เข้าสู่ระบบบทที่ 10
วนิดามีอาการกระสับกระส่ายเมื่อโทร.ไปหาอคิราห์เป็นครั้งที่สิบสามแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับสายเลย ขณะนี้เธอกำลังอยู่บนรถแท็กซี่มิเตอร์ มุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมของอคิราห์
เมื่อถึงที่หมายสองเท้าก็รีบจ้ำตรงไปยังล็อบบีอาคารเอ สายตากวาดมองหาอคิราห์เผื่อเจ้าตัวจะนั่งอยู่ เมื่อไม่พบจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารแทน ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นเธอก็ส่งเสียงทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณนิด”
“นิดมาหาอี้ อี้กลับเข้ามาหรือยังคะ”
“คุณอี้ยังไม่กลับเข้ามาเลยค่ะ”
“หรือคะ... งั้นนิดขอนั่งรอนะคะ”
คำตอบที่ได้ทำให้วนิดายิ่งกังวล ทว่าคงทำได้เพียงแค่รอ ก่อนหน้านี้ไลน์ไปหาพวกพี่สาวของอคิราห์แล้ว แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ไปหา ระหว่างนี้เธอก็ส่งข้อความผ่านไลน์ไปเพิ่ม
NID : รับโทรศัพท์นิดหน่อยอี้
NID : นิดอธิบายได้
ทว่าอคิราห์ไม่แม้แต่จะอ่านข้อความกัน โทร.ไปก็ไม่รับเหมือนเดิม วนิดาจึงติดต่อไปหาธนัชชา
“ว่าไงยัยหนูนิด” เสียงแหลมๆ ส่งผ่านโทรศัพท์มา
“อี้ได้ไปหานัทไหม” เธอรีบถามไปอย่างรีบร้อน
“นังอี้เหรอ ไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า” ธนัชชาจับน้ำเสียงผิดปกติได้
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ถ้าอี้โทร.หานัท บอกนิดด้วยนะ”
“ได้ๆ”
วนิดากดวางสายหลังได้คำตอบรับ ใจแป้วลงกว่าเดิมเมื่อไม่พบอคิราห์เสียที เธอนั่งขบปากครุ่นคิดอยู่อีกพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจไปร้านเหล้าร้านประจำสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทว่าก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง
“ที่นี่ก็ไม่มี”
เป็นเวลาเกือบสามชั่วโมงแล้วที่หญิงสาวตามหาอคิราห์ไม่เจอ
NID : นิดรออยู่ที่คอนโดฯ นะอี้
สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ไม่พ้นการกลับไปรออคิราห์ที่คอนโดมิเนียมของเจ้าตัว หลังพิมพ์ข้อความเสร็จก็ตรงดิ่งกลับไป ทว่านั่งรถไปถึงแค่ครึ่งทางเท่านั้น สมาร์ตโฟนในมือก็ส่งเสียง
วนิดารีบหยิบมาดูหวังว่าจะเป็นคนที่ตามหา แต่เป็นธนัชชา
“ยัยหนูนิดอยู่ไหน” ปลายสายร้องถามเสียงร้อนรน ก่อนจะหันไปดุใครบางคน “อยู่นิ่งๆ เลิกกินได้แล้ว”
“นิดกำลังจะไปรออี้ที่คอนโดฯ” วนิดาตอบกลับ ขณะที่หูได้ยินเสียงบางอย่างแว่วเข้ามา
‘วนิดาใจร้าย’
“ไม่ต้องไป รีบมาร้านลุงเบิ้ม ฉันต้องการกำลังเสริมด่วน นังอี้อยู่ที่นี่”
“นิดจะรีบไป”
“เร็วๆ เลย มันเพ้ออะไรของมันก็ไม่รู้”
วนิดาได้ยินอย่างนั้นก็รีบเอ่ยบอกให้โชเฟอร์แท็กซี่เปลี่ยนทิศทาง เสียงที่แว่วเข้ามาไม่พ้นเสียงของอคิราห์ที่กำลังเมาน่าดู
ใช้เวลาไม่นานก็ถึงร้านยาดองของลุงเบิ้ม ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านเหล้าร้านประจำ ไม่นึกเลยว่าอคิราห์จะไปที่นั่น
“เรามาแล้ว” หญิงสาวรีบปรี่เข้าไปหา
“ยัยนิดทะเลาะอะไรกัน ทำไมทำให้มันเมาเรื้อนได้ถึงขนาดนี้” ธนัชชาส่งเสียงถามทันที พลางยกมือขึ้นเท้าเอวอย่างต้องการคำตอบ แล้วปรายตามองเพื่อนที่สภาพนั้นดูไม่ได้ ทั่วทั้งตัวมีแต่กลิ่นยาดอง
“มีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อยน่ะ” วนิดาว่าแล้วไปทิ้งตัวลงนั่งข้างอคิราห์ที่ในมือถือแก้วยาดองอยู่
“ไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง”
ธนัชชาว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะปกติคู่นี้ไม่ค่อยงอนหรือโกรธกันสักเท่าไร ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันและยอมกันมาเสมอ แต่ถึงขั้นทำให้อคิราห์เมาแอ๋แบบนี้ได้แสดงว่าเรื่องใหญ่ชัวร์
วนิดายิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรดี
“ง้อมันเถอะ” ธนัชชาบอก ไว้อธิบายกับเธอหลังจากนี้ก็ยังทัน ตอนนี้ควรง้อคนเมาที่บ่นอยู่ในลำคอไม่หยุด ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง
“อี้” วนิดาส่งเสียงเรียกคนเมา ยื่นมือไปแตะที่หลังมือ “พอแล้วอี้ เลิกกินเถอะ”
“นิด...นิดเหรอ” อคิราห์เอียงคอแล้วขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงคนที่โกหกกันหรือเปล่า
“อื้อ นิดเอง” วนิดาให้คำตอบ เพียงเท่านั้นมือหนาก็ปัดมือเธอทิ้ง
“ไม่เอา...ไม่คุย ลุงเบิ้มเอายาดองมาให้อี้อีก”
ส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
“เฮียไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับอี้ที่นี่” ชายที่ไว้ผมทรงเปิดข้างยิ้มสำแดงอาการดีใจแบบสุดๆ พลางพิจารณามองอคิราห์ที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี “อี้ก็เหมือนกันค่ะ” คนถูกเรียกขานนั้นมีอาการดีใจไม่ต่างกัน เขาไม่ได้ข่าวอีกฝ่ายเ
ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตี
“แดดคงหมดแล้วแน่ๆ” เขาขับเคลื่อนรถไปด้วยความเร็วไม่มากนัก โดยมีเสียงเพลงขับกล่อมไปตลอดทาง มีจอดแวะพักปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อเครื่องดื่มบ้าง กว่าจะไปถึงร้านอาหารตามรีวิวพระอาทิตย์ลูกโตก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี “สวยเนอะนิด ว่าแต่นิดอยากกินอะไรบ้าง” เขาชื่นชมความสวยของวิวเ
“พอแล้วอี้” วนิดารีบเบรกหลังเห็นอีกฝ่ายมองมา เท่านี้เธอก็จะเดินขาสั่นแล้ว หากมีอีกรอบคงไม่พ้นต้องเปลี่ยนเป็นคลานแน่ “อะไร เราจะถามว่าตัวเองลุกไหวไหม จะให้ไปอาบน้ำ เดี๋ยวเราต้องไปทะเลกัน” อคิราห์ตวัดตาค้อนคนคิดไปไกล ทว่าจังหวะนั้นก็ทำท่านึกเสียดายขึ้นมา “ทะเล?” ว







