Share

สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน
Author: เคธี่

บทที่ 1

Author: เคธี่
มุมมองของอบิเกล

เหงื่อแห่งความประหม่าผุดซึมทั่วร่าง ขณะที่ฉันมองคฤหาสน์หลังมหึมาซึ่งเรียงรายอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูแห่งคามาตี ในที่สุดยามหน้าประตูก็ยอมให้ฉันเข้า แต่หลังจากที่ฉันฝากบัตรประจำตัวไว้เป็นหลักประกันแล้วเท่านั้น

ฉันมาที่นี่เพื่อสมัครงานแม่บ้าน แต่เนื่องจากไม่อนุญาตให้นำจักรยานผ่านประตูเข้าไป ฉันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดิน พลางกำหนังสือพิมพ์ที่วงที่อยู่เอาไว้แน่น

คฤหาสน์ทุกหลังที่ฉันเดินผ่านให้ความรู้สึกราวกับได้เหลือบมองเข้าไปในโลกอีกใบ และตอกย้ำว่าผู้คนในย่านนี้ร่ำรวยมหาศาลเพียงใด ความหรูหราฟุ่มเฟือยตรงหน้าทำให้ท้องไส้ของฉันปั่นป่วนด้วยความประหม่า

ถ้าพ่อแม่มีเงินมากพอจะส่งฉันเรียนมหาวิทยาลัย ฉันคงไม่มีวันมาที่มารินาโพลิส แต่ฉันเกิดมาในครอบครัวยากจน และนี่คือสิ่งที่ฉันต้องยอมอดทนเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเอง

ฉันรู้สึกขอบคุณเจอรี แซนเดอร์สที่พาฉันมาที่นี่และให้ที่ซุกหัวนอนระหว่างหางาน แต่ฉันคงอยู่กับเธอได้ไม่นาน บ้านหลังเล็กของเธอแออัดเสียยิ่งกว่าปลากระป๋อง แถมแฟนที่อาศัยอยู่ด้วยกันของเธอยังทำให้ฉันขนลุกทุกครั้งที่เขาเอาแต่จ้องฉันด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ

เมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเอาขยะออกมาทิ้ง ฉันก็รีบเดินเข้าไปหา “ขอโทษนะคะ คุณรู้จักที่อยู่นี้ในหนังสือพิมพ์ไหมคะ”

เธอเหลือบมองฉันก่อนจะรับหนังสือพิมพ์ไปจากมือ “เธอมีธุระที่นี่เหรอ มาสมัครงานแม่บ้านใช่ไหม”

ฉันรีบพยักหน้าทันที

“อยู่ถัดขึ้นไปไม่ไกลหรอก เดินตรงไปเรื่อย ๆ แล้วจะเห็นบ้านหลังใหญ่มากอยู่เกือบสุดถนน พวกเขารวยที่สุดในละแวกนี้เลย บ้านใหญ่กว่าหลังอื่นตั้งสองเท่า” เธอยิ้มให้ ฉันกล่าวขอบคุณก่อนจะรีบเร่งฝีเท้า

เมื่อมาถึงคฤหาสน์ ฉันก็ตรวจดูตัวอักษรบนประตูรั้วขนาดใหญ่เทียบกับที่อยู่ในหนังสือพิมพ์อีกครั้ง ทันใดนั้น ยามคนหนึ่งก็เดินออกมาจากตัวบ้านหลักแล้วตรงมาหาฉัน

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณผู้หญิง ที่นี่ห้ามเข้ามาขอเรี่ยไรโดยเด็ดขาดนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ฉันขมวดคิ้ว เขาคิดว่าฉันเป็นขอทานหรือไง แต่พอคิดว่าตัวเองมีเงินติดตัวอยู่แค่สามร้อย ฉันก็คงไม่ได้ต่างจากขอทานสักเท่าไร ถ้าไม่ได้งานนี้ ฉันคงต้องนอนข้างถนน ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวเหลือเกินในเมืองอย่างมารินาโพลิส

“ฉันมาสมัครงานแม่บ้านค่ะ ฉันเห็นประกาศในหนังสือพิมพ์ เดินทางมาจากชนบทตั้งไกล และฉันต้องการงานนี้จริง ๆ ค่ะ” ฉันอธิบาย

เขาดูตกใจ สายตากวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ความโกรธวาบขึ้นมาในอก แต่ฉันกัดลิ้นตัวเองเอาไว้ ถ้ามาอารมณ์เสียตอนนี้ การเดินทางมาถึงที่นี่ก็คงสูญเปล่า

“คุณมาไม่ถูกจังหวะเลยครับ ตอนนี้ข้างในกำลังวุ่นวายกันมาก” เขาพูดพลางลดเสียงลง

ฉันมองเขาอย่างงุนงง “หมายความว่ายังไงคะ ฉันจะกลับไปทั้งที่ยังไม่ได้คุยกับใครสักคนไม่ได้หรอกนะ ฉันเดินมาตั้งไกล แถมไม่มีเงินพอจะกลับมาใหม่วันอื่นด้วย”

เขามองฉันอีกครั้งอย่างลังเล “ผมไม่แน่ใจว่ามาดามจะยอมพบคุณหรือเปล่า ตอนนี้เธอกำลังโกรธจัด กำลังตะโกนใส่ทุกคนในบ้านเลย”

ความกังวลพุ่งสูงขึ้นทันที ในเมื่อเหลือเงินติดตัวแค่สามร้อย ฉันจะกลับไปหาเจอรีมือเปล่าไม่ได้ “ได้โปรดเถอะค่ะ ให้ฉันลองดูก่อน ในประกาศบอกว่าผู้สมัครมาได้ทุกเวลา ช่วยเห็นใจฉันหน่อยนะคะ” ฉันอ้อนวอน

เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยอมพยักหน้าในที่สุด “ก็ได้ครับ ผมจะพาคุณไปหาพ่อบ้านแทน”

เขาพาฉันเข้าไปด้านใน และภาพตรงหน้าก็ทำให้ฉันตะลึงทันที คฤหาสน์ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ทั้งดอกไม้ที่จัดไว้อย่างงดงามและผ้าประดับสุดประณีต ราวกับกำลังเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่

“วันนี้เป็นวันแต่งงานของคุณชายไรอันครับ เขาเป็นหลานชายของมาดามอามารา” ยามกระซิบ “แต่เจ้าสาวของคุณชายไรอันหนีไปแล้ว ตอนนี้ข้างในเลยวุ่นวายกันไปหมด”

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังลั่นมาจากข้างใน ตามมาด้วยเสียงอะไรบางอย่างแตกกระจาย

“พระเจ้า เห็นไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร ผมไม่อยากโดนลูกหลง ไปกันเถอะ ไปหาพ่อบ้านกัน เขาจะจัดการเรื่องของคุณเอง”

ขณะที่ฉันกำลังจะเดินตามเขาไป เสียงแหลมคมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เธอเป็นใคร”

ฉันชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับหญิงสูงวัยที่มีสีหน้าเคร่งขรึม คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นราวกับพร้อมจะฉีกใครสักคนเป็นชิ้น ๆ เครื่องประดับราคาแพงประดับอยู่ทั่วร่าง และมีคนรับใช้ในเครื่องแบบยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านหลัง ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนตอบ

“ฉันมาสมัครงานแม่บ้านค่ะมาดาม”

เธอเลิกคิ้วขึ้น สายตาค่อย ๆ กวาดมองฉันอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก “เยี่ยมเลย! ทำไมจะไม่ได้ล่ะ!”

เข่าของฉันสั่นระริกเมื่อถูกสายตาคู่นั้นจับจ้อง

“ตามฉันมา ฉันอยากคุยกับเธอข้างใน” หญิงสูงวัยออกคำสั่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในคฤหาสน์โดยไม่หันกลับมามอง

ฉันหันไปมองยามอย่างขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับรีบทำไม้ทำมือบอกให้ฉันทำตามคำสั่งเธอ

ฉันถอนหายใจอย่างปลงตกแล้วเดินตามเธอไป

‘เธอคงไม่ใช่แวมไพร์ที่จะมาดูดเลือดฉันหรอกน่า’ ฉันพยายามปลอบใจตัวเอง

ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน ฉันก็ถึงกับกลั้นหายใจ ภายในคฤหาสน์งดงามตระการตายิ่งกว่าด้านนอกเสียอีก

สายตาของฉันเลื่อนขึ้นไปด้านบน ก่อนจะหยุดอยู่ที่โคมระย้าขนาดมหึมาซึ่งประดับด้วยสิ่งที่ดูราวกับเพชรแท้นับพันเม็ด แสงจากมันส่องประกายระยิบระยับไปทั่วโถงทางเข้าอันโอ่อ่า

พระเจ้า... ถ้าฉันได้งานนี้ เจ้านายของฉันคงร่ำรวยจนเกินจินตนาการ ความปรารถนาหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ ฉันอยากมีโอกาสได้อยู่ในสถานที่แบบนี้ ถึงจะอยู่ในฐานะคนรับใช้ก็ยังดี

หญิงสูงวัยคนนั้น มาดามอามารา ซัมเมอร์ฟิลด์ นั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะตัวยาวที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ก่อนจะกวักมือเรียกให้ฉันเข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปหาเธอด้วยศีรษะที่ก้มต่ำ หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก

“สามสิบล้านบาท” เธอเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแทรกผ่านความเงียบอันตึงเครียด “แลกกับการแต่งงานกับหลานชายของฉัน”

ฉันได้แต่นิ่งเงียบ มั่นใจว่าเธอคงไม่ได้พูดกับฉันแน่ ๆ แถวนี้ต้องมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าฉันอยู่แน่นอน

“เธอชื่ออะไร” น้ำเสียงเฉียบขาดของเธอทำให้ฉันสะดุ้ง

“อบิเกลค่ะ! อบิเกล สก็อตต์” ฉันตอบตะกุกตะกัก ความประหม่าปิดไม่มิดในน้ำเสียง

“อบิเกล ได้ยินที่ฉันพูดเมื่อกี้ไหม สามสิบล้านบาท แลกกับการแต่งงานกับหลานชายของฉัน” เธอย้ำอีกครั้ง

ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นี่ต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่ ๆ

“มะ...มาดามคะ ฉันแค่มาสมัครงานแม่บ้าน ไม่ได้มาสมัครเป็นภรรยาใครนะคะ” ฉันพยายามตอบทั้งที่ร่างกายสั่นเทา

เธอจ้องฉันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนสีหน้าเคร่งขรึมจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แฝงความหมาย “เธอต้องการเงินไม่ใช่เหรอ ฉันจะให้เธอสามสิบล้านบาทเดี๋ยวนี้เลย ขอแค่เธอมาเป็นเจ้าสาวแทนและแต่งงานกับหลานชายของฉัน”

ฉันได้แต่จ้องเธออย่างเหม่อลอย สมองหมุนติ้วจนอยากหยิกตัวเองแรง ๆ สักที นี่ฉันกำลังฝันอยู่หรือเปล่า

“โลลา ไปเอาสมุดเช็คของฉันมาจากห้องทำงาน” เธอสั่งผู้หญิงที่คอยติดตามอยู่ด้านหลัง

เมื่อคนรับใช้รีบเดินออกไป มาดามอามาราก็หันกลับมาสนใจฉันอีกครั้ง

“เจ้าสาวของหลานชายฉันหนีไปแล้ว พิธีแต่งงานกำหนดไว้ตอนบ่ายสามโมงวันนี้ที่สวน เธอก็เห็นแล้วว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ครอบครัวต้องขายหน้าต่อหน้าแขกทุกคนเพราะยัยไอริส เพอร์รีจอมเหลาะแหละนั่นหรอกนะ”

“รับข้อเสนอของฉันซะ หลังจบพิธี เธอจะกลับไปที่ไหนก็ตามแต่ที่เธอจากมาก็ได้ พร้อมเงินก้อนนี้เป็นค่าตอบแทน”

ความจริงของข้อเสนอนั้นค่อย ๆ ซึมเข้าสู่สมอง ถ้าฉันทำ ฉันก็จะกลายเป็นเศรษฐีในพริบตา พวกเราจะซื้อที่ดินข้างบ้านได้ ครอบครัวของฉันจะมีความมั่นคง และฉันก็จะมีเงินจ่ายค่าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ฉันไม่ต้องคอยขัดถูพื้นหรือหลบสายตาน่าขนลุกของแฟนเจอรีอีกต่อไป

“เอ่อ มาดามคะ... นี่ไม่ใช่การหลอกลวงอะไรใช่ไหมคะ” คำพูดหลุดออกจากปากก่อนที่ฉันจะห้ามตัวเองได้ ฉันรีบกัดริมฝีปากทันที

‘ทำไมฉันไม่เคยคิดก่อนพูดเลยนะ’ ฉันคิดอย่างหดหู่

ผิดคาด มาดามอามารากลับหัวเราะหึ ๆ “นี่ไม่ใช่การหลอกลวง อบิเกล ฉันจะเขียนเช็คให้เธอตอนนี้เลย เราไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำก็แค่สวมชุดแต่งงานที่ยัยไอริสตัวดีทิ้งเอาไว้ บอกมาว่าเธอตกลง แล้วฉันจะเซ็นเช็คใบนี้ให้ หลังจบพิธี เธอก็เดินจากไปพร้อมค่าตอบแทนได้เลย ทำเหมือนกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

คำโน้มน้าวของเธอฟังดูยากจะปฏิเสธ หญิงผู้เป็นใหญ่ของตระกูลที่กำลังโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่หายไปแล้ว เหลือเพียงคุณย่าผู้ยิ้มแย้มและดูใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันพบว่าตัวเองพยักหน้ารับไปตามสัญชาตญาณ

ฉันจะเรื่องมากไปทำไม นี่คือเงินก้อนใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตฉันได้ ปัญหาทั้งหมดจะหายไปในพริบตา ฉันก็แค่เป็นตัวแทน เป็นเจ้าสาวจำเป็น แล้วจากไปในฐานะเศรษฐี มันไม่ต่างอะไรกับถูกแจ็กพอตเลย

“ยอดเยี่ยม! ในเมื่อเราตกลงกันแล้ว ฉันจะจ่ายเงินให้เธอตอนนี้เลย เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันอาจมัวแต่ยุ่งจนลืม” เธอพูดพลางรับสมุดเช็คจากคนรับใช้ที่เพิ่งกลับมา

เธอเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว ตวัดลายเซ็นแล้วส่งกระดาษใบนั้นมาให้ฉัน “นี่ สามสิบล้านบาท ไม่ขาดไม่เกิน”

มือของฉันสั่นแรงจนแทบถือเช็คไว้ไม่อยู่ ฉันจ้องตัวเลขบนกระดาษ เลขศูนย์มากมายพร่าเลือนไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าอย่างระมัดระวัง

“ดีมาก ทีนี้ก็ตามฉันมา เราไม่มีเวลาให้เสียแล้ว แขกกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า” เธอก้มดูนาฬิกาก่อนจะลุกขึ้น แล้วพาฉันออกจากห้อง ฉันเดินตามไปอย่างเหม่อลอย รู้สึกราวกับกำลังลอยอยู่บนก้อนเมฆ

เราเข้าไปในห้องแต่งตัวสุดหรู มาดามอามาราหันไปสั่งสไตลิสต์ชายสามคน “เตรียมตัวเธอให้พร้อม เธอจะมาแทนไอริส ใส่ชุดแต่งงานให้เธอ”

ฉันถึงกับอ้าปากค้าง ชุดแต่งงานที่จัดแสดงอยู่กลางห้องงดงามราวกับผลงานศิลปะ ปักประดับด้วยสิ่งที่ดูเหมือนเพชรแท้จนเปล่งประกายไม่แพ้โคมระย้าที่ฉันเพิ่งเห็น

“คุณครับ ผมคิดว่าคุณควรไปอาบน้ำเร็ว ๆ ก่อนนะครับ จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้นก่อนที่เราจะใส่ชุดให้” สไตลิสต์คนหนึ่งแนะนำอย่างสุภาพ

ฉันสะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่ามัวแต่ยืนจ้องชุดอยู่ พอหันมองรอบตัว มาดามอามาราก็หายไปแล้ว

“ฉันเพิ่งเดินตากแดดมา... ถ้าอาบน้ำตอนนี้อาจเป็นตะคริวก็ได้” ฉันโพล่งออกมาตามความเชื่อที่ผู้ใหญ่บ้านฉันชอบพูดกัน เหล่าสไตลิสต์สบตากันอย่างขบขัน พลางพยายามกลั้นยิ้มอย่างยากลำบาก ฉันกัดริมฝีปากด้วยความอาย ก่อนจะพยักหน้าแล้วนำกระเป๋าไปวางไว้ตรงมุมห้องอย่างปลอดภัย

“ห้องน้ำอยู่ไหนคะ” ฉันถาม

หนึ่งในนั้นชี้ไปยังประตูบานเล็กที่กลืนไปกับผนัง ฉันรีบเข้าไปข้างใน และเมื่อรู้ว่าทุกคนกำลังรออยู่ ฉันจึงอาบน้ำเร็วที่สุดเท่าที่เคยอาบมาในชีวิต

“จะเป็นตะคริวก็ช่างมันเถอะ” ฉันกระซิบกับตัวเอง พลางตื่นตาตื่นใจกับสบู่นำเข้าและความสะอาดหมดจดของทุกอย่าง “ขอแค่ได้เงินสามสิบล้านบาทนั่นก็พอ”

ฉันอยากใช้เวลาอยู่ในนั้นให้นานกว่านี้ แต่เสียงเคาะประตูอย่างเร่งเร้าก็ทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขต้องจบลง

‘ไม่เป็นไรหรอก’ ฉันคิดขณะก้าวออกไป ‘ทันทีที่ขึ้นเงินเช็คได้ ฉันจะซื้อแชมพูยี่ห้อนี้มาใช้ให้ครบทุกอย่างเลย’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 30

    “อะไรนะ ไรอัน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงแตกพร่าเพราะความสิ้นหวัง “ฉันกำลังท้องนะ... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน! คุณคงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโตมาโดยไม่มีพ่อใช่ไหม”ฉันยึดเกาะความหวังอันแสนเปราะบางเอาไว้ หวังว่าชีวิตเล็ก ๆ ในท้องจะมากพอที่จะรั้งเขาไว้ และทำให้เขายอมอยู่กับฉันไรอันหันกลับมา สีหน้ามืดครึ้มและแข็งกร้าวไร้แววจะอ่อนข้อ“เอาเด็กออกซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วแตก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไอริสกลับมาแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งมาทำลายโอกาสครั้งที่สองของเรา”คำพูดนั้นกระแทกเข้าใส่ราวกับถูกชกอย่างแรง จนลมหายใจแทบขาดห้วง ฉันจ้องเขาตาค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เขาจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ“ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณย่าแล้ว” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าคุณย่าไม่เคยชอบไอริส และเธอก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของเราพังลงในครั้งแรก แต่ตอนนี้ไอริสกลับมาแล้ว จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนออกจากกันอีก ฉันขอโทษนะอบิเกล ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่ไอริสกลับมา”ฉันรู้สึก

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 29

    มุมมองของอบิเกล“ยินดีด้วยนะคะอบิเกล คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ!” คุณหมอเชลซี พาล์เมอร์ยิ้มกว้างให้ฉันความสุขบริสุทธิ์ถาโถมเข้ามาจนความเจ็บปวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาถูกกลบหายไปชั่วขณะ มือทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าท้องตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มแห่งความสุขค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาลูกน้อย ลูกของเรา“จากนี้สิ่งสำคัญมากคือคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันทุกอย่าง เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ “ฉันจะสั่งวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ให้ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ!” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน “ฉันจะมาตรวจตามนัดทุกครั้งเลยค่ะ”เธอพยักหน้า ก่อนรอยยิ้มจะจางลงเล็กน้อย “คุณเป็นภรรยาของไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ใช่ไหมคะ”คำถามนั้นทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความกังวลพลันก่อตัวแน่นอยู่ในท้อง“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจหรือเปล่าถ้าคุณยังมาฝากครรภ์ที่นี่ต่อ ไรอันกับฉันรู้จักกันมานานแล้ว แต่เอาเป็นว่าครอบครัวของเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” เธ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 28

    เสียงสะอื้นทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นเทา ขณะที่ความจริงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ไอริสคือสาเหตุที่ไรอันหายตัวไปอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดบีบรัดอยู่ในอกอย่างแสนสาหัส ราวกับมีมีดคมกริบแทงแล้วบิดซ้ำ เมื่อคิดอย่างหวาดกลัวว่าหัวใจส่วนใหญ่ของไรอันอาจยังคงเป็นของเธอฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพราะจมอยู่กับความเศร้าจนแทบไม่รับรู้อะไร กระทั่งประตูห้องนอนเปิดออกและไรอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ฉันรีบลุกขึ้นยืน หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาไปเผชิญหน้ากับเขา“ที่แท้ทั้งวันคุณก็อยู่กับเธอสินะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น เมื่อเขาหลบสายตา น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมาจากดวงตาฉันทันที“ฉันขอโทษอบิเกล” เขาพูดด้วยเสียงต่ำและตึงเครียด “ฉัน... สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องพูดความจริงกับเธอ การได้เจอไอริสอีกครั้ง... มันทำให้ฉันมีความสุข”คำพูดของเขาไม่ต่างจากระเบิดที่ทำลายโลกอันเปราะบางซึ่งพวกเราสร้างร่วมกันจนแหลกสลาย ฉันจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“งั้นคุณก็ยังรักเธออยู่ใช่ไหม” ฉันตะโกน ความโกรธและความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “คุณยังรักผู้หญิงที่ทรยศคุณงั้นเหรอ ผู้หญิงที่ทิ้งคุณไปหาเ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 27

    ฉันรออยู่ในห้องทำงานของไรอัน หวังว่าเขาจะกลับมา แต่จนหมดเวลาพักกลางวันก็ยังไม่มีวี่แววของเขา ความผิดหวังหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก ขณะที่ฉันเดินคอตกกลับไปยังแผนกบัญชี“เป็นอะไรไป เธอดูแย่มากเลย อย่าบอกนะว่าเธอกับคุณซัมเมอร์ฟิลด์ทะเลาะกัน” เซดีถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปฉันรู้สึกขอบคุณที่ถึงแม้พวกเธอจะรู้แล้วว่าฉันเป็นภรรยาของซีอีโอ แต่ก็ยังปฏิบัติต่อฉันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเหมือนวันแรกที่ฉันเข้ามาทำงาน“ไรอันไม่อยู่ที่ห้องทำงาน” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงหดหู่คาร์เมนขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาไม่อยู่ ปกติเวลาเขามีนัดประชุมนอกบริษัท อาร์เธอร์ต้องไปด้วยไม่ใช่เหรอ เมื่อชั่วโมงก่อนฉันยังเห็นอาร์เธอร์อยู่ในโรงอาหารเลย”คำพูดนั้นเหมือนหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าใส่ ฉันจ้องพวกเธอนิ่ง ความสับสนในใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเย็นเยียบอย่างรวดเร็ว“บางทีอาจเป็นนัดด่วนกะทันหันก็ได้” คาร์เมนรีบพูดแก้สถานการณ์ พลางส่งสายตาเตือนไปทางเซดีจนอีกฝ่ายเงียบลง แต่ฉันไม่พลาดสายตาระแวดระวังปนสงสารที่ทั้งคู่แอบสบกันเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไรอันก็ไม่กลับมาเลย กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน อาร์เธอ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 26

    มุมมองของอบิเกลตลอดการเดินทางกับไรอัน ความสุขอันเปล่งประกายที่ยากจะอธิบายอบอวลอยู่ในใจฉันตลอดเวลา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันยิ้มเสียจนปวดแก้ม และเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดสายตาแต่เช่นเดียวกับสิ่งดี ๆ ทุกอย่าง สรวงสวรรค์ของเราย่อมต้องมีวันสิ้นสุด ความเป็นจริงเรียกให้เรากลับไปยังมารินาโพลิสและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้แน่ชัดแล้วว่าไรอันได้ครอบครองหัวใจของฉันไปหมดแล้ว เพียงคิดว่าจากนี้อาจต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา อนาคตก็ดูมืดมนและว่างเปล่าขึ้นมาทันที“เธอแน่ใจจริง ๆ เหรออบิเกล” ไรอันถามขณะที่รถกำลังพาเราไปยังบริษัท “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้วนะ ฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำให้ตัวเองลำบากเลย”นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่น ต่อให้เราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็ยังต้องการทำงาน ความคิดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีอะไรให้ใช้ทั้งความคิดและความสามารถ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ในคุก“ไรอัน เราจะต้องเถียงเรื่องนี้กันจริง ๆ เหรอ”

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 25

    ฉันสะดุ้งเกร็งทันทีที่ไรอันเข้ามาในตัว ความเจ็บแปลบรุนแรงแล่นขึ้นมาจนรู้สึกราวกับสะโพกกำลังถูกฉีกออกจากร่าง น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา ฉันกัดฟันแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องออกมา“ฉันขอโทษ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างแก้ม “ครั้งแรกมันก็เป็นแบบนี้... เดี๋ยวความเจ็บจะค่อย ๆ หายไป ฉันสัญญา กอดฉันไว้ก็พอ” เขาหยุดนิ่งอยู่เหนือร่างฉัน ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวกับความรู้สึกแปลกใหม่และแน่นเต็มที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาพรมจูบเบา ๆ ทั่วใบหน้าราวกับปลอบโยน ก่อนริมฝีปากจะกลับมาประกบกับฉันอย่างอ่อนโยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ความเจ็บแปลบเริ่มจางหายไปทีละน้อย ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ทำให้ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ สะโพกของตัวเองกลับขยับเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณเพียงการขยับเล็กน้อยนั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้เขา เสียงครางต่ำดังขึ้นจากลำคอ ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จากช้า ๆ ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ มั่นคงขึ้นร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เสียงครางแผ่วเบาผสานกันท่ามกลางอากาศยามค่ำคืน ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด ถูกกลืนด้วยคลื่นความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้ฉันแทบเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status