Short
จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง

จดหมายรักกลายเป็นกล่องสุ่ม ฉันถอยเขากลับคลั่ง

By:  ลั่วหูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในวันเลี้ยงรุ่น เพื่อนรักของฉันหยิบกล่องสุ่มกล่องหนึ่งออกมา บนกล่องมีข้อความแปะไว้บรรทัดหนึ่งว่า "สุ่มจับคำคมคลั่งรักของจู้เหมียนเหมียน" ทั้งงานพากันหัวเราะ มีคนจับได้จดหมายรักที่ฉันเขียนถึงต้วนหมิงจิ้นตอน ม.6 "วันนี้ต้วนหมิงจิ้นยิ้มให้ฉัน ฉันอยากมอบวันพรุ่งนี้ให้เขาด้วยจัง" มีคนจับได้จดหมายที่ฉันเขียนตอนมหาลัย "เขาไม่ตอบข้อความก็ไม่เป็นไร พอเขาเสร็จงานเดี๋ยวก็คิดถึงฉันเอง" แต่จดหมายรักที่ฉันเขียนถึงต้วนหมิงจิ้น เขาไม่เคยตอบกลับเลยแม้แต่ฉบับเดียว ฉันคิดมาตลอดว่าจดหมายพวกนั้นคงถูกเขาทิ้งไปนานแล้ว สุดท้าย เพื่อนรักก็จับได้ฉบับที่ 99 เธอเอนตัวซบในอ้อมอกของต้วนหมิงจิ้น แล้วอ่านออกเสียงด้วยรอยยิ้ม "ถ้ามีวันที่นายไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะยังอวยพรให้นายมีความสุข" ต้วนหมิงจิ้นแย่งกระดาษจดหมายไป แล้วหัวเราะต่อว่าเธอ "อย่าทำเกินไป เธอเป็นคนขี้อาย" แต่ตอนที่เขาหัวเราะพูดว่าอย่าทำเกินไปนั้น ชัดเจนว่าเขาก็กำลังรอดูฉันขายหน้าอยู่เหมือนกัน ตอนที่เพื่อนรักกำลังพลิกอ่านจดหมาย กล่องสุ่มก็ถูกเธอชนจนเอียง ฉันก้มลงไปเก็บ แต่กลับเห็นตัวหนังสือขนาดเล็กสองบรรทัดแปะอยู่ก้นกล่อง "อัปเดตทุกเดือน" “สำหรับใช้สร้างความบันเทิงภายในกลุ่มเท่านั้น” ตอนนั้นเองฉันถึงได้รู้ว่า ที่แท้ความจริงใจของฉัน กลับเป็นเพียงเรื่องขบขันหลังมื้ออาหารของพวกเขา

View More

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
ต้วนหมิงจิ้นเห็นฉันไม่พูดไม่จา จึงเดินเข้ามาง้อฉัน“เหมียนเหมียน อย่ามางอแง ถ้าฉันไม่ชอบเธอ แล้วจะเก็บจดหมายพวกนี้ไว้นานขนาดนี้ได้ยังไง?” เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ราวกับการทำให้ฉันอับอายเป็นความเมตตาอย่างหนึ่งฉันจึงหยิบจดหมายฉบับที่ 100 ออกมาจากกระเป๋าต้วนหมิงจิ้นเห็นซองจดหมาย ก็ยื่นมือมารับอย่างเฉื่อยชา“ในที่สุดก็ยอมเอามาให้ฉันแล้วเหรอ?” ฉันมองเขา แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมาจากนั้นก็ฉีกจดหมายออกเป็นสองแผ่นต่อหน้าทุกคน"ต้วนหมิงจิ้น นายไม่ต้องอ่านแล้วล่ะ""และฉันก็จะไม่เขียนให้อีกแล้วด้วย"......เศษกระดาษร่วงหล่นลงบนกางเกงสแล็กสีดำของต้วนหมิงจิ้นเขาก้มมองอยู่สองวินาที ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "จู้เหมียนเหมียน เธอทำอะไรของเธอน่ะ"บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเงียบลงชั่วขณะไม่นานก็มีคนหลุดหัวเราะคิกคักออกมา"อ้าว โกรธจริงขึ้นมาซะงั้น?""พี่ต้วน รีบง้อหน่อยเร็ว คนคลั่งรักกำลังจะใจสลายแล้วนะ” ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้หัวเราะเขาก้มลงเก็บกระดาษจดหมายครึ่งแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วหรี่ตาลง"ฉันถามเธออยู่นะ"เมื่อก่อนแค่เขาขึ้นเสียงกับฉันเล็กน้อย ฉันก็จะลนลานทันที ทั้งอธิบาย ทั้งขอโทษ
Read more
บทที่ 2
ตอนเดินออกมาจากสถานบันเทิง เมืองเจียงก็มีฝนตกลงมาพอดีโทรศัพท์สั่นไม่หยุดมีคนส่งคลิปเมื่อครู่นี้ลงในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ภาพตอนที่ฉันฉีกจดหมายฉบับที่ 100 ถูกใส่เสียงร้องไห้เว่อร์ๆ พร้อมข้อความประกอบ [พี่ต้วน รีบไปเก็บหน่อยเร็ว สัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ของพี่หลุดการเชื่อมต่อแล้ว]ด้านล่างเต็มไปด้วยอีโมจิหัวเราะ ฉันจ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดออกจากกลุ่ม พึ่งจะเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า รถคัลลิแนนสีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ เคลื่อนมาจอดข้างทางกระจกรถด้านหลังเลื่อนลง เมื่อเขาเห็นฉันยืนตากฝน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ขึ้นรถ"เมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ตอน ม.6 ปีนั้น ฉันถูกคนดักต้อนหัวเราะเยาะตรงโถงบันได เขาก็ยืนอยู่ข้างนอกผู้คนด้วยสีหน้าเย็นชาแบบนี้ แล้วพูดออกมาประโยคหนึ่ง"หลีกไป"หลังจากวันนั้น ฉันเคยคิดว่า อย่างน้อยสำหรับเขาแล้ว ฉันคงเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นแต่ตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่า ที่แท้เขาเพียงแค่เคยชินกับการควบคุมความรักไร้ค่าของฉันเท่านั้น คนขับกางร่มลงจากรถ แล้วเปิดประตูให้ฉัน "คุณจู้ ประธานต้วนให้คุณขึ้นรถครับ"ฉันถอยหลังกลับไปครึ่งก้าว“ไม่ต้อง”ในที่สุดต้ว
Read more
บทที่ 3
หลังจากกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ฉันหยิบเอกสารสำคัญออกมาจากลิ้นชัก ยัดไว้ในช่องลึกสุดของกระเป๋า แล้วจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์ คืนนี้เล่นเปียนโนจบลงเมื่อไหร่ ฉันจะไม่กลับมาอีกแล้วหนึ่งทุ่มตรง หอประชุมสำหรับงานฉลองโรงเรียนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟทันทีที่ฉันลงจากรถ ลมหนาวก็พัดเข้ามาจากประตูด้านข้างของหอประชุม จนปลายนิ้วชาไปหมด ต้วนหมิงจิ้นยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงทางเข้าเมื่อเห็นฉัน เขาก็วางสายอย่างรวดเร็ว ก่อนเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของฉัน “ทำไมสีหน้าแย่ขนาดนี้?” เขาล้วงลูกอมเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วยื่นมาตรงหน้าฉัน "อมไว้ก่อนสิ"กระดาษห่อลูกอมเป็นสีเหลืองเลมอน เป็นรสที่เมื่อก่อนฉันชอบกินที่สุด เมื่อก่อนเขามักจะบ่นว่าลูกอมนี้เปรี้ยว แต่ก็ยังเตรียมไว้ในรถกล่องหนึ่งเสมอฉันก้มมองลูกอมเม็ดนั้น แต่ไม่ได้ยื่นมือไปรับ ต้วนหมิงจิ้นเหมือนจะเคยชินกับความเงียบของฉัน จึงถือโอกาสช่วยดึงผ้าคลุมไหล่ของฉันขึ้นมาอีกหน่อย“อย่าเปิดไหล่มากนัก หลังเวทีอากาศเย็น” ท่าทางของเขาช่างชำนาญเหลือเกิน ชำนาญจนฉันเกือบจะลืมไปว่า เมื่อคืนก็คือมือข้างนี้นี่แหละที่กดเปิดคลิปเพื่อข
Read more
บทที่ 4
ประตูห้องพักหลังเวทีถูกปิดลงอย่างแรงสวี่จือเหยาเดินตามหลังมาด้วยขอบตาแดงก่ำ แม้กระทั่งเสียงก็ยังสั่นเครือ"หมิงจิ้น ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจอภาพขนาดใหญ่จะเอาของพวกนั้นมาเปิด แล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเหมียนเหมียนถึงต้องทำร้ายฉันแบบนี้......"ต้วนหมิงจิ้นปล่อยมือจากฉัน ก่อนหันไปประคองเธอ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง เพียงแต่ความโกรธที่กดเก็บอยู่ในแววตากลับยิ่งทวีหลังจากจัดการให้สวี่จือเหยาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันกลับมามองฉัน "ขอโทษซะ"ฉันคิดว่าตัวเองฟังผิดไป"นายพูดว่าอะไรนะ?"สีหน้าของต้วนหมิงจิ้นเย็นชา"คืนนี้จือเหยาเป็นตัวเอก เธอมาสร้างเรื่องในรายการแสดงของจือเหยา ทำให้ทุกคนหัวเราะเยาะจือเหยา"“จู้เหมียนเหมียน เธอไม่ควรขอโทษหรือไง?” กลางอกเหมือนถูกอะไรบางอย่างกดทับไว้ฉันแทบจะหายใจไม่ออก"จดหมายพวกนั้น ฉันเขียนให้นาย""และก็เป็นนายที่เก็บเอาไว้ให้พวกเขาดู"ต้วนหมิงจิ้นขมวดคิ้ว"ฉันเก็บไว้เพราะขี้เกียจเอาไปทิ้ง” “พวกเขาเอาไปล้อเล่น นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้จักกาลเทศะ” "แต่การที่เธอหยุดเล่นเปียโนต่อหน้าผู้คนคืนนี้ จนทำให้จือเหยาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันคื
Read more
บทที่ 5
ต้วนหมิงจิ้นเพิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง สวี่จือเหยานั่งพิงอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าซีดขาว"หมิงจิ้น ฉันทำให้นายตกใจหรือเปล่า?"ต้วนหมิงจิ้นก้มมองเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงรีบให้คนไปตามหมอ แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าไม่สบายตรงไหน แต่ในเวลานี้ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับเป็นคำพูดสุดท้ายของฉันก่อนจากไป “ขอให้ต่อจากนี้ พวกเธอสองคนเหมาะสมกันแบบนี้ไปตลอดนะ” ไม่ได้เหมือนการพูดประชดประชัน แต่มันเหมือนการบอกลามากกว่าจู่ๆ ต้วนหมิงจิ้นก็ดึงแขนเสื้อของตัวเองกลับ สวี่จือเหยาชะงักไป"หมิงจิ้น?"เขาไม่ได้ตอบ แต่หันหลังผลักประตูเดินออกไปตรงทางเดินว่างเปล่าไร้ผู้คนทีมงานเดินเข้าเดินออกเก็บอุปกรณ์ พอเจอเขาก็รีบก้มหัวทักทายต้วนหมิงจิ้นยืนอยู่กับที่ สีหน้าค่อยๆ มืดมนลงทีละนิด"จู้เหมียนเหมียนล่ะ?"ทีมงานชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง"คุณจู้เดินออกไปเมื่อกี้แล้วครับ""ไปไหนแล้ว?"“ไม่ทราบครับ เธอลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปด้วย ดูเหมือนจะรีบมาก” กระเป๋าเดินทางใบเล็ก คำไม่กี่คำนี้เหมือนเข็มที่พุ่งแทงเข้าขมับของต้วนหมิงจิ้นอย่างไม่ทันตั้ง
Read more
บทที่ 6
ตอนฉันไปถึงเมืองหนาน ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วตรงทางออกสถานีมีคนน้อยมากฉันลากกระเป๋าเดินออกไป ลมหนาวพัดจนแสบตา หลังจากเปิดโทรศัพท์ใหม่อีกครั้ง สายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นมาทีละสายๆและสิ่งที่มาพร้อมกันนั้นยังมีข้อความสั้นๆ【จู้เหมียนเหมียน รับโทรศัพท์】เว้นไปสองนาที ก็มาอีกข้อความหนึ่ง【เธออยู่ที่ไหน?】หลังจากนั้น น้ำเสียงในข้อความก็ไม่เหมือนคำสั่งอีกต่อไป 【เลิกงอนได้แล้ว ฉันจะไปรับเธอ】 ฉันมองข้อความเหล่านั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจบล็อกเบอร์ของเขาในที่สุด คนขับรถแท็กซี่ถามฉันว่าจะไปไหนฉันบอกที่อยู่แห่งหนึ่งกับเขา ศูนย์พักฟื้นเมืองหนานตลอดสองปีที่ผ่านมาพี่ชายของฉันพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาตลอด หลังจากตระกูลจู้เกิดเรื่อง เขาช่วยรับมือเรื่องต่างๆ แทนฉันมากมาย และยังช่วยปิดบังหลายเรื่องให้ฉันด้วย ตอนรถไปถึงหน้าประตูศูนย์พักฟื้น ขอบฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วทันทีที่ฉันลงจากรถ ก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู จู้สิงโจวสวมเสื้อคลุมสีเข้ม เขาผอมลงไปมาก แต่ยังคงยืนตัวตรงเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเขาเห็นฉัน เขาไม่ได้ถามอะไรเลย เพียงแค่กางแขนออกให้ฉัน"เหมียนเหมียน"ฉันลากกระเป๋าเด
Read more
บทที่ 7
ต้วนหมิงจิ้นตามหาจนมาถึงเมืองหนาน ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนั้นฉันพึ่งจะเดินออกมาจากศูนย์พักฟื้น ในมือหิ้วยาที่ซื้อมาให้พี่ชายพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขายืนอยู่ข้างทางดูเหมือนเขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ในตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาด ตรงคางมีตอเคราเขียวๆ ขึ้นประปราย เสื้อสูทบนตัวยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม แต่คนทั้งคนกลับเหมือนถูกบางสิ่งสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด เมื่อเห็นฉัน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เหมียนเหมียน"ฉันหยุดก้าวเท้าเขาก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้ามา ยื่นมือเหมือนจะรับถุงยาในมือฉันฉันเบี่ยงตัวหลบมือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งต่อมา เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันมารับเธอกลับ” ฉันมองเขา“กลับไปไหน?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย"เมืองเจียง"“ฉันให้คนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ของเธอให้ใหม่แล้ว ส่วนวิดีโอตรงหอประชุมนั่นฉันก็จัดการแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาไปแชร์ต่ออีก"เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับขอแค่สะสางเรื่องราวไปทีละเรื่องๆ ฉันก็ควรจะต้องยอมกลับไปกับเขา"ส่วนสวี่จือเหยาฉันสั่งให้ออกไปจากเมืองเจียงแล้ว""เรื่องกล่องสุ่ม ฉันจะให
Read more
บทที่ 8
ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้จากไปในทันทีเขาเช่าบ้านอยู่แถวๆ ศูนย์พักฟื้นทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเช้า จะมีคนเอาอาหารเช้ามาส่งที่หน้าประตูเกี๊ยวน้ำไม่ใส่ต้นหอม น้ำเต้าหู้อุ่นๆ และลูกอมรสเลมอนและยังมีโน้ตเปียโนฉบับหายากที่ฉันเคยพูดลอยๆว่าอยากอ่านฉันไม่ได้รับไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจู้สิงโจวมองดูข้าวของที่ถูกนำมาวางกองไว้หน้าประตูวันแล้ววันเล่า สุดท้ายจึงให้เจ้าหน้าที่ดูแลนำทุกอย่างส่งคืนไปทั้งหมด ต้วนหมิงจิ้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องอาละวาดเพียงแค่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามศูนย์พักฟื้นทุกวันบางครั้งฝนตก เขาก็ไม่ได้กางร่มฉันเคยยื่นหน้ามองลงมาจากหน้าต่างครั้งหนึ่งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน จนไหล่เสื้อสูทเปียกชุ่ม เหมือนกับภาพตรงหน้าสถานบันเทิงคืนนั้น ตอนที่เขาเอียงร่มมาทางฉัน แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้เดินลงไปข้างล่างพี่ชายยืนอยู่ด้านหลังฉัน"ใจอ่อนแล้วเหรอ?"ฉันส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่า ในที่สุดเขาก็รู้จักความหนาวเย็นแล้ว"จู้สิงโจวไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปนาน เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เหมียนเหมียน อย่าเอาความเจ็บปวดของเขามาลงโทษตัวเองเลย” ฉันหันหลังกลับแล้วดึงม่านปิด “ฉันรู้” ต้วนหมิงจิ้นสต
Read more
บทที่ 9
วันที่ฉันเดินทางออกจากเมืองหนาน ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ปรากฏตัวได้ยินจากผู้ช่วยว่า เขาย้ายกลับเมืองเจียงไปแล้วตระกูลต้วนเกิดเรื่องขึ้นหลังจากสวี่จือเหยาถูกบริษัทยกเลิกสัญญา เธอเกิดความแค้นเคืองอยู่ในใจ จึงนำวิดีโองานครบรอบโรงเรียนและเรื่องราวทั้งหมดของกล่องสุ่มจดหมายไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธออยากจะปัดความรับผิดชอบให้ตัวเองสะอาดหมดจด โดยบอกว่าทุกอย่างได้รับการยินยอมตกลงจากต้วนหมิงจิ้นแต่ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะบริสุทธิ์จริงหรือไม่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงการกลั่นแกล้งกันเป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด ต้วนหมิงจิ้นถูกด่าจนติดเทรนด์คำค้นหา หุ้นตระกูลต้วนร่วงติดต่อกันสามวัน พาร์ทเนอร์ต่างเรียกร้องขอยกเลิกสัญญาพ่อของเขาโกรธจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ต้วนหมิงจิ้นประสบความล้มเหลวอย่างหนักถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้ ฉันเพียงนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบิน พี่ชายถามฉันว่า “ไม่ดูสักหน่อยเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “ไม่ล่ะ” ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งผู้ส่งคือต้วนหมิงจิ้นในน
Read more
บทที่ 10
หนึ่งปีต่อมา ฉันจัดการแสดงเปียโนเดี่ยวขึ้นที่ต่างประเทศ บทเพลงสุดท้าย มีชื่อว่า 《ทางช้างเผือกแห่งวันวาน》ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง เมื่อแสงไฟส่องลงมา ฉันไม่ได้คิดถึงต้วนหมิงจิ้นอีกแล้ว ฉันนึกถึงเพียงแค่ตัวเองนึกถึงเด็กสาวคนนั้นที่แอบเขียนจดหมายเก้าสิบเก้าฉบับอย่างเงียบๆนึกถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยโง่เขลา จริงใจ และทุ่มเทรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และนึกถึงวันที่ในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากการทรมานตัวเองที่ยาวนานนั้นได้ หลังจากจบการแสดง เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้องไม่ขาดสายตอนที่ฉันลุกขึ้นโค้งขอบคุณผู้ชม ฉันเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ตรงแถวสุดท้าย ต้วนหมิงจิ้นเขาผอมลงไปมากนั่งอยู่ตรงมุมมืดสลัว ในมือกำช่อดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองเลมอนไว้ช่อหนึ่งฉันมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออกไปหลังผู้ชมทยอยกลับกันหมดแล้ว เขามารอฉันอยู่หน้าหลังเวที เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันหยุดเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้พูดให้ฉันกลับไปกับเขาอีก เขาเพียงยื่นช่อดอกไม้นั้นมาตรงหน้าฉัน แล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่าอย่างมากว่า "เหมียนเหมียน วันนี้ฉันไม่ได้มารบกวนเธอนะ""ฉันแค่อยากจะฟังเธอเล่นบทเพลงนั้นจน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status