับมาแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 11

    เขาเพิ่งจะพูดจบก็ถูกเสิ่นเหยี่ยนออกแรงกระชากจนล้มลง“เสิ่นจื้อเหิง อยู่ให้ห่างจากแฟนฉันหน่อย!”เสิ่นจื้อเหิงล้มลงบนพื้น เขามองเสิ่นเหยี่ยนที่รวบตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอดด้วยความโมโหจนตาแทบถลน“แฟนอะไร ฉู่จือเวยเป็นเมียผม! อาเล็ก! อาเป็นอาเล็กของผมนะ!”เสิ่นเหยี่ยนหลุบตามองเขา ก่อนแค่นหัวเราะเย็นชา“นายลืมไปแล้วหรือไง นายเป็นแค่ลูกบุญธรรมที่ตระกูลเสิ่นไล่ออกจากบ้านไปแล้ว”เสิ่นจื้อเหิงลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับเงื้อหมัดเข้าใส่ ฉันจึงกางแขนออกขวางหน้าเสิ่นเหยี่ยนเอาไว้ ทำให้เสิ่นเหยี่ยนตกใจจนหน้าซีดเผือดโชคดีที่หมัดของเสิ่นจื้อเหิงหยุดลงได้ทันเวลา“ฉู่จือเวย! ใครให้เธอมาขวางฉัน บ้าไปแล้วหรือไง”เมื่อสบเข้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของเสิ่นเหยี่ยน ฉันจึงทำหน้าประจบเอาใจ “คุณค่อยว่าฉันทีหลังนะ ขอฉันจัดการเสิ่นจื้อเหิงก่อน”เสิ่นเหยี่ยนฝืนข่มความโมโหของตัวเองอย่างยากลำบากฉันมองไปยังมุมหนึ่ง “เธอออกมาเถอะ”ซ่งเนี่ยนเดินร้องไห้น้ำตาอาบหน้าออกมา เธอมองเสิ่นจื้อเหิง แววตาไม่เหลือความรักเหมือนวันวานอีกต่อไปฉันทำเสียงเย็นชา “เสิ่นจื้อเหิง นายปั่นหัวคนที่ห่วงใยนายครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 10

    “ได้สิ เสิ่นจื้อเหิงเป็นแค่เด็กที่พี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมรับมาเลี้ยง พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำความผิดครั้งใหญ่ จนถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่นไปตั้งนานแล้ว ผมแค่เห็นแก่พี่ชายกับพี่สะใภ้ที่ล่วงลับไปแล้ว เลยส่งเสียให้เขาเรียนจนจบมหาลัย”ฉันพยักหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายจับมือของเขาขึ้นมา “ระยะเวลาทดลองสามเดือน จะได้เป็นตัวจริงไหมก็ขึ้นอยู่กับผลงานของคุณแล้วละ”เสิ่นเหยี่ยนพยักหน้ารับรัว ๆ“พอดีเลย วันนี้งานก็เสร็จแล้ว เราไปกินหม้อไฟกันดีไหม”อาจเป็นเพราะไม่ได้กินหม้อไฟมาสี่ปี ฉันเลยแทบจะคลั่งแค่สองสามวันก็ต้องกินสักมื้อ พอไม่ได้กินก็ทรมานเสิ่นเหยี่ยนก็มากินหม้อไฟกับฉันนานมากแล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีจะเบื่อเลยสักนิด แถมทุกครั้งยังหาร้านหม้อไฟไม่ซ้ำกันพาฉันไปลิ้มลองรสชาติเสมอวันนี้ก็เช่นกัน“พอดีผมเจอร้านอร่อย ๆ อีกร้าน เดี๋ยวพาคุณไปนะ”ทว่าเราเพิ่งจะเดินพ้นประตูบริษัท เงาร่างหนึ่งก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉันดังตุบ“ฉู่จือเวย ฉันขอร้องละ เธอช่วยไปตามหาจื้อเหิงหน่อย! เขาหายตัวไปสามวันแล้ว! ฉันหาเขาไม่เจอเลย!”ซ่งเนี่ยนมีเส้นเลือดฝอยเต็มตา เธอโขกศีรษะไม่หยุดเพื่อขอร้องให้ฉันไปตามหาเสิ่นจื้อเหิงฉันข

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 9

    ทว่าเขากลับดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดอย่างแรง“เวยเวย ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ ฉันกับซ่งเนี่ยนไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ! วันนั้นก็แค่เพราะฉันเมา เลยทำความผิดพลาดที่ผู้ชายทุกคนทำกันก็แค่นั้นเอง”“ฉันจะอยู่ห่างจากเขา ขอร้องละ ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะ!”เขากอดเอาไว้แน่น ไม่ว่าฉันจะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งฉันถูกแรงดึงเข้าไปในอ้อมกอด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับกรอบหน้าอันชัดเจนของเสิ่นเหยี่ยนเสียงของเขาดังขึ้นเหนือหัวของฉัน“เสิ่นจื้อเหิง ฉันเคยบอกนายแล้วนะ ถ้านายยังมาตามตอแยจือเวยอีก ตระกูลเสิ่นก็จะไม่สนใจนายอีกต่อไป!”เสิ่นจื้อเหิงปล่อยมือที่จับฉันเอาไว้ทันที“อาเล็กครับ นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสามีภรรยา”ฉันพอได้ยินประโยคนี้ของเขาก็โมโหจนหัวเราะออกมา“เรื่องระหว่างเรางั้นเหรอ”“เสิ่นจื้อเหิง ใครเป็นคนออกไอเดียให้นายแกล้งทำเป็นหายตัวไปกันแน่”“อย่าบอกนะว่าไอเดียนี้นายเป็นคนคิดขึ้นมาเอง นายมีสมองขนาดนั้นเลยหรือไง”“นายก็แค่ถูกซ่งเนี่ยนหลอกปั่นหัวจนหัวหมุนก็เท่านั้นแหละ!”“เธอออกไปเที่ยวกับนาย นายก็บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของนาย พวกนายดื่มเหล้าด้วยกันก็บอกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิท พวกนายร

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 8

    เสิ่นเหยี่ยนจอดรถไว้หน้าร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งฉันเห็นชื่อร้านหม้อไฟแล้วก็ชะงักไปนิดหนึ่งเสิ่นเหยี่ยนยืนอยู่ข้างหลังฉัน “เหม่ออะไรอยู่ คุณชอบกินหม้อไฟไม่ใช่เหรอ”“ฉันไม่ได้กินมาสี่ปีแล้ว...”คบกับเสิ่นจื้อเหิงมาสี่ปี เขากินเผ็ดไม่ได้ ฉันก็เลยไม่ได้เข้าร้านหม้อไฟอีกเลยเสิ่นเหยี่ยนดึงฮู้ดเสื้อฉันเบา ๆ แล้วหัวเราะ “งั้นวันนี้ฉลองที่คุณหย่า ผมเลยเลี้ยงหม้อไฟที่คุณไม่ได้กินมาตั้งนานไง”ฉันเองก็หัวเราะ และสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะแบบไม่ลังเลระหว่างกินข้าว เราก็คุยเรื่องความร่วมมือหลังจากนี้ ถือว่าแฮปปี้กันทั้งสองฝ่ายพอกินเสร็จฟ้าก็มืดสนิทพอดีเสิ่นเหยี่ยนยังคงยืนกรานจะมาส่งฉันที่บ้านให้ได้แต่เพิ่งถึงบ้านก็เจอกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่หน้าประตูเสิ่นจื้อเหิงนั่งยอง ๆ ตัวสั่นเพราะความหนาวอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ พอเห็นฉันตาก็เป็นประกาย“เวยเวย เธอกลับมาแล้ว!”ฉันเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก“เสิ่นจื้อเหิง นายมาทำอะไรหน้าบ้านฉัน”เขาวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาจับมือฉันไว้ แล้วใช้มือที่เย็นเฉียบของเขาลูบฝ่ามือฉัน“เธอหนาวไหม วันนี้อากาศหนาวขนาดนี้ ทำไมเธอไม่ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หน่อย! รู้ไหมว่า

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 7

    ซ่งเนี่ยนไม่ยอมจากไป ยืนกรานจะตามติดอยู่ข้างกายเสิ่นจื้อเหิงฉันเองก็ไม่ได้ใส่ใจ นั่งรถของเสิ่นเหยี่ยนตรงไปยังฝ่ายทะเบียนราษฎร์พนักงานฝ่ายทะเบียนราษฎร์เห็นฉันก็หัวเราะออกมา “ทำไมวันนี้ถึงมาล่ะคะ”“หาเสิ่นจื้อเหิงเจอแล้วค่ะ เลยมาคืนสถานะในทะเบียนบ้านให้เขา”“ฉันบอกแล้วไงคะว่าต้องหาเจอแน่ ๆ ยินดีด้วยนะคะ!”ฉันพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นอีกตอนกำลังจะออกจากฝ่ายทะเบียนราษฎร์ เสิ่นจื้อเหิงก็เรียกฉันเอาไว้“เวยเวย ฉันรักเธอจริง ๆ นะ”“วันนั้นที่บ้านซ่งเนี่ยนน่ะเพราะฉันเมา ฉันก็เลยเห็นเขาเป็นเธอ...”ฉันหันหน้าหนี เอ่ยด้วยเสียงเย็นชา “อย่าพูดเรื่องพรรค์นี้ให้ฉันสะอิดสะเอียนเลย”หลังจากรับใบหย่าแล้ว ฉันก็เดินไปริมถนนเตรียมจะโบกเรียกแท็กซี่เสิ่นเหยี่ยนขับรถมาจอดตรงหน้าฉัน “จะไปไหน ฉันไปส่งเธอเอง”ฉันมองเขา ก่อนเอ่ยแฝงความนัยบางอย่าง “คุณเสิ่น ฉันหย่ากับเสิ่นจื้อเหิงแล้ว”“แล้วยังไง”“เพราะงั้นเดิมทีเราสองคนก็ไม่ใช่คนที่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมาเกี่ยวข้องกันในตอนนี้หรอกค่ะ”เสิ่นเหยี่ยนใช้นิ้วเกี่ยวแว่นกันแดดที่เกาะอยู่บนสันจมูกลงมา เผยให้เห็นดวงตาดอกท

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 6

    “ถ้านายอยากได้สถานะทางทะเบียนบ้านกลับคืนมา ยังไงก็ต้องให้ฉันออกหน้าจัดการให้อยู่ดี เสิ่นจื้อเหิง ฉันให้นายเลือกสองทาง”ฉันพูดพลางยื่นหนังสือสัญญาหย่าให้หนึ่งฉบับ“เซ็นซะ แล้วนายก็จะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ถ้าไม่เซ็น นายก็ใช้ชีวิตเป็นคนเถื่อนไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ต่อไปเถอะ”เสิ่นจื้อเหิงหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโห เขาคว้าหนังสือสัญญาหย่าไปพลิกดูตรงช่องแบ่งสินสมรส ก่อนจะปาหนังสือสัญญาหย่าลงพื้นอย่างแรง“มีสิทธิ์อะไรมาบังคับให้ฉันออกจากบ้านไปแต่ตัว”สีหน้าของเสิ่นจื้อเหิงแดงก่ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวมากเมื่อก่อนฉันกลัวเวลาเห็นเขาโมโหมาก แต่ตอนนี้เมื่อฉันเห็นสภาพของเขา ฉันกลับนึกถึงคำคำเดียวขึ้นมาเก่งแต่ปากในมือนายไม่มีไพ่ต่อรองอะไรเลยแท้ ๆ กลับยังคิดจะมาเอาเปรียบฉันอีกฉันแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา “ก็สิทธิ์ที่ตอนนี้นายไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ไง แล้วก็สิทธิ์ที่นายนอกใจด้วย”เขามองฉันอย่างเย็นชา จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา “ฉันนอกใจตรงไหน ก็แค่ค้างคืนกับพี่น้องคนสนิท”“เราไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อย”สายตาของเราประสานกัน ฉันมองเห็นความได้ใจในแววตาของเขาอย่างชั

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 5

    เสิ่นจื้อเหิงวิ่งก้าวยาว ๆ เข้ามาหา รวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น พลางตะโกนเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“เวยเวย เธอไม่รู้หรอกว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน”“วันนั้นฉันเล่นสกีแล้วตกลงไป กระดูกหักหลายจุด โชคดีที่มีคนใจดีส่งฉันไปโรงพยาบาล พักฟื้นอยู่สามเดือนถึงได้มาหาเธอเนี่ย”“ฉันยังไม่ตาย เธอเห็นไหม ฉัน

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 3

    ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อก่อนเวลาเขาโมโหใส่ฉัน มักจะปล่อยให้ฉันกลับไปสำนึกผิดเองทั้งคืน จากนั้นพอไปขอโทษ เขาถึงจะยอมฝืนให้อภัยฉันฉันหลับตาที่แสบจนปวดร้าวลง แล้วกดบันทึกวิดีโอทั้งสองคลิปนี้ไว้กำลังคิดจะปิดโทรศัพท์ สายของซ่งเนี่ยนก็โทรเข้ามาพอดีฉันกดรับสาย เสียงดนตรีที่ดังหนวกหูก็ดังระเบิดขึ้นข้างหูทัน

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 2

    ข้อความก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ตอบกลับ ตอบไปแค่ข้อความสุดท้ายเท่านั้น“คนก็ตายไปแล้ว จะมาโกรธอะไรอีกล่ะ”พูดจบ ฉันก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ แล้วไปเก็บของที่เสิ่นจื้อเหิงทิ้งไว้ในบ้านตลอดสามเดือนมานี้ ฉันแทบจะขลุกอยู่แต่ในเมืองที่เขาไปเล่นสกีเพื่อตามหาร่องรอยของเขา ไม่ค่อยได้กลับบ้านภายในห้องนอน นอกจากเ

  • สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง   บทที่ 1

    “ฉันตัดสินใจจะไปแจ้งตายให้เสิ่นจื้อเหิงแล้วละ”“ไม่ตามหาแล้วเหรอ” เพื่อนที่ปลายสายถามด้วยความลังเลฉันเงยหน้าขึ้น มองไปทางเสิ่นจื้อเหิงที่กำลังโอบซ่งเนี่ยนพลางกระซิบกระซาบกัน ขอบตาก็ร้อนผ่าว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “หาไม่เจอแล้วละ”คนที่ตั้งใจจะหลบซ่อนตัว ต่อให้หาเจอแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะหลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status