LOGINในวันเลี้ยงรุ่น เพื่อนรักของฉันหยิบกล่องสุ่มกล่องหนึ่งออกมา บนกล่องมีข้อความแปะไว้บรรทัดหนึ่งว่า "สุ่มจับคำคมคลั่งรักของจู้เหมียนเหมียน" ทั้งงานพากันหัวเราะ มีคนจับได้จดหมายรักที่ฉันเขียนถึงต้วนหมิงจิ้นตอน ม.6 "วันนี้ต้วนหมิงจิ้นยิ้มให้ฉัน ฉันอยากมอบวันพรุ่งนี้ให้เขาด้วยจัง" มีคนจับได้จดหมายที่ฉันเขียนตอนมหาลัย "เขาไม่ตอบข้อความก็ไม่เป็นไร พอเขาเสร็จงานเดี๋ยวก็คิดถึงฉันเอง" แต่จดหมายรักที่ฉันเขียนถึงต้วนหมิงจิ้น เขาไม่เคยตอบกลับเลยแม้แต่ฉบับเดียว ฉันคิดมาตลอดว่าจดหมายพวกนั้นคงถูกเขาทิ้งไปนานแล้ว สุดท้าย เพื่อนรักก็จับได้ฉบับที่ 99 เธอเอนตัวซบในอ้อมอกของต้วนหมิงจิ้น แล้วอ่านออกเสียงด้วยรอยยิ้ม "ถ้ามีวันที่นายไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะยังอวยพรให้นายมีความสุข" ต้วนหมิงจิ้นแย่งกระดาษจดหมายไป แล้วหัวเราะต่อว่าเธอ "อย่าทำเกินไป เธอเป็นคนขี้อาย" แต่ตอนที่เขาหัวเราะพูดว่าอย่าทำเกินไปนั้น ชัดเจนว่าเขาก็กำลังรอดูฉันขายหน้าอยู่เหมือนกัน ตอนที่เพื่อนรักกำลังพลิกอ่านจดหมาย กล่องสุ่มก็ถูกเธอชนจนเอียง ฉันก้มลงไปเก็บ แต่กลับเห็นตัวหนังสือขนาดเล็กสองบรรทัดแปะอยู่ก้นกล่อง "อัปเดตทุกเดือน" “สำหรับใช้สร้างความบันเทิงภายในกลุ่มเท่านั้น” ตอนนั้นเองฉันถึงได้รู้ว่า ที่แท้ความจริงใจของฉัน กลับเป็นเพียงเรื่องขบขันหลังมื้ออาหารของพวกเขา
View Moreหนึ่งปีต่อมา ฉันจัดการแสดงเปียโนเดี่ยวขึ้นที่ต่างประเทศ บทเพลงสุดท้าย มีชื่อว่า 《ทางช้างเผือกแห่งวันวาน》ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง เมื่อแสงไฟส่องลงมา ฉันไม่ได้คิดถึงต้วนหมิงจิ้นอีกแล้ว ฉันนึกถึงเพียงแค่ตัวเองนึกถึงเด็กสาวคนนั้นที่แอบเขียนจดหมายเก้าสิบเก้าฉบับอย่างเงียบๆนึกถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยโง่เขลา จริงใจ และทุ่มเทรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และนึกถึงวันที่ในที่สุดเธอก็ก้าวออกมาจากการทรมานตัวเองที่ยาวนานนั้นได้ หลังจากจบการแสดง เสียงปรบมือดังสนั่นกึกก้องไม่ขาดสายตอนที่ฉันลุกขึ้นโค้งขอบคุณผู้ชม ฉันเห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ตรงแถวสุดท้าย ต้วนหมิงจิ้นเขาผอมลงไปมากนั่งอยู่ตรงมุมมืดสลัว ในมือกำช่อดอกไม้ดอกเล็กสีเหลืองเลมอนไว้ช่อหนึ่งฉันมองเพียงแค่แวบเดียว ก็ละสายตาออกไปหลังผู้ชมทยอยกลับกันหมดแล้ว เขามารอฉันอยู่หน้าหลังเวที เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันหยุดเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้พูดให้ฉันกลับไปกับเขาอีก เขาเพียงยื่นช่อดอกไม้นั้นมาตรงหน้าฉัน แล้วพูดด้วยเสียงแหบพร่าอย่างมากว่า "เหมียนเหมียน วันนี้ฉันไม่ได้มารบกวนเธอนะ""ฉันแค่อยากจะฟังเธอเล่นบทเพลงนั้นจน
วันที่ฉันเดินทางออกจากเมืองหนาน ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้ปรากฏตัวได้ยินจากผู้ช่วยว่า เขาย้ายกลับเมืองเจียงไปแล้วตระกูลต้วนเกิดเรื่องขึ้นหลังจากสวี่จือเหยาถูกบริษัทยกเลิกสัญญา เธอเกิดความแค้นเคืองอยู่ในใจ จึงนำวิดีโองานครบรอบโรงเรียนและเรื่องราวทั้งหมดของกล่องสุ่มจดหมายไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธออยากจะปัดความรับผิดชอบให้ตัวเองสะอาดหมดจด โดยบอกว่าทุกอย่างได้รับการยินยอมตกลงจากต้วนหมิงจิ้นแต่ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะบริสุทธิ์จริงหรือไม่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงการกลั่นแกล้งกันเป็นกลุ่มที่น่ารังเกียจอย่างถึงที่สุด ต้วนหมิงจิ้นถูกด่าจนติดเทรนด์คำค้นหา หุ้นตระกูลต้วนร่วงติดต่อกันสามวัน พาร์ทเนอร์ต่างเรียกร้องขอยกเลิกสัญญาพ่อของเขาโกรธจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ต้วนหมิงจิ้นประสบความล้มเหลวอย่างหนักถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้ ฉันเพียงนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบิน พี่ชายถามฉันว่า “ไม่ดูสักหน่อยเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “ไม่ล่ะ” ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งผู้ส่งคือต้วนหมิงจิ้นในน
ต้วนหมิงจิ้นไม่ได้จากไปในทันทีเขาเช่าบ้านอยู่แถวๆ ศูนย์พักฟื้นทุกเช้าตอนเจ็ดโมงเช้า จะมีคนเอาอาหารเช้ามาส่งที่หน้าประตูเกี๊ยวน้ำไม่ใส่ต้นหอม น้ำเต้าหู้อุ่นๆ และลูกอมรสเลมอนและยังมีโน้ตเปียโนฉบับหายากที่ฉันเคยพูดลอยๆว่าอยากอ่านฉันไม่ได้รับไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจู้สิงโจวมองดูข้าวของที่ถูกนำมาวางกองไว้หน้าประตูวันแล้ววันเล่า สุดท้ายจึงให้เจ้าหน้าที่ดูแลนำทุกอย่างส่งคืนไปทั้งหมด ต้วนหมิงจิ้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องอาละวาดเพียงแค่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามศูนย์พักฟื้นทุกวันบางครั้งฝนตก เขาก็ไม่ได้กางร่มฉันเคยยื่นหน้ามองลงมาจากหน้าต่างครั้งหนึ่งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน จนไหล่เสื้อสูทเปียกชุ่ม เหมือนกับภาพตรงหน้าสถานบันเทิงคืนนั้น ตอนที่เขาเอียงร่มมาทางฉัน แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้เดินลงไปข้างล่างพี่ชายยืนอยู่ด้านหลังฉัน"ใจอ่อนแล้วเหรอ?"ฉันส่ายหน้า "แค่รู้สึกว่า ในที่สุดเขาก็รู้จักความหนาวเย็นแล้ว"จู้สิงโจวไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปนาน เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เหมียนเหมียน อย่าเอาความเจ็บปวดของเขามาลงโทษตัวเองเลย” ฉันหันหลังกลับแล้วดึงม่านปิด “ฉันรู้” ต้วนหมิงจิ้นสต
ต้วนหมิงจิ้นตามหาจนมาถึงเมืองหนาน ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนั้นฉันพึ่งจะเดินออกมาจากศูนย์พักฟื้น ในมือหิ้วยาที่ซื้อมาให้พี่ชายพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขายืนอยู่ข้างทางดูเหมือนเขาคงนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ในตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาด ตรงคางมีตอเคราเขียวๆ ขึ้นประปราย เสื้อสูทบนตัวยังคงเรียบร้อยเหมือนเดิม แต่คนทั้งคนกลับเหมือนถูกบางสิ่งสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด เมื่อเห็นฉัน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เหมียนเหมียน"ฉันหยุดก้าวเท้าเขาก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้ามา ยื่นมือเหมือนจะรับถุงยาในมือฉันฉันเบี่ยงตัวหลบมือของต้วนหมิงจิ้นชะงักค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งต่อมา เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันมารับเธอกลับ” ฉันมองเขา“กลับไปไหน?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย"เมืองเจียง"“ฉันให้คนต่อสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ของเธอให้ใหม่แล้ว ส่วนวิดีโอตรงหอประชุมนั่นฉันก็จัดการแล้ว ไม่มีใครกล้าเอาไปแชร์ต่ออีก"เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับขอแค่สะสางเรื่องราวไปทีละเรื่องๆ ฉันก็ควรจะต้องยอมกลับไปกับเขา"ส่วนสวี่จือเหยาฉันสั่งให้ออกไปจากเมืองเจียงแล้ว""เรื่องกล่องสุ่ม ฉันจะให











