Share

บทที่ 5

Author: เคธี่
มุมมองของอบิเกล

ร่างกายของฉันแข็งทื่อไปทั้งตัวเมื่อไรอันมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของเรา สายตาคมเข้มของเขายังคงจับจ้องมาที่ฉันไม่วางตา และฉันก็ได้แต่ภาวนาให้พื้นแยกออกแล้วกลืนตัวฉันลงไปเสียเดี๋ยวนั้น

“อบิเกล” เสียงของเขาดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยในโรงอาหารที่ค่อย ๆ เงียบลงจนแทบไร้เสียง

ฉันก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม แก้มร้อนผ่าว ถ้าทำได้ ฉันคงเอาหน้ามุดลงไปในจานอาหารแล้ว เพียงเพื่อหนีจากสายตาหนักอึ้งของเขา

แรงสะกิดจากเซดีทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้น เธอรีบพยักพเยิดไปทางไรอันที่กำลังจ้องฉันเขม็ง สีหน้าของเขายิ่งมืดครึ้มลงเมื่อสายตาเหลือบไปทางรัสเซล พอรู้ตัวว่าตอนนี้ทุกคนในโรงอาหารกำลังมองมาที่โต๊ะของเรา ฉันก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

“อบิเกล อย่าทำให้ฉันต้องอุ้มเธอออกไปจากที่นี่ ฉันหิวแล้ว และเธอกำลังทำให้ฉันเสียเวลา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและออกคำสั่ง

ฉันอยากหายตัวไปจากตรงนั้นเสียเดี๋ยวนั้น เซดีกับคาร์เมนกำลังมองฉันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยทั้งความตกใจและสับสน

“เอ่อ คุณซัมเมอร์ฟิลด์คะ” ฉันพูดตะกุกตะกักพลางฝืนยิ้ม “คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ เอกสารพร้อมแล้วเหรอคะ เดี๋ยวฉันค่อยขึ้นไปเอาทีหลังก็ได้ค่ะ”

คิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตา มือแข็งแรงคว้าท่อนแขนฉันแล้วดึงให้ลุกขึ้นยืน จนต้องเผชิญกับสายตางุนงงของเหล่าเพื่อนร่วมงาน

“ไปได้แล้ว” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ก่อนจะลากฉันออกไป ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากเดินโซเซตามเขาไปด้วยความอับอายจากภาพที่กำลังเกิดขึ้น วันแรกของการทำงาน ฉันก็กำลังจะกลายเป็นหัวข้อซุบซิบอันดับหนึ่งของทั้งออฟฟิศเสียแล้ว

เหลือเชื่อจริง ๆ ในบรรดาบริษัททั้งหมดของเมืองนี้ ฉันดันต้องมาทำงานในบริษัทของผู้ชายที่ไม่อยากเจอหน้าอีกที่สุด แล้วทำไมหัวใจต้องเต้นแรงทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ด้วยนะ มันไม่ใช่ความรู้สึกดึงดูดเสียหน่อย แต่มันคือความตื่นตระหนกล้วน ๆ

“คุณซัมเมอร์ฟิลด์ปล่อยฉันก็ได้ค่ะ ฉันจะไปกับคุณ” ฉันยืนกราน พลางพยายามดึงข้อมือออกจากมือที่จับแน่นราวกับคีมเหล็กของเขา แต่ไรอันเพียงปรายตามองเตือน ก่อนเร่งฝีเท้าไปทางลิฟต์ ฉันแทบต้องวิ่งเหยาะ ๆ เพื่อให้ตามทัน และรับรู้ได้อย่างเจ็บปวดถึงเสียงกระซิบซุบซิบที่ดังไล่หลังมา

ทันทีที่ประตูลิฟต์เลื่อนปิด ในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยฉัน

ฉันลูบข้อมือตัวเองอย่างงุนงงกับพฤติกรรมของเขา เขาต้องการอะไรกันแน่ พักเที่ยงของฉันยังไม่จบด้วยซ้ำ

“คุณโทรเรียกฉันหลังพักเสร็จก็ได้นี่คะ” ฉันพูดทำลายความเงียบอันตึงเครียด แต่เขาไม่ตอบ เอาแต่จ้องฉันด้วยสายตาเข้มข้นจนฉันรู้สึกอึดอัด

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เขากำลังจีบเธออยู่หรือไง” เขาถามเสียงแข็ง

ฉันใช้เวลาครู่หนึ่งถึงจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงรัสเซล “อ๋อ รัสเซลเหรอคะ เราเพิ่งเจอเขาระหว่างทางไปโรงอาหารเองค่ะ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอเขา”

เขานิ่งไปเหมือนกำลังประมวลคำตอบ สายตายังคงไม่ละจากฉัน “ฉันไม่อยากเห็นเขาอยู่ใกล้เธออีก หลีกเลี่ยงเขาซะ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป”

ฉันตกใจจนพูดไม่ออก นี่มันละครน้ำเน่าหรือไง ตั้งแต่เมื่อไรกันที่บริษัทมีกฎห้ามคุยกับเพื่อนร่วมงาน ฉันตั้งใจไว้ในใจว่าจะต้องถามเซดีกับคาร์เมนเรื่องนี้ทีหลัง

“แต่ทำไมล่ะคะ” ฉันอดถามออกไปไม่ได้ “เขาก็แค่เป็นมิตร การได้รู้จักคนในออฟฟิศก็ดีนี่คะ อย่างน้อยมีเพื่อนก็ช่วยอะไรได้หลายอย่าง”

ดวงตาของเขาหรี่ลงเป็นแววอันตราย ฉันถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ พร้อมยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้ใจเย็น

หมอนี่เสียสติไปแล้ว เขาต้องการอะไรกันแน่ ฉันต้องระวังตัวให้ดี ผู้ชายที่มีเซ็กซ์กับเลขาในห้องทำงานตัวเองไม่ใช่คนที่ฉันจะไว้ใจเรื่องความบริสุทธิ์ได้ ความบริสุทธิ์ของฉันต้องเก็บไว้ให้สามีตัวจริงในอนาคต และคนนั้นไม่ใช่เขาแน่นอน

เมื่อประตูลิฟต์เปิด เราเดินผ่านเลขาของเขาที่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะ สีหน้าของเธอบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของฉัน

“เธอหึงหรือไงนะ” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะห้ามตัวเองทัน

ฉันเดินตามไรอันเข้าไปในห้องทำงานแล้วชะงัก โต๊ะตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารสารพัดอย่าง มากเสียจนเพียงพอสำหรับจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ได้เลย

ความสับสนคงแสดงออกบนใบหน้าฉันอย่างชัดเจน ฉันมองจากโต๊ะอาหารไปยังสีหน้าเคร่งขรึมของเขา หมอนี่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาอยู่แล้ว หรือมีแค่ฉันที่โชคดีได้เจอด้านนี้ของเขากันแน่

“นั่งลง เธอจะกินข้าวกับฉัน” เขาสั่งพลางชี้ไปที่เก้าอี้

ความตกใจทำให้ฉันลืมความกลัวไปชั่วขณะ “คุณลากฉันขึ้นมาที่นี่... เพื่อให้มากินข้าวกับคุณเนี่ยนะ คุณชวน... แฟนของคุณมากินด้วยไม่ได้หรือไง”

ทันทีที่พูดจบ ฉันก็อยากเตะตัวเองสักที ทำไมถึงหุบปากไว้ไม่ได้เลยนะ

อาหารตรงหน้าดูน่ากินอย่างเหลือเชื่อ แต่ฉันอิ่มแล้ว

“นั่ง ลง แล้ว กิน” เขาย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่เต็มไปด้วยอำนาจ

ฉันยังคงยืนกรานพร้อมกอดอก “ฉันอิ่มแล้ว เพิ่งกินมาจากโรงอาหาร ถ้าคุณอยากเลี้ยงข้าวฉันก็น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้ ฉันจะได้ไม่ต้องกินมื้อเมื่อกี้” การต่อต้านเขาอาจดูบุ่มบ่าม แต่ฉันห้ามตัวเองไม่ได้

เขาดูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนแววอันตรายแบบใหม่จะปรากฏในดวงตา แล้วก้าวเข้ามาหาฉัน ด้วยความตกใจ ฉันจึงรีบยอมแพ้และทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เขาชี้

“ถ้าฉันบอกให้เธอกิน เธอก็ต้องกิน” เขาพูดขณะยืนคร่อมเหนือฉัน “แล้วตั้งแต่นี้ไป ห้ามเธอกินข้าวในโรงอาหาร และห้ามคุยกับผู้ชายคนอื่นในตึกนี้ด้วย คนที่เธอคุยด้วยได้มีแค่ฉันกับเพื่อนร่วมงานผู้หญิงสองคนนั้น”

ฉันจ้องเขาอย่างพูดไม่ออก พยายามมองหาวี่แววว่าเขากำลังล้อเล่น แต่กลับไม่พบเลย สายตาของเขาร้อนแรงและเข้มข้นเสียจนฉันรู้สึกราวกับกำลังละลายอยู่ภายใต้ความร้อนนั้น

“คุณต้องล้อเล่นแน่ ๆ” ฉันพูดอย่างปิดบังความไม่อยากเชื่อไม่ได้ “ฉันจะไม่คุยกับใครเลยไม่ได้หรอก ฉันอยากมีเพื่อนที่นี่”

เขาไม่ตอบอะไร แต่กลับหยิบส้อมเสิร์ฟอาหารขึ้นมา แล้วตักอาหารใส่จานตรงหน้าฉันอย่างเงียบ ๆ ด้วยท่าทีเข้มข้นจนน่าขนลุก

“เธอจะทำตามคำสั่งของฉัน ถ้าไม่อยากให้ฉันไล่ผู้ชายทุกคนที่กล้าเข้าใกล้เธอออก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งจนน่ากลัว

ฉันจ้องเขาอย่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก พยายามมองหาสัญญาณว่านี่เป็นมุกบ้า ๆ ของเขา แต่ก็ไม่มี สีหน้าของไรอันแข็งกร้าวราวกับหิน นี่คือวิธีที่เขาปฏิบัติกับพนักงานใหม่ทุกคน หรือฉันเป็นคนเดียวที่ดวงซวยขนาดนี้กันแน่

“ทำไมล่ะ” ในที่สุดฉันก็ถามออกไปด้วยเสียงที่สั่นทั้งจากความกลัวและการต่อต้าน “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าฉันต้องทำอะไร คุณไม่ใช่พ่อฉันเสียหน่อย”

ปัง!

ฝ่ามือของเขาฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรงจนช้อนส้อมสั่นกระทบกัน โชคดีอย่างไม่น่าเชื่อที่ไม่มีอะไรหก

ความหวาดกลัวเย็นวาบถาโถมเข้ามา ‘หมอนี่บ้าจริง ๆ ด้วย’ ฉันคิด

นี่คือวิธีรับมือทุกครั้งที่มีคนขัดใจเขาหรือไง ข่มขู่ให้ฉันยอมทำตามอย่างนั้นเหรอ เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน

เรื่องนี้ยืนยันทุกอย่างที่เซดีกับคาร์เมนเคยพูด ซีอีโอคนนี้ไม่ได้แค่รับมือยาก แต่เขาน่ากลัวด้วย

“กินซะ” เขาสั่ง ก่อนหยิบส้อมของตัวเองขึ้นมาราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป มื้อกลางวันของเธอต้องมากินที่ห้องทำงานฉันทุกวัน”

เมื่อพ่ายแพ้ ฉันจึงหยิบช้อนส้อมขึ้นมาแล้วฝืนกินทั้งที่อาหารมื้อก่อนยังแน่นท้องราวกับก้อนหิน

แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารอร่อยเลิศจริง ๆ คนรวยใช้ชีวิตอยู่กันคนละโลกกับฉันโดยแท้

ถึงแม้เงินสามสิบล้านบาทจากข้อตกลงครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตฉัน ทั้งซื้อที่ดิน สร้างบ้าน และเป็นค่าเล่าเรียนให้ทั้งฉันกับพี่น้อง แต่ตอนนี้เงินก้อนนั้นก็ใกล้หมดเต็มที ฉันต้องการงานนี้เพื่อสร้างอนาคตที่พยายามอย่างหนักมาตลอด และก้าวขึ้นไปในมารินาโพลิสด้วยความสามารถของตัวเอง

หลังจากกินเสร็จ เขาก็เรียกเลขาเข้ามาเก็บโต๊ะ สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นมืดครึ้มด้วยความไม่พอใจ ฉันยังคงไม่เข้าใจว่าเธอมีสถานะอะไรกับเขากันแน่ เลขา แฟน หรือแค่คู่นอนที่สะดวกจะเรียกใช้ ความคิดนั้นทำให้ฉันขนลุก

“เอาล่ะค่ะ คุณซัมเมอร์ฟิลด์ ฉันควรกลับแผนกได้แล้ว เพื่อนร่วมงานคงสงสัยว่าฉันหายไปไหน” ฉันพูดด้วยความกระตือรือร้นที่จะหนีออกจากบรรยากาศตึงเครียดและสายตาอาฆาตของเลขาคนนั้น

“ฉันจะให้อาร์เธอร์ วอร์ดเอาเอกสารที่เซ็นแล้วลงไปให้ แล้วอย่าลืมกฎของฉันล่ะ ทำตามด้วย” เขาพูดจากเก้าอี้หมุนด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดโอกาสให้ต่อรอง

ฉันไม่ได้ตอบ เพราะไม่มีความคิดจะทำตามข้อห้ามไร้สาระของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าฉันคุยกับใครบ้าง

ทันทีที่ก้าวกลับเข้าไปในห้องบัญชี ฉันก็ถูกเพื่อนร่วมงานรุมถาม

“เกิดอะไรขึ้น” คาร์เมนถามทันที ดวงตาเบิกกว้าง “ทำไมซีอีโอถึงลากเธอออกจากโรงอาหาร เขาโกรธเรื่องที่เธอไปเห็น... เอ่อ... เรื่องเมื่อเช้ามากขนาดนั้นเลยเหรอ”

ฉันส่ายหน้า ความอับอายจากเรื่องเมื่อเช้ากลับมาอีกครั้ง “เขาแค่อยากให้ฉันไปกินข้าวด้วย ฉันว่าเขาคงเหงาที่ต้องนั่งกินอยู่คนเดียวในห้องทำงาน”

ทั้งสองคนอ้าปากค้างพร้อมกัน

“จริงเหรอ” เซดีอุทาน “อย่าบอกนะว่าเธอเป็นเป้าหมายคนต่อไปของเขา เขาจีบเธอหรือเปล่า หรือพูดว่าจะพาเธอขึ้นเตียงไหม”

“เซดี เขาไม่ใช่สเปกฉัน” ฉันยืนยันหนักแน่น “ฉันไม่สนใจจะกลายเป็นผู้หญิงอีกคนในรายชื่อของเพลย์บอยอย่างเขาหรอก”

ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

“พวกเราเชื่อเธอนะ” คาร์เมนพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยจริงใจ “เธอยังเด็ก อย่าเผลอหลงเสน่ห์เขาเข้าล่ะ ไม่อย่างนั้นสุดท้ายก็จะจบเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ถูกใช้แล้วก็ทิ้งน่ะ”

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกคาร์เมน ฉันไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น ต่อให้เขาหล่อแค่ไหน มาตรฐานของฉันก็สูงกว่านั้น” ฉันพูดพลางชี้ตัวเองด้วยรอยยิ้มขำ ๆ “ร่างกายนี้เก็บไว้ให้สามีในอนาคตของฉันเท่านั้น”

ทั้งคู่หัวเราะออกมา ในที่สุดบรรยากาศตึงเครียดก็คลายลง และพวกเราก็กลับไปทำงานต่อ

พวกเราจดจ่อกับงานอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทุกคนเงยหน้ามองพร้อมกัน และเห็นชายร่างสูงแต่งตัวเนี้ยบยืนอยู่ตรงประตู

เซดีส่งเสียงเบา ๆ อย่างชื่นชม ส่วนคาร์เมนรีบลุกขึ้นไปต้อนรับทันที

“คุณวอร์ด น่าแปลกใจจริง ๆ ที่ได้เห็นคุณลงมาถึงออฟฟิศเล็ก ๆ ของพวกเรา” คาร์เมนพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นมืออาชีพทันที

“ผมแค่นำเอกสารที่ซีอีโอเซ็นเรียบร้อยแล้วมาส่งครับ” ชายคนนั้น อาร์เธอร์ วอร์ด ตอบพร้อมยื่นเอกสารให้

ทั้งเซดีและคาร์เมนต่างมีสีหน้าตกตะลึง

“ทำไมเจ้านายถึงให้คุณลงมาเองล่ะคะ” เซดีถาม “แค่โทรมาก็ได้ พวกเราขึ้นไปเอาเองได้ค่ะ แบบนี้เป็นเกียรติเกินไปแล้ว”

อาร์เธอร์ยิ้มบาง ๆ อย่างเป็นมืออาชีพ “ผมไม่มีทางเลือกครับ พวกคุณก็รู้ว่าเจ้านายเป็นยังไง คำสั่งของเขาถือเป็นเด็ดขาด” ระหว่างพูด สายตาของเขาเหลือบมาทางฉันอย่างแนบเนียนและหยุดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 30

    “อะไรนะ ไรอัน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงแตกพร่าเพราะความสิ้นหวัง “ฉันกำลังท้องนะ... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน! คุณคงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโตมาโดยไม่มีพ่อใช่ไหม”ฉันยึดเกาะความหวังอันแสนเปราะบางเอาไว้ หวังว่าชีวิตเล็ก ๆ ในท้องจะมากพอที่จะรั้งเขาไว้ และทำให้เขายอมอยู่กับฉันไรอันหันกลับมา สีหน้ามืดครึ้มและแข็งกร้าวไร้แววจะอ่อนข้อ“เอาเด็กออกซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วแตก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไอริสกลับมาแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งมาทำลายโอกาสครั้งที่สองของเรา”คำพูดนั้นกระแทกเข้าใส่ราวกับถูกชกอย่างแรง จนลมหายใจแทบขาดห้วง ฉันจ้องเขาตาค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เขาจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ“ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณย่าแล้ว” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าคุณย่าไม่เคยชอบไอริส และเธอก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของเราพังลงในครั้งแรก แต่ตอนนี้ไอริสกลับมาแล้ว จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนออกจากกันอีก ฉันขอโทษนะอบิเกล ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่ไอริสกลับมา”ฉันรู้สึก

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 29

    มุมมองของอบิเกล“ยินดีด้วยนะคะอบิเกล คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ!” คุณหมอเชลซี พาล์เมอร์ยิ้มกว้างให้ฉันความสุขบริสุทธิ์ถาโถมเข้ามาจนความเจ็บปวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาถูกกลบหายไปชั่วขณะ มือทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าท้องตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มแห่งความสุขค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาลูกน้อย ลูกของเรา“จากนี้สิ่งสำคัญมากคือคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันทุกอย่าง เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ “ฉันจะสั่งวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ให้ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ!” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน “ฉันจะมาตรวจตามนัดทุกครั้งเลยค่ะ”เธอพยักหน้า ก่อนรอยยิ้มจะจางลงเล็กน้อย “คุณเป็นภรรยาของไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ใช่ไหมคะ”คำถามนั้นทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความกังวลพลันก่อตัวแน่นอยู่ในท้อง“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจหรือเปล่าถ้าคุณยังมาฝากครรภ์ที่นี่ต่อ ไรอันกับฉันรู้จักกันมานานแล้ว แต่เอาเป็นว่าครอบครัวของเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” เธ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 28

    เสียงสะอื้นทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นเทา ขณะที่ความจริงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ไอริสคือสาเหตุที่ไรอันหายตัวไปอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดบีบรัดอยู่ในอกอย่างแสนสาหัส ราวกับมีมีดคมกริบแทงแล้วบิดซ้ำ เมื่อคิดอย่างหวาดกลัวว่าหัวใจส่วนใหญ่ของไรอันอาจยังคงเป็นของเธอฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพราะจมอยู่กับความเศร้าจนแทบไม่รับรู้อะไร กระทั่งประตูห้องนอนเปิดออกและไรอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ฉันรีบลุกขึ้นยืน หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาไปเผชิญหน้ากับเขา“ที่แท้ทั้งวันคุณก็อยู่กับเธอสินะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น เมื่อเขาหลบสายตา น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมาจากดวงตาฉันทันที“ฉันขอโทษอบิเกล” เขาพูดด้วยเสียงต่ำและตึงเครียด “ฉัน... สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องพูดความจริงกับเธอ การได้เจอไอริสอีกครั้ง... มันทำให้ฉันมีความสุข”คำพูดของเขาไม่ต่างจากระเบิดที่ทำลายโลกอันเปราะบางซึ่งพวกเราสร้างร่วมกันจนแหลกสลาย ฉันจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“งั้นคุณก็ยังรักเธออยู่ใช่ไหม” ฉันตะโกน ความโกรธและความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “คุณยังรักผู้หญิงที่ทรยศคุณงั้นเหรอ ผู้หญิงที่ทิ้งคุณไปหาเ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 27

    ฉันรออยู่ในห้องทำงานของไรอัน หวังว่าเขาจะกลับมา แต่จนหมดเวลาพักกลางวันก็ยังไม่มีวี่แววของเขา ความผิดหวังหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก ขณะที่ฉันเดินคอตกกลับไปยังแผนกบัญชี“เป็นอะไรไป เธอดูแย่มากเลย อย่าบอกนะว่าเธอกับคุณซัมเมอร์ฟิลด์ทะเลาะกัน” เซดีถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปฉันรู้สึกขอบคุณที่ถึงแม้พวกเธอจะรู้แล้วว่าฉันเป็นภรรยาของซีอีโอ แต่ก็ยังปฏิบัติต่อฉันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเหมือนวันแรกที่ฉันเข้ามาทำงาน“ไรอันไม่อยู่ที่ห้องทำงาน” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงหดหู่คาร์เมนขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาไม่อยู่ ปกติเวลาเขามีนัดประชุมนอกบริษัท อาร์เธอร์ต้องไปด้วยไม่ใช่เหรอ เมื่อชั่วโมงก่อนฉันยังเห็นอาร์เธอร์อยู่ในโรงอาหารเลย”คำพูดนั้นเหมือนหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าใส่ ฉันจ้องพวกเธอนิ่ง ความสับสนในใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเย็นเยียบอย่างรวดเร็ว“บางทีอาจเป็นนัดด่วนกะทันหันก็ได้” คาร์เมนรีบพูดแก้สถานการณ์ พลางส่งสายตาเตือนไปทางเซดีจนอีกฝ่ายเงียบลง แต่ฉันไม่พลาดสายตาระแวดระวังปนสงสารที่ทั้งคู่แอบสบกันเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไรอันก็ไม่กลับมาเลย กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน อาร์เธอ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 26

    มุมมองของอบิเกลตลอดการเดินทางกับไรอัน ความสุขอันเปล่งประกายที่ยากจะอธิบายอบอวลอยู่ในใจฉันตลอดเวลา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันยิ้มเสียจนปวดแก้ม และเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดสายตาแต่เช่นเดียวกับสิ่งดี ๆ ทุกอย่าง สรวงสวรรค์ของเราย่อมต้องมีวันสิ้นสุด ความเป็นจริงเรียกให้เรากลับไปยังมารินาโพลิสและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้แน่ชัดแล้วว่าไรอันได้ครอบครองหัวใจของฉันไปหมดแล้ว เพียงคิดว่าจากนี้อาจต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา อนาคตก็ดูมืดมนและว่างเปล่าขึ้นมาทันที“เธอแน่ใจจริง ๆ เหรออบิเกล” ไรอันถามขณะที่รถกำลังพาเราไปยังบริษัท “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้วนะ ฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำให้ตัวเองลำบากเลย”นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่น ต่อให้เราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็ยังต้องการทำงาน ความคิดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีอะไรให้ใช้ทั้งความคิดและความสามารถ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ในคุก“ไรอัน เราจะต้องเถียงเรื่องนี้กันจริง ๆ เหรอ”

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 25

    ฉันสะดุ้งเกร็งทันทีที่ไรอันเข้ามาในตัว ความเจ็บแปลบรุนแรงแล่นขึ้นมาจนรู้สึกราวกับสะโพกกำลังถูกฉีกออกจากร่าง น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา ฉันกัดฟันแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องออกมา“ฉันขอโทษ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างแก้ม “ครั้งแรกมันก็เป็นแบบนี้... เดี๋ยวความเจ็บจะค่อย ๆ หายไป ฉันสัญญา กอดฉันไว้ก็พอ” เขาหยุดนิ่งอยู่เหนือร่างฉัน ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวกับความรู้สึกแปลกใหม่และแน่นเต็มที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาพรมจูบเบา ๆ ทั่วใบหน้าราวกับปลอบโยน ก่อนริมฝีปากจะกลับมาประกบกับฉันอย่างอ่อนโยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ความเจ็บแปลบเริ่มจางหายไปทีละน้อย ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ทำให้ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ สะโพกของตัวเองกลับขยับเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณเพียงการขยับเล็กน้อยนั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้เขา เสียงครางต่ำดังขึ้นจากลำคอ ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จากช้า ๆ ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ มั่นคงขึ้นร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เสียงครางแผ่วเบาผสานกันท่ามกลางอากาศยามค่ำคืน ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด ถูกกลืนด้วยคลื่นความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้ฉันแทบเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status