LOGIN“อะไรนะ ไรอัน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงแตกพร่าเพราะความสิ้นหวัง “ฉันกำลังท้องนะ... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน! คุณคงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโตมาโดยไม่มีพ่อใช่ไหม”ฉันยึดเกาะความหวังอันแสนเปราะบางเอาไว้ หวังว่าชีวิตเล็ก ๆ ในท้องจะมากพอที่จะรั้งเขาไว้ และทำให้เขายอมอยู่กับฉันไรอันหันกลับมา สีหน้ามืดครึ้มและแข็งกร้าวไร้แววจะอ่อนข้อ“เอาเด็กออกซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วแตก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไอริสกลับมาแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งมาทำลายโอกาสครั้งที่สองของเรา”คำพูดนั้นกระแทกเข้าใส่ราวกับถูกชกอย่างแรง จนลมหายใจแทบขาดห้วง ฉันจ้องเขาตาค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เขาจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ“ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณย่าแล้ว” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าคุณย่าไม่เคยชอบไอริส และเธอก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของเราพังลงในครั้งแรก แต่ตอนนี้ไอริสกลับมาแล้ว จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนออกจากกันอีก ฉันขอโทษนะอบิเกล ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่ไอริสกลับมา”ฉันรู้สึก
มุมมองของอบิเกล“ยินดีด้วยนะคะอบิเกล คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ!” คุณหมอเชลซี พาล์เมอร์ยิ้มกว้างให้ฉันความสุขบริสุทธิ์ถาโถมเข้ามาจนความเจ็บปวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาถูกกลบหายไปชั่วขณะ มือทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าท้องตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มแห่งความสุขค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาลูกน้อย ลูกของเรา“จากนี้สิ่งสำคัญมากคือคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันทุกอย่าง เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ “ฉันจะสั่งวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ให้ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ!” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน “ฉันจะมาตรวจตามนัดทุกครั้งเลยค่ะ”เธอพยักหน้า ก่อนรอยยิ้มจะจางลงเล็กน้อย “คุณเป็นภรรยาของไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ใช่ไหมคะ”คำถามนั้นทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความกังวลพลันก่อตัวแน่นอยู่ในท้อง“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจหรือเปล่าถ้าคุณยังมาฝากครรภ์ที่นี่ต่อ ไรอันกับฉันรู้จักกันมานานแล้ว แต่เอาเป็นว่าครอบครัวของเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” เธ
เสียงสะอื้นทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นเทา ขณะที่ความจริงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ไอริสคือสาเหตุที่ไรอันหายตัวไปอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดบีบรัดอยู่ในอกอย่างแสนสาหัส ราวกับมีมีดคมกริบแทงแล้วบิดซ้ำ เมื่อคิดอย่างหวาดกลัวว่าหัวใจส่วนใหญ่ของไรอันอาจยังคงเป็นของเธอฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพราะจมอยู่กับความเศร้าจนแทบไม่รับรู้อะไร กระทั่งประตูห้องนอนเปิดออกและไรอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ฉันรีบลุกขึ้นยืน หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาไปเผชิญหน้ากับเขา“ที่แท้ทั้งวันคุณก็อยู่กับเธอสินะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น เมื่อเขาหลบสายตา น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมาจากดวงตาฉันทันที“ฉันขอโทษอบิเกล” เขาพูดด้วยเสียงต่ำและตึงเครียด “ฉัน... สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องพูดความจริงกับเธอ การได้เจอไอริสอีกครั้ง... มันทำให้ฉันมีความสุข”คำพูดของเขาไม่ต่างจากระเบิดที่ทำลายโลกอันเปราะบางซึ่งพวกเราสร้างร่วมกันจนแหลกสลาย ฉันจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“งั้นคุณก็ยังรักเธออยู่ใช่ไหม” ฉันตะโกน ความโกรธและความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “คุณยังรักผู้หญิงที่ทรยศคุณงั้นเหรอ ผู้หญิงที่ทิ้งคุณไปหาเ
ฉันรออยู่ในห้องทำงานของไรอัน หวังว่าเขาจะกลับมา แต่จนหมดเวลาพักกลางวันก็ยังไม่มีวี่แววของเขา ความผิดหวังหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก ขณะที่ฉันเดินคอตกกลับไปยังแผนกบัญชี“เป็นอะไรไป เธอดูแย่มากเลย อย่าบอกนะว่าเธอกับคุณซัมเมอร์ฟิลด์ทะเลาะกัน” เซดีถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปฉันรู้สึกขอบคุณที่ถึงแม้พวกเธอจะรู้แล้วว่าฉันเป็นภรรยาของซีอีโอ แต่ก็ยังปฏิบัติต่อฉันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเหมือนวันแรกที่ฉันเข้ามาทำงาน“ไรอันไม่อยู่ที่ห้องทำงาน” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงหดหู่คาร์เมนขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาไม่อยู่ ปกติเวลาเขามีนัดประชุมนอกบริษัท อาร์เธอร์ต้องไปด้วยไม่ใช่เหรอ เมื่อชั่วโมงก่อนฉันยังเห็นอาร์เธอร์อยู่ในโรงอาหารเลย”คำพูดนั้นเหมือนหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าใส่ ฉันจ้องพวกเธอนิ่ง ความสับสนในใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเย็นเยียบอย่างรวดเร็ว“บางทีอาจเป็นนัดด่วนกะทันหันก็ได้” คาร์เมนรีบพูดแก้สถานการณ์ พลางส่งสายตาเตือนไปทางเซดีจนอีกฝ่ายเงียบลง แต่ฉันไม่พลาดสายตาระแวดระวังปนสงสารที่ทั้งคู่แอบสบกันเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไรอันก็ไม่กลับมาเลย กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน อาร์เธอ
มุมมองของอบิเกลตลอดการเดินทางกับไรอัน ความสุขอันเปล่งประกายที่ยากจะอธิบายอบอวลอยู่ในใจฉันตลอดเวลา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันยิ้มเสียจนปวดแก้ม และเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดสายตาแต่เช่นเดียวกับสิ่งดี ๆ ทุกอย่าง สรวงสวรรค์ของเราย่อมต้องมีวันสิ้นสุด ความเป็นจริงเรียกให้เรากลับไปยังมารินาโพลิสและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้แน่ชัดแล้วว่าไรอันได้ครอบครองหัวใจของฉันไปหมดแล้ว เพียงคิดว่าจากนี้อาจต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา อนาคตก็ดูมืดมนและว่างเปล่าขึ้นมาทันที“เธอแน่ใจจริง ๆ เหรออบิเกล” ไรอันถามขณะที่รถกำลังพาเราไปยังบริษัท “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้วนะ ฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำให้ตัวเองลำบากเลย”นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่น ต่อให้เราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็ยังต้องการทำงาน ความคิดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีอะไรให้ใช้ทั้งความคิดและความสามารถ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ในคุก“ไรอัน เราจะต้องเถียงเรื่องนี้กันจริง ๆ เหรอ”
ฉันสะดุ้งเกร็งทันทีที่ไรอันเข้ามาในตัว ความเจ็บแปลบรุนแรงแล่นขึ้นมาจนรู้สึกราวกับสะโพกกำลังถูกฉีกออกจากร่าง น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา ฉันกัดฟันแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องออกมา“ฉันขอโทษ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างแก้ม “ครั้งแรกมันก็เป็นแบบนี้... เดี๋ยวความเจ็บจะค่อย ๆ หายไป ฉันสัญญา กอดฉันไว้ก็พอ” เขาหยุดนิ่งอยู่เหนือร่างฉัน ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวกับความรู้สึกแปลกใหม่และแน่นเต็มที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาพรมจูบเบา ๆ ทั่วใบหน้าราวกับปลอบโยน ก่อนริมฝีปากจะกลับมาประกบกับฉันอย่างอ่อนโยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ความเจ็บแปลบเริ่มจางหายไปทีละน้อย ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ทำให้ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ สะโพกของตัวเองกลับขยับเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณเพียงการขยับเล็กน้อยนั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้เขา เสียงครางต่ำดังขึ้นจากลำคอ ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จากช้า ๆ ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ มั่นคงขึ้นร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เสียงครางแผ่วเบาผสานกันท่ามกลางอากาศยามค่ำคืน ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด ถูกกลืนด้วยคลื่นความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้ฉันแทบเ







