Masukส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
“แต่อี้...” วนิดารีบแย้ง หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่คิดปฏิเสธ แต่คืนนี้อคิราห์มีนัดเดตสำคัญ “เรากับพี่เขาจะไปเดตกันที่โรงแรม คืนนี้เรายกห้องเราให้หนูนิด” แค่มองตาก็พอรับรู้ถึงความกระอักกระอ่วน ขณะที่คนฟังไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด เจ็บหัวใจยิ่งกว่าเดิม “นิดว่า นิดไปนอนบ้านคุณย่
“ถ้าเราหึงกับหวงล่ะ” หญิงสาวดึงสติกลับมาตอบไปเสียงหนัก หรือว่าเธอควรสารภาพรักออกไปตอนนี้เลย จังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมแว่วมา “นิดมาหึงหวงอะไรกับเพื่อนยะ เราเคยสัญญาแล้วไงว่าเราจะเป็นเพื่อนกับนิดตลอดไป เราไม่ทิ้งนิดแน่นอน” เขาเข้าใจว่าวนิดาอาจกังวลว่าจะถูกทิ้ง ถูกเลิกคบ
เมื่อไปหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ในร้านไอศกรีมชื่อดังแล้วอคิราห์ก็เอ่ยสั่งทันที โดยไม่ต้องเรียกดูใบเมนู “เอาเป็นช็อกโกแลตหนึ่งที่ครับ แล้วหนูนิดเป็นสตรอว์เบอร์รีเพิ่มวิปครีมเหมือนเดิมเนอะ” วนิดาพยักหน้าตอบรับคนที่รู้ใจกันแทบทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่เธอแอบปกปิดเอาไว้ พอนึกถึงปากก็ขบ
บทที่ 3 อคิราห์ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงสแล็กส์สีเข้มมาสายไปเกือบสิบนาที เจ้าตัวเดินไปหยุดยังโต๊ะของเลขาฯ คนสนิทที่วันนี้มาทำงานตามปกติ จังหวะเดียวกันนั้นดวงหน้าหวานก็เงยขึ้นมาสบสายตา พวงแก้มของวนิดาแดงระเรื่อนิดๆ แต่แววตายังมีความรู้สึกผิดขังอยู่ แล้วส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้คนที่







