ログインบทที่ 6
“เจ้สอนหนูอ่อยหน่อย หนูไม่เคยอ่อยเลย” วนิดาขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
“ได้สิ” เจ้มิกซ์ซี้ดปาก ยินดีจะสอนเคล็ดลับเด็ดๆ ให้กับรุ่นน้องที่เอ็นดู
“แต่หนูขอดื่มย้อมใจสักแก้วสองแก้วก่อนนะ”
“จัดไปยัยหนูนิด”
เจ้มิกซ์ยกมือขึ้นประกอบท่าทางแล้วชี้ให้วนิดานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับกลุ่มเพื่อนสนิท ที่ธนัชชากำลังกวักมือเรียก
“นัทมานานยัง” วนิดาเอ่ยคำทักทาย
“นานแล้ว กว่าจะมาได้นะยัยหนูนิด ที่ช้านี่เพราะไปย้อมผมมาเหรอ สีแดงถูกใจเรามาก” ธนัชชามองเส้นผมสีแดงที่ดูนุ่มสลวยเงางาม บ่งบอกว่าทำทรีตเมนต์มาด้วย เห็นแล้วก็นึกอยากจะเปลี่ยนสีผมบ้าง
“ใช่ เข้ากับนิดไหม ว่าแต่อี้มานานแล้วเหรอ” วนิดาตอบพร้อมหันไปถามเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม แล้วยกมือขึ้นจับปลายเส้นผมที่มีกลิ่นหอม
“อืม”
อคิราห์ครางตอบ พยายามเก็บอาการที่ผุดขึ้นในใจ สายตามองพิจารณาคนที่มาในลุคใหม่ แต่ไม่ได้ถึงขั้นตกตะลึง เพราะสมัยมหาวิทยาลัยก็เคยเห็น เวลาเที่ยวทั้งเขาและวนิดาต่างก็ใส่สุดกันทั้งคู่ จากนั้นก็เห็นเพื่อนสั่งเหล้าที่มีดีกรีร้อนแรงมาสองแก้ว
วนิดากระดกเหล้าเข้าปากราวกับน้ำเปล่าเรียกความกล้า คืนนี้เธอมีเป้าหมายที่ชัดเจนและไม่คิดเปลี่ยนใจ ทว่าจังหวะหนึ่งก็เหลือบมองคนที่นั่งใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มไม่หยุด แค่เห็นก็รู้ได้ว่าเธออาจจะถูกงอนคืนเข้าแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่เวลามานั่งง้อ เพราะเธอจะมาอ่อยผู้
ราวห้านาทีวนิดาก็หันไปบอกกับรุ่นพี่ที่ยืนชนแก้วกับรุ่นน้องในสายรหัสไม่หยุด
“หนูพร้อมแล้วเจ้”
“เริ่มแรกแกต้องออกไปเต้น บดๆ ยั่วๆ ก่อน แล้วกวาดสายตามองคนที่แกอยากได้ไว้” รุ่นพี่บอกขั้นตอนแรก “แล้วแกก็ส่งสายตาให้เขา...แบบหวานๆ ฉ่ำๆ เรียกให้เขามาหา”
“ได้ค่ะเจ้”
“เอาให้เซ็กซี่ที่สุดเลยนะ”
“นิดจะใส่ให้เต็มที่เลยค่ะ”
วนิดาคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไร เมื่อเธอก็เคยเต้นมาบ้าง แต่อาจจะไม่ได้เย้ายวนยั่วอารมณ์ ออกแนวเอามันอย่างเดียว ทว่าในวันนี้คงต้องเพิ่มลีลาที่ดูเซ็กซี่เข้าไปพร้อมกับจริตความเล่นหูเล่นตา ก้มมองชุดตัวเองเล็กน้อยแล้วถึงหันไปหาอคิราห์กับธนัชชา
“เดี๋ยวนิดออกไปเต้นก่อนนะอี้ นัทไปไหม”
“เดี๋ยวตามไป...”
ธนัชชาส่งสัญญาณให้เพื่อนเดินนำไปก่อน เธออยากจะดื่มเสียหน่อย เมื่อครู่นี้มัวแต่สนทนากับคนในสายรหัสจนเหล้ายังไม่ถึงท้อง
วนิดาทำท่าโอเคแล้วลุกพึ่บไปอย่างมั่นใจ เดินแหวกผู้คนไปยังกลางฟลอร์ แล้วเริ่มโยกตัวไปมาช้าๆ ตามจังหวะเสียงเพลง ระหว่างนั้นก็หมุนตัวไปรอบๆ ตามคำบอกของเจ้มิกซ์ มือบางยกสูงขึ้นมาเหนือศีรษะแล้วโยกเอวซ้ายขวา ส่งผลให้เสื้อเลิกขึ้นสูงอวดเอวคอดและผิวขาวเนียน หญิงสาวปล่อยใจไปตามอารมณ์และบรรยากาศสนุกสนาน
“นังอี้” ธนัชชาร้องเรียกเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งหน้าบูดอยู่
“อะไร” อคิราห์ตวัดสายตามอง
“ยัยนิดเร่าร้อนมากเลย ดูนางเต้นดิ โคตรยั่ว”
ถึงธนัชชาไม่บอกเขาก็เห็นเต็มสองตา เพราะนั่งจ้องตั้งแต่วนิดาขยับตัวเดินห่างออกไป พลันมองเอวเล็กคอดที่กำลังร่อนไปมา “ทำไมอยู่ๆ นางอยากมีผู้ขึ้นมา”
ธนัชชาอดจะแปลกใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นวนิดาให้ความสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไร แม้สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเจ้าตัวจะเคยมองหนุ่มๆ อยู่บ้าง“ฮีตมั้ง…” อคิราห์ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างแล้วนั่งเท้าคาง โฟกัสคนที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้ ก่อนจะมองสบตาคู่เล็กที่กำลังมองมาเช่นกัน จังหวะนั้นวนิดาก็รวบผมขึ้นอวดต่างหูเพชรที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดพร้อมกับบดสะโพกต่ำลงอย่างเซ็กซี่
ตอนนั้นเขาคะยั้นคะยออยู่นานกว่าเจ้าตัวจะยอมรับของขวัญชิ้นนี้และไม่ยอมใส่มันเลยเพราะกลัวทำหาย ทว่าเวลานี้กลับใส่มันมายั่วผู้ชายเสียได้
“สงสัยถึงเวลาวนิดาแกรนด์โอเพนนิงแล้ว”
ธนัชชาคิดว่าวนิดาคงอยากมีคนข้างกายบ้าง สายตามองเพื่อนที่วันนี้ดูยั่วยวนเป็นพิเศษ ถือเป็นสาวฮอตที่โดดเด่นคนหนึ่งในร้านเลยก็ว่าได้
บทพิเศษ “ป๊ะป๋าขา” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ย่ำถี่ตรงไปยังห้องนอน หลังถูกมารดาพาไปอาบน้ำ “ขา” ไม่ถึงนาทีคนที่ถูกเรียกก็ขานรับเสียงหวาน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏ ก่อนจะรับลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด “ถักเปียให้หน่อยค่ะ” เด็กหญิงศนิรีบอ้อนบิดา “มาค่ะ เดี๋ยวป๊ะป๋าถักให้ แล้วหม่าม้าล่ะคะ” การถักเปียไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับอคิราห์ เมื่อเขารับหน้าที่ถักผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเป็นประจำอยู่แล้ว พลันก้มหน้ามองยัยตัวเล็กเบอร์สองบนหน้าตัก ชื่อของลูกนั้นแปลว่าดาวเสาร์ เขาตั้งมันจากความชอบดูดาวของภรรยา “ทำข้าวต้มอยู่ค่ะ” เด็กหญิงศนิทำท่าชี้นิ้วไปยังห้องครัว “โอเคค่ะ หนูนิตื่นเต้นไหมคะ” อคิราห์พูดคะขากับลูก แววตาเปี่ยมไปด้วยรัก “ตื่นเต้นค่ะ” ศนิตอบด้วยความดีใจ เพราะในวันนี้จะได้มีเพื่อนใหม่อย่างเป็นทางการ อคิราห์ยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่ไม่ค่อยกลัวสิ่งใด มีแต่คนเป็นพ่อที่แอบกังวลเมื่อในวันนี้ต้องส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนตรียมอนุบาล เห็นเด็กน้อยในชุดนักเรียนแล้วก็ตื้นตันอยู่ไม่น
สองปีต่อมา “เจ้ อี้ว่ามุมนั้นดีกว่า” “เค” อมิตาพยักหน้าตอบรับน้องชาย แล้วยกกรอบรูปขึ้นนำไปวางตั้งไว้ในมุมด้านซ้าย ขณะน้องนั้นเดินตามติดมา ก่อนเสียงเจ้าตัวจะดังขึ้นอีก “เจ้ หรือว่ามุมเก่าดีกว่า” อคิราห์ยกมือขึ้นลูบคางแล้วเดินไปรอบกรอบรูป เกิดความลังเลใจ วินาทีนั้นก็มีเสียงแว้ดดังขึ้น “โอ๊ย สรุปว่าแกจะไว้มุมไหน เลือกมาสักมุม ฉันขยับจนเหนื่อยแล้ว” อมิตาไม่วายบ่น เธอขยับขาตั้งและกรอบรูปมารอบที่สามแล้ว แต่น้องก็ยังไม่พอใจเสียที ส่วนอลิษาและอริสราตอนนี้อยู่ในห้องครัว กำลังช่วยกันทำขนมหวานสำหรับพิธีสงฆ์ช่วงเช้า “จี้ตัดสินใจไม่ได้อะเจ้” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคนที่ช่วยตัดสินใจ “นิดจ๋า...ออกมาหาอี้หน่อย” ไม่นานเท่าไรวนิดาก็เดินตรงมาหา “เราเอารูปพรีเวดดิงไว้ตรงไหนดี” อคิราห์ชี้นิ้วบอกจุดที่จะวางภาพพรีเวดดิง ซึ่งเป็นภาพถ่ายบนเตียงนอน ที่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ ทำท่าถือลิปสติก ส่วนวนิดานอนเกยอยู่ที่แผ่นหลัง ผมผูกโบสีชมพู “มุมนั้นอี้” วน
บทพิเศษ วนิดาถูกพาขึ้นรถคันเล็กในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก่อนจะมาจอดยังหน้าร้านที่มีลักษณะเหมือนคาเฟ มีตู้ขนมทำให้แปลกใจไม่น้อย “อี้พานิดมาเอาแหวนที่นี่เหรอ เหมือนเป็นคาเฟเลย” “ใช่ แต่ก่อนจะเอาได้ พวกเราต้องลงมือทำเสียก่อน ร้านนี้เปิด workshop ทำแหวนน่ะ” เจ้าของความคิดอธิบาย “นิดชอบอะ งั้นนิดทำให้อี้ อี้ทำให้นิดละกัน” วนิดาชอบความคิดนี้ของอคิราห์ และตรงตามความต้องการของเธอเป๊ะ “โอเค” นิ้วใหญ่ยกขึ้นทำท่าประกอบ แล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปด้านในร้านที่ได้โทร.มาจองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เมื่อไปนั่งบนเก้าอี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยขั้นตอนแรกไม่พ้นร่างแบบแหวน ทั้งสองร่างแบบลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แล้วนำกล่องใส่พลอยออกมาเปิดดู เพราะต้องใช้ประดับลงบนแหวน “ไหนๆ ขอดูที่เธอออกแบบหน่อย สวยอ่า” อคิราห์ยื่นหน้าไปมองแหวนที่วนิดาร่างแบบ แล้วถูกใจเป็นอย่างมาก เพราะมันจะถูกประดับด้วยพลอยรูปหัวใจสีแดง ประกบข้างด้วยหัวใจเช่นกันแต่เป็นสีขาว
“นิดอยากถูกจับกินใจจะขาดแล้ว” นาทีนั้นเจ้าของร่างสูงก็ดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาแสนรัก มือร้อนลูบไล้ไปมาอยู่ที่เอวคอด แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบที่คาดผมหูกระต่ายมาสวมไว้บนศีรษะทุยสวย “อื้อ” พอวนิดาใส่ชุดกระต่ายแบบเต็มยศ เสียงคำรามกระสันซ่านก็ดังขึ้นอีก อคิราห์รู้สึกสั่นไปทั้งตัวและพึงพอใจเป็นอย่างมาก วนิดาก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองแล้วชอบใจที่ได้ลองใส่ ก่อนเธอจะถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นให้รับจูบหวานๆ แถมยังถูกแทะเล็มด้วยฟันคมให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มือร้อนอีกข้างก็ขยำคลึงเอวคอดแล้วไล้ขึ้นลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดกว่าเดิม ให้บางส่วนเสียดสีกัน วนิดาหน้าร้อนกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงสิ่งแข็งขืนที่พองโตขึ้นอย่างเร็วไว ขณะส่วนบอบบางของเธอก็เริ่มชื้นแฉะ แล้วยิ่งมีอาการเมื่อปากได้รูปเลื่อนมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่ม ชั่วอึดใจนั้นปลายลิ้นเย็นก็ตวัดลงบนเนื้อผ้า “อื้อ...อี้” วนิดาส่งเสียงครางแว่วหวาน สัมผัสนั้นทำให้เธอตัวสั่น แล้วยิ่งส่งเสียงเมื่ออคิราห์ใช้ปากครอบครองความนุ่มที่ยังถูกห่อหุ้
“พร้อมจนจวยสั่นแล้วเนี่ย” อคิราห์เน้นคำที่สามตอบกลับ คนอย่างเขาไม่มีคำว่าไม่พร้อม “ทะลึ่งจัง” วนิดาหยิกต้นแขนใหญ่ นับวันอคิราห์จะทะลึ่งขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็มีเสียงข้อความดังขึ้นให้เธอพลิกตัวไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ไลน์ “ใครไลน์มา” เขาหรี่ตามอง เพราะเห็นแววตาเป็นประกายของวนิดา ทำให้นึกใคร่รู้ “มีคนส่งรูปหนุ่มมาให้ดู ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย” วนิดาบอกแล้วพลิกโทรศัพท์หนี ไม่ยอมให้คนตัวโตได้เห็น “ตายแล้วยัยหนูนิด แล้วเธอก็ดูเหรอ ดูของเราไม่พอหรือไง ไหนเอามาดูซิ” อคิราห์ทำท่าเอาเรื่อง แล้วแบมือขอสมาร์ตโฟน วนิดาทำท่าเป็นลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยินยอมส่งให้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงแหลมแว้ดใส่ “ยัยบ้า นี่มันรูปหลานพวกเรา” เขาถูกวนิดาหลอกเข้าอย่างจัง เมื่อรูปที่ถูกส่งมาจากธนัชชา เป็นรูปของลูกชายที่กำลังเบ้ปากจะร้องไห้หลังถูกจับอาบน้ำ แล้วตามมาด้วยรูปใบหน้าของคุณแม่มือใหม่ที่ขอบตาดำคล้ำ “ดูหน้านางสิโทรมมาก” อคิราห์พลิกสมาร์ตโฟนให้วนิดาเห็น “ก็นอนตีสี่ทุกคืน”
“ไม่ต้องมาทำซึ้ง เดี๋ยวฉันร้องไห้” อริสราพยายามไม่อ่อนไหวตามน้อง ทั้งที่เป็นคนเซนซิทีฟอยู่พอตัว “แล้วหนูนิดให้อะไรนังจี้” อมิตาทำท่าอยากรู้ “นาฬิกาค่ะเจ้” อคิราห์เป็นคนตอบแทน แล้วยื่นแขนไปโชว์พวกพี่ “สวยไหมเจ้” ทั้งสามพยักหน้าและยิ้มเอ็นดูกับของขวัญที่ทำให้น้องยิ้มหน้าบาน ก่อนจะลงมือคีบมันหมูลงกระทะ “เรามีของขวัญให้เธออีกนะ” วนิดาเอียงหน้าไปกระซิบบอก “อะไรเหรอ ” อคิราห์คิดว่ามีแค่ชิ้นเดียวเสียอีก “เดี๋ยวคืนนี้เราให้” “ตายแล้ว แบบนี้เราตั้งตารอนะ” อคิราห์ถึงกับแอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศแบบนี้ชวนให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย วนิดาอาจจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอนอีกก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้แอบหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า พลันหันไปสนใจพวกพี่สาวที่กำลังทะเลาะกันเรื่องหักไม่หักใบผักกาด เขาอมยิ้ม ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่แสนมีความสุข หลังอิ่มท้องก็พากันแยกย้ายกันเข้าห้องและไปอาบน้ำ เพราะหากรอให้มืดค่ำมากกว่านี้คงได้แข็งตายแน่ๆ “ไหนของขวัญ” อคิราห์ไม่ลืมทวงของขวัญที่ตั้งตารอหลังจากกด
ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตี
“แดดคงหมดแล้วแน่ๆ” เขาขับเคลื่อนรถไปด้วยความเร็วไม่มากนัก โดยมีเสียงเพลงขับกล่อมไปตลอดทาง มีจอดแวะพักปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อเครื่องดื่มบ้าง กว่าจะไปถึงร้านอาหารตามรีวิวพระอาทิตย์ลูกโตก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี “สวยเนอะนิด ว่าแต่นิดอยากกินอะไรบ้าง” เขาชื่นชมความสวยของวิวเ
“นิดไม่ได้มีใคร” วนิดายิ้มเอ็นดูแล้วบอกถึงความจริง ก่อนจะจับหัวไหล่ของคนที่ทำท่าจะล้มลงนอนบนเตียงให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ที่นิดต้องโกหก เพราะนิดอยากจะเซอร์ไพรส์อี้ วิณเป็นนักออกแบบนาฬิกา นิดเลยอยากสั่งทำให้อี้ เป็นเรือนพิเศษที่จะมีแค่อี้ที่มี ใกล้จะถึงวันเกิดอี้แล้วไง” เพราะอยากจะ
“พอแล้วนังอี้” ธนัชชาร้องปรามแล้วหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลุงเบิ้ม เจ้าของร้านยาดองที่เป็นญาติห่างๆ ของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอสนิทด้วย “ไม่พอ” คนเมาส่งเสียงตวาด เขาจะกิน เขาอยากลืมเรื่องคนใจร้ายที่โกหกกัน แล้วเบะปากคล้ายอยากจะร้องไห้ “ม







