共有

บทที่ 4

作者: เคธี่
มุมมองของอบิเกล

“ยังจะแก้ตัวอยู่อีกเหรอ” เสียงทุ้มของไรอันทอดยาวทุ้มต่ำอย่างเย้ยหยัน “เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะลืมคนที่ช่วยดึงเธอขึ้นมาจากความยากจน เงินสามสิบล้านบาทก็คือสามสิบล้านบาทนะ อบิเกล”

ฉันยังคงก้มหน้า ความคิดตีกันวุ่นวายไปหมด ทำไมฉันถึงไม่หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาก่อนนะ ฉันแค่ไปสัมภาษณ์กับฝ่ายบุคคลเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้จะเป็นผู้ชายที่ฉันเคยแต่งงานด้วยจากข้อตกลงอันสิ้นหวังเมื่อห้าปีก่อน

“ฉะ... ฉันขอโทษค่ะ!” ฉันพูดตะกุกตะกัก “คุณย่าของคุณบอกว่าการแต่งงานจะถูกยกเลิกหลังจากสองปี ตอนนี้ผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว มันก็น่าจะจบไปแล้วสิ” แม้แต่ตอนที่พูดออกไป ฉันก็ยังรู้ว่าคำพูดตัวเองฟังดูไร้เดียงสาแค่ไหน

เขาหัวเราะสั้น ๆ อย่างไร้อารมณ์ขัน “เธอคิดว่าการยกเลิกการสมรสในฟิลวาเนียทำงานแบบนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ อบิเกล”

ท้องไส้ของฉันปั่นป่วน เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ตอนนั้นมันก็แค่ข้อตกลงง่าย ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เขาต้องการเจ้าสาวตัวแทนเพื่อรักษาหน้า ส่วนฉันต้องการเงิน แล้วทำไมจู่ ๆ ฉันถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนผิดในเรื่องนี้ไปได้

“ละ... แล้วคุณต้องการอะไรล่ะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น “ถ้าคุณอยากแต่งงานกับคนอื่น ฉันก็ไม่ว่าอะไร ถ้ายกเลิกการสมรสไม่ได้ ฉันจะเซ็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ จะให้เซ็นข้อตกลงว่าฉันจะไม่รบกวนหรือเรียกร้องอะไรจากคุณก็ได้”

เขาแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง เสียงนั้นก้องไปทั่วห้องทำงานกว้างจนฉันสะดุ้ง หมอนี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไง ฉันเริ่มรู้สึกอยากตบรอยยิ้มน่าหมั่นไส้นั่นให้หายไปจากหน้าเขาเต็มทีแล้ว

“ที่รัก... ที่รัก” เขาส่ายหน้าพลางทำเสียงตำหนิ “ดูเหมือนเธอจะยังไม่โตขึ้นเลยนะ ยังเป็นเด็กสาวอายุสิบแปดคนเดิมที่คิดว่าแค่รับเงินแล้วก็หนีไปได้”

ฉันถึงกับพูดไม่ออก

“ถ้างั้นคุณคาดหวังอะไรล่ะ” ในที่สุดฉันก็ระเบิดออกมา ความหงุดหงิดเอาชนะความกลัวจนหมด “คุณย่าของคุณบอกว่าฉันเป็นแค่เจ้าสาวตัวแทน! มันไม่ใช่การแต่งงานจริง ๆ ฉันไม่เคยเจอคุณมาก่อนด้วยซ้ำ! ฉันเชื่อเธอตอนที่บอกว่าจะยกเลิกการแต่งงานให้”

รอยยิ้มเยาะของเขายิ่งกว้างขึ้น “เธอคิดแบบนั้นสินะ แล้วรู้ไหมว่าฉันโกรธแค่ไหนตอนที่เธอหายตัวไป เธอยังไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาของฉันเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย”

ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ฉันต่างหากที่โชคดีแล้วที่หนีมาได้ แค่คิดว่าเขาอาจอ้าง “สิทธิ์ของสามี” แล้วพรากความบริสุทธิ์ของฉันไปก็ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ โดยเฉพาะหลังจากเพิ่งเห็นภาพเขากับเลขาของตัวเองมากับตา

“งั้นก็ไปคุยกับมาดามอามาราสิ!” ฉันยืนกราน พยายามเบี่ยงความสนใจของเขาออกจากตัวเอง “คนที่ฉันทำข้อตกลงด้วยคือเธอ”

เขาหัวเราะอีกครั้ง สายตาค่อย ๆ กวาดมองทั่วร่างฉันอย่างจงใจจนขนลุก ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ

“ถ้า... ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว ฉันต้องกลับไปทำงานก่อน ไว้ฉันค่อยกลับมาเอาเอกสารที่ต้องให้คุณเซ็นทีหลัง” ฉันไม่รอคำตอบ รีบหมุนตัวแล้วแทบจะวิ่งหนีออกจากห้องทำงานของเขา หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอก

เขาไม่ได้เรียกฉันกลับไป และตลอดทางที่เดินกลับแผนก ฉันก็ยังอยู่ในอาการมึนงง

“ว่าไง เขาเล่นงานเธอยับอีกแล้วเหรอ” คาร์เมนถามทันทีที่ฉันเดินโซเซผ่านประตูเข้ามา

ฉันส่ายหน้า พลางพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ

“เดี๋ยวก็ชินเอง” เซดีพูดเสริมพร้อมถอนหายใจอย่างเห็นใจ “เจ้านายเราอารมณ์ร้ายมาก แทบไม่มีวันไหนที่เขาไม่ตะโกนใส่ใครเลย”

“เขา... เป็นแบบนั้นตลอดเลยเหรอ” ฉันลังเล ก่อนคำถามจะหลุดออกมาโดยไม่ทันห้าม “ฉันหมายถึง เป็นเรื่องปกติเหรอที่เขาจะ... มีเซ็กซ์... ในห้องทำงาน”

สายเกินไปที่จะถอนคำพูดแล้ว ดวงตาของทั้งสองคนเบิกกว้างจนแทบถลน

“เธอเห็นเขาเหรอ” คาร์เมนกระซิบพลางโน้มเข้ามาใกล้ “กับเลขาของเขาใช่ไหม นั่นคือเหตุผลที่เธอทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนกลับมาสินะ”

ฉันทำได้เพียงพยักหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก

ทั้งคู่สบตากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องนี้แหละที่พวกเราพยายามเตือนเธอ อบิเกล” คาร์เมนพูดเสียงเบาอย่างจริงจัง “นอกจากจะอารมณ์ร้ายแล้ว เจ้านายเรายังมี... ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงด้วย โดยเฉพาะพวกเลขาของเขา เขาเปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนกระดาษทิชชูเลย”

ฉันอ้าปากค้าง คำยืนยันนั้นทั้งน่าตกใจและไม่น่าแปลกใจในเวลาเดียวกัน

“งั้นเขาก็... เป็นพวกชอบล่าเหยื่อเหรอ” ฉันถาม

“ก็ไม่เชิงหรอก” เซดีแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าลำบากใจ “จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ผู้หญิงที่เข้าหาเขาส่วนใหญ่ก็หวังได้เสี่ยเลี้ยงหรืออยากเลื่อนตำแหน่งเร็ว ๆ กันทั้งนั้น ส่วนเจ้านายเรา... เอ่อ เขามีความต้องการทางเพศสูง ถ้ามีคนเสนอตัว เขาก็ไม่ปฏิเสธ”

“แล้วเขาไม่เคย... แบบว่า... ทำใครท้องบ้างเหรอ” ฉันถามอย่างตกใจ

ทั้งคู่ส่ายหน้ารัว “ไม่มีทาง เขาระวังเรื่องนี้มาก” คาร์เมนตอบตรง ๆ “เขาใช้ถุงยางทุกครั้ง ถึงจะเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ แต่เรื่องนี้เขาควบคุมตัวเองเข้มมาก ไม่ใส่ถุงยางก็ไม่มีเซ็กซ์”

ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ภาพไม่น่าดูเหล่านั้นฝังติดอยู่ในสมองจนคงลืมไม่ลงง่าย ๆ

“เพราะงั้นเธอต้องระวังตัวให้ดีนะอบิเกล” คาร์เมนเตือนด้วยน้ำเสียงราวกับพี่สาว “ถ้าไม่อยากให้ชีวิตพัง ก็อยู่ห่างเขาเอาไว้ เธอยังเด็กและมีอนาคต อย่าเผลอเข้าไปติดกับเขาล่ะ”

ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือการตอบรับการจีบจากผู้ชายอย่างไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ฉันไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกของเขาแม้แต่น้อย

ฉันต้องยอมรับว่าเขาหล่อเหลือร้ายจริง ๆ ฉันพอเข้าใจได้ว่าทำไมเหล่าเลขาของเขาถึงถูกล่อลวง และยอมเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาในห้องทำงานหรูหรานั่น แต่ผู้ชายดี ๆ หรือผู้นำที่แท้จริงไม่ควรข้ามเส้นแบบนั้นกับพนักงานของตัวเอง

โชคดีที่เซดีกับคาร์เมนเลิกพูดเรื่องนี้และกลับไปทำงาน ฉันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เปิดสเปรดชีตสำหรับบันทึกข้อมูลเช็คขึ้นมา แล้วจดจ่อกับงานซ้ำซากตรงหน้าอย่างเต็มที่ ฉันต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ แสดงให้เพื่อนร่วมงานใหม่เห็นว่าฉันขยันและไว้ใจได้

ฉันมัวแต่จดจ่อกับงานจนสะดุ้งเมื่อคาร์เมนสะกิดแขน “นี่ ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว ไปโรงอาหารกับพวกเรานะ เราจะได้กินไปคุยไป”

ฉันเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง แล้วก็แปลกใจที่เห็นว่าเลยเที่ยงมาแล้ว “เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ” ฉันพูดพลางรีบบันทึกงานและจัดโต๊ะให้เรียบร้อย

เซดียิ้ม “ก็แบบนี้แหละเวลางานยุ่ง ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเธอก็จะชินกับจังหวะการทำงานของที่นี่เอง”

พวกเราสามคนเดินออกจากแผนก แต่เพิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง “พนักงานใหม่เหรอครับ”

พวกเราหันไปเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีจากฝ่ายการตลาดกำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร

คาร์เมนพยักหน้า “ใช่ วันนี้เป็นวันแรกของเธอ มาทำงานแทนเกรซ แทนเนอร์น่ะ”

“แนะนำให้รู้จักหน่อยสิ” เขาพูด แววตาเป็นประกายด้วยความสนใจ

คาร์เมนหัวเราะแล้วดันฉันออกไปข้างหน้าเบา ๆ “อบิเกล นี่รัสเซล เบอร์นาร์ดจากฝ่ายการตลาด รัสเซล นี่อบิเกล สวยใช่ไหมล่ะ”

รัสเซลยื่นมือมา ฉันจึงจับมือทักทายเขา การจับมือของเขามั่นคง และท่าทางก็ดูเป็นมิตรอย่างจริงใจ

“กำลังจะไปโรงอาหารกันใช่ไหม ถ้าผมไปด้วยคงไม่เป็นไรนะครับ” เขาถาม

“แน่นอน ไม่เป็นไร” เซดีตอบ

พอถึงโรงอาหาร พวกเราก็เข้าแถวไปรับอาหาร รัสเซลเสนอจะจ่ายค่าอาหารให้ฉัน แต่ฉันปฏิเสธอย่างสุภาพ ฉันมีงบประมาณจำกัดที่ต้องควบคุมให้ดี และก็ไม่สบายใจที่จะรับของเลี้ยงจากคนที่เพิ่งรู้จักกัน

“งั้นคุณก็เพิ่งเรียนจบเหรอครับ” รัสเซลถามหลังจากพวกเรานั่งลง “โชคดีมากเลยนะที่ได้เข้าทำงานที่อาร์เจเร็วขนาดนี้ ปกติที่นี่ไม่ค่อยรับเด็กจบใหม่ง่าย ๆ หรอก”

ฉันยิ้ม “ฉันก็แค่สมัครผ่านออนไลน์ค่ะ คงโชคดีตอนสัมภาษณ์ เพราะแบบนั้นฉันถึงพยายามเรียนรู้งานทุกอย่างให้เร็วที่สุด ฉันไม่อยากทำให้ทีมต้องผิดหวัง”

คาร์เมนกับเซดีหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนสิ” คาร์เมนพูด “เราเป็นทีมเดียวกัน ก็ต้องช่วยเหลือกันให้งานของทุกคนเบาลง”

“แต่รัสเซล” เซดีแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อแต่ตรงไปตรงมา “อย่าเพิ่งมาจีบอบิเกลตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ พวกเรารู้ว่าเธอเป็นสเปกคุณ แต่ปล่อยให้เธอปรับตัวกับงานก่อน แล้วค่อยเริ่มตามจีบ”

คาร์เมนหัวเราะลั่น ขณะที่ใบหน้าของรัสเซลแดงจัดขึ้นมาทันที จู่ ๆ เขาก็ดูสนใจพื้นโต๊ะขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“พวกคุณอย่าเพิ่งคิดกันไปเองสิครับ” เขาพึมพำอย่างเห็นได้ชัดว่ากำลังเขิน

“แล้วตอนนี้ฉันก็ยังไม่คิดจะให้ใครมาจีบด้วยค่ะ” ฉันพูดเสริมพลางจิบน้ำผลไม้ “ฉันเพิ่งเริ่มงานเอง ฉันอยากทุ่มเทให้กับงานก่อน เรื่องแฟนเอาไว้ทีหลังก็ได้”

“ได้ยินแล้วนะรัสเซล” คาร์เมนแซว “ดูท่าคุณจะถูกจัดไว้ในเฟรนด์โซนเรียบร้อยแล้ว”

พวกเราสี่คนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสบาย ๆ เป็นครั้งแรกของวันนี้ที่ฉันรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อนร่วมงานของฉันทั้งใจดีและเป็นกันเอง บทสนทนาสนุกสนานของพวกเขาช่วยให้ฉันลืมเรื่องวุ่นวายไปได้ชั่วคราว

ขณะที่ฉันกำลังจะตักอาหารเข้าปากอีกคำ ชายวัยสี่สิบกว่าที่มีสีหน้าเคร่งขรึมก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ ตอนแรกพวกเราคิดว่าเขากำลังหาที่นั่ง แต่เขากลับมาหยุดตรงหน้าฉันพอดี

“คุณอบิเกลใช่ไหมครับ อบิเกล ซัมเมอร์ฟิลด์” เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ

ฉันตกใจจนแทบทำส้อมหลุดมือ

ซัมเมอร์ฟิลด์เหรอ เขาต้องจำคนผิดแน่ ๆ

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันชื่ออบิเกล สก็อตต์” ฉันแก้ให้ พลางเหลือบมองเพื่อนร่วมงาน ทุกคนต่างมีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน

“คุณเป็นพนักงานใหม่ของแผนกบัญชีไม่ใช่เหรอครับ” เขาถามย้ำ

ฉันหันไปมองเซดีกับคาร์เมนก่อนตอบ “ใช่ค่ะ แต่นามสกุลของฉันคือสก็อตต์ ไม่ใช่ซัมเมอร์ฟิลด์”

เขาจ้องฉันอยู่นานจนรู้สึกอึดอัด ก่อนจะเพียงพยักหน้าแล้วเดินจากไป ทิ้งความงุนงงเอาไว้เบื้องหลัง

“แปลกชะมัด” รัสเซลพึมพำ “ผมรู้ว่าเขาเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่เมื่อกี้มันแปลกจริง ๆ ทำไมถึงมาตามหาอบิเกล ซัมเมอร์ฟิลด์ นั่นมันนามสกุลของซีอีโอไม่ใช่เหรอ”

ความหวาดหวั่นเย็นเยียบไหลลงมาตามสันหลัง คุณซัมเมอร์ฟิลด์ก็เรียกฉันว่าคุณนายซัมเมอร์ฟิลด์ ตอนอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนกัน

“บางทีคนฉลาดมาก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ” คาร์เมนพูดพลางยักไหล่ “คิดอะไรอยู่ในหัวเยอะเกินไป สุดท้ายเลยกลายเป็นคนแปลก ๆ”

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เลือกก้มหน้ากินอาหารต่อ พยายามไม่สนใจก้อนความวิตกกังวลที่จู่ ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในท้อง

ฉันเกือบกินเสร็จแล้วตอนสังเกตเห็นคาร์เมนกับเซดีจ้องอะไรบางอย่างด้านหลังฉันเขม็ง ฉันจึงหันกลับไปตามสัญชาตญาณ แล้วดวงตาก็เบิกกว้างทันที

ไรอันกำลังก้าวยาว ๆ ผ่านโรงอาหารเข้ามาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม ชายคนที่เพิ่งเข้ามาถามฉันเมื่อครู่เดินตามอยู่ด้านหลังเขาหนึ่งก้าว

เลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อสายตาเกรี้ยวกราดของไรอันจ้องตรงมาที่ฉัน

“พระเจ้า” เซดีกระซิบเสียงเบาด้วยทั้งความตื่นตะลึงและหวาดกลัว “เจ้านายมา ฉันไม่เคยเห็นเขาเหยียบเข้ามาในโรงอาหารมาก่อนเลย”

ฉันรีบนั่งหลังตรงแล้วจ้องจานอาหารไม่วางตา ความอยากอาหารหายไปจนหมด พลางภาวนาถึงนักบุญทุกองค์ที่พอจะนึกออก ขอเพียงให้จุดหมายของไรอันเป็นที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่โต๊ะของพวกเรา

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 30

    “อะไรนะ ไรอัน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงแตกพร่าเพราะความสิ้นหวัง “ฉันกำลังท้องนะ... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน! คุณคงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโตมาโดยไม่มีพ่อใช่ไหม”ฉันยึดเกาะความหวังอันแสนเปราะบางเอาไว้ หวังว่าชีวิตเล็ก ๆ ในท้องจะมากพอที่จะรั้งเขาไว้ และทำให้เขายอมอยู่กับฉันไรอันหันกลับมา สีหน้ามืดครึ้มและแข็งกร้าวไร้แววจะอ่อนข้อ“เอาเด็กออกซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วแตก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไอริสกลับมาแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งมาทำลายโอกาสครั้งที่สองของเรา”คำพูดนั้นกระแทกเข้าใส่ราวกับถูกชกอย่างแรง จนลมหายใจแทบขาดห้วง ฉันจ้องเขาตาค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เขาจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ“ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณย่าแล้ว” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าคุณย่าไม่เคยชอบไอริส และเธอก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของเราพังลงในครั้งแรก แต่ตอนนี้ไอริสกลับมาแล้ว จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนออกจากกันอีก ฉันขอโทษนะอบิเกล ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่ไอริสกลับมา”ฉันรู้สึก

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 29

    มุมมองของอบิเกล“ยินดีด้วยนะคะอบิเกล คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ!” คุณหมอเชลซี พาล์เมอร์ยิ้มกว้างให้ฉันความสุขบริสุทธิ์ถาโถมเข้ามาจนความเจ็บปวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาถูกกลบหายไปชั่วขณะ มือทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าท้องตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มแห่งความสุขค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาลูกน้อย ลูกของเรา“จากนี้สิ่งสำคัญมากคือคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันทุกอย่าง เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ “ฉันจะสั่งวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ให้ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ!” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน “ฉันจะมาตรวจตามนัดทุกครั้งเลยค่ะ”เธอพยักหน้า ก่อนรอยยิ้มจะจางลงเล็กน้อย “คุณเป็นภรรยาของไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ใช่ไหมคะ”คำถามนั้นทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความกังวลพลันก่อตัวแน่นอยู่ในท้อง“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจหรือเปล่าถ้าคุณยังมาฝากครรภ์ที่นี่ต่อ ไรอันกับฉันรู้จักกันมานานแล้ว แต่เอาเป็นว่าครอบครัวของเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” เธ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 28

    เสียงสะอื้นทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นเทา ขณะที่ความจริงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ไอริสคือสาเหตุที่ไรอันหายตัวไปอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดบีบรัดอยู่ในอกอย่างแสนสาหัส ราวกับมีมีดคมกริบแทงแล้วบิดซ้ำ เมื่อคิดอย่างหวาดกลัวว่าหัวใจส่วนใหญ่ของไรอันอาจยังคงเป็นของเธอฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพราะจมอยู่กับความเศร้าจนแทบไม่รับรู้อะไร กระทั่งประตูห้องนอนเปิดออกและไรอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ฉันรีบลุกขึ้นยืน หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาไปเผชิญหน้ากับเขา“ที่แท้ทั้งวันคุณก็อยู่กับเธอสินะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น เมื่อเขาหลบสายตา น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมาจากดวงตาฉันทันที“ฉันขอโทษอบิเกล” เขาพูดด้วยเสียงต่ำและตึงเครียด “ฉัน... สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องพูดความจริงกับเธอ การได้เจอไอริสอีกครั้ง... มันทำให้ฉันมีความสุข”คำพูดของเขาไม่ต่างจากระเบิดที่ทำลายโลกอันเปราะบางซึ่งพวกเราสร้างร่วมกันจนแหลกสลาย ฉันจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“งั้นคุณก็ยังรักเธออยู่ใช่ไหม” ฉันตะโกน ความโกรธและความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “คุณยังรักผู้หญิงที่ทรยศคุณงั้นเหรอ ผู้หญิงที่ทิ้งคุณไปหาเ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 27

    ฉันรออยู่ในห้องทำงานของไรอัน หวังว่าเขาจะกลับมา แต่จนหมดเวลาพักกลางวันก็ยังไม่มีวี่แววของเขา ความผิดหวังหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก ขณะที่ฉันเดินคอตกกลับไปยังแผนกบัญชี“เป็นอะไรไป เธอดูแย่มากเลย อย่าบอกนะว่าเธอกับคุณซัมเมอร์ฟิลด์ทะเลาะกัน” เซดีถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปฉันรู้สึกขอบคุณที่ถึงแม้พวกเธอจะรู้แล้วว่าฉันเป็นภรรยาของซีอีโอ แต่ก็ยังปฏิบัติต่อฉันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเหมือนวันแรกที่ฉันเข้ามาทำงาน“ไรอันไม่อยู่ที่ห้องทำงาน” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงหดหู่คาร์เมนขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาไม่อยู่ ปกติเวลาเขามีนัดประชุมนอกบริษัท อาร์เธอร์ต้องไปด้วยไม่ใช่เหรอ เมื่อชั่วโมงก่อนฉันยังเห็นอาร์เธอร์อยู่ในโรงอาหารเลย”คำพูดนั้นเหมือนหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าใส่ ฉันจ้องพวกเธอนิ่ง ความสับสนในใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเย็นเยียบอย่างรวดเร็ว“บางทีอาจเป็นนัดด่วนกะทันหันก็ได้” คาร์เมนรีบพูดแก้สถานการณ์ พลางส่งสายตาเตือนไปทางเซดีจนอีกฝ่ายเงียบลง แต่ฉันไม่พลาดสายตาระแวดระวังปนสงสารที่ทั้งคู่แอบสบกันเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไรอันก็ไม่กลับมาเลย กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน อาร์เธอ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 26

    มุมมองของอบิเกลตลอดการเดินทางกับไรอัน ความสุขอันเปล่งประกายที่ยากจะอธิบายอบอวลอยู่ในใจฉันตลอดเวลา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันยิ้มเสียจนปวดแก้ม และเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดสายตาแต่เช่นเดียวกับสิ่งดี ๆ ทุกอย่าง สรวงสวรรค์ของเราย่อมต้องมีวันสิ้นสุด ความเป็นจริงเรียกให้เรากลับไปยังมารินาโพลิสและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้แน่ชัดแล้วว่าไรอันได้ครอบครองหัวใจของฉันไปหมดแล้ว เพียงคิดว่าจากนี้อาจต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา อนาคตก็ดูมืดมนและว่างเปล่าขึ้นมาทันที“เธอแน่ใจจริง ๆ เหรออบิเกล” ไรอันถามขณะที่รถกำลังพาเราไปยังบริษัท “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้วนะ ฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำให้ตัวเองลำบากเลย”นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่น ต่อให้เราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็ยังต้องการทำงาน ความคิดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีอะไรให้ใช้ทั้งความคิดและความสามารถ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ในคุก“ไรอัน เราจะต้องเถียงเรื่องนี้กันจริง ๆ เหรอ”

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 25

    ฉันสะดุ้งเกร็งทันทีที่ไรอันเข้ามาในตัว ความเจ็บแปลบรุนแรงแล่นขึ้นมาจนรู้สึกราวกับสะโพกกำลังถูกฉีกออกจากร่าง น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา ฉันกัดฟันแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องออกมา“ฉันขอโทษ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างแก้ม “ครั้งแรกมันก็เป็นแบบนี้... เดี๋ยวความเจ็บจะค่อย ๆ หายไป ฉันสัญญา กอดฉันไว้ก็พอ” เขาหยุดนิ่งอยู่เหนือร่างฉัน ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวกับความรู้สึกแปลกใหม่และแน่นเต็มที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาพรมจูบเบา ๆ ทั่วใบหน้าราวกับปลอบโยน ก่อนริมฝีปากจะกลับมาประกบกับฉันอย่างอ่อนโยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ความเจ็บแปลบเริ่มจางหายไปทีละน้อย ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ทำให้ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ สะโพกของตัวเองกลับขยับเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณเพียงการขยับเล็กน้อยนั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้เขา เสียงครางต่ำดังขึ้นจากลำคอ ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จากช้า ๆ ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ มั่นคงขึ้นร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เสียงครางแผ่วเบาผสานกันท่ามกลางอากาศยามค่ำคืน ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด ถูกกลืนด้วยคลื่นความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้ฉันแทบเ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status