LOGINวนิดากระตุกยิ้มใส่คนที่จ้องมองกัน ในยามหมุนตัวไปในทิศที่อคิราห์นั่งอยู่ก็เห็นสายตาที่มองมาเสมอ แล้วมือนุ่มก็ปล่อยออกจากเส้นผมเปลี่ยนมาเป็นกระดิกนิ้วเรียก
“ฉันไปเต้นเป็นเพื่อนนางก่อนนะ นางกระดิกนิ้วเรียกแล้ว”
ธนัชชาวางแก้วเหล้าลง แล้วลุกพึ่บขึ้น เมื่อก่อนเธอคือสาวดาวยั่วประจำกลุ่ม ทว่าตอนนี้ได้แค่เต้นเอามัน เพราะมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว
อคิราห์พยักหน้ารับคำ แม้ในใจจะรู้สึกว่าวนิดากระดิกนิ้วเรียกเขามากกว่า คงอยากจะง้อกันละซิ
“ชิ ไม่หายงอนหรอก” เขาทำเสียงในลำคอ คิดว่างอนเป็นคนเดียวหรืออย่างไร ตอนนี้ถึงตาเขางอนบ้างแล้ว อคิราห์นั่งเท้าคางต่อไป แล้วทำเป็นละสายตาไปมองมุมอื่น
ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำก็มีคนเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ กัน อคิราห์รีบเหลือบตาไปมองพร้อมคำบ่นที่ดังขึ้น
“เหนื่อย”
“ไหงแกกลับมาเร็วจัง” อคิราห์หันมองธนัชชา หลงคิดว่าจะเป็นวนิดาเสียอีก แล้วมองเพื่อนที่ยกมือขึ้นนวดขมับ
“เวียนหัว สงสัยเพราะเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน” เมื่อคืนเธอนั่งช่วยสามีดูบัญชีของโรงแรมจนดึกดื่น ในวันนี้ก็ยังหัวหมุนจัดการห้องให้กรุ๊ปทัวร์กลุ่มใหญ่อีก จนแทบไม่มีเวลาได้หย่อนก้นลงนั่งพักจิบกาแฟเลย
“แล้วยังจะมา” อคิราห์ส่ายหน้าใส่ เพื่อนควรห่วงสุขภาพร่างกายของตัวเองมากกว่าเรื่องเที่ยว
“ก็ฉันอยากเจอเพื่อนๆ นี่” ธนัชชามุ่ยหน้ามอง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นพร้อมส่งเสียงวี้ดว้ายคล้ายมีเรื่องใหญ่
“ตายแล้วนังอี้...ปลากินเหยื่อแล้ว วนิดาได้ผู้”
คำบอกนั้นทำให้อคิราห์หันมองไปยังทิศที่วนิดายืนเต้นอยู่ จึงได้เห็นเต็มสองตาว่าเวลานี้อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ลำพัง แต่มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
“เนื้อคู่ยัยนิดแน่ๆ ผมยาว ผิวแทน” ธนัชชานึกถึงคำของแม่หมอ ซึ่งตรงตามที่บอกมาแบบเป๊ะๆ
“แกอย่าเวอร์ คนดีหรือเปล่าก็ไม่รู้” อคิราห์มองจ้องเขม็ง แล้วใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ทว่าไม่วายมองคนที่วนิดากำลังส่งยิ้มหวานให้ “ปากจะฉีกถึงรูหูแล้วมั้ง จะยิ้มหวานอะไรขนาดนั้น”
เขานึกอยากจะเดินไปดึงยิ้มออกจากหน้าสวย แล้วมองหนุ่มผมยาวที่มัดผมทรงเดียวกันกับเขา ก่อนต้องหันมองคนที่กระโจนตัวเข้ามาร่วมวงสนทนาอย่างเจ้อ้อย
“คนดี”
“เจ้รู้ได้ไง” ธนัชชาถามกลับเร็วไว ถึงอยากจะให้เพื่อนได้หนุ่ม แต่ก็ขอให้เป็นคนที่ดีด้วย
“ก็นั่นคุณว่าน เจ้าของบริษัทรับออกแบบบ้านที่แฟนเจ้เคยทำงานด้วย คนนี้ดีเว่อร์ เจ้เอาหัวเป็นประกัน” เจ้อ้อยรับประกันอย่างไม่คิดลังเล ไม่นึกว่าโลกจะกลมขนาดนี้ แล้วส่งสายตาสนับสนุนไปให้วนิดา
อคิราห์ทำหน้าย่นคิ้วใส่ตัวเอง เพราะอกดันร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วจ้องมองวนิดาที่ทำท่าหัวเราะ ยกมือขึ้นมาปิดปากนิดๆ
“คุยอะไรกัน เรื่องตลกหรือไง”
“แล้วแกจะไปอยากรู้กับนังนิดทำไม”
ธนัชชาพิงแผ่นหลังกับพนักพิง อาการเวียนหัวยังเล่นงานอยู่ ขณะนั้นก็มีผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ อคิราห์ จึงส่งเสียงทักทายไป “ยัยชะนีน้อย กว่าจะมาได้”“สวัสดีค่ะพี่นัท พี่อี้”
“ไม่เจอกันเลยนะยะ แล้วก็หายหน้าหายตาไปจากโซเชียลเลย” ธนัชชามองน้องรหัสของตัวเอง ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นอีกฝ่ายอวดความสวยลงอินสตาแกรมสักเท่าไร
“แพมได้เลื่อนตำแหน่งค่ะพี่นัทเลยยุ่งมาก ว่าแต่พี่อี้สบายดีไหมคะ” พลิตามองไปยังเพื่อนของพี่รหัส หลังไม่ได้เจออีกฝ่ายนานทีเดียว
“สบายดี” อคิราห์มองคู่กรณีในอดีตของตัวเองเล็กน้อยแล้วปั้นยิ้มตอบกลับไป
“แล้วพี่นิดไปไหนล่ะคะ” พลิตาแปลกใจเมื่อไม่เห็นบุคคลที่สาม ปกติเธอเข้ามาคุยกับอีกฝ่ายเมื่อใด มักเห็นวนิดาอยู่ด้วยเสมอ
“โน่น กำลังคุยกับหนุ่มอยู่”
“อ้อ” พลิตามองแล้วทำแค่ยิ้มนิดๆ
“แล้วกินไรมายัง” ธนัชชาถามต่อ
“ยังเลยค่ะ” พลิตาส่ายหน้า
“นังอี้ สั่งอาหารให้น้องหน่อย ฉันพิมพ์แชตตอบพี่อาร์ตแป๊บ” ธนัชชาหันไปสนใจกับข้อความที่สามีส่งมาหา หลังขอยืมเพาเวอร์แบงก์จากรุ่นน้องมาได้
อคิราห์จำใจละสายตาจากวนิดาเพื่อมาดูแลรุ่นน้องแทนเพื่อน ยกมือเรียกพนักงานให้มายังโต๊ะ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งเสียงของธนัชชาก็ดังขึ้นอีก
“นังอี้”
“อะไรอีก”
“ยัยนิดไปไหน”
อคิราห์หันขวับไปมองเร็วไว ก่อนพบว่าวนิดาหายไปจริงๆ เขาเพิ่งละสายตาไม่ถึงสามนาทีเลย
“คุณว่านก็หายไปด้วย... หรือยัยนิดจะแกรนด์โอเพนนิงจริงๆ”
ส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
“นิดไม่ได้มีใคร” วนิดายิ้มเอ็นดูแล้วบอกถึงความจริง ก่อนจะจับหัวไหล่ของคนที่ทำท่าจะล้มลงนอนบนเตียงให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ที่นิดต้องโกหก เพราะนิดอยากจะเซอร์ไพรส์อี้ วิณเป็นนักออกแบบนาฬิกา นิดเลยอยากสั่งทำให้อี้ เป็นเรือนพิเศษที่จะมีแค่อี้ที่มี ใกล้จะถึงวันเกิดอี้แล้วไง” เพราะอยากจะ
“พอแล้วนังอี้” ธนัชชาร้องปรามแล้วหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลุงเบิ้ม เจ้าของร้านยาดองที่เป็นญาติห่างๆ ของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอสนิทด้วย “ไม่พอ” คนเมาส่งเสียงตวาด เขาจะกิน เขาอยากลืมเรื่องคนใจร้ายที่โกหกกัน แล้วเบะปากคล้ายอยากจะร้องไห้ “ม
บทที่ 10 วนิดามีอาการกระสับกระส่ายเมื่อโทร.ไปหาอคิราห์เป็นครั้งที่สิบสามแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับสายเลย ขณะนี้เธอกำลังอยู่บนรถแท็กซี่มิเตอร์ มุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมของอคิราห์ เมื่อถึงที่หมายสองเท้าก็รีบจ้ำตรงไปยังล็อบบีอาคารเอ สายตากวาดมองหาอคิราห์เผื่อเจ้าตัวจะนั่งอยู่ เมื่อไม่
“ไม่มี นิดแค่คิดถึงย่าเฉยๆ ไว้วันอื่นนะ” “ก็ได้ๆ” อคิราห์ว่าตามนั้น ก่อนจะเผยอปากหมายจะเอ่ยอีกประโยค “นิดไปเองได้อี้” แค่มองตาเธอก็รู้ประโยคถัดไปของอคิราห์แล้ว “ตามใจละกัน” เขาเบื่อคนรู้ทัน แล้วเหลือบมองดวงหน้าสวยหลายหน เริ่มรู้สึกตงิดขึ้นมา กลัววนิดาจะเผชิญหน้ากับปัญห







