LOGINไลน์ไปก็ไม่ตอบ ซ้ำยังปล่อยให้ร่างสูงอย่างรองประธานบริษัท เจมส์ จีรกิตต์ ใช้ความอดทนสูง ใจเย็น เคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานรอ ตาคมจับจ้องมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนแพงทุกๆ สิบวินาที
สักพักประตูห้องทำงานก็เปิดออก น้ำค้างนิ่วหน้า เธอต้องการคำตอบจากสามีพ่วงตำแหน่งเจ้านายหน้าเลือด เลขาหน้าห้อง แต่ไม่มีโต๊ะทำงานอยู่เป็นประจำ
สายตาคู่หวานมีแว่นตากรอบใสปกปิดซ่อนเอาไว้ เห็นโต๊ะทำงานประจำของเธอตั้งไว้ใกล้กันกับโต๊ะของท่านรองประธานเจมส์
“มาแล้วเหรอแม่ยัยเลขา หลงวัดอยู่ที่ไหนล่ะ ถึงได้โอ้เอ้ไปหาเหยื่ออ่อยพนักงานชายคนอื่นอีก”
ดูสิ คำทักทายแรกของเจ้านายปากร้ายแต่ละอย่าง ใครเขาอยากจะคุยดีๆ ด้วย เลขาสาวแว่นหมดอารมณ์แต่ยามเช้า น้ำค้างนับหนึ่งถึงสิบในใจ ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว พลางนึกถึงคำพูดของพ่อสามี
‘คนอย่างเจมส์ชอบเอาชนะ หนูน้ำค้างลองไม่โต้กลับหรือทำทีว่าเป็นผู้แพ้ แบบนี้ลูกชายฉันต้องดิ้นพล่านเดือดดาลแน่นอน ฉันรู้จักนิสัยลูกชายจอมกระล่อนดี’
“เป็นอะไร ทำไมไม่พูด หรือว่าเถียงไม่ออก” เขาเปิดรอยยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นทีท่าของอีกฝ่าย
“ฉันไม่อยากเถียงกับเจ้านายไร้เหตุผลค่ะ อ้อ โต๊ะทำงานของฉันเข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไงกันล่ะคะ ท่านรองประธาน” น้ำค้างเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“ฉันสั่งคนให้ย้ายเข้ามาเอง ต่อจากนี้เธอต้องอยู่ในสายตาของฉันตลอดทุกฝีก้าว”
สาเหตุก็เป็นเพราะเรื่องเมื่อวาน เจมส์ใช้อำนาจทายาทเจ้าของบริษัทดีดภรุจ พนักงานฝ่ายขายออกไปทำงานแผนกอื่น ต้องการให้อยู่ไกลน้ำค้างมากที่สุด เกลียดนักเชียว ผู้หญิงส่ำส่อน แต่งกับเขาเพราะเงิน แต่ข้างในใจคิดถึงชายอื่น
‘แต่เอ๊ะ ทำไมฉันต้องสนใจยัยแว่นนี้ด้วย?’ อันนี้เอง เจมส์ยังหาคำตอบตัวเองไม่ได้
“มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ”
น้ำค้างไม่ยอม โต้กลับด้วยน้ำเสียงโมโห ตัดลิดรอนอิสรภาพยังไม่สะใจเขาพอหรือไง เธออยากจะรู้ว่าสมองของเขากำลังคิดวางแผนเล่นความรู้สึกภรรยาตัวเองให้เธอทนไม่ไหว ขอหย่าก่อนหรือว่าอย่างไรกัน
“เป็นคำสั่งของเจ้านายเธอ เธอไม่มีสิทธิ์คัดค้าน นอกเสียจากจะเป็นมากกว่านั้น” เสียงทุ้มหนาของอีกคนกระซิบข้างใบหูนุ่มทางด้านหลัง ยื่นหน้าใกล้แก้มนวลจนอดใจสั่นไม่ได้
และที่เขาหมายถึงก็คือเมียของเจ้านาย ก็อย่าหวังว่าเธออยากจะเป็นอย่างที่เขากล่าวหาจนตัวซีดตัวสั่น!
มีศักดิ์ศรีมากพอ...ที่จะต้องเข็มแข็งด้วยตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอเป็นแค่เลขากระจอกๆ ต่ำต้อยดีกว่า มันอาจจะสบายใจกว่าตอนนี้”
น้ำค้างไม่รู้ว่าสีหน้าคมเข้มเมื่อถูกเลขาสาวแว่นสุดเฉิ่มพูดตอกหน้าจะเสียหายทางด้านความรู้สึกมากน้อยเพียงใด แต่ขอให้รู้เอาไว้เลยว่าเธอพอกับความรักแรกพบวัยเด็ก ความอับอายตัวเองจนชินชา ไร้ความรู้สึกใดๆ
ใครจะไปรู้ว่าเธอไม่ได้ร้องไห้มันออกมา ใช่ว่าไม่เสียใจ เพียงแค่ไม่อยากถูกเขามองด้วยสายตาสมเพชเวทนาอีก!
“เธออยากจะเป็นแบบนั้นก็ตามใจ ยัยแว่นโพสต์อิท!”
“....”
ท่านรองประธานเจมส์ออกไปเข้าห้องประชุมแล้ว ทว่าหน้าที่เลขาอย่างน้ำค้างต้องสะสางงานคั่งค้างอยู่ เธอทำงานสักพักพลางเงยหน้ามองเส้นปัดนาฬิกา บ่งบอกว่าเที่ยงตรง ดูเหมือนกองงานบนโต๊ะไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ซ้ำยังเพิ่มเติมขึ้นโครกคราก!
“พักสักหน่อยดีกว่า”
มือเล็กลูบท้องแบนราบตัวเองไปมา น้ำค้างหิวข้าวจนแสบกระเพาะ ตอนเช้ากินนิดเดียว กลืนข้าวไม่ลง หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแล้วถูกเจ้านายบ้าอำนาจลากตัวยัดตัวเข้ารถ
เที่ยงแล้ว คนมีพวกผู้หญิงมากมายติดพันอย่างเจมส์คงจะมีคู่ควง สเปคของเสือร้ายคงไม่พ้นนางแบบหรือดาราสาวสวยออกไปกินข้าวร้านหรูในห้างฯ ดัง
สำหรับเมียพนักงานกระจอกๆ ต้องทำงานงกๆ ไม่ได้อยู่สบายอย่างที่ใครๆ เขาเข้าใจต้องปิดคอม หยิบกระเป๋าสะพายซีดเก่าๆ ลุกจากเก้าอี้ สุดท้ายมีผัวก็เหมือนไม่มีผัวอยู่ดี
“ใครเขาอยากจะมารักยัยแม่ชีหลงวัดด้วย แค่เขายอมแต่งงานกับเธอก็ดีเท่าไหร่ อย่าไปคาดหวังอะไรมาก เพราะคนที่เจ็บสุดก็คือเธอ”
น้ำค้างบอกเตือนสติ แก้ต่างให้หัวใจตัวเอง ว่าเมียไม่ใช่ทาส ที่เขาเหยียบย่ำยีตอนไหนก็ได้!
สิบนาทีต่อมาน้ำค้างเลือกจะเดินลงมายังโรงอาหารประจำของเหล่าพนักงาน สวัดิการที่อาหารฟรี ไม่เสียตังค์สักบาท และคนที่ชอบประหยัดอดออมแม้พ่อแม่จะทิ้งมรดกเอาไว้ให้ ชอบอาหารของฟรี แต่อร่อยไม่แพ้กันกับร้านอาหารหรูด้านนอก แถมมีให้เลือกหลายอย่าง
อยู่ที่นี่มาสองปี น้ำค้างยอมรับได้ไม่อายปากว่าชอบเก็บตัว จริงจังกับงาน พูดน้อย ตอนนั้นมีข่าวลือว่าเธอเป็นลูกสาวเพื่อนสนิท ใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน
และนั่นไม่มีพนักงานหญิงคนไหนมาคุยกับเธอ ทว่าน้ำค้างหันมาโฟกัสเรื่องงานอย่างเดียว ไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น
เมื่อได้อาหารที่ต้องการแล้ว ก้นงอนๆ ไม่ทันหย่อนลงนั่งเสียด้วยซ้ำ ภรุจมีสีหน้าไม่สู้ดีเข้ามาขอพบเธอ ถ้าสังเกตดีๆ มีรอยช้ำบริเวณตรงมุมปาก
“เอาไว้หลังกินข้าวได้มั้ยคะ” เธอหิวข้าวจนท้องกิ่วแล้วด้วย ภรุจพยักหน้าหงึกๆ เออออไปตามน้ำ
“ก็ได้ครับ กินข้าวไปคุยไปก็ได้รสชาติเพิ่มขึ้นนะครับ”
“แล้วของคุณภรุจล่ะคะ” นั่งมองเพื่อนชายคนเดียวที่เธอพอมีอยู่บ้าง ในตัวเขากลับไม่ถือจานข้าวหรือหยิบแก้วน้ำสักชิ้น“ผมกินอิ่มก่อนหน้านั้นแล้วครับ”
ได้ยินคำตอบนั้น น้ำค้างเลือกจะส่งยิ้มช้าๆ ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ก่อนจะก้มลงรับประทานอาหารเที่ยงต่อ ทานไปได้สักพักจึงเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งมองเธอ
“อย่าจ้องน้ำค้างนานสิค่ะคุณภรุจ”
“คุณน้ำค้างเขินเหรอครับ” ภรุจเอ่ยถามน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย นัยน์ตาเขาเต้นระริกดีใจบางอย่าง
“เปล่าค่ะ น้ำค้างไม่เคยถูกคนมองเวลาที่กินข้าว” เธอแก้ต่างเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิด ภรุจแอบหน้าเสีย
“....” เลือกที่จะไม่ตอบ พนักงานชายฝ่ายขายได้แต่พยักหน้าตอบรับ
“...” เธอตัดสินใจทานข้าวต่อ แม้ว่าจะอึดอัดกับตาคมของคนที่คิดแค่เพื่อนร่วมงานที่ดีจับจ้องมองก็ตาม
“คุณน้ำค้างครับ ขอโทษนะครับ”
น้ำค้างถึงกับทำตัวไม่ออก เมื่อสายตานับสิบของเหล่าพนักงานต่างเมียงมองหันมาดูราวกับว่าเธอกับภรุจเป็นจุดเด่นภายในโรงอาหาร
ก็ดูสิ่งที่ภรุจทำกับเธอสิ ผู้คนจะไม่หันมองได้อย่างไรกัน ไม่เว้นแม้แต่ร่างสูงอีกคนที่เป็นบ้าเป็นหลัง ตามตัวเลขาสาวแว่นเฉิ่มในห้องทำงานไม่เจอ ทว่าเธอกลับใช้เวลาร่วมกันกับผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ
หาว่าเขาส่ำสอน แต่ตัวเองก็เป็นผู้หญิงส่ำสอนไม่แพ้กัน!
“พอดีข้าวติดปาก ผมก็เลยเอาออกให้” คนโน้มตัวยื่นหน้ามาใกล้กันกับแก้มนวล ใช้โอกาสจังหวะเอามือหยิบข้าวติดตรงมุมปากเธอออก
“งั้นก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
น้ำค้างยิ้มรับตอบอย่างมีมารยาท ทั้งยังอึดอัดกับสายตาของเหล่าพนักงานที่อยากรู้อยากเห็น ในใจอยากตักกินข้าวให้มันเสร็จแล้วจึงลุกออกจากที่นี่ได้
แปลก...
พอเป็นผู้ชายชื่อภรุจ เธอกลับไม่รู้สึกอะไร ทว่าอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นสามีนิตินัยของตน ความรู้สึกสั่นไหวบางอย่างเมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน
ไม่แน่ใจว่าจะใช่ความรักหรือเปล่า...
“น้ำค้าง”
เสียงเข้มนี้ไม่ใช่เสียงภรุจ แต่เป็นของผู้ชายอีกคนหน้าตาไม่สบอารมณ์เดินแหวกพนักงานสิบคนตรงมาหาโต๊ะอาหารที่เธอกับภรุจ ซึ่งคนนั้นคือท่านรองประธานเจมส์ คนที่พ่วงตำแหน่ง ‘สามี’
“คุณ...ท่านรอง”
คนถูกเรียกชื่อจากปากภรรยาตัวเองกลับขมวดคิ้วย่นเข้าหากัน เจมส์ต่อว่าเค้นเสียงลอดไรฟัน เพียงเห็นภรุจที่ขวางหูขวางตาเขาอยู่
เหมือนมีมีดแทงกรีดภายในใจของเจมส์อยู่ ซึ่งก็น่าแปลก เขาไม่เคยเป็นแบบนั้น จนกระทั่งได้เลขาสาวแว่นมาเป็นเมีย แม้จะเป็นเมียจำใจแต่ง แต่เอ่ยขัดแย้งพ่อไม่ได้
จำใจรับมาเท่านั้น!
“งานอยู่บนโต๊ะยังทำไม่เสร็จเลยนะคุณเลขา ฉันสั่งแล้วเหรอว่าให้ลงมากินข้าวก่อนได้”
ความจริงเรื่องงานเขาก็แค่เอามาอ้าง ทว่าเขาต้องการดึงตัวเธอห่างจากภรุจ ไม่ใช่เพียงภรุจอย่างเดียว ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์
“ขอโทษค่ะท่านรองฯ น้ำค้างจะรีบขึ้นไปทำงานเดี๋ยวนี้!”
“ดีที่ยังรู้จักรับผิดชอบงาน” เสียงนี้เป็นเสียงของเจมส์พูดประชดเธอ คิดไปเองหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยน้ำค้างก็ได้หาข้ออ้างถอยห่างจากผู้ชายชื่อภรุจ จะว่าไปเธอก็แอบสงสัยว่าที่เขาทำ ทำเพื่อเมียตัวเองใช่หรือเปล่า หรือว่าเขาโกรธที่เธอละเลยงานลงมากินข้าวเที่ยง เพียงแค่หึงหวงภรรยาอย่างตน
ซึ่งข้อหลัง น้ำค้างขอคอมเฟิร์นว่าเป็นไปไม่ได้!
คนอย่างเจมส์ไม่เคยรักใคร จะมาหึงหวงคนที่เขาเกลียดอย่างเช่นเธอได้อย่างไรกัน...
คำว่าสามีสายเปย์ไม่เกินจริง แปดเดือนถัดมา น้ำค้างถูกเขาจับมาเป็นภรรยาที่เขารัก และยังพาเธอและลูกชายแฝดสองคนออกไปเที่ยว หลังจากเสร็จงานแต่งงานอลังการสมฐานะของทายาทสายตรงครอบครัวจรูญเพทายแล้วนั้น บ้านสองชั้นสีขาวหลังใหญ่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่บดบัง แต่ด้วยบรรยากาศแสนรื่นร่มและสดชื่นทำให้ครอบครัวสี่คนพ่อแม่ลูกย้ายเข้ามา น้ำค้างเพิ่งรู้ว่าห้าปีนั่น เจมส์แอบสร้างเรือนหอแยกออกมาจากบ้านจรูญเพทาย โดยเขาให้เหตุผลที่เธอขัดแย้งไม่ลง ‘ห้าปีที่ผ่านมาพี่ทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน นับวันรอเวลาที่ไม่อาจรู้ว่าพี่จะเจอหนูกับพวกลูกได้เมื่อไหร่ พี่เคยขอพรอธิษฐาน ถ้าหากว่าเราสองคนเป็นเนื้อคู่แท้จริง ขอให้พรหมลิขิตชักนำพาหนูเจอกับพี่ แล้วพี่สัญญาว่าจะรัก ดูแล ไม่ทำให้คนที่พี่รักต้องเสียใจเพราะการกระทำอันโง่เขลาของพี่’ ‘....’ ถ้าเป็นแต่ก่อนน้ำค้างไม่เชื่อ และหาว่าเขาโกหก เพราะเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เสียเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อแล้ว ‘หนูเป็นคนเดียวที่เข้ามาทำให้พี่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ขอบคุณนะ น้ำค้าง’ ‘แต่น้ำเห็นว่าพี่เจมส์ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลยนะคะ เรื่องความชวนพาน้ำลากขึ้นเตียงเนี่ย!’
งานแต่งงานรอบสองซึ่งเกิดจากความรักและความเข้าใจของคนสองคน เพียงไม่กี่เดือนที่น้ำค้างยอมมอบใจ เชื่อและไว้วางใจพ่อของลูกแฝด ตกปากรับคำตกลงจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยความเต็มใจจากคนที่เธอคิดว่าจะฝากชีวิตไว้ให้กับเขาดูแล ทั้งคืนน้ำค้างตื่นเต้น แทบนอนไม่หลับ ซึ่งแตกต่างจากงานแต่งงานครั้งแรกที่เกิดจากบังคับ จวบจนกระทั่งตีสามกว่าก็ถูกปลุกขึ้นมาแต่งหน้าและทำผม โดยสามีสายเปย์จ้างช่างแต่งหน้าชื่อดังฝีมือดี ราคาแพงแค่ไหน เจมส์จ่ายไหว ขอแค่เมียเขาสวยที่สุดก็พอ “เจ้าสาวสวยมากเลยค่ะ” ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้ากระจก มีรอยยิ้มแย้มกว้าง สีหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความสุขล้นอก สายตาคู่สวยไร้แว่นตากรอบหนาเตอะกลับดูสวยมากในสายตาผู้ชายทุกคนที่พบเห็นนั่นใช่น้ำค้างหรือเปล่า... “ขอบคุณมากค่ะ” “หม่ามี้แฮะ!” เสียงเรียกของลูกชายสองแฝดที่น้ำค้างคิดถึงสุดหัวใจดังจากทางด้านหลัง ช่างแต่งหน้าทำผมต่างหันมามองหน้ากันอย่างรู้หน้าที่ดีรีบเดินเลี่ยงออกจากห้องแต่งตัวเจ้าสาว เพราะแต่งตัวให้น้ำค้างกลายเป็นเจ้าสาวสวยงดงามในงานนี้เสร็จแล้ว “เชาว์ ชาวิน” อ้าแขนสองข้างรอรับลูกชายสองคนต่างวิ่งเข้ามาสวมกอดแนบแน่นด้วยความคิดถึง ส
ก่อนที่สองสามีภรรยากำลังจะคืนดีกัน ภายในห้องน้ำ เจมส์ยกบั้นท้ายของน้ำค้างเหนือขึ้นกว่านี้ ก่อนจับท่อนเอ็นอุ่นร้อนผงาดชูชันพร้อมทำศึกรักตลอดเวลา สอดเสยเข้าไปในกายสาวลึก ออกคำสั่งให้หญิงสาวกระแทกก้นลงมาสุดแรงทำให้นิ่วหน้า ทั้งเจ็บทั้งจุกในท้องน้อยคราวเดียวกัน “อ๊ะ พี่เจมส์” น้ำหวานล่อลื่นผสมผสานน้ำสีขาวขุ่นใสของเขาทำให้ลำเอ็นร้อนกดแช่ค้างนิ่งไว้ด้านในโพรงสาวช่างดูดรัดเขาจนแทบแตกคาร่อง “อย่าเพิ่งหนีบขาพี่ อ๊าส์...น้ำค้าง” ท่อนขาเรียวสวยสองข้างแยกกว้างกว่านี้เพื่อรองรับตัวตนของเขาดันผ่านเข้าลึกสุด สัมผัสกลีบเนื้อดังครูดจนเธอเสียวซ่าน โอบรัดดูดกลืนด้านในจนใบหน้าคมคายอดกลั้นไม่ไหว เงยหน้าสูดปากครางร้องเรียกชื่อแต่น้ำค้าง เสียงครางกระเส่าถูกลบกลืนไปด้วยเสียงน้ำไหลจากฝักบัวที่ไหลแรงกว่าปกติ ทุกช่วงจังหวะขยับเขยื้อนเข้าออกอย่างช้าๆ ยังไม่ต้องการให้เมียรักเจ็บตอนนี้ “แรงอีกได้มั้ย ดีขึ้นรึเปล่าครับ” เจอคำถามแบบนั้น น้ำค้างผงกหัวตอบ แก้มแดงนวลร้อนผ่าวด้วยความขวยเขิน จากความเจ็บระบมทีแรกกลับร้อนวูบวาบภายในท้องน้อย “ดูดของผัวมาก” พูดได้แค่นี้ นิ้วกร้านหยาบอีกข้างไล้เลื่อนขึ้นมาหยุด
บ้านจรูญเพทาย ในเวลาสองชั่วโมงต่อมา “เบบี๋จ๋า ฟังผัวก่อนสิ ผัวรู้ว่าหนูโกรธพี่มาก แต่ตอนนั้นผัวไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขาเลยนะ” “ไม่ต้องมายุ่งกับน้ำ พี่เจมส์ไม่เคยรู้หรอกว่าตลอดห้าปีที่น้ำต้องยอมอุ้มท้องลูกของคนสันดานปากหมา ก็มีแต่คุณภรุจคนเดียวที่เสียสละเวลาอันมีค่าของงานเพื่อมาคอยดูแล เลี้ยงดูลูกแฝด ขณะที่น้ำออกไปเปิดร้านขายน้ำชาไต้หวันไข่มุกนะ ถ้ารู้แต่แรก น้ำไม่น่าใจอ่อนให้กับพี่หรอก” “น้ำค้าง” สายตาของเจมส์เงยหน้ายืนมองดูแผ่นหลังของเมียพฤตินัยเดินสะบัดเชิดหน้าขึ้นเข้าไปจัดห้องเหมือนเดิมพร้อมป้าญาวี หลังพาลูกชายแฝดเข้ามาแนะนำตัวให้พ่อตัวเองรู้จัก ซึ่งคนอยากมีหลานมานานอย่างเจต์ ตื่นเต้นดีใจ เห็นหน้าหลานชายสองคนก่อนตาย ก่อนหน้านั้นน้ำค้างหันมาเคลียร์เรื่องที่เธอแอบได้ยินเขาคุยกับภรุจ สุดท้ายหญิงสาวโกรธอดีตสามีอารมณ์ร้อนไปพาลอาละวาด ชกต่อยหมัดภรุจจนมีรอยช้ำตรงมุมปากในวันนั้นที่เธอเห็น น้ำค้างให้อภัยเจมส์ไม่ได้ “สมน้ำหน้า ทำกับเขาไว้เยอะ พอผลกรรมตกมาที่แกก็กลายเป็นหมาหงอยนั่งขอความรัก ฉันไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชเวทนาแกจริง ๆ” เจต์ลาออกจากตำแหน่งท่านประธานบริหารสูงสุด ยกบริษัท
“หม่ามี้แฮะ! พวกผมหาชุดของตัวเองไม่เจอ” สองแฝดวิ่งออกจากห้องน้ำในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอย่างไม่อายใคร เพราะคิดว่าตัวเองอยู่กับแม่คนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ชอบทำกัน และน้ำค้างค่อนข้างคุ้นชินกับเจ้าหนอนน้อยสองคนแสบซน ทว่า...มีคนอื่นเข้ามาอยู่ในนี้ด้วยสิ แถมยังเห็นภาพที่พวกเด็กวัยนี้ไม่สมควรดู “เชาว์ ชาวิน!” น้ำค้างผลักอกแกร่งของอดีตสามีออกห่าง รีบลุกจากเตียงแล้วก้มลงจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อย ส่วนคนตีหน้ามึนยังยืนอยู่เฉย เจมส์ไม่สะทกสะท้านหรือมียางอายเสียด้วยซ้ำ ยักคิ้วเจ้าเล่ห์เสมือนเป็นต่อจนพวกสองแฝดรีบถลาดึงตัวแม่ตนเองถอยห่างจากผู้ชายอันตราย น้ำค้างยกมือขึ้นมานวดเคล้นคลึงกุมขมับตัวเอง เกือบลืมไปว่าข้างในห้องนี้มีลูกชายฝาแฝดอยู่ เธอหน้าร้อน ทำตัวไม่ถูกทันท่วงที “อ้าว คิดจะโชว์หนอนน้อยให้แด๊ดดูหรอก ปะ เดี๋ยวแด๊ดจะโชว์ปืนกลใหญ่ให้เชาว์กับชาวินดู แค่นี้เล็กน้อย อนาคตแด๊ดจะได้ลูกสะใภ้มั้ยเนี่ย” ทว่า...สองแฝดยังคงมีทิฐิ อคติในใจของพ่อแท้จริงหลีกเลี่ยง หลบหนีทางอื่น “ผมกับน้องอาบน้ำแล้วครับ” พูดจบทำหน้าบึ้งตึงใส่ แต่คนมองลอบยิ้มขบขัน ไม่โกรธถือสาสักนิดเดียว “อาบแล้วก็อาจจ
แม้ว่าการเจอกันครั้งแรกระหว่างสายสัมพันธ์สามคนสองพ่อลูกแฝดชายจะไม่ค่อยลงตัวดีเสียเท่าไหร่ ทว่าเจมส์หงายไพ่การ์ดสุดท้ายทำเอาเด็กชายเชาว์และน้องชาวินจำนนยอมเปิดรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เข้ามาสู่ครอบครัวจรูญเพทายเหมือนเดิม ‘ตลอดที่ผ่านมา แด๊ดเจ็บปวดและรู้สึกผิดกับแม่ของพวกลูกมาตลอด มันจะเป็นไปได้มั้ยถ้าหากแด๊ดดี้คนนี้ขออยู่ชดใช้ความผิดที่เคยทิ้งพวกหนู แด๊ดรักเชาว์ ชาวินและหม่ามี้มากเลยนะครับ’ น้ำค้างลอบเลียงเคียงถามความสมัครใจของลูกชายฝาแฝดค่อนข้างหัวดื้อรั้นเล็กน้อย ไม่ค่อยเชื่อใจคนแปลกหน้าอะไรง่ายๆ ว่าจะยอมย้ายเข้าไปอยู่บ้านพ่อตัวจริงของพวกแกหรือเปล่า และคำตอบที่ได้รับมาเธอหยุดนิ่ง ทบทวนความรู้สึกตัวเองสักสิบวินาที ‘ถ้าหม่ามี้ยังรักแด๊ดดี้คนนี้อยู่ ไม่รักแด๊ดดี้รุจแล้ว พวกผมแอบสงสารแด๊ดรุจนะครับ’ นี่คือคำตอบของชาวิน แฝดผู้น้อง ‘ถ้าหากหม่ามี้ยอมไป พวกผมจะไปตามติดหม่ามี้ทุกที่เลยครับ’ “ว่ายังไง เธอจะยอมกลับไปอยู่กับพี่ได้มั้ย น้ำค้าง” จากตอนนี้ห้าทุ่มเกือบใกล้เที่ยงคืน หลังน้ำค้างส่งลูกชายฝาแฝดเข้าห้องอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมีเรเปล ทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นเกลี้ยกล่อมนอน แน่น







