Share

บทที่ 7

Author: เคธี่
มุมมองของอบิเกล

ฉันสะดุ้งถอยหนีจากสัมผัสของเขา หัวใจเต้นกระหน่ำ มือของไรอันลดลง ขณะที่ฉันเห็นลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงตอนที่เขาถอยหลังไปครึ่งก้าวเช่นกัน

ฉันรีบคว้าถุงกระดาษจากมือเขามากอดไว้ ราวกับสร้างกำแพงกั้นระหว่างเรา

“ได้ยินที่ฉันพูดไหม เรียกฉันว่าไรอัน ฉันเป็นสามีของเธอ” เขาย้ำอีกครั้ง

ฉันจ้องเขา สมองปั่นป่วนไปหมด ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างประหม่า “เราสองคนก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นแค่ข้อตกลงที่คุณย่าของคุณจัดการเอาไว้ ฉันขอโทษนะคะ แต่ฉันให้สิ่งที่คุณต้องการไม่ได้หรอก”

แววประหลาดใจวาบผ่านใบหน้าของเขา ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นรอยยิ้มเย่อหยิ่งอันคุ้นเคย “ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังเล่นตัวหรือเปล่า แต่ขอพูดให้ชัดนะ ถ้าฉันไม่ใช่สเปกเธอ เธอก็ยิ่งไม่ใช่สเปกฉันเหมือนกัน” พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่โซฟา

“หึ ฉันไม่ใช่สเปกเขา แต่จ้องฉันเหมือนจะจับกินเป็นมื้อต่อไปเลยนะ” ฉันพึมพำเบา ๆ พลางจ้องเสี้ยวหน้าบึ้งตึงของเขา

“คุณซัมเมอร์ฟิลด์คะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ “ฉันจะไปเตรียมตัวนะคะ เราจะได้ออกไปกัน” ฉันไม่รอคำตอบ รีบหมุนตัวแล้วหนีเข้าไปในห้องพักแขกทันที

ฉันล็อกประตูแล้วพิงหลังกับมัน มือกุมหน้าอกไว้แน่น หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกราวกับจะทะลุซี่โครงออกมา ต่อจากนี้ฉันต้องหลีกเลี่ยงเขาให้ได้ทุกวิถีทาง ฉันจะเสี่ยงให้วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นของเขาไปแล้วไม่ได้เด็ดขาด

ทำไมเขาต้องหล่อจนน่าหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยนะ ถ้าเขาไม่ใช่เพลย์บอยชื่อฉาว บางทีฉันอาจพอชื่นชมเขาได้บ้าง แต่เขากลับชอบเล่นกับพนักงานของตัวเอง โดยเฉพาะพวกเลขา ฉันส่ายหัว พยายามขับไล่ความคิดทรยศนั้นออกไป

ฉันหันมาสนใจถุงกระดาษแล้วหยิบเสื้อผ้าออกมา ทุกชิ้นเป็นของใหม่เอี่ยม ป้ายราคายังติดอยู่ เป็นเสื้อผ้าสวยหรูและเหมาะกับการทำงาน ทำไมเขาต้องลำบากทำถึงขนาดนี้ด้วย ฉันก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง การแต่งงานของเราเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง เป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่ฉันช่วยเขาให้รอดพ้นจากความอับอาย แลกกับอนาคตของตัวเอง ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรเขาอีกเสียหน่อย

ฉันปัดความคิดเหล่านั้นทิ้งแล้วรีบอาบน้ำ สมองยังคงคิดวุ่นวายไปหมดจนเกือบลืมเวลา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเจ้านายผู้น่ากลัวกำลังรออยู่ข้างนอก

เสื้อผ้าที่เขาซื้อมาพอดีตัวฉันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งทั้งทำให้โล่งใจและชวนให้ระแวงในเวลาเดียวกัน โชคดีที่แผนกของเราไม่ได้กำหนดเครื่องแบบเข้มงวด เสื้อเบลาส์กับกางเกงขายาวดูดีชุดนี้จึงไม่สะดุดตาเกินไป

เมื่อฉันออกมา ไรอันก็ลุกขึ้นยืนทันที สายตากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูโดยไม่พูดอะไร ฉันจึงเดินตามไป

ตลอดทางไปออฟฟิศภายในรถเงียบสนิท เขาไม่พูดอะไร ฉันจึงเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง เพียงสิบนาทีต่อมา รถก็แล่นเข้าสู่บริเวณอาร์เจ ซัมเมอร์ฟิลด์ โลจิสติกส์ ส่วนไรอันยังคงจมอยู่ในความคิด ขากรรไกรขบแน่น

‘บางทีเขาอาจกำลังคิดถึงเลขาอยู่ก็ได้’ ฉันอดคิดประชดไม่ได้ ตอนนี้เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว ฉันมาสายอย่างชัดเจนจนเถียงไม่ได้ แล้วทำไมเขาถึงไม่ปลุกฉันกันนะ

พอก้าวลงจากรถ ความกังวลระลอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามา ถ้าฉันเดินเข้าไปพร้อมกับซีอีโอ ข่าวซุบซิบคงแพร่กระจายไปทั่วบริษัทแน่ ทุกคนต้องคิดกันไปเองสารพัด

“ยืนรออะไรอยู่ วันนี้จะทำงานไหม หรือว่าไม่สบาย” เสียงของเขาดึงฉันออกจากความตื่นตระหนก

ฉันฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “คุณเข้าไปก่อนได้ไหมคะ ฉัน... ไม่อยากให้มีข่าวลืออะไร”

เขาขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “ข่าวลืออะไร ทำไมต้องมีข่าวลือด้วย”

ฉันกัดริมฝีปาก พยายามคิดหาคำตอบ มันไม่ชัดเจนหรือไง ทุกคนต้องคิดว่าฉันเป็นเหยื่อรายล่าสุดของเขา เป็นผู้หญิงอีกคนที่เขาคบเล่น ๆ ในออฟฟิศแน่ ศักดิ์ศรีของฉันรับเรื่องแบบนั้นไม่ไหวหรอก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่เลยนะ!

“ให้ตายสิ อย่ากัดริมฝีปากแบบนั้นได้ไหม” เขาคำราม เสียงพลันแหบพร่าลง

ฉันมองเขาอย่างงุนงง แล้วก็พบกับสายตาร้อนแรงที่จ้องเขม็ง แววหิวกระหายประหลาดวาบผ่านดวงตาคู่นั้น

โอ้ บ้าชะมัด นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนซีอีโอกำลังมองฉันด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบังเลยสักนิด ฉันเห็นลำคอเขาขยับตอนกลืนน้ำลาย ขณะที่สายตายังคงไม่ละจากฉัน

สัญชาตญาณหนีเอาตัวรอดทำงานทันที ฉันรีบหมุนตัวแล้วเดินเข้าอาคารไปคนเดียว โดยรับรู้ได้ว่าเขากำลังตามมาติด ๆ ด้านหลัง

เป็นอย่างที่ฉันกลัวไม่มีผิด การเข้ามาของพวกเรากลายเป็นจุดสนใจ พนักงานทุกคนที่เดินผ่านต่างหยุดทักทาย “คุณซัมเมอร์ฟิลด์” ก่อนเหลือบมองฉันด้วยทั้งความสงสัย งุนงง และสายตาอิจฉาอย่างชัดเจนจากพวกผู้หญิง

เขาไม่สนใจใครทั้งนั้น เดินตรงไปยังลิฟต์วีไอพีส่วนตัว ส่วนฉันรีบเบี่ยงไปทางลิฟต์สำหรับพนักงานทั่วไป หวังจะแอบแยกตัวหนีไป

แต่ดูเหมือนเขาจะตั้งใจเล่นงานฉัน แทนที่จะก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดรออยู่ เขากลับเปลี่ยนทิศทางแล้วเดินตรงมาหาฉัน เสียงสูดหายใจตกใจราวกับดังขึ้นพร้อมกันทั่วล็อบบี้ เมื่อมือของเขาคว้าข้อมือฉันแล้วดึงไปยังลิฟต์วีไอพีที่เปิดอยู่โดยไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิด

ฉันอ้าปากจะประท้วง แต่พอเห็นสีหน้ามืดครึ้มของเขา คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ในลำคอ ฉันจึงปล่อยให้เขาพาเข้าไปในลิฟต์ ประตูเลื่อนปิดลงต่อหน้าสายตาตกตะลึงนับสิบคู่ ฉันไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริง ๆ อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แถมยังเข้าใจยากกว่าเป็นสองเท่า

“คุณซัมเมอร์ฟิลด์คะ คุณน่าจะปล่อยให้ฉันขึ้นลิฟต์ธรรมดา” ฉันกัดฟันพูดทันทีที่ประตูลิฟต์วีไอพีปิด “ทีนี้ฉันได้กลายเป็นหัวข้อซุบซิบอันดับหนึ่งของออฟฟิศแน่ ถึงจะเป็นเมืองอย่างมารินาโพลิสก็ยังมีพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเต็มไปหมด”

เขาหันหน้ามา คิ้วขมวดเป็นสีหน้าคุ้นเคย “เธอว่าอะไรนะ พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเหรอ”

ฉันแทบหลุดหัวเราะ แน่นอนว่าเขาคงไม่คุ้นกับเรื่องแบบนี้หรอก ในโลกของเพนต์เฮาส์ส่วนตัวกับหมู่บ้านหรูที่มีระบบรักษาความปลอดภัย คงไม่มีข่าวซุบซิบไหนกล้าแตะต้องเขาได้

“คุณคะ แผนกบัญชีอยู่ชั้นสาม ลิฟต์นี้จอดชั้นนั้นด้วยหรือเปล่า ฉันสายมากแล้ว แล้วเพื่อนร่วมงานก็คงสงสัยว่าฉันหายไปไหน” ฉันอธิบาย พยายามดึงบทสนทนากลับเข้าสู่เรื่องที่ควรสนใจ

เขาไม่ตอบอะไร เพียงแต่... จ้องฉัน สายตาเข้มข้นและไม่ไหวติงจนชวนให้อึดอัด

“คุณซัมเมอร์ฟิลด์คะ ได้ยินฉันไหม” ฉันเรียกอีกครั้ง พลางโบกมือตรงหน้าเขา ไรอันดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ สายตายังคงจับจ้องฉัน ความเงียบระหว่างเรายิ่งหนักอึ้งและน่าอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ

“รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันอยากจูบเธอมากแค่ไหน” เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า

ดวงตาของฉันเบิกกว้าง เมื่อใบหน้าของเขาค่อย ๆ โน้มเข้ามา ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในทันที ทั้งแรงกดจากริมฝีปากของเขาที่บดจูบลงมา จนริมฝีปากฉันบวมและเจ็บอยู่หลายวันหลังจากนั้น

ความตื่นตระหนกระลอกใหม่ถาโถมเข้ามา ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแน่ จึงรีบหมุนตัวหันหลังให้เขาทันที

ฉันไม่มีวันยอมถูกเขาจูบกลืนกินแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง ประสบการณ์เพียงครั้งเดียวนั้นมากพอจะทำให้ฉันระแวงผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบ จูบในหนังดูโรแมนติกก็จริง แต่ประสบการณ์เดียวที่ฉันเคยเจอกลับเป็นจูบดุดันแทบจะลงโทษจากผู้ชายคนนี้ มันทำเอาฉันฝังใจไปเลย

ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจหงุดหงิดเบา ๆ จากด้านหลัง แต่ไม่กล้าหันกลับไปจนกระทั่งสัมผัสได้ว่าลิฟต์หยุดและประตูเลื่อนเปิด หัวใจฉันตกวูบ เราไม่ได้อยู่ชั้นสาม แต่เป็นชั้นบนสุด ห้องทำงานผู้บริหารของเขา และฉันก็ใช้ลิฟต์นี้กลับลงไปเองไม่ได้ถ้าไม่มีคีย์การ์ด ให้ตายสิ

“เอ่อ คุณซัมเมอร์ฟิลด์คะ แล้วฉันจะกลับลงไปข้างล่างยังไง” ฉันถาม

เขาไม่สนใจฉัน เดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องทำงาน เราเดินผ่านเลขาของเขาที่กล่าวด้วยเสียงหวานเลี่ยน “สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณซัมเมอร์ฟิลด์” พร้อมส่งสายตาอาฆาตมาทางฉันหลายครั้ง

“โทรหาอาร์เธอร์ บอกให้เขามาหาฉันที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้” ไรอันสั่งโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเธอ

เธอพยักหน้ารับทันที แต่สายตาอาฆาตกลับพุ่งตรงมาที่ฉันคนเดียว ฉันเพียงเลิกคิ้วแล้วเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว “ตกลงฉันจะลงไปข้างล่างยังไงคะ ใช้บันไดเหรอ”

“นั่ง” เขาสั่งพลางชี้ไปยังเก้าอี้นุ่มตรงข้ามโต๊ะทำงาน “ใกล้พักเที่ยงแล้ว เธอจะกินข้าวกับฉัน”

ฉันอ้าปากค้าง “อะไรนะ ยังไม่ถึงสิบเอ็ดโมงเลยด้วยซ้ำ! ฉันสายมากแล้วนะคะ เพื่อนในทีมต้องคิดว่าฉันขาดงานแน่ ๆ แล้วพวกเขาอาจแจ้งฝ่ายบุคคลด้วย!” ฉันปิดบังความหงุดหงิดในน้ำเสียงไม่ได้เลย

ในที่สุดเขาก็หันมามองฉันพลางส่ายหน้าช้า ๆ “เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะอนุญาตให้ไป แล้วต้องให้ฉันบอกอีกกี่ครั้ง เลิกเรียกฉันว่าคุณซัมเมอร์ฟิลด์ได้แล้ว ฉันชื่อไรอัน และเธอเป็นภรรยาของฉัน”

ฉันยกมือสางผมอย่างเหลืออด พลางคิดในใจว่า ‘นี่มันบ้าไปแล้ว หมอนี่เสียสติหรือไง ฉันควรลาออกตอนนี้เลยดีไหม’

“เอ่อ คุณซัมเมอร์ฟิลด์—” ฉันเริ่มจะประท้วง

เขาตัดบททันที น้ำเสียงลดต่ำลงเป็นคำรามอย่างน่ากลัว “ถ้าเรียกฉันว่า ‘คุณซัมเมอร์ฟิลด์’ อีกครั้งเดียว ฉันจะเอาเธอตรงโต๊ะตัวนี้เลย”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ ลมหายใจแทบหายไปหมด ได้แต่เบิกตากว้างจ้องเขาด้วยความหวาดกลัว คำขู่นั้นทั้งตรงและหยาบคายเสียจนไม่มีทางตีความเป็นอย่างอื่นได้

“ดะ... ได้โปรดอย่านะคะ” ฉันพูดตะกุกตะกักด้วยเสียงสั่น “ฉะ...ฉั นจะไม่เรียกคุณแบบนั้นอีกแล้ว แต่ถ้ามีใครถาม คุณต้องเป็นคนอธิบายเองนะคะ ไม่อย่างนั้นทุกคนจะคิดว่าฉันเป็น... เอ่อ... แบบนั้นของคุณ”

เขาเลิกคิ้ว “เป็น ‘แบบนั้น’ ของฉันเหรอ”

“ช่างมันเถอะค่ะ” ฉันพึมพำอย่างยอมแพ้

“ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลย ทีนี้เงียบได้แล้ว ฉันต้องทำงาน ถ้าเบื่อก็ไปชงกาแฟได้” พูดจบเขาก็หมุนเก้าอี้กลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ เท่ากับตัดบทฉันอย่างสมบูรณ์

ฉันมองผ่านผนังกระจกของห้องทำงาน เลขาของเขานั่งอยู่หลังโต๊ะ ดูเป็นสาวทำงานสุดเซ็กซี่ทุกกระเบียดนิ้ว แม้ว่าฉันจะรู้ว่าสถานะของเธอกับเขาสนิทสนมยิ่งกว่านั้น เธอเองก็เรียกเขาว่า ‘คุณซัมเมอร์ฟิลด์’ เหมือนกัน งั้นบางทีพวกเขาอาจเป็นแค่คู่นอนกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

ส่วนเรื่องชื่อของเขา... เรียก ‘ไรอัน’ ก็ได้ ถือเป็นราคาที่เล็กน้อยมาก เทียบกับทางเลือกอีกอย่างที่เขาเพิ่งบรรยายออกมาอย่างชัดเจน

ฉันสูดหายใจลึก “คุณซัมเมอร์ฟะ— หมายถึง ไรอัน” ฉันรีบแก้คำ ชื่อนั้นยังฟังแปลกเมื่อต้องพูดออกจากปากตัวเอง “คุณอยากได้กาแฟไหมคะ ฉันจะชงให้ด้วย”

เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน แล้วฉันก็เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ดูจริงใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก

เขา... กำลังยิ้มเหรอ นับตั้งแต่เจอกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาดูเหมือนคนที่พอเข้าใกล้ได้ ราวกับเทวดาผู้พิทักษ์ของเขา—ถ้าหมอนี่จะมีอยู่จริง ๆ—เข้ามาควบคุมร่างแทนชั่วคราว

“เอาสิ” เขาตอบ แล้วขยิบตาให้ฉัน

หัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างทรยศ ฉันรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานทันที ชีพจรเต้นรัว ฉันต้องเว้นระยะห่างจากเขาให้เร็วที่สุด เดี๋ยวค่อยถามเลขาว่ากาแฟอยู่ตรงไหน เพราะตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจตัวเองให้ยืนอยู่ในห้องนั้นต่อแม้แต่วินาทีเดียว

เพราะความจริงที่น่ากลัวก็คือ ตอนที่เขายิ้มแล้วขยิบตาแบบนั้น เขาไม่ได้แค่หล่อ แต่หล่อจนแทบทำลายล้างทุกอย่างได้ และหัวใจของฉันก็กำลังเข้าใกล้จุดที่จะทรยศต่อกำแพงทั้งหมดที่สร้างเอาไว้อย่างระมัดระวังเต็มที

เมื่อเดินออกมา ฉันก็ตรงไปยังโต๊ะของเลขา ฉันยังไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร แต่สายตาที่มองมานั้นแทบจะเชือดเฉือนฉันเป็นชิ้น ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย ผู้หญิงคนนี้กำลังหึงจนแทบบ้าแน่นอน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 30

    “อะไรนะ ไรอัน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงแตกพร่าเพราะความสิ้นหวัง “ฉันกำลังท้องนะ... เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน! คุณคงไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องโตมาโดยไม่มีพ่อใช่ไหม”ฉันยึดเกาะความหวังอันแสนเปราะบางเอาไว้ หวังว่าชีวิตเล็ก ๆ ในท้องจะมากพอที่จะรั้งเขาไว้ และทำให้เขายอมอยู่กับฉันไรอันหันกลับมา สีหน้ามืดครึ้มและแข็งกร้าวไร้แววจะอ่อนข้อ“เอาเด็กออกซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วแตก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไอริสกลับมาแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งมาทำลายโอกาสครั้งที่สองของเรา”คำพูดนั้นกระแทกเข้าใส่ราวกับถูกชกอย่างแรง จนลมหายใจแทบขาดห้วง ฉันจ้องเขาตาค้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด เขาจะโหดร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอ“ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณย่าแล้ว” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันรู้ว่าคุณย่าไม่เคยชอบไอริส และเธอก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของเราพังลงในครั้งแรก แต่ตอนนี้ไอริสกลับมาแล้ว จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนออกจากกันอีก ฉันขอโทษนะอบิเกล ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่ไอริสกลับมา”ฉันรู้สึก

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 29

    มุมมองของอบิเกล“ยินดีด้วยนะคะอบิเกล คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ!” คุณหมอเชลซี พาล์เมอร์ยิ้มกว้างให้ฉันความสุขบริสุทธิ์ถาโถมเข้ามาจนความเจ็บปวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาถูกกลบหายไปชั่วขณะ มือทั้งสองยกขึ้นแตะหน้าท้องตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มแห่งความสุขค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาลูกน้อย ลูกของเรา“จากนี้สิ่งสำคัญมากคือคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันทุกอย่าง เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ “ฉันจะสั่งวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ให้ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยค่ะ”“ขอบคุณค่ะคุณหมอ!” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน “ฉันจะมาตรวจตามนัดทุกครั้งเลยค่ะ”เธอพยักหน้า ก่อนรอยยิ้มจะจางลงเล็กน้อย “คุณเป็นภรรยาของไรอัน ซัมเมอร์ฟิลด์ ใช่ไหมคะ”คำถามนั้นทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความกังวลพลันก่อตัวแน่นอยู่ในท้อง“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจหรือเปล่าถ้าคุณยังมาฝากครรภ์ที่นี่ต่อ ไรอันกับฉันรู้จักกันมานานแล้ว แต่เอาเป็นว่าครอบครัวของเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก” เธ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 28

    เสียงสะอื้นทำให้ทั้งร่างของฉันสั่นเทา ขณะที่ความจริงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ไอริสคือสาเหตุที่ไรอันหายตัวไปอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดบีบรัดอยู่ในอกอย่างแสนสาหัส ราวกับมีมีดคมกริบแทงแล้วบิดซ้ำ เมื่อคิดอย่างหวาดกลัวว่าหัวใจส่วนใหญ่ของไรอันอาจยังคงเป็นของเธอฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพราะจมอยู่กับความเศร้าจนแทบไม่รับรู้อะไร กระทั่งประตูห้องนอนเปิดออกและไรอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ฉันรีบลุกขึ้นยืน หันใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาไปเผชิญหน้ากับเขา“ที่แท้ทั้งวันคุณก็อยู่กับเธอสินะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่น เมื่อเขาหลบสายตา น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมาจากดวงตาฉันทันที“ฉันขอโทษอบิเกล” เขาพูดด้วยเสียงต่ำและตึงเครียด “ฉัน... สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ฉันต้องพูดความจริงกับเธอ การได้เจอไอริสอีกครั้ง... มันทำให้ฉันมีความสุข”คำพูดของเขาไม่ต่างจากระเบิดที่ทำลายโลกอันเปราะบางซึ่งพวกเราสร้างร่วมกันจนแหลกสลาย ฉันจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“งั้นคุณก็ยังรักเธออยู่ใช่ไหม” ฉันตะโกน ความโกรธและความเจ็บปวดพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “คุณยังรักผู้หญิงที่ทรยศคุณงั้นเหรอ ผู้หญิงที่ทิ้งคุณไปหาเ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 27

    ฉันรออยู่ในห้องทำงานของไรอัน หวังว่าเขาจะกลับมา แต่จนหมดเวลาพักกลางวันก็ยังไม่มีวี่แววของเขา ความผิดหวังหนักอึ้งกดทับอยู่ในอก ขณะที่ฉันเดินคอตกกลับไปยังแผนกบัญชี“เป็นอะไรไป เธอดูแย่มากเลย อย่าบอกนะว่าเธอกับคุณซัมเมอร์ฟิลด์ทะเลาะกัน” เซดีถามทันทีที่ฉันเดินเข้าไปฉันรู้สึกขอบคุณที่ถึงแม้พวกเธอจะรู้แล้วว่าฉันเป็นภรรยาของซีอีโอ แต่ก็ยังปฏิบัติต่อฉันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเองเหมือนวันแรกที่ฉันเข้ามาทำงาน“ไรอันไม่อยู่ที่ห้องทำงาน” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงหดหู่คาร์เมนขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาไม่อยู่ ปกติเวลาเขามีนัดประชุมนอกบริษัท อาร์เธอร์ต้องไปด้วยไม่ใช่เหรอ เมื่อชั่วโมงก่อนฉันยังเห็นอาร์เธอร์อยู่ในโรงอาหารเลย”คำพูดนั้นเหมือนหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าใส่ ฉันจ้องพวกเธอนิ่ง ความสับสนในใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเย็นเยียบอย่างรวดเร็ว“บางทีอาจเป็นนัดด่วนกะทันหันก็ได้” คาร์เมนรีบพูดแก้สถานการณ์ พลางส่งสายตาเตือนไปทางเซดีจนอีกฝ่ายเงียบลง แต่ฉันไม่พลาดสายตาระแวดระวังปนสงสารที่ทั้งคู่แอบสบกันเวลาที่เหลือของวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า และไรอันก็ไม่กลับมาเลย กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน อาร์เธอ

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 26

    มุมมองของอบิเกลตลอดการเดินทางกับไรอัน ความสุขอันเปล่งประกายที่ยากจะอธิบายอบอวลอยู่ในใจฉันตลอดเวลา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันยิ้มเสียจนปวดแก้ม และเราก็แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ท่ามกลางท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดสายตาแต่เช่นเดียวกับสิ่งดี ๆ ทุกอย่าง สรวงสวรรค์ของเราย่อมต้องมีวันสิ้นสุด ความเป็นจริงเรียกให้เรากลับไปยังมารินาโพลิสและหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้แน่ชัดแล้วว่าไรอันได้ครอบครองหัวใจของฉันไปหมดแล้ว เพียงคิดว่าจากนี้อาจต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา อนาคตก็ดูมืดมนและว่างเปล่าขึ้นมาทันที“เธอแน่ใจจริง ๆ เหรออบิเกล” ไรอันถามขณะที่รถกำลังพาเราไปยังบริษัท “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้วนะ ฉันให้เธอได้ทุกอย่าง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำให้ตัวเองลำบากเลย”นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันยืนยันหนักแน่น ต่อให้เราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็ยังต้องการทำงาน ความคิดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยไม่มีอะไรให้ใช้ทั้งความคิดและความสามารถ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ในคุก“ไรอัน เราจะต้องเถียงเรื่องนี้กันจริง ๆ เหรอ”

  • สามีมหาเศรษฐีจอมหวงของฉัน   บทที่ 25

    ฉันสะดุ้งเกร็งทันทีที่ไรอันเข้ามาในตัว ความเจ็บแปลบรุนแรงแล่นขึ้นมาจนรู้สึกราวกับสะโพกกำลังถูกฉีกออกจากร่าง น้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา ฉันกัดฟันแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องออกมา“ฉันขอโทษ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างแก้ม “ครั้งแรกมันก็เป็นแบบนี้... เดี๋ยวความเจ็บจะค่อย ๆ หายไป ฉันสัญญา กอดฉันไว้ก็พอ” เขาหยุดนิ่งอยู่เหนือร่างฉัน ให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวกับความรู้สึกแปลกใหม่และแน่นเต็มที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาพรมจูบเบา ๆ ทั่วใบหน้าราวกับปลอบโยน ก่อนริมฝีปากจะกลับมาประกบกับฉันอย่างอ่อนโยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ความเจ็บแปลบเริ่มจางหายไปทีละน้อย ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น และที่ทำให้ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ สะโพกของตัวเองกลับขยับเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณเพียงการขยับเล็กน้อยนั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้เขา เสียงครางต่ำดังขึ้นจากลำคอ ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จากช้า ๆ ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ มั่นคงขึ้นร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เสียงครางแผ่วเบาผสานกันท่ามกลางอากาศยามค่ำคืน ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด ถูกกลืนด้วยคลื่นความรู้สึกรุนแรงที่ทำให้ฉันแทบเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status