เข้าสู่ระบบฉันมีภาวะบกพร่องทางการได้ยินเล็กน้อย หูขวาได้ยินไม่ค่อยชัด ตั้งแต่เด็กจนโต เสิ่นเยี่ยนมักจะชอบยืนอยู่ทางด้านขวาของฉันเสมอ เขาบอกว่า “ทำแบบนี้เวลาคนอื่นนินทาเธอ ฉันจะได้ยินก่อน” ต่อมาพวกเราหมั้นกัน การ์ดเชิญงานแต่งงานพิมพ์เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ทุกคนต่างบอกว่าฉันโชคดีที่มีเพื่อนสนิทวัยเด็กคอยปกป้องดูแลมาสิบกว่าปี จนกระทั่งซ่งฉิงย้ายเข้ามาทำงานที่บริษัทของเสิ่นเยี่ยน หล่อนนั้นทั้งสวยและโดดเด่นสะดุดตา เวลาพูดจามักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ ตอนที่เจอหน้ากันครั้งแรก หล่อนจ้องมองเครื่องช่วยฟังของฉันอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามเสิ่นเยี่ยนด้วยรอยยิ้ม “เธอเป็นแบบนี้ ตอนกลางคืนจะได้ยินที่คุณพูดคำหวานใส่หรือเปล่าเนี่ย?” ใบหน้าของฉันซีดเผือดลงทันที แต่เสิ่นเยี่ยนกลับเพียงแค่ขมวดคิ้ว “ซ่งฉิงปากไวไปหน่อย เธอก็อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลย” ในวันซ้อมพิธีแต่งงานวันนั้น ฉันยืนอยู่ด้านนอกประตู และได้ยินเสียงซ่งฉิงกำลังอ่านคำปฏิญาณของฉันด้วยรอยยิ้ม “เสิ่นเยี่ยน ฉันยินดีที่จะเป็นหู เป็นไม้เท้า และเป็นภาระติดตัวนายไปตลอดชีวิต” ผู้คนทั่วทั้งห้องหัวเราะครื้นเครงกันยกใหญ่ เสิ่นเยี่ยนเองก็หลุดขำออกมาเช่นกัน “อย่าไปแก้บทส่งเดชสิ เดี๋ยวเธอได้ยินเข้าจะพลอยรู้สึกแย่อีก” ซ่งฉิงเอ่ยถามขึ้น “งั้นคุณยังจะแต่งงานกับเธออยู่อีกเหรอ?” เสิ่นเยี่ยนนิ่งเงียบไปสองวินาที “การ์ดเชิญก็แจกออกไปหมดแล้ว ไม่แต่งแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” ฉันยืนอยู่ตรงสุดปลายทางเดิน ในมือถือร่มคันที่เขาให้มา ซึ่งตอนนี้ยังมีหยดน้ำไหลหยดลงมา ฝนหยุดตกแล้ว ทว่าจู่ๆ ฉันกลับไม่อยากเดินเข้าไปข้างในอีกต่อไปแล้ว
ดูเพิ่มเติม「彼と結婚してからもう二十年が経つのね……」
暁(あかつき)家の令嬢であり、今は神宮司夫人である瀬奈(せな)は広い部屋でポツリと呟いた。
彼女は今日もある人物を待ち続けている。来るはずがないとわかっていながらも、瀬奈は二十年間ずっと彼の来訪を心待ちにしているのだ。
「一体どこから私は間違えてしまったのかしら……」
ベッドサイドに腰かけた瀬奈は、彼と初めて出会ったときのことを思い浮かべた。
「初めまして、神宮司湊斗です」
「……」
神宮司湊斗(じんぐうじみなと)と名乗った彼に、強く心惹かれたのを瀬奈は今でも覚えている。一目惚れだったのかもしれない。
サラサラの黒い髪、高い鼻梁、切れ長の美しい瞳、幼いながらに整った顔立ち。瀬奈は一瞬にして彼に心を奪われてしまった。
暁グループの令嬢だった瀬奈と、神宮司財閥の御曹司だった湊斗。
二人は許嫁だった。そのことを父親から聞かされたとき、瀬奈はとても喜んだ。彼女にとって初恋の相手であり、愛する湊斗と結婚できるのだと。
しかし、彼のほうはそうではなかった。
湊斗は瀬奈との婚約中、多くの女性と浮名を流した。学校の同級生、年上の社会人、父親が経営する会社の社員にまで。彼は相手の身分関係なく手を出した。
瀬奈は自分には指一本触れないにもかかわらず、他の女性と関係を持ち続ける湊斗に不満がないわけではなかった。しかし、彼に嫌われるのを恐れていた瀬奈は何も言うことができなかった。
「結婚前に遊びたいだけだろう。神宮司家の正妻になれるのだから、それくらいは目を瞑りなさい」
父親は湊斗が遊んでいることを知っていたが、瀬奈に我慢しろと言った。
両親からも味方してもらえなかった瀬奈は、必死で自分に言い聞かせた。
彼女たちはただの遊びであり、自分は神宮家の夫人となる女だ。だから結婚すればきっと自分だけを見てくれる、とそう信じていた。
しかし、現実は残酷だった。
湊斗は結婚してもなお、瀬奈の元には訪れることなく、愛人の元で夜を過ごした。そのことを責めた瀬奈に、彼は言い放った。
「お前を愛することはできない、これからは俺の行動に口を出さないでくれ」
彼の目は初めて出会った頃とは別人のように冷たかった。
それから湊斗は瀬奈に指一本触れることなく、多くの愛人を囲い、彼女たちとの間に五人もの子供をもうけた。そのうちの誰かに会社を継がせるつもりのようだ。
「奥様ったら、今日も一人ぼっちでいるわ」
瀬奈は湊斗の帰ってこない邸宅に一人取り残された。彼は今日もきっと愛人たちの住む家へ帰っているのだろう。
しかし、湊斗を愛している彼女は毎日のように彼を待ち続けた。自分の元へ来るわけがないとわかっていながらも。
そんなことを続けているうちに、二十年という歳月が経過していた。瀬奈と湊斗はお互いに三十八歳となった。
彼女は既に子を望めるような年齢ではなくなり、湊斗のほうも新しく愛人となった若く美しい女に夢中になっていると聞いている。
瀬奈の中で、何かが音を立てて崩れ落ちて行くようだった。
二十年という年月はあまりにも長すぎた。彼女の心は既に限界を迎えていた。
翌朝、心配そうに彼女に声をかけたのは湊斗の秘書だった。
「奥様……」
普段別邸で暮らしている湊斗の私物を取りに来る彼は、たびたび瀬奈とも顔を合わせていた。神宮司家で彼女を気にかけてくれていた数少ない人だ。
「今日も湊斗は愛人のところにいるんでしょう?」
「そ、それは……」
彼の秘書・中田一馬(なかたかずま)が言いづらそうに視線を逸らした。
知ったところで今さら驚きもしない。湊斗が瀬奈の元を訪れることなど、この二十年間数えるほどしかなかったのだから。
それでも彼女は彼のことを信じて待っていたが。
「いいのよ、わかっているから」
「……」
彼はうつむいた。瀬奈が辛い思いをしていることを知っておきながら、何もしてあげられないことに罪の意識を抱いていた。
しかし、今日の瀬奈の表情はいつもと違うと、彼は思った。これまでは湊斗に対する希望を見せていたにもかかわらず、今はどこか諦念に似たものを彼は感じた。
「中田さん、私最後に行きたい場所があるの。よかったら付き添ってくれない?」
「は、はい!奥様!」
”最後”という言葉に疑問を感じながらも、中田は彼女について行った。
หนึ่งปีต่อมา ฉันเปลี่ยนไปทำงานที่ใหม่เป็นผู้ออกแบบหลักสูตรอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูการได้ยินแห่งหนึ่งทุกวันต้องพบเจอเด็กๆ มากมายมีทั้งเด็กที่ชอบร้องไห้ ขี้ขลาดตาขาว หรือแม้แต่ซ่อนเครื่องช่วยฟังไว้ในกระเป๋าเสื้อและไม่ยอมสวมมันฉันจะย่อตัวลงพูดคุยกับพวกเขา และยืนอยู่ในตำแหน่งที่พวกเขาสามารถได้ยินชัดเจนไม่เร่งรีบและไม่ร้อนใจนานๆ ครั้งโจวซวี่ถึงจะหัวเราะเย้าแหย่ฉัน“ตอนนี้คุณยิ่งดูเหมือนนักบำบัดฟื้นฟูมากกว่าผมเสียอีกนะเนี่ย”ฉันหัวเราะแล้วหยอกล้อกลับไป“งั้นคุณก็หลีกทางให้ฉันสิ”เขายื่นแฟ้มเอกสารส่งมาให้ฉัน“ได้เลยครับ อาจารย์สวี่”ฉันหลุดหัวเราะออกมากับมุกของเขาวันเวลาดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาอย่างที่เคยคิดไว้เพียงแต่พอตื่นขึ้นมาวันหนึ่ง ถึงเพิ่งสังเกตว่าตัวฉันไม่ได้เสียน้ำตาให้เสิ่นเยี่ยนมานานมากแล้วหลังจากนั้นเสิ่นเยี่ยนแวะมาหาอยู่หลายครั้ง และทุกครั้งล้วนสำรวมกิริยามารยาทเป็นอย่างดีมีบ้างที่นำหนังสือนิทานภาพที่ทางศูนย์ต้องการมามอบให้บางครั้งก็ร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการการกุศลตรงช่องผู้บริจาคลงชื่อไว้ว่าหูขวา ซึ่งฉันรู้ทันทีว่าเป็นเขาทว่าฉันไม่ได้ปฏิเส
วันนั้นเสิ่นเยี่ยนไม่ได้วิ่งตามมาอีกตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เขาส่งข้อความมาหาฉันทุกวันบางทีก็เป็นคำว่าอรุณสวัสดิ์สั้นๆบางทีก็เป็นรูปถ่ายหนึ่งใบร่มสีขาวที่ซื้อมาใหม่ดอกคามิเลียประดับอกเสื้อที่ทำขึ้นใหม่รวมถึงกระดาษคำปฏิญาณที่ถูกซ่งฉิงแก้ไขจนเละเทะใบนั้น เขาก็ให้คนซ่อมแซมแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ฉัน“ฉันหาต้นฉบับกลับมาได้แล้วนะ”ฉันมองดูรูปถ่ายใบนั้นเสิ่นเยี่ยน ขอบคุณนะที่นายคอยเป็นหูข้างขวาให้ฉันมาเป็นสิบปีประโยคนี้เคยเป็นเรื่องจริงทว่ามันก็เป็นได้แค่อดีตฉันไม่ได้ตอบกลับอะไรเลยพอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันไปร่วมงานเสวนาการกุศลเพื่อผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินโจวซวี่ชวนฉันไปเป็นอาสาสมัครเขาบอกว่าเด็กๆ หลายคนที่เพิ่งเริ่มใส่เครื่องช่วยฟังมักจะกลัวโดนเพื่อนๆ ล้อเลียนฉันยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องกิจกรรม แล้วเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเอามือปิดหูร้องไห้แม่ของเธอนั่งยองๆ ปลอบโยนอยู่ข้างๆฉันเดินเข้าไปใกล้ ถอดเครื่องช่วยฟังของตัวเองออกแล้วยื่นให้เธอดู“ดูสิ พี่ก็มีเหมือนกันนะ”เด็กหญิงสะอึกสะอื้น พลางถามขึ้น“พี่สาวคะ พี่โดนคนอื่นหัวเราะเยาะไหมคะ?”ฉันนิ่งคิดครู่ห
ข่าวเรื่องการยกเลิกงานแต่งงานแพร่สะพัดออกไปจนได้กลุ่มแชทของเพื่อนที่มีร่วมกันครึกครื้นตลอดทั้งวันมีคนเข้ามาถามว่าทะเลาะกันใช่ไหมมีคนเตือนฉันว่าอย่าหุนหันพลันแล่นและยังมีคนส่งข้อความมาหาฉันอีกด้วย“อันที่จริงช่วงนั้นซ่งฉิงก็ทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ”ฉันมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใดตกดึก แม่ของเสิ่นเยี่ยนก็โทรศัพท์มาหาฉัน“นั่วนั่ว ป้าไม่ได้จะบีบบังคับหนูนะ แค่อยากจะถามดูว่า หนูกับเสิ่นเยี่ยนยังมีโอกาสเป็นไปได้อีกไหม?”ฉันกำแก้วน้ำในมือแน่น“คุณป้าคะ หนูขอโทษค่ะ”เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ“หนูไม่ต้องมาขอโทษป้าหรอก เจ้าเด็กเสิ่นเยี่ยนนี่ เป็นเพราะถูกหนูตามใจจนเสียคนไปหมดแล้วจริงๆ”ฉันชะงักไปเล็กน้อยเธอพูดขึ้นต่อ“แต่ก่อนเขาเอาแต่คิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่า ขอแค่หันกลับมา หนูก็จะยังยืนอยู่ที่เดิมเสมอ แต่คนเรามันจะยืนรออยู่ที่เดิมไปได้ตลอดกาลที่ไหนกันล่ะ”ปลายสายมีเสียงของเสิ่นเยี่ยนดังแทรกขึ้นมา“แม่ โทรคุยกับใครอยู่เหรอครับ?”คุณป้าเสิ่นนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง“นั่วนั่ว ดูแลตัวเองด้วยนะลูก”สายโทรศัพท์ถูกตัดไปฉันวางโทรศัพท์มือถือลง น้ำในแก้วเย็นลงแล้ววั
โจวซวี่เอื้อมมารับกระเป๋าจากมือฉันไปถือไว้อย่างเป็นธรรมชาติ“วันนี้เสียงรบกวนในหูข้างขวายังชัดเจนอยู่มากไหมครับ?”ฉันยกมือขึ้นแตะใบหูตัวเองเบาๆ“ดีกว่าสองวันก่อนนิดหน่อยค่ะ”เสิ่นเยี่ยนซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นลงทันที“สวี่นั่วนั่ว เขาเป็นใครกัน?”ฉันหันหน้ากลับมา“นักบำบัดฟื้นฟู”โจวซวี่พยักหน้าให้เขาเล็กน้อย“สวัสดีครับ”เสิ่นเยี่ยนไม่ส่งเสียงตอบรับใดๆสายตาของเขาตกลงบนมือของโจวซวี่ที่กำลังถือกระเป๋าของฉันอยู่“นักบำบัดฟื้นฟูจำเป็นต้องช่วยเธอถือกระเป๋าด้วยงั้นเหรอ?”โจวซวี่ส่งยิ้มบางๆ“แค่หยิบจับสะดวกมือน่ะ”เสิ่นเยี่ยนหันกลับมามองหน้าฉัน“เธอปล่อยให้ผู้ชายแปลกหน้ามาแตะต้องข้าวของของเธอได้หน้าตาเฉยเลยงั้นเหรอ?”จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดีซ่งฉิงสวมชุดกระโปรงของฉัน กลัดเข็มกลัดดอกไม้ของฉัน แถมยังแก้คำปฏิญาณของฉันอีกแต่เขากลับหาว่าฉันใจแคบตอนนี้แค่โจวซวี่ช่วยหยิบกระเป๋าให้แค่นี้ เขากลับเป็นฝ่ายถือสาขึ้นมาก่อนเสียอย่างนั้น“เสิ่นเยี่ยน นายก้าวก่ายเรื่องของฉันมากเกินไปแล้วนะ”สีหน้าของเขาแข็งค้างไปวูบหนึ่งซ่งฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆ จ





