Masuk"คุณภัทร คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ"
ปรายปรีญา ดิ้นขลุกขลัก เพื่อเอาตัวรอด มือก็พยายามผลักหน้าอกคนตัวใหญ่ แต่ก็สู้แรงไม่ไหว ผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ได้สนใจที่จะปล่อยเธอไปแม้แต่น้อย ใบหน้าซุกไซร้ตามซอกคอ ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาประกบปากอวบอิ่มที่พยายามเปล่งเสียงให้คนช่วย ปรายปรีญาสัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่รับจากรสฝีปากที่เขาบดขยี้จนเธอเริ่มรู้สึกเจ็บ แรงที่ขัดขืนเริ่มอ่อนลง มือไม้ที่ต่อต้านจากที่พยายามผลักไส กลับอ่อนยวบลง จนแทบสมยอม น้ำตาเริ่มไหลรินลงมาอาบข้างแก้ม ตัวสั่น
"ปล่อยฉันไปเถอะนะ คุณภัทร ฉันกลัว อือ หึกๆ อ่า อืมๆ คะ คะ คุณภัทร อย่าาาา"
เสียงแผ่วเบาที่พยายามบอกเขา แต่กระเส้าสั่นเหมือนบอกเขาว่าอย่าหยุด ฝ่ามือหนาตวัดกอดเอวดึงเขาหา ลำแขนรัดแน่นและยังคงลูบไล้ ลูบคลำ ผิวเนียนลื่นมือไปทั่วร่างจนสัมผัสถึงยอดภูเขาชูชันตั้งตระหง่าน บีบคั้น ราวกับเป็นฟองน้ำ
"เป็นของพี่นะคะ คนดี "
เสียงสั่น อารมณ์พลุกพล่าน จับร่างอวบพลิกคว่ำพร้อมกับถาโถมแรงกระหน่ำสัมผัสร่างนิ่มโดยไม่ได้ฟังเสียงเธอสักนิด
"กรี๊ดดดดดด คุณภัทร ฉัน จะ ...เจ็บบบ"
กิจกรรมกีฬาในร่ม ที่ผ่านไปจนเกือบรุ่งสาง ร่างกำยำ เปลือยกายท่อนบน ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ บ่งบอกว่าเขาดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี เขานอนลืมตาเหนื่อยหอบมองเพดาน อยู่ข้างกายหญิงสาวที่นอนหันหลังให้กับเขา กว่าจะเริ่มรู้สึกตัวว่าผู้หญิงตรงหน้า ไม่ใช่แก้วฤดี แต่ถึงจะใช่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายน้ำใจแก้วฤดีตอนไม่มีสติ
เสียงสะอื้นเบาๆ ของเธอเขายิ่งรู้สึกผิด ถึงผู้หญิงคนนี้รูปร่าง.จะไม่ใช่ในแบบที่เขาชอบเรียกหาเวลาเกิดอารมณ์เหงา แต่ทุกสัมผัสที่เขาได้ลิ้มลอง กลับตราตรึงเขามาก จนอยากลองสัมผัสอีกสักครั้ง แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าเธอชัดๆ ก็ตาม เขาค่อยๆ ยันกายเขยิบเข้าไปใกล้ๆ มือเอื้อมไปแตะไหล่ เบาๆ ปรายปรีญาถึงกับสะดุ้งด้วยความกลัวและสับสน แต่รู้สึกได้ว่ามีลมหายใจกระทบที่ต้นคอ
"ผมขอโทษนะครับ ผมคงเมามาก คุณอยากได้เท่าไรบอกผมได้นะครับ แต่ถ้าผมจะขอต่อ....."
กวิณภัทรยังไม่ทันจะพูดจบ ปรายปรีญา ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แต่มือยังจับผ้าห่มมาปิดเรือนร่างที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ หันกลับไปจ้องหน้าผู้ชายที่ไม่อายปากแม้แต่น้อย ที่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัว
"เธอ...!! หมายความว่าไง ทำไมถึงเป็นแบบนี้"
พอเห็นหน้าหญิงสาวจริงๆ เขาถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในห้องเขาได้ยังไง
"คุณมันเลว น่ารังเกียจ เป็นผู้ชายน่าขยะแขยงที่สุด"
พูดจบปรายปรีญาจึงคว้า หอบเอาชายผ้าห่ม และเสื้อผ้าที่เกลือนอยู่ตามห้อง เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อสวมชุด กวิณภัทรจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนู มาพันท่อนร่างไว้ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรมาปิดไว้เลยสักนิด และไปยืนดักรอ ปรายปรีญาที่หน้าห้องน้ำ จนเธอเปิดประตูออกมาไม่ทันได้ระวังจึงชนเขากับ แผงอกแกร่งเต็มๆ
หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยสายตาที่รังเกียจ ไม่อยากเจอแม้แต่นาทีเดียว เธอพยายามถนอมร่างกายตัวเองมาจนอายุ26 ปีเพื่อผู้ชายที่จะเข้าพิธีแต่งงานด้วย อยากให้เขาภูมิใจว่าได้เป็นคนแรกของเธอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เธอเบี่ยงตัวหลบร่างสูงตรงหน้า แต่เดินไม่ถึงไหน ก็ถูกจับแขนดึงอย่างแรง จนร่างอวบถึงกับเซ
"เธอมาอยู่ในห้องฉัน ได้ยังไง "
กวิณภัทรถามหญิงสาวที่มองเขาด้วยสายตาที่แข็งกร้าว บวมแดง ใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือคราบน้ำ แต่ลำคอขาวนั้นกลับมีแต่ร่องรอย เขียวจ้ำแดงๆ เต็มไปหมด ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นรอยฝากของเขา
"ถ้าคุณมีสติ คุณจะไม่ต้องถามฉันเลยว่าฉันมาอยู่ห้องคุณได้ยังไง"
คำพูดที่พยายามกลั้นน้ำเสียงให้ปกติที่สุด
"เท่าไร เธอต้องการเงินเท่าไร ถ้าแลกกับที่เธอจะไม่บอกใครว่าเรามีอะไรกัน"
เพี้ย!!!!!
ไม่มีคำตอบจากปรายปรีญา แต่เป็นฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้าหล่อหันไปตามความแรงมือคนตบ นั้นน่าจะเป็นคำตอบ รอยแดงขึ้นเป็นรูปฝ่ามืออย่างเด่นชัด เพราะกวิณภัทรเป็นคนขาว
"ฉันไม่คิดว่าคุณจะดูถูกฉันขนาดนี้ คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงขายตัวเหรอคะ"
"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจอยากมีอะไรกับเธอนี่ :
ปรายปรีญาไม่ตอบ แต่เลือกที่จะเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายเปิดประตูออกไป
ปัง!! เสียงปิดประตูของเธอที่ปิดลงอย่างแรง แสดงถึงความโมโหของผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกไป
กวิณภัทรถึงกับส่างเมา แต่ปวดหัวแทน พยายามคิด ก็คิดไม่ออกว่าเธอกับเขาทำไมถึงได้เป็นแบบนี้
แล้วยัยนั้นทำไมต้องทำท่าเสียใจที่ได้กับเขาด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้ขอเงิน ขอของแบรนด์เนมกับเขาแล้ว ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ยื่น หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ปลายเตียงนอน
พลันสายตาก็มองเห็นรอยคราบแดงคล้ายๆ เลือด หยดอยู่บนที่นอน เป็นรอยจางๆ แต่ก็เด่นชัด เพราะผ้าปูที่นอนที่เขาใช้ประจำเป็นสีขาวจึงสังเกตเห็นไม่ยาก หรือว่า เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ยัยนั้น แต่อายุขนาดนั้นพรหมจรรย์น่าจะไม่อยู่แล้วนะ โอ๊ยยยย ปวดหัวโว๊ยยย ผ่านผู้หญิงมาก็ตั้งเยอะ แต่แค่ได้กับยัยนี้แบบไม่ตั้งใจ ต้องมาเครียดอะไรขนาดนี้วะ ไอ้ภัทรเอ๊ยย เขาสะบัดหัวไปมาก่อนเดินเข้าไปอาบน้ำ ชำระร่างกายเพราะนี้ก็เช้าพอดี
แกร๊กๆ กริ๊ก เสียงเปิดประตูบ้านของปรายปรีญาดังเข้ามาถึงในห้องครัว ที่ปรางปรีญากำลังทำข้าวต้มกุ้งไปให้แม่ที่บ่นอยากกินเพราะเบื่อโจ๊กโรงพยาบาลเต็มทน
"อ้าว พี่ปรายกลับมาแล้วเหรอคะ เมื่อคืนไปไหนมา ปรางรอตั้งนานไม่เห็นกลับเลยขึ้นไปนอนก่อน"
"เอ่อ พี่ไปนอนบ้านเพื่อนมานะ มันดึกแล้วก็เลยค้างที่นั่นเลย "
"อ่อๆ เอะ พี่ปรายคอไปโดนอะไรมาทำไมมันแดงขนาดนั้นอ่า เป็นรอยเลย "
พอเห็นน้องสาวทัก ปรายปรีญารีบเอาปกคอเสื้อดึงมาปิดให้มากที่สุด ก่อนจะพูดจากลบเกลื่อน
"โหยย ก็ห้องเพื่อนพี่นะสิ มีมดเยอะมากเลย พี่ไม่ทันเห็นไง เจอมันกัด คันมากเลย สงสัยแพ้มด เป็นรอยเต็มเลย พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวไปทำงานสาย"
"อ่อค่ะ ปรางทำข้าวต้มกุ้งไว้ในครัวนะพี่ ปรางจะไปหาแม่ก่อนสายแล้ว"
ปรางปรีญา ตะโกนตามหลังพี่สาวที่วิ่งขึ้นบันไดไปเพื่อขึ้นไปอาบน้ำ ก่อนเธอจะง่วนอยู่กับกล่องใส่อาหารและผลไม้เก็บลงกระเป๋า แล้วเดินออกไป
ส่วนปรายปรีญาพอขึ้นมาถึงห้องนอนตัวเองก็ทิ้งตัวลงกับพื้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบสองแก้ม
หือๆๆ ฮึกๆ ไอ้คนทุเรศ ทำร้ายน้ำใจฉันแล้วยังดูถูกฉันอีก นั่งร้องไห้อยู่ร่วมชั่วโมง ก่อนพยุงร่างตัวเองไปอาบน้ำล้างกลิ่นตัวเขาที่เธอยังจำสัมผัสนั้นได้
ตือ ตื้ด เสียงระบบความปลอดภัยหน้าห้องดังขึ้นเหมือนกำลังจะมีใคร เข้ามาภายในห้องทำงาน
แต่วันนี้ก็มากันครบแล้วนะ ใครกันที่เข้าห้องนี้ได้
รองเท้าหนังสีดำที่จัดมันวาว ที่เข้ากับกางเกงสแล๊คสีดำ ที่ถูกรีดจนเรียบ ขายาวก้าวพ้นประตูเข้ามา พี่จี๊ดเห็นแล้วถึงกับลุกยืนรีบเดินเข้าไปหา
"สวัสดีค่ะ ท่านประธาน ลมอะไรหอบมาแผนกเล็กนี้ได้คะเนี่ย"
เสียงเจื้อยแจ้วของพี่จี๊ดทำให้ทุกคนในแผนกหยุดฟังงาน แล้วลุกขึ้นสวัสดี ร่างสูงที่ยืนเด่นอยู่กลางห้อง รวมถึงปรายปรีญาเอง ถึงแม้จะเพิ่งอยู่กับเขาตอนไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอไม่หันไปมองสบตาเขาแม้แต่นิดนิดเดียว แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขามองมาที่เธอ
"ผมมาดูนะครับ ว่าทุกคนทำงานเป็นอย่างไรบ้าง"
ปากที่พูดกับพี่จี๊ด น้ำเสียงเรียบๆ แต่ดุดัน แต่สายตากลับจ้องมองไปที่ปรายปรีญาที่ไม่หันมามองเขาสักนิด วันนี้เธอใส่เสื้อแขนยาวคอปกที่ติดกระดุมทุกเม็ดจนถึงคอ เขาไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะติดกระดุมทุกเม็ดขนาดนั้น เพราะรอยที่เขาทำไว้แบบไม่ตั้งใจ ใครเห็นอาจทำให้เธอถูกมองไม่ดีก็ได้ แต่เขากลับหงุดหงิดที่ยัยนี้ทำเป็นไม่สนใจเขาเลย
"ถ้าทุกอย่างไม่มีอะไร เรียบร้อยดีผมจะไปดูแผนกอื่นต่อ "
ร่างสูงหันหลังเดินออกไป ปรายปรีญาจึงหันหน้ากลับมามองจอคอมตามปกติ ถึงกลับเดินมาที่แผนกนี้ได้คงกลัวเธอไปเล่าให้คนอื่นฟังสินะ เธอต่างหากที่เป็นคนเสียหาย ไม่น่าไปช่วยเขาเลย ไม่น่าเลย
แค่คิดน้ำตาก็รื้นตาขึ้นมา ตั้งสตินะปรายปรีญา
เธอต้องเข้มแข็ง เรื่องแม่ต้องมาก่อน....
หน้าห้องฉุกเฉินทุกคนต่างมายืนรอการผ่าตัดของกวิณภัทร ร่างอวบซึ่งสภาพตอนนี้ดูอิดโรย ใบหน้าปูดบวม พยาบาลขอให้ไปตรวจร่างกายและพักก่อนเธอก็ไม่ยอมไป เธอเดินวนไปมาอยู่อย่างนั้น จนเพ็ญศรีลุกขึ้นมาดึงแขนลูกสาวไว้ “ปราย แม่ว่าแกเองก็ควรไปพักนะ” “ไม่ค่ะแม่ ปรายจะรอคุณภัทร ปรายจะรอเขาออกมา” ปรายปรีญบอกคนเป็นแม่ เพ็ญศรีได้แต่สงสารลูกสาว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เวรกรรมอะไรกันหนอชีวิตคู่ของทั้งสองคนถึงประสบพบแต่วิบากกรรม “โธ่ ยัยปราย” เพ็ญศรีลูบหัวลูกสาวแล้วดึงเข้ามากอด เธอรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเสียงสะอื้นที่ปรายปรีญาพยายามกลั้นไว้ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อาจารย์หมอก็ออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด “คุณหมอคะ คุณภัทรเป็นอย่างไรบ้างคะ” “คนไข้เสียเลือดมาก หมอเสียใจด้วยนะครับ” สิ้นเสียงของหมอ ปรายปรีญาก็สติหลุดวิ่งฝ่าทุกคนเข้าไปในห้องผ่าตัดพร้อมกับบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เธอเห็นพยาบาลกำลังเก็บอุปกรณ์ผ่าตัดโดยมีร่างชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียงถูกคลุมด้วยผ้าสีเขียวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ขาที่ก้าวแทบไม่ออกเดินไปยืนข้างขอบเตียง เธอยืนนิ่ง น้ำตาไหลมาดุจสายลำธาร ตัวสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น “ไหน
เมื่อถึงเวลานัดหมายกวิณภัทรก็นั่งรถไปยังจุดหมายทันที สภาพโรงงานเก่าที่เต็มไปด้วยกองไม้ผุพัง กลิ่นสาบเหม็นอับลอยมาตามลมเป็นระลอก ขาที่ก้าวเข้ามาด้วยความตั้งมั่นก็เดินอย่างระแวดระวังอยู่ที “มาแล้วเหรอไอ้หลานชาย มาไว้ดีนี่” วิบูลก้าวขาออกมาจากมุมมืด ใบหน้าที่หมองคล่ำไม่หลงเหลือมาดผู้บริหารเก่า รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาปรากฏให้เห็นเด่นชัด “เมียกูอยู่ไหน” “ใจเย็นๆสิ มาถึงก็ร่ำร้องอยากเจอหน้าเมียเลยนะ กูยังไม่ฆ่ามันทิ้งง่ายๆหรอก เพราะกูอยากให้มึงเห็นด้วย ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะลั่นโรงงานด้วยความสะใจ แต่ก็แอบน่าขนลุก “มึงนี่มันชั่วช้าสารเลวไม่เคยเปลี่ยนจริงๆเลยนะ” “ก็เพราะใครล่ะ ทำให้กูต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ใช่เพราะมึงเหรอ ครั้งที่แล้วกูน่าจะแทงมึงตรงหัวใจ มึงจะได้ไม่ต้องมาปากเก่งใส่กูอีก” “มึงก็ยังคอยโทษแต่คนอื่น เหมือนเดิม ไม่เคยโทษในความโลภ ความอยากได้ของคนอื่นเลยทำให้มึงต้องกลายมาเป็นแบบนี้ไง แทนที่ออกจากคุกมามึงจะสำนึกแล้วกลับตัว สุดท้ายมึงมันก็กลับมาเลวเหมือนเดิม” กวิณภัทรขบกราม กำมือแน่น อยากวิ่งเข้าไปซัดหน้ามันจริงๆ แต่ก็ทำได้เพียงอดทนเอาไว้ “มึงต้องการอะไร แล้วปล่อยเมียกูได้แ
หลังจากที่แก้วฤดีกลับไปปรายปรีญานั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาครู่ใหญ่ ก็จริงอยู่ที่กวิณภัทรเคยทำร้ายจิตใจเธอจนบอบช้ำ แต่เรื่องราวที่ผ่านมาวันเวลาที่ผ่านไปเธอเองก็ยอมรับว่าไม่เคยลืมเขาไปจากใจได้เลย และถ้าวันนี้เธอยังจมอยู่กับความหลังแล้วชีวิตเธอกับลูกจะมีความสุขไปได้อย่างไร เธอจะลองให้โอกาสเขาสักครั้ง คิดได้อย่างนั้นมือคว้ากระเป๋าสะพายได้ก็รีบเดินออกจากบ้าน ขายังก้าวไม่พ้นประตูรั้วก็ต้องชะงัก เมื่อเจอว่ามีชายร่างกายกำยำ 2-3 ยืนดักรอเธออยู่หน้าบ้าน สายตามองมาที่เธออย่างพิจารณาแล้วก้มมองรูปถ่ายก่อนจะพยักหน้าให้กัน สัญชาตญาณของเธอบอกได้ทันทีว่าผู้ชายเหล่านี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ ขาสองข้างค่อยๆถอยหลังหันกลับเพื่อเตรียมหนี แต่ก็ก้าวได้เท่านั้นเพราะพวกมันไวกว่า ร่างอวบที่เชื่องช้าเหมือนเต่าชราแบบเธอ ปรายปรีญาพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากการจับตัวพร้อมกับตะโกนให้คนช่วย “พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร อยากได้เงินเหรอในกระเป๋าฉันพอมีอยู่บ้าง เอาไปหมดเลย แต่ปล่อยฉันไปเถอะนะลูกฉันยังเล็ก” เธอพยายามวิงวอนแค่คิดว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่เห็นหน้าลูกใจเธอก็แทบสลายหากต้องตายด้วยน้ำมือพวกนี้ “ฉันไม่อยากได้เศษเหรียญใ
รุ่งเช้าแสงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างแยงดวงตา ปรายปรีญาหรี่ตาสู้แสงแดดยามเช้าร่างกายที่ถูกห่มด้วยอ้อมกอดเพื่อคลายความหนาวจากเครื่องปรับอากาศขยับกายเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขน พอเธอลืมตาขึ้นก็เจอหน้าคมกำลังนอนพินิจพิจารณาใบหน้าตัวเองอยู่ “ตื่นแล้วเหรอครับ” “ก็เห็นนี่คะ ทำไมต้องถาม จะกอดปรายอีกนานไหมคะ ปรายจะไปอาบน้ำไปดูลูก” “ไม่ต้องห่วงครับ ป้าเรไรจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เราสองคนนี้ละ” “ถ้ารู้ว่าเหลือแค่เราสองคนก็ปล่อยค่ะ จะได้รีบลงไปด้านล่างป่านนี้คุณพ่อคงรอทานข้าวแล้วค่ะ” กวิณภัทรทำท่าอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากปล่อย แต่ก็ต้องจำยอมเมื่อปรายปรีญาหงุดหงิดและหยิกแขนเขาไปหนึ่งที จนผิวขาวขึ้นเป็นรอยเขียว “ขอโทษนะคะ คุณพ่อที่ทำให้รอทานข้าว ปรายนี่แย่จริงๆ เลย ตื่นสาย” “ไม่เป็นไรๆ พ่อไม่ใช่คนหัวโบราณนะ ที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องตื่นสาย เมื่อวานก็คงพากันเหนื่อยด้วย พ่อเข้าใจ” “แล้วนี่ หนูกรีนไปไหนคะ ปรายลงมายังไม่เห็นลูกเลย” “หนู อยู่นี้ค่ะแม่” สาวน้อยยิ้มฟันขาว วิ่งนำหน้าป้าเรไรที่ถือถุงขนมจากร้านสะดวกซื้อเดินตามหลังมา” “ไปไหนมาคะ แล้วไปงอแงอะไรกับป้าเขามาหรือเปล่า” “ไม่
กวิณภัทรเดินเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทางสีหน้าอารมณ์ดี แตกต่างจากร่างอวบที่เดินตามหลังมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แถมมือยังถูกพันธนาการด้วยกุญแจมืออีกแล้วต้องมาคอยยืนอยู่ข้างๆ เขา อายผู้คนในห้องประชุมก็อาย ยิ่งเธอพยายามต่อต้านดื้อดึง เขาอาจจะทำมากกว่านี้ก็ได้ เหล่าพนักงานกว่า400คน มองมาข้างหน้าแล้วก็หันไปซุบซิบนินทาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหมือนเคย “นั้นไง ต่าย ปรายยืนอยู่ข้างๆ คุณภัทร หน้าบูดเป็นตูดลิงเลย” “อือ เห็นแล้ว สงสัยถูกบังคับให้มาด้วย ดูมืออีกข้างสิ” ต่ายพยักพเยิดให้ยี่หวาดูมือที่มีผ้าพันอยู่ แต่ก็เห็นว่าภายใต้ผ้าคือกุญแจมือ “คุณภัทรทำเกินไปหรือเปล่าต่าย ทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย” “แล้วเราทำอะไรได้ล่ะ รอเลิกประชุมก่อนค่อยไปหาน้องแล้วกัน” เสียงเซ็งแซ่ต้องหยุดลง เมื่อกวิณภัทรก้าวขาขึ้นโพเดียม เพื่อกล่าวเปิดประชุม ซึ่งเป็นประจำของทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือนที่จะมีการจัดประชุมขึ้นเพื่อฟังความคิดเห็นของเหล่าพนักงานว่าต้องการสิ่งใดในการอำนวยความสะดวกในการทำงาน และวันนี้ทางบริษัทมาขอคะแนนเสียงกับพนักงานว่าหากทางบริษัทจะจ้างหมอนวดคลายเส้น มาให้บริการทุกวันจันทร์ของเดือน จะดีหรือไม่ จะเป็นการ
“ตัวเล็กของพ่อทำอะไรอยู่ครับ” “หนูกำลังต่อจิ๊กซอว์ให้ลูกหมูสามตัวค่ะ” กวิณธิดาก้มหน้าก้มตาต่อจิ๊กซอว์ที่กวิณภัทรซื้อให้อย่างตั้งอกตั้งใจ จิ๊กซอว์นิทาน เป็นหนึ่งในของเล่นกองโตที่เขาแทบจะเหมามาทั้งร้านให้กับลูกสาวคนเดียว เขานั่งมองลูกสาวที่สีหน้ามุ่งมั่นจริงจังกับงานตรงหน้าเป็นอย่างมาก สีหน้าที่เวลาทำอะไรสักอย่างแล้วดูจริงจังขนาดนี้ถอดแบบแม่มาไม่มีผิดเพี้ยน มือหนาลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู ชีวิตเขาเกือบสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปเกือบสองคน วันนี้เขาได้มีโอกาสได้ทั้งสองกลับมาแล้ว เขาจึงสัญญากับตัวเองว่าจะรักษาเขาไว้จนกว่าชีวิตเขาจะหมดลมหายใจ “คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ” “จะกลับไปได้ไง พี่รอกลับพร้อมปราย” “ใครบอกว่าปรายจะกลับไปพร้อมคุณ” “ไม่มีใครบอก แต่จะให้กลับไปด้วยกัน เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะเลยนะครับ” “ปราย ว่าเราคุยกันไปหลายรอบแล้วนะคะ แล้วปรายก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับคุณแล้วด้วย” “แต่ทำไมพี่มีเรื่องจะคุยกับปรายเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ” เจ้าตัวเล็กหันไปมองหน้าพ่อที หันไปมองหน้าแม่ตัวเองที ที่ยืนเถียงกันไปมา ก่อนจะบอกว่าอยากไปนอนกับพ่อ แล้วยิ้มแป้นยักคิ้วหนึ่งข้างให้คนเป็นพ่อเชิง







