LOGIN“ไม่ยอมให้ไปรับ จะมาเอง” อคิราห์ทิ้งก้นลงนั่งบอกเสียงสะบัด ก่อนเขาจะออกมาได้ไลน์ไปถามย้ำแล้ว แต่ยังได้คำตอบเดิม
“งอนกันเหรอยะ” ธนัชชาหรี่ตามอง แปลกใจที่วันนี้คู่ปาท่องโก๋แยกกันได้
“เปล่า”
อคิราห์ไหวไหล่ เพราะวนิดายืนยันว่าไม่ได้โกรธก็คงตามนั้น แม้ในใจจะรู้ว่ามันเป็นคำโกหก แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อก็ต้องหันไปพนมมือไหว้รุ่นพี่ที่เดินเข้ามาหา“สวัสดีค่ะเจ้มิกซ์”
“เป็นไงบ้างนังอี้ ไม่ได้เจอกันนานเลย เออนี่ลิปแกใช้ดีมาก เจ้ซื้อมาใช้หลายแท่งเลย”
“ขอบคุณมากเลยค่ะเจ้”
อคิราห์จีบปากจีบคอคุยกับรุ่นพี่ที่มีจริตความเป็นสาวมากกว่า นึกขอบคุณที่พี่ๆ น้องๆ คอยสนับสนุนกันอยู่เสมอ
“แกอยากดื่มอะไรสั่งเลย วันนี้นังเจ้อ้อยจะเป็นเจ้ามือ” เจ้มิกซ์ชี้นิ้วไปยังเพื่อนสนิทที่เพิ่งถูกหวยรางวัลที่สี่ถึงสามใบ งานนี้เลยขอเป็นพี่ใหญ่เลี้ยงเพื่อนๆ น้องๆ
“งั้นอี้สั่งไม่อั้นนะ อยากเมา”
“จัดเต็มได้เลย ฉันพร้อมเปย์มาก” เจ้อ้อย สาวสวยที่มีคาเฟเป็นของตัวเองปรี่เข้ามาหาน้องๆ แล้วเอ่ยปากเปิดทางให้ทุกคนนั้นสนุกกันได้อย่างเต็มที่
ฝ่ายธนัชชาหรี่ตามองเพื่อนที่ไม่เคยเมามาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร ทำเพียงยกมือเรียกพนักงาน ด้วยเธอเองก็นึกอยากดื่มอยู่เหมือนกัน
ชั่วครู่เครื่องดื่มที่มีดีกรีร้อนแรงก็มาวางไว้ตรงหน้า ธนัชชาหันไปเม้าท์กับรุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันนาน ขณะอคิราห์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองมุมสูงให้เห็นปลายคาง จนไปถึงเสื้อครอปที่โชว์เอวเล็กน้อย แล้วลงสตอรี่
จากนั้นก็นั่งกดดูสตอรี่ของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เพราะมีคนหนึ่งที่เคยเข้ามากดหัวใจให้หายไป แล้วภายในอกก็รู้สึกคันยุบยิบขึ้นมา จนอยากเกาแรงๆ
“นังนิดมาแน่ไหม นานละ” ธนัชชาหันมาถามอย่างสงสัย หลังเห็นว่าผ่านมาเกือบสามสิบนาทีแล้ววนิดาก็ยังไม่โผล่หน้ามาเสียที
“ไม่รู้” อคิราห์กระแทกเสียงตอบ
“แกไลน์ไปถามซิ” ธนัชชาว่า
“แล้วทำไมไม่ไลน์ไปเอง”
“แบตหมด” เพื่อนสาวตอบพร้อมยกสมาร์ตโฟนขึ้นโชว์หน้าจอที่ดับสนิท และเธอก็ลืมเอาเพาเวอร์แบงก์ติดมาด้วย
“ก็ได้ เดี๋ยวไลน์ไปถามให้” อคิราห์ตอบรับอย่างเสียไม่ได้ หากธนัชชาไม่บอก เขาคงไม่ยอมติดต่อไปแน่ แต่ก่อนจะได้กดโทร.ออกไปยังเบอร์ที่เขาจำได้ขึ้นใจก็มีเสียงหนึ่งเรียกให้หันไปมอง
“นั่นใช่ยัยนิดไหม...”
ปลายนิ้วของเพื่อนชี้ไปยังทางเดินที่มีผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งเดินแหวกผู้คนตรงมาหา วนิดาอยู่ในชุดกระโปรงหนังสั้นเหนือเข่า สวมเสื้อครอปสายเดี่ยวโดยมีเสื้อซีทรูทับอีกชั้น มาพร้อมกับผมสีแดงม้วนลอน
“โหห...วนิดา”
ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือแม้กระทั่งธนัชชาก็ส่งเสียงและทำตาโตใส่คนที่ในวันนี้แต่งตัวได้เซ็กซี่เปรี้ยวเผ็ดเข็ดฟันมาก ทว่าก็มีคนหนึ่งที่ไม่ได้ส่งเสียง แต่มองตาไม่กะพริบ
“สวัสดีค่ะเจ้มิกซ์” วนิดาส่งเสียงทักทายรุ่นพี่ก่อนเป็นอันดับแรกแล้วแจกจ่ายรอยยิ้มให้พวกเพื่อนๆ และรุ่นน้องที่มองมา รวมถึงอคิราห์ที่เวลานี้ทำเป็นยกแก้วเหล้าขึ้นจ่อปากคล้ายว่าไม่ได้สนใจกัน
“เจ้จำแทบไม่ได้ จัดเต็มมากแก คึกอะไรขึ้นมาเนี่ย” รุ่นพี่ถามอย่างแปลกใจ แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่วนิดาแต่งตัวเซ็กซี่ แต่ก็ไม่ได้จัดเต็มเหมือนวันนี้ มากสุดคือกางเกงยีนส์รัดรูปกับเสื้อสายเดี่ยว
วนิดากดยิ้มมุมปาก ก่อนตอบเสียงดัง “วันนี้นิดจะมาอ่อยผู้ค่ะเจ้”
คำตอบของวนิดาทำให้มีเสียงฮือฮาดังขึ้น และทำให้คนหนึ่งสำลักเหล้าที่กระดกเข้าปาก ก่อนจะสำลักซ้ำอีกรอบในประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน
“นิดอยากได้ผู้กลับห้องค่ะเจ้”
บทพิเศษ “ป๊ะป๋าขา” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ย่ำถี่ตรงไปยังห้องนอน หลังถูกมารดาพาไปอาบน้ำ “ขา” ไม่ถึงนาทีคนที่ถูกเรียกก็ขานรับเสียงหวาน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏ ก่อนจะรับลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด “ถักเปียให้หน่อยค่ะ” เด็กหญิงศนิรีบอ้อนบิดา “มาค่ะ เดี๋ยวป๊ะป๋าถักให้ แล้วหม่าม้าล่ะคะ” การถักเปียไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับอคิราห์ เมื่อเขารับหน้าที่ถักผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเป็นประจำอยู่แล้ว พลันก้มหน้ามองยัยตัวเล็กเบอร์สองบนหน้าตัก ชื่อของลูกนั้นแปลว่าดาวเสาร์ เขาตั้งมันจากความชอบดูดาวของภรรยา “ทำข้าวต้มอยู่ค่ะ” เด็กหญิงศนิทำท่าชี้นิ้วไปยังห้องครัว “โอเคค่ะ หนูนิตื่นเต้นไหมคะ” อคิราห์พูดคะขากับลูก แววตาเปี่ยมไปด้วยรัก “ตื่นเต้นค่ะ” ศนิตอบด้วยความดีใจ เพราะในวันนี้จะได้มีเพื่อนใหม่อย่างเป็นทางการ อคิราห์ยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่ไม่ค่อยกลัวสิ่งใด มีแต่คนเป็นพ่อที่แอบกังวลเมื่อในวันนี้ต้องส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนตรียมอนุบาล เห็นเด็กน้อยในชุดนักเรียนแล้วก็ตื้นตันอยู่ไม่น
สองปีต่อมา “เจ้ อี้ว่ามุมนั้นดีกว่า” “เค” อมิตาพยักหน้าตอบรับน้องชาย แล้วยกกรอบรูปขึ้นนำไปวางตั้งไว้ในมุมด้านซ้าย ขณะน้องนั้นเดินตามติดมา ก่อนเสียงเจ้าตัวจะดังขึ้นอีก “เจ้ หรือว่ามุมเก่าดีกว่า” อคิราห์ยกมือขึ้นลูบคางแล้วเดินไปรอบกรอบรูป เกิดความลังเลใจ วินาทีนั้นก็มีเสียงแว้ดดังขึ้น “โอ๊ย สรุปว่าแกจะไว้มุมไหน เลือกมาสักมุม ฉันขยับจนเหนื่อยแล้ว” อมิตาไม่วายบ่น เธอขยับขาตั้งและกรอบรูปมารอบที่สามแล้ว แต่น้องก็ยังไม่พอใจเสียที ส่วนอลิษาและอริสราตอนนี้อยู่ในห้องครัว กำลังช่วยกันทำขนมหวานสำหรับพิธีสงฆ์ช่วงเช้า “จี้ตัดสินใจไม่ได้อะเจ้” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคนที่ช่วยตัดสินใจ “นิดจ๋า...ออกมาหาอี้หน่อย” ไม่นานเท่าไรวนิดาก็เดินตรงมาหา “เราเอารูปพรีเวดดิงไว้ตรงไหนดี” อคิราห์ชี้นิ้วบอกจุดที่จะวางภาพพรีเวดดิง ซึ่งเป็นภาพถ่ายบนเตียงนอน ที่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ ทำท่าถือลิปสติก ส่วนวนิดานอนเกยอยู่ที่แผ่นหลัง ผมผูกโบสีชมพู “มุมนั้นอี้” วน
บทพิเศษ วนิดาถูกพาขึ้นรถคันเล็กในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก่อนจะมาจอดยังหน้าร้านที่มีลักษณะเหมือนคาเฟ มีตู้ขนมทำให้แปลกใจไม่น้อย “อี้พานิดมาเอาแหวนที่นี่เหรอ เหมือนเป็นคาเฟเลย” “ใช่ แต่ก่อนจะเอาได้ พวกเราต้องลงมือทำเสียก่อน ร้านนี้เปิด workshop ทำแหวนน่ะ” เจ้าของความคิดอธิบาย “นิดชอบอะ งั้นนิดทำให้อี้ อี้ทำให้นิดละกัน” วนิดาชอบความคิดนี้ของอคิราห์ และตรงตามความต้องการของเธอเป๊ะ “โอเค” นิ้วใหญ่ยกขึ้นทำท่าประกอบ แล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปด้านในร้านที่ได้โทร.มาจองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เมื่อไปนั่งบนเก้าอี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยขั้นตอนแรกไม่พ้นร่างแบบแหวน ทั้งสองร่างแบบลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แล้วนำกล่องใส่พลอยออกมาเปิดดู เพราะต้องใช้ประดับลงบนแหวน “ไหนๆ ขอดูที่เธอออกแบบหน่อย สวยอ่า” อคิราห์ยื่นหน้าไปมองแหวนที่วนิดาร่างแบบ แล้วถูกใจเป็นอย่างมาก เพราะมันจะถูกประดับด้วยพลอยรูปหัวใจสีแดง ประกบข้างด้วยหัวใจเช่นกันแต่เป็นสีขาว
“นิดอยากถูกจับกินใจจะขาดแล้ว” นาทีนั้นเจ้าของร่างสูงก็ดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาแสนรัก มือร้อนลูบไล้ไปมาอยู่ที่เอวคอด แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบที่คาดผมหูกระต่ายมาสวมไว้บนศีรษะทุยสวย “อื้อ” พอวนิดาใส่ชุดกระต่ายแบบเต็มยศ เสียงคำรามกระสันซ่านก็ดังขึ้นอีก อคิราห์รู้สึกสั่นไปทั้งตัวและพึงพอใจเป็นอย่างมาก วนิดาก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองแล้วชอบใจที่ได้ลองใส่ ก่อนเธอจะถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นให้รับจูบหวานๆ แถมยังถูกแทะเล็มด้วยฟันคมให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มือร้อนอีกข้างก็ขยำคลึงเอวคอดแล้วไล้ขึ้นลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดกว่าเดิม ให้บางส่วนเสียดสีกัน วนิดาหน้าร้อนกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงสิ่งแข็งขืนที่พองโตขึ้นอย่างเร็วไว ขณะส่วนบอบบางของเธอก็เริ่มชื้นแฉะ แล้วยิ่งมีอาการเมื่อปากได้รูปเลื่อนมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่ม ชั่วอึดใจนั้นปลายลิ้นเย็นก็ตวัดลงบนเนื้อผ้า “อื้อ...อี้” วนิดาส่งเสียงครางแว่วหวาน สัมผัสนั้นทำให้เธอตัวสั่น แล้วยิ่งส่งเสียงเมื่ออคิราห์ใช้ปากครอบครองความนุ่มที่ยังถูกห่อหุ้
“พร้อมจนจวยสั่นแล้วเนี่ย” อคิราห์เน้นคำที่สามตอบกลับ คนอย่างเขาไม่มีคำว่าไม่พร้อม “ทะลึ่งจัง” วนิดาหยิกต้นแขนใหญ่ นับวันอคิราห์จะทะลึ่งขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็มีเสียงข้อความดังขึ้นให้เธอพลิกตัวไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ไลน์ “ใครไลน์มา” เขาหรี่ตามอง เพราะเห็นแววตาเป็นประกายของวนิดา ทำให้นึกใคร่รู้ “มีคนส่งรูปหนุ่มมาให้ดู ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย” วนิดาบอกแล้วพลิกโทรศัพท์หนี ไม่ยอมให้คนตัวโตได้เห็น “ตายแล้วยัยหนูนิด แล้วเธอก็ดูเหรอ ดูของเราไม่พอหรือไง ไหนเอามาดูซิ” อคิราห์ทำท่าเอาเรื่อง แล้วแบมือขอสมาร์ตโฟน วนิดาทำท่าเป็นลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยินยอมส่งให้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงแหลมแว้ดใส่ “ยัยบ้า นี่มันรูปหลานพวกเรา” เขาถูกวนิดาหลอกเข้าอย่างจัง เมื่อรูปที่ถูกส่งมาจากธนัชชา เป็นรูปของลูกชายที่กำลังเบ้ปากจะร้องไห้หลังถูกจับอาบน้ำ แล้วตามมาด้วยรูปใบหน้าของคุณแม่มือใหม่ที่ขอบตาดำคล้ำ “ดูหน้านางสิโทรมมาก” อคิราห์พลิกสมาร์ตโฟนให้วนิดาเห็น “ก็นอนตีสี่ทุกคืน”
“ไม่ต้องมาทำซึ้ง เดี๋ยวฉันร้องไห้” อริสราพยายามไม่อ่อนไหวตามน้อง ทั้งที่เป็นคนเซนซิทีฟอยู่พอตัว “แล้วหนูนิดให้อะไรนังจี้” อมิตาทำท่าอยากรู้ “นาฬิกาค่ะเจ้” อคิราห์เป็นคนตอบแทน แล้วยื่นแขนไปโชว์พวกพี่ “สวยไหมเจ้” ทั้งสามพยักหน้าและยิ้มเอ็นดูกับของขวัญที่ทำให้น้องยิ้มหน้าบาน ก่อนจะลงมือคีบมันหมูลงกระทะ “เรามีของขวัญให้เธออีกนะ” วนิดาเอียงหน้าไปกระซิบบอก “อะไรเหรอ ” อคิราห์คิดว่ามีแค่ชิ้นเดียวเสียอีก “เดี๋ยวคืนนี้เราให้” “ตายแล้ว แบบนี้เราตั้งตารอนะ” อคิราห์ถึงกับแอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศแบบนี้ชวนให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย วนิดาอาจจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอนอีกก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้แอบหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า พลันหันไปสนใจพวกพี่สาวที่กำลังทะเลาะกันเรื่องหักไม่หักใบผักกาด เขาอมยิ้ม ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่แสนมีความสุข หลังอิ่มท้องก็พากันแยกย้ายกันเข้าห้องและไปอาบน้ำ เพราะหากรอให้มืดค่ำมากกว่านี้คงได้แข็งตายแน่ๆ “ไหนของขวัญ” อคิราห์ไม่ลืมทวงของขวัญที่ตั้งตารอหลังจากกด
“ก็มารับแล้วไหมวนิดา รีบขึ้นรถมา” อคิราห์ย่นคิ้วใส่ จะมากลับกับเพื่อนอะไร เขามานั่งรอตั้งนานแล้ว พลันเร่งเร้าให้รีบขึ้นมาบนรถ วนิดาเดินอ้อมไปอีกฝั่งหมายจะเปิดประตูรถ ทว่ามีเสียงเรียกให้ต้องหันมองเสียก่อน “นิด” “ว่าไงโอ๊ต” “มีคนมารับเหรอ”
“วนิดาทะลึ่ง” แม้จะรู้ถึงคำตอบ แต่ไม่คิดว่าวนิดาจะกล้าพูดออกมา คิดแล้วอยากหยิกแขนนุ่มเสียจริง แต่จูบหนักๆ แทนน่าจะดีกว่าจึงยื่นหน้าเข้าไปอีก “อี้ นิดว่านิดต้องแต่งหน้าแล้วละ” ทว่าวนิดากลับผละออกห่างพร้อมยกมือขึ้นดันอกกว้าง “เดี๋ยวนิดไปไม่ทัน” อคิราห์ตวัดตาค้อน แบบนี้แก
“ใจเราสั่น” เวลานี้หัวใจดวงโตเต้นถี่ยิบจนแทบจับจังหวะไม่ได้ อาการหนักกว่าเดิมเสียอีก “อี้ไม่ชอบที่นิดอ้อนเหรอ หรืออี้อยากให้นิดเป็นสายรุก” วนิดายังทำตาใสเป็นประกายราวมีเพชรอยู่ด้านในใส่ ยื่นหน้าไปใกล้อีกนิดพลางทำแก้มพองลม “เธอ...กล้าเหรอ” อคิราห์ถามเสียงตะกุกตะกัก มองดวงหน้าคนที
“เราก็นั่งอยู่ตรงนี้ไหม มีไรพูดมา” อคิราห์เลิกคิ้วมอง เขากำลังจัดวางเครื่องสำอางตามขั้นตอนอยู่ แต่วนิดานั้นไม่ยอมเอ่ยใดๆ ทำให้ต้องขยับลุกแล้วเดินไปยังเตียงที่อยู่ห่างกันประมาณหกก้าว “ว่ามา” เขาเอ่ย สงสัยว่าวนิดาอาจจะนึกกลัวขึ้นมาเมื่อต้องไปเจอพวกเพื่อนเก่า







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)