로그인ตอนพิเศษ 6“อีกไม่นานหนูก็จะไปปักกิ่งแล้ว แม่จะคิดถึงหนูไหม” เซิงอู๋ลี่ถามแม่เสียงแผ่วเบาจี้อู๋เจินยิ้มพลางตักซุปใส่ชาม “คิดถึงสิ แต่แม่ดีใจมากกว่า ที่ลูกได้ไปเรียนในที่ที่อยากไป แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ รับปากแม่ก่อน” เธอบอกอย่างอ่อนโยน“ค่ะ หนูจะดูแลตัวเองดีๆ หนูจะทำอาหารกินเองบ้าง ไม่ให้ผอมเกินไปหรอกค่ะ” ลูกสาวพยักหน้ารับทันที ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่ออาหารถูกยกออกมาวางเต็มโต๊ะ สีสันสดใส ทั้งยังมีกับข้าวร้อน ๆ ซุปใสหอมกรุ่น และอาหารจานเล็กที่จัดอย่างพิถีพิถันเซิงเหยาฉวนมองแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “เหมือนตอนลูก ๆ ยังเล็กเลยนะ โต๊ะนี้ไม่เคยเงียบเหงา”ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าว กินไปคุยไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาเรื่องงาน เรื่องเรียน และเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เซิงเหยาเหลียงเล่าถึงโครงการใหม่อย่างจริงจัง เซิงอู๋ลี่พูดถึงมหาวิทยาลัยในปักกิ่งด้วยแววตาเป็นประกาย จี้อู๋เจินกับเซิงเหยาต่างก็ฟังอย่างตั้งใจอีกไม่กี่ปีถัดมา เซิงหล่ายกรุ๊ปก็เปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์ โดยแทบไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนใด ๆ เซิงเหยาเหลียงรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารอย่างเต็มตัว เขาดูแลโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ ด้ว
ตอนพิเศษ 5กาลเวลาผ่านไปราวยี่สิบปี จากเด็กชายตัวเล็กที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในสวน วันนี้เซิงเหยาเหลียงเติบโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ไหล่กว้าง หลังตรง แววตานิ่งสุขุมคล้ายผู้เป็นพ่อ แต่ในความสงบนั้น ยังมีประกายความมุ่งมั่นที่แตกต่างออกไป เป็นชายหนุ่มที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองเช้าวันแรกที่เขาก้าวเข้าไปในสำนักงานก่อสร้าง ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการอย่างเป็นทางการ เซิงเหยาฉวนยืนมองลูกชายจากระยะไม่ไกล เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองเงียบ ๆ ราวกับอยากจดจำภาพนี้เอาไว้ให้ชัดเจนเซิงเหยาเหลียงก้มลงตรวจแบบก่อสร้าง เขาพูดคุยกับหัวหน้าคนงานอย่างสุภาพแต่หนักแน่น ทุกคำสั่งชัดเจน ไม่มีลังเล จี้อู๋เจินที่นั่งอยู่ในรถ มองผ่านกระจกออกไปก็อดยิ้มไม่ได้ มือกำแน่นด้วยความรู้สึกตื้นตัน“เขาโตจริง ๆ แล้วนะ” เธอพูดกับสามีเบา ๆเซิงเหยาฉวนพยักหน้าและพูดเบา ๆ “ใช่ โตจนไม่ต้องพึ่งเราแล้ว”แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในน้ำเสียงกลับมีทั้งความภูมิใจและความอาลัยปะปนกัน เขายังจำได้ดีถึงวันที่ลูกชายร้องไห้เพราะหกล้ม จำได้ถึงมือเล็ก ๆ ที่เคยจับนิ้วเขาแน่น วันนี้มือคู่นั้นกลับถือแบบพิมพ์เขียว และตัดสินใจแทนคนทั้งไซต์งานได้อย่างเด็ดขาดเซิงเหยาเ
ตอนพิเศษ 4ห้องคลอดของโรงพยาบาลเงียบสงบกว่าที่จี้อู๋เจินคิดไว้ แสงไฟสีขาวนวลส่องสว่างอย่างพอดี กลิ่นสะอาดของยาฆ่าเชื้อ ทำให้เธอรู้สึกหนาวเย็นขึ้นอย่างประหลาด แม้จะมีอาการเจ็บท้องเป็นระยะ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในระดับที่เธอรับมือได้เซิงเหยาฉวนยืนอยู่ข้างเตียง เขาไม่ยอมไปไหนตั้งแต่เธอถูกพาเข้ามาในห้องนี้ เขาจับมือเธอไว้แน่น รู้สึกได้ถึงแรงบีบเบา ๆ ทุกครั้งที่มดลูกบีบตัว แต่แทนที่จะตื่นตระหนกเหมือนที่เคยจินตนาการไว้ เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น“หายใจตามที่พยาบาลบอกนะ ไม่ต้องเกร็ง” เขาพูดเสียงนุ่มกับภรรยา เขาพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นจี้อู๋เจินพยักหน้าและทำตามคำแนะนำของสามีอย่างตั้งใจ เธอไม่ได้ร้องโวยวาย ไม่ได้ตื่นตระหนก เพียงแค่ตั้งสมาธิ หายใจลึก ๆ และปล่อยให้ร่างกายทำหน้าที่ของมัน ทุกครั้งที่รู้สึกเจ็บ เธอจะมองหน้าเซิงเหยาฉวนเหมือนขอพลังใจ และเขาก็จะตอบกลับด้วยสายตาที่มั่นคงเสมอเวลาผ่านไปไม่นานอย่างที่คิด แพทย์ตรวจดูแล้วบอกว่าช่องคลอดเปิดครบตามที่ต้องการ สามารถเบ่งคลอดได้ จี้อู๋เจินทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ความเจ็บแล่นผ่านเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจ
ตอนพิเศษ 3ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา บ้านหลังเล็กที่เคยเงียบสงบ ก็เหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นอีกขั้น จี้อู๋เจินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม มือหนึ่งวางบนท้องที่ยังแบนราบ แต่อีกไม่นานก็จะเปลี่ยนไป หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล และทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกันเซิงเหยาฉวนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขานิ่งไปนานกว่าปกติ สายตาจ้องมองท้องของเธอราวกับไม่กล้ากะพริบตา เมื่อได้ยินคำยืนยันจากหมอ ชายหนุ่มที่เคยสุขุมเยือกเย็น กลับเหมือนคนถูกสะกดคำพูดไว้ในลำคอ“หมายความว่า…” เสียงเขาเบาจนแทบเป็นเสียงลม “ผมจะได้เป็นพ่อแล้วใช่ไหม”จี้อู๋เจินพยักหน้ารับ เธอยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตากลับแดงเล็กน้อย “ใช่ค่ะ เรากำลังจะมีลูกแล้ว พี่ดีใจไหมคะ” เธอถามเขาอย่างยิ้มแย้ม และเรียกเขาอย่างเป็นกันเองมากขึ้นคำว่า “ลูก” ทำให้เซิงเหยาฉวนหัวใจพองโตขึ้นมา เขาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเธอช้า ๆ ราวกับกลัวจะทำให้เรื่องทั้งหมดหายไป จากนั้นก็ยื่นมือไปแตะท้องของเธออย่างลังเล ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย“ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณและลูกให้ดีที่สุด” เขาพูดเสียงหนักแน่นแต่อบอุ่นไม่น้อยตั้งแต่นั้นมา เซิงเหยาฉวนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาตื่นเช
ตอนพิเศษ 2“พี่เหยาฉวน” จี้อู๋เจินเรียกชื่อเขาเสียงเบา หลังจากวางชามข้าวลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว “ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย”เซิงเหยาฉวนเงยหน้าขึ้นจากชาม เขาขมวดคิ้วถาม “เรื่องอะไร เรื่องงานเหรอ” เขายังไม่วายคิดถึงเรื่องงานเป็นสิ่งแรกเธอส่ายหน้า ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามสามี มือทั้งสองประสานกันเล็กน้อย เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะพูดขึ้น “เรื่องอนาคตของพวกเรา”เขานิ่งไปชั่วครู่ สีหน้าจริงจังขึ้นโดยอัตโนมัติ “พูดมาเถอะ ผมฟังอยู่”“ฉันคิดว่า…พวกเราควรวางแผนเรื่องลูกได้แล้ว” จี้อู๋เจินเองก็พูดและมองเขาด้วยสายตาที่จริงจังเช่นกันคำพูดนั้นทำให้เซิงเหยาฉวนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย “คุณคิดถึงเรื่องนี้มานานแล้วเหรอ”“ก็หลายเดือนแล้ว” เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดอีกว่า “ชีวิตตอนนี้เริ่มลงตัว เซิงหล่ายกรุ๊ปก็มั่นคง งานทุกอย่างก็เดินหน้าไปได้ดี ฉันรู้สึกว่าพวกเราพร้อมแล้ว ถ้าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคน บ้านคงอบอุ่นมากขึ้น”เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธอเบา ๆ แล้วถามอย่างอบอุ่น“แล้วคุณอยากมีลูกกี่คน”“สองคน” เธอตอบแทบจะทันที ดวงตาเป็นประกาย “ผู้ชายหนึ่ง ผู้หญิงหนึ่ง” เธอยกนิ้วขึ้นมาสอ
ตอนพิเศษ 1เช้าวันนี้อากาศสดใสมากกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านสีหม่นเข้ามาในห้องนอน เซิงเหยาฉวนลืมตาตื่นตามแสงสว่างที่ส่องเข้ามาแยงตา เขาเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่ข้างเตียง เวลาเพิ่งเลยหกโมงเช้าเล็กน้อย เป็นเวลาที่เขาควรลุกไปเตรียมตัว เพื่อออกไปตรวจงานก่อสร้างที่ไซต์งานตามปกติทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะลุกขึ้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านข้าง “วันนี้อย่าไปไหนเลยนะ”เซิงเหยาฉวนชะงักเล็กน้อย มือที่กำลังจับขอบเตียงหยุดนิ่ง เขาหันไปมองจี้อู๋เจินที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ด้วยสายตามีคำถาม ก็เห็นดวงตาของเธอใสแจ๋ว สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตานั้นบอกชัดว่าไม่ได้พูดเล่น“ไม่เอาน่า วันนี้ผมมีประชุมตอนสาย” เขาตอบตามความเคยชินจี้อู๋เจินส่ายหน้าเล็กน้อย “ยกไปวันอื่นเถอะ อีกอย่างที่ไซต์งานก็มีอาอวิ๋นรุ่ยอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอกน่า”คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ นับตั้งแต่กลับมารับหน้าที่ผู้นำตระกูลเซิง เขาแทบไม่เคยมีวันหยุดเป็นเรื่องเป็นราว งานก่อสร้าง เอกสาร การประชุม ล้วนถาโถมเข้ามาไม่หยุด แม้แต่เวลานอนยังถูกบีบให้สั้นลงทุกวัน เขารู้ตัวว่าจี้อู๋เจินเป็นห่วง แต่ไม่คิดว
บทที่ 6 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70“ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ค่ะ แต่พอมาคิด ๆ ดูแล้ว ก็น่าจะมีเหตุผลเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้เธอกล้าทำเรื่องร้ายแรงถึงขั้นจะเอาชีวิตฉัน” หญิงสาวพูดออกไปอย่างที่คิด และเท่าที่จำได้จากความทรงจำของร่างเดิม “ฉันเชื่อว่าหนิงหนิงก็ชอบเวินเหม่า จึงต้องการกำจัดฉันให้พ้นทางค่ะ” น้ำเ
บทที่ 5 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70“จริงเหรอคะพ่อ งั้นฉันจะรักษาตัวดี ๆ จะทำตามที่พ่อบอกทุกอย่างเลยค่ะ” จี้อู๋เจินตอบพร้อมกับยิ้มให้พ่อแม่“ดีมากลูกพ่อ ช่างเป็นลูกที่ว่านอนสอนง่ายเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ” จี้กวงพูดพลางหัวเราะอย่างพอใจ เฉิงลู่เองก็หัวเราะออกมาเหมือนกันซึ่งเพียงคำพูดไม่กี่คำ ก็ทำให้จี้อู๋เจิ
บทที่ 4 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70‘ไหน ๆ ก็ทะลุมิติมาแล้ว คงไม่มีตัวเลือกอะไรให้อีกสินะ และต่อให้อยากจะกลับไปก็คงกลับไปไม่ได้แล้ว การที่ฉันทะลุมิติมาที่นี่ได้ นั่นก็คงหมายความว่า... ฉันได้ตายไปแล้ว’ จี้อู๋เจินคิดอย่างคนปลงตกเธอพยายามนึกย้อนกลับไปตอนที่เธออยู่ที่โรงแรมหว่านซีอีกครั้ง แล้วก็จำได้ว่
บทที่ 3 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70ส่วนจี้อู๋เจินเจินที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตายแล้ว ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าภาพตรงหน้าที่เธอเห็น กลับไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย “ที่นี่ที่ไหนกันนะ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” เธอถามตัวเองเสียงเบา ๆ สายตากวาดมองไปรอบ ๆ โดยหวังว่าจะเจออะไรที่สามาร







