เข้าสู่ระบบ“กลับเข้าไปในงานอาเธอร์!” เสียงทรงพลังจากด้านหลังหยุดความเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง ชายหนุ่มยืนนิ่งก่อนจะ
ค่อย ๆ หันกลับไป“ผมหมดหน้าที่แล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับมารดาเสียงเรียบ
“ยังหรอก ยังไม่หมด หน้าที่ของแกคือเป็นสามีหนูไอ
สองปี หรือจนกว่าจะมีลูกมีหลานกับหนูไอให้ฉันตามที่เราตกลงกันไว้” ท่านตอบกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน“มีลูกแล้วทุกอย่างจะจบใช่ไหมครับ?” น้ำเสียงเย็นชาที่ถูกเปล่งออกมาลอดไรฟัน ทำให้เขาดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
“ใช่”
ไอรดามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น จริงอยู่ที่การมีลูกนั้นคือข้อตกลง แต่พอพูดถึงทีไร หัวใจเธอก็เต้นแรงทุกที
“กลับเข้าไปในงานได้แล้ว และคืนนี้ก็ห้ามไปไหน เข้าใจนะ”
“ครับ ผมจะมีหลานให้คุณแม่เร็วที่สุด และหลังจากนั้นผมจะหย่าทันที รวมไปถึงรีบจัดงานแต่งกับลอลิซ่าด้วย” อาเธอร์ตะโกนเสียงดัง ราวกับว่าต้องการให้เธอได้ยินด้วย
“นี่แกยังจะกล้าแต่งงานใหม่อีกเหรออาเธอร์!”
“ทำไมผมจะแต่งไม่ได้เหรอครับคุณแม่ ก็ผมหย่าแล้ว”
“แต่ตอนนั้นแกมีลูกแล้วนะ!” ใบหน้าสวยตามวัยคิ้วขมวด ท่านไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกชายท่านคิดอะไรอยู่ด้วยซ้ำ
“ครับ ก็แค่เด็กที่ออกมาจากความใคร่ ไม่ใช่ความรัก หรือคุณแม่คิดว่าผมจะรักผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนี้ได้ลง หึ...คิดผิดแล้วครับ”
ไอรดายืนตัวแข็งทื่อเธอทำอะไรไม่ถูกจริง ๆ กับประโยคที่เขาสาดใส่ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริง เธอเห็นแก่เงินของเขาจริง ๆ นั่นแหละ
“ระวังคำพูดหน่อยเถอะอาเธอร์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกกลืนน้ำลายตัวเอง จำไว้นะแม่นี่แหละจะเป็นคนหัวเราะใส่หน้าแก”
“ไม่มีวันนั้นครับ!!”
สองแม่ลูกที่สไตล์เดียวกันทำสงครามวาจาจนไม่มีท่าทีว่าจะลดละ ท่านรักลูกชายมากก็จริง ไม่ต่างจากเขาที่รักมารดาของเขามาก แต่ทั้งคู่กลับมีนิสัยเหมือนกันจนน่ากลัว ทำให้ความรักที่มีดูเหมือนจะไม่มีเสียอย่างนั้น
“อืม...งั้นก็กลับเข้าไปในงาน จนกว่าจะรุ่งเช้าค่อยออกจากบ้าน เข้าใจไหม?”
“.....”
ชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้ต่อกรอะไรต่อ เขาเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปในงานอย่างว่าง่าย เพราะไม่อยากต่อปากกับผู้เป็นมารดาอีก และอีกอย่างหากเขาทำผิดกฎข้อตกลงที่ทำกันไว้ก็คงสูญเปล่า มารดาของเขาคงจะยกมาอ้างได้ในอนาคต
“เดี๋ยว!” ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวไปได้ไกลนักก็ถูกท้วงไว้
อาเธอร์หยุดเดินอีกครั้งแต่ไม่ได้หันกลับไปตามเสียงเรียก“.....”
“เอาหนูไอควงแขนไปด้วย”
“.....”
“อืม...อย่างนั้นแหละ” คุณหญิงแพทริเซียยิ้มออกมาอย่างพอใจ ท่านทราบดีว่าสิ่งที่กำลังกระทำนี้ คนที่จะได้รับผลมากที่สุดคือไอรดา แต่หากเธอก็เป็นคนเลือกเอง เพราะท่านเขียนข้อตกลงในใบสัญญาชัดเจนพร้อมทั้งยังกำชับให้เธออ่านทุกตัวอักษรก่อนจะเซ็น ในเมื่อเธอยืนยันไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ต้องยอมรับมันให้ได้
อาเธอร์เดินกลับเข้ามาในตัวคฤหาสน์แต่เขากลับไม่ได้เข้าไปในงาน ชายหนุ่มพาเธอเดินตัดมาอีกทางหนึ่ง โดยที่เธอเองก็ไม่ทราบว่าเขาจะพาเธอไปไหน เธอทำได้เพียงเดินตามเขามาอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
“คุณอาเธอร์จะไปไหนเหรอคะ?”
“.....”
ไอรดารวบรวมความกล้าถามออกไป แต่เขาใจร้ายนักที่ทำลายความกล้านั้นไปด้วยการเงียบใส่
“เอ่อ...”
“อยู่นิ่ง ๆ อย่าพูดมาก”
“.....”
ไอรดาหุบปากลงทันทีคำถามเดิมที่กำลังจะเอ่ยออกไปถูกกลืนลงคออย่างรวดเร็วดวงตากลมสวยมองเขาเงียบ ๆ เพราะไม่อยากส่งเสียงให้เขาดุอีก ชายหนุ่มตรงหน้าเธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาโทรหาใครสักคนใบหน้าของเขาดูกังวลมาก ถ้าหากจะให้เธอเดาเขาคงจะติดต่อหาคนรักของเขา
“ลิซ่าคุณอยู่ไหนครับ?”
(เธอร์ คุณอยู่ไหนคะ คุณจะมาหาลิซ่าไหมคะ?)
“ลิซ่าครับ ผมไปหาคุณไม่ได้”
(ทำไมคะ คุณจะทิ้งลิซ่าใช่ไหมคะ?)
“ไม่ครับ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมต้องทำตามข้อตกลง”
(ค่ะเธอร์ ลิซ่าเข้าใจคุณค่ะ)
“ผมรักคุณนะลิซ่า ขอให้คุณเชื่อใจผม”
(ค่ะ ลิซ่าก็รักคุณ ลิซ่าจะรอนะคะ)
“ครับสุดที่รักของผม”
ระหว่างที่เขาคุยโทรศัพท์เธอเลือกที่จะหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากถูกตำหนิว่าเสียมารยาท แต่น้ำเสียงของเขาที่กรอกไปตามสายเธอได้ยินมันชัดเจน น้ำเสียงที่เขาใช้พูดกับคนรักของเขาดีมากจริง ๆ หากเธอได้เป็นผู้หญิงคนนั้น เธอก็คงมีความสุขมากที่สุด
ความรู้สึกผิดเข้ามากัดกินก้อนเนื้อด้านซ้ายที่ทุกคนเรียกมันว่าหัวใจ สิ่งที่เธอกำลังทำตอนนี้คงจะทำให้ผู้หญิงอีกคนเจ็บปวดอย่างมาก แต่หากเธอเองก็เลือกไม่ได้นักหรอก คงทำได้เพียงขอโทษเธอคนนั้นผ่านสายลมเท่านั้น
“จะยืนตรงนี้ใช่ไหม?” ชายหนุ่มถามเธอด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ปะ...เปล่าค่ะ” ร่างเล็กลุกลี้ลุกลนเดินตามไปด้วยความเร็ว เธอเดาใจเขาไม่ถูกจริง ๆ เขาไม่ใช่เหรอที่เป็นคนลากเธอมาตรงนี้ แต่กลับกลายว่าเป็นเธอผิดเสียอย่างนั้น
◦◦◦◦◦◦◦
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเวลาสำคัญของงานแต่งงาน นั่นก็คือการเข้าห้องหอ เขาและเธอถูกพาตัวมาส่งในห้องนอนกว้างสีขาวสะอาดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ทั้งกลิ่นที่หอมหวานชวนหลงใหล เตียงนอนที่เต็มไปด้วยกลีบของดอกกุหลาบ รวมไปถึงดอกไม้สีหวานมากมายภายในห้องขับกล่อมให้รู้สึกถึงความ
โรแมนติกอาเธอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้างพร้อมกับปลดเสื้อผ้าของเขาออกช้า ๆ ตั้งแต่เข้ามาในห้องทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่ได้สนใจกัน ชายหนุ่มเลือกที่จะจัดการตัวเอง ส่วนเธอก็เกร็งไปหมดจนไม่กล้าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ อยู่บนโซฟาตัวนุ่ม
“จะนั่งบื้ออีกนานไหม? ไปอาบน้ำสิ ฉันไม่นิยมมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงสกปรก” แม้น้ำเสียงที่เขาเลือกใช้มันดูดุดัน แต่ความหมายที่เขาสื่อนั้นกลับทำเธอเจ็บปวด
“ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่าย รู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้น เธอจึงเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่เซ็นเอกสารสัญญาฉบับนั้น
◦◦◦◦◦◦◦
สามปีผ่านไป… จากคืนที่เขาอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังจากวันแรกที่ไอรดาได้อุ้มลูกเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตาและรอยยิ้มตอนนี้บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่ไม่เคยหยุดพูดแม้แต่วินาทีเดียว “แม่ครับ! ขนมปังไหม้หรือเปล่าแม่! หนูได้กลิ่น!” เสียงใส ๆ ของเด็กชายวัยสามขวบตะโกนมาจากห้องนั่งเล่น ในขณะที่ไอรดากำลังหมุนตัวไปมาอยู่หน้าเตา เธอกำลังทำไข่ดาว ขนมปัง และต้มโจ๊กใส่แคร์รอตฝานบาง ๆ ให้ลูกชาย มือยุ่ง ใจวุ่นและเสียงซนของลูกก็ยิ่งทำให้หันไปทางไหนก็เจอของเล่นลูกเต็มพื้นที่บ้าน “ธอร์ครับ...มาช่วยแม่จัดจานเร็วลูก” เสียงเธอตะโกนกลับอย่างอ่อนใจปนกลั้วขำ เด็กชายตัวน้อยที่ชื่อธอร์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาจากห้องนั่งเล่น มือหนึ่งยังถือหุ่นยนต์อีกตัวไว้แน่นร่างเล็กหยุดชะงักแป๊บเดียวแล้วก็ยิ้มแฉ่งเหมือนพร้อมลุยทุกอย่างบนโลกใบนี้ “ครับแม่!” เขาวิ่งไปดึงเก้าอี้มาวางหน้าชั้นวางจานปีนขึ้นอย่างคล่องแคล่วแบบที่แม่แทบจะหัวใจวายทุกครั้งที่เห็นแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือเล็ก ๆ ไปหยิบจานข้าวมาเรียงไว้ตามแนวที่แม่เตรียมไว้ให้ “วางดี ๆ นะลูกเดี๋ยวจานแตกพ่อจะหาว่าแม่ปล่อยให้ปีนอ
สี่เดือนผ่านไปจากคืนที่อาเธอร์อ่านนิทานให้ลูกฟัง วันนี้เสียงหนึ่งที่เขารอคอยกำลังจะมาถึงแต่ในขณะเดียวกันเสียงร้องไห้ของภรรยากลับเป็นเสียงที่ทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่ “อาเธอร์...ฉันเจ็บ” “เจ็บมาก...” น้ำตาอุ่น ๆ ของไอรดาไหลไม่หยุดขณะที่มือของเธอกำแน่นกับฝ่ามือเขาราวกับจะกลั่นเอาความกลัวทั้งหมดให้ไหลออกไปผ่านปลายนิ้ว เขาวิ่งตามข้างเตียงเข็นน้ำเสียงพร่าตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ อย่างไม่สนใจสายตาใคร “ไอ...เดี๋ยวก็ได้เจอลูกแล้วนะครับ! เธอเก่งที่สุด” “...ผมอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน!” “อาเธอร์...ฉันกลัว” เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ เพราะแรงเจ็บปวดที่กระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่เป็นไร...ผมอยู่ตรงนี้เราจะปลอดภัยทั้งเธอทั้งลูกแน่นอน” จนในที่สุดประตูห้องผ่าตัดก็ปิดลงต่อหน้าเขาและนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเงียบที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งมาจากด้านหลังพ่อกับแม่ของอาเธอร์มาถึงพอดีและคนเป็นแม่ก็รีบเข้ามานั่งลงข้างลูกชายทันที “ลูก...นั่งลงก่อนหายใจลึก ๆ” มือของแม่แตะลงบนบ่าเขาเบา ๆ แต่เขาทำไม่ได้อาเธอร์ยืนกุมขมับ สีหน้าเครียดจัดจนขอบตาแด
เช้าของวันใหม่เริ่มต้นด้วยความเงียบที่ผิดแปลกไปนิดหน่อย เงียบเกินกว่าปกติที่เขาจะลืมตาตื่นมาแล้วได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากสวนหลังบ้านที่ภรรยาชอบเปิดหน้าต่างไว้ แต่เช้านี้กลับมีเสียงแปลก ๆ ดังลอดมาจากห้องน้ำ เสียงอ้วกที่ทำเอาคนที่เพิ่งลืมตาตื่นต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่ง “ไอ...” อาเธอร์เรียกชื่อเธอทันทีก่อนจะควานหา เตียงว่างเปล่า... หมอนเย็นชืด... และเสียงคลื่นไส้ที่ดังอยู่นั่นทำให้เขาไม่คิดอะไรต่อนอกจากรีบพุ่งไปที่ห้องน้ำโดยไม่ทันจะใส่เสื้อด้วยซ้ำแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่ง ไอรดานั่งอยู่ข้างชักโครกร่างกายของเธอพับงอลงต่ำ มือข้างหนึ่งยันกับพื้นอีกข้างกอดท้องไว้ใบหน้าซีดเผือดและมีหยดเหงื่อซึมอยู่เต็มหน้าผาก “ไอ!...ไอเป็นอะไร!” อาเธอร์รีบย่อตัวลงข้างเธอทันที “ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแค่รู้สึกพะอืดพะอมเฉย ๆ...” เธอพยายามฝืนยิ้มแต่คนฟังกลับหน้าซีดกว่า “ไม่เป็นไรอะไรล่ะ! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!” เขาไม่รอฟังคำปฏิเสธ เขาประคองตัวเธอขึ้นจากพื้นห้องน้ำทั้งแบบนั้นช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าเธอ และคว้าเสื้อคลุมตัวแรกที่อยู่ใกล้มือมา
ชีวิตหลังแต่งงานของไอรดาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พูดจริง ๆ ก็คือมันแทบจะเปลี่ยนจากโลกความเป็นจริงไปเป็นเทพนิยายเลยด้วยซ้ำ เพราะใครจะไปคิดว่าแค่บอกชอบดอกไม้เบา ๆ กับสามีของตัวเองวันนั้นแค่พูดแบบไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำอะไร ผลที่ได้คือ...ทั้งสวนหลังบ้านถูกเปลี่ยนเป็นเรือนดอกไม้หลากสี ดอกกุหลาบ ดอกเดซี่ ลาเวนเดอร์ ไฮเดรนเยีย ไล่ไปจนถึงพีโอนีหอมฟุ้ง ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่เธอมองเห็นทุกเช้าทันทีที่เปิดผ้าม่านห้องนอน เหมือนฝันยังไงยังงั้น “นี่มันไม่ใช่ชีวิตจริงแน่ ๆ ใช่ไหม…”เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางรดน้ำดอกไม้อย่างเบามือ “ถ้ามันไม่ใช่ชีวิตจริงแล้วผู้ชายที่ยืนกอดเธออยู่จากข้างหลังตอนนี้เป็นใครล่ะ หื้ม” เสียงทุ้มขี้แซวที่ดังขึ้นตรงซอกคอทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “อาเธอร์…อย่าจูบคอสิ มันจั๊กจี้” “ไม่ให้จูบคอ จะให้จูบไหนล่ะ หื้ม” เขายังไม่เลิกกวน “เดี๋ยวเถอะ...” ไอรดาหันมาดุแผ่ว ๆ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็จูบหน้าผากเธอไปอีกทีแทนก่อนจะเอาคางวางพาดบนไหล่เธอแล้วพูดเบา ๆ “เหนื่อยไหมคะวันนี้” “ไม่เหนื่อย...”
เสียงพูดคุยสลับเสียงโทรศัพท์ที่ดังก้องไปทั่วห้องโถงของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวและกุหลาบอ่อนจางลอยปะปนอยู่กับกลิ่นน้ำหอมของทีมงานแต่งงานที่วิ่งวุ่นกันแทบจะชนกันเอง ช่อดอกไม้จากร้านชื่อดังถูกจัดเรียงลงตามซุ้มประตูที่ยังไม่สมบูรณ์ดีแต่แม้ยังจัดไม่เสร็จทุกอย่างก็ดูงดงามเกินกว่าจะละสายตาได้ ไอรดายืนอยู่เงียบ ๆ ตรงริมขอบพรมผืนใหญ่ที่กั้นพื้นที่ส่วนจัดพิธีกับพื้นที่งานเลี้ยงออกจากกัน เธอไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะขยับตัวราวกับกำลังกลัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า...จะหายวับไปหากเธอกะพริบตานานเกินไป ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะนึกฝันว่าวันแบบนี้จะมาถึงแม้แต่ในจินตนาการ...ก็ยังไม่กล้า ไม่ใช่แค่เพราะอาเธอร์ แมคเป็นใคร แต่เพราะว่า…ในสายตาเขา เธอเคยเป็นคนที่ไม่สมควรมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ “ยืนจ้องเหมือนจะร้องไห้เลยนะ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูพร้อมกับมือใหญ่อุ่นจัดที่ค่อย ๆ โอบรั้งเอวเธอเข้าไปชิดแผ่นอกกว้างโดยไม่ต้องให้เธอหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไอรดาสูดลมหายใจเข้าลึกรอยยิ้มบางคลี่ออกบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว “ก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อ..
เวลาล่วงเลยมาจนถึงพลบค่ำ มารดาของเขาและพี่สาวของเธอกลับไปแล้ว เหลือก็เพียงแต่ไอรดาเท่านั้นที่คอยดูแลอาเธอร์ตลอด ตั้งแต่เขาออกจากห้องไอซียูแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะตั้งแต่เขาฟื้นมาเธอกับเขาก็ยังไม่ได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ เลย เพราะเขาต้องกินยานอนหลับตลอดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดของแผล แต่ตอนนี้เขาอาการดีขึ้นมากจนสังเกตได้ชัดจากใบหน้าที่เริ่มกลับมามีสีตามปกติ ทำให้เธอประหม่าที่จะอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ “คุณอาเธอร์ทานมะละกอไหมคะ สุกกำลังดีเลยค่ะ เดี๋ยวไอปอกให้” ไอรดาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในห้องมันเงียบเกินไป “ไอ” น้ำเสียงที่จริงจังนั่นดึงความสนใจจากเธอได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กที่กำลังจะปอกมะละกอถึงกับวางมีดลงและหันมาสนใจเพียงเขา “ผม...ขอบคุณที่คุณดูแลผมมาตลอด” “มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไอเต็มใจ อีกอย่างที่คุณเป็นแบบนี้ก็เพราะช่วยไอ” “ที่ผมเคยทำไม่ดีทั้งหมด ผมขอโทษ คุณคงโกรธผมมากจนไม่รู้จะให้อภัยได้อย่างไร แต่ผมก็อยากจะขอโทษคะ...” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณอาเธอร์ ไอไม่ได้โกรธอะไรคุณเลย ไอเข้าใจมาตลอด คุณสบายใจได้เลยนะคะ” “ลูกดิ
ไอรดานั่งมองประตูห้องน้ำที่ด้านในมีพี่สาวเธออยู่ สมองของหญิงสาวอื้ออึงไปหมด มีหลายเรื่องที่เธอยังไม่ได้บอกพี่สาว ถึงแม้จะอยากบอกแทบตายแต่เธอก็ยังไม่กล้าพออยู่ดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรมาก ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ไอรดาจึงรีบไปช่วยพยุงพี่สาวของเธอกลับมาที่เตียงนอน “รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม
ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นวันหยุดของเธอแต่งานที่บ้านกับไม่ให้เธอพักเสียอย่างนั้น ทั้งต้องปัดกวาดเช็ดถู ไหนจะซักเสื้อผ้า เก็บตู้เย็น ดูแลสวนและอีกมากมาย เนื่องจากเธอต้องไปทำงานทำให้ไม่มีเวลาดูแลบ้านอย่างที่ควรจะเป็น ใบหน้าสวยมองไปที่นาฬิกาพบว่าตอนนี้ล่วงเลยมาจนสาย
ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรูม่านตาให้เข้ากับแสงที่สาดส่องมายามเช้า นาฬิกาบอกเวลาเข็มยาวชี้เลขสอง เข็มสั้นชี้เลขหก เป็นเวลาหกโมงเช้าสิบนาที เธอตื่นเป็นปกติเพราะเมื่อก่อนหญิงสาวต้องรีบไปทำงานตั้งแต่รุ่งสาง ร่างเล็กลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปเตรียมอาหารเช้าสำหรับใส่บาตรและสำหรับสา
อาเธอร์เดินลงมาด้านล่างหลังจากที่เขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ วันนี้ทั้งวันเขาไม่ได้ไปทำงานเพราะมัวแต่วุ่นวายกับชีวิตครอบครัว ไหนจะต้องไปรับลอลิซ่าเพื่อขนของมาไว้ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ อีกเรื่องใหญ่ก็คงจะเป็นเรื่องภรรยาตีทะเบียนของเขาที่แอบนัดชู้มาทำเรื่องเสื่อมเสียในบ้าน







