เข้าสู่ระบบคำตอบของปารวตีที่อยู่ปลายสายยิ่งทำให้พ่อของลูกหัวใจห่อเหี่ยวเข้าไปใหญ่เมื่อหญิงสาวไม่อนุญาตให้ใครพาลูกของเธอไปไหนหรือไปพบใครทั้งนั้นหากคนนั้นไม่ใช่เอกภพ คำตอบที่ชัดเจนและเย็นชาของหญิงสาวไม่รู้เลยว่าทำให้พ่อของลูกเริ่มรู้สึกไม่เป็นมิตรกับเพื่อนอย่างเอกภพเสียแล้วหรือจะเรียกให้ถูกก็คือตอนนี้เขาชักกลัวแล้วว่าเอกภพจะกลายเป็นคนที่อยู่ในใจของเธอแทนที่เขา
“เฮ้ย!! ซวยแล้วไอ้หมอก ป่านโทรเข้ามาหาฉันว่ะ งานนี้ไม่น่าจะโอเคเท่าไหร่” เอกภพร้องเสียงหลงทันทีที่ปารวตีโทรเข้ามาหาเขาทันทีที่เหมันต์และเธอจบการสนทนา สัญชาตญาณของสองหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องแน่ๆ
“รับสิไอ้เอก แกจะรออะไร” เหมันต์กระชากเสียงตอบเพื่อนอย่างหงุดหงิด
เอกภพที่ยืนจ้องโทรศัพท์อยู่นานรีบกดรับทันทีก่อนจะค่อยๆ กรอกเสียงอ่อยๆ ลงไปในการเริ่มต้นสนทนากับ ปารวตี
“เอก อย่าให้หมอกเข้ามายุ่งกับลูกเรา เราไม่อยากให้เขาและครอบครัวเขาเข้ามาวุ่นวายแค่เพราะเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีลูก แล้วจำเป็นต้องรับผิดชอบเพราะว่าตัวเองได้ชื่อว่าเป็นพ่อ”
“ใจเย็นก่อนนะป่าน เราว่าไอ้หมอกมันก็รักลูกไม่ต่างไปจากป่านหรอก ถ้าตอนนั้นมันรู้ว่าป่านท้องมันไม่ทิ้งป่านแน่ๆ” เอกภพพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่ออีกฝ่ายนั้นเสียงสั่นด้วยความขุ่นเคืองระคนกับความรู้สึกเจ็บซึ่งเขาก็เข้าใจดี
เหมันต์ส่งสัญญาณให้เพื่อนส่งโทรศัพท์มาให้และเอกภพเองก็ไม่ขัดความต้องการนั้นของเขา มือหนารับโทรศัพท์จากมือของเอกภพก่อนจะเอามันมาแนบไว้ที่ใบหูเพื่อรับฟังความรู้สึกของปารวตีที่มีต่อเขา
"ฝากไปบอกเขาด้วยนะว่าถ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเด็กๆ ป่านจะพาลูกกลับกรุงเทพ" เสียงหวานที่ดังกร้าวในโสตประสาททำให้คนตัวโตลืมตัวโพล่งออกไปเต็มปากเต็มคำ
"อย่านะป่าน อย่าเอาลูกไปนะ"
เมื่อสติกระเจิดกระเจิงคนพ่อลูกสองที่กลัวจับใจว่าจะถูกพรากลูกรีบส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของและย่อตัวลงไปคว้าตัวเหมวิชและเหมภัสเอาไว้ก่อนจะอุ้มขึ้นพาดบ่าพร้อมกับเดินตรงออกไปจากบ้านและขับรถออกจากไร่อนันตราโดยไม่สนคำทัดทานใดๆ ลืมไปเสียหมดสิ้นว่าเพิ่งจะลั่นวาจากับเพื่อนเอาไว้ว่าไม่อยากจะลัดขั้นตอน
เหมันต์รู้สึกสงสารลูกจับใจเมื่อเด็กชายและเด็กหญิงต่างส่งเสียงร้องไห้จ้าไม่ยอมหยุดด้วยความตกใจและหวาดกลัว
"พี่เรน น้องรุ้งอยากไปหาแม่ป่าน" เหมภัสขยับเข้าไปอิงซบพี่ชายที่อายุห่างกันไม่เกินสามนาทีด้วยความกลัว ส่วนเหมวิชเองแม้จะหวาดกลัวไม่ต่างจากน้องสาวแต่เด็กชายก็ยังคงปลอบประโลมน้องสาวให้หายจากความกลัวทั้งที่ตัวเองก็สะอึกสะอื้นเช่นกัน
"คุณลุงจะพาเราไปไหนคะ" เด็กหญิงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามคุณลุงใจร้ายโดยไม่กล้าที่จะมองหน้า
"พ่อจะพาหนูไปหาคุณปู่ไงลูก ไปหาคุณลุงด้วยนะ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่ก็ต้องปวดใจยิ่งกว่าอะไรเมื่อเห็นแววตาที่หวาดกลัวของลูกที่มีต่อเขา
"พี่เรนจะไปหาแม่ จะไปหาแม่ จะไปหาแม่" เสียงร่ำร้องของลูกๆ ดังก้องทั่วทั้งรถจนเขาอยากจะย้อนกลับไปแก้ไขทุกอย่างแต่มันก็สายไป
ในขณะที่ความคิดกำลังวิ่งพล่านอยู่ในหัวเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นแข่งกับเสียงระงมของเด็กๆ มือหนากดรับทั้งที่ไม่ได้ตรวจสอบและเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ที่น่าสงสารของใครบางคนเต็มสองหู
"หมอกเอาลูกเราคืนมานะ อย่าเอาลูกเราไป" ปารวตีสะอื้นฮักอยู่ปลายสาย
"ไม่ หมอกไม่ยอมให้ป่านพาลูกไปไหน หมอกเป็นพ่อหมอกมีสิทธิ์ที่จะดูแลลูกเหมือนกัน" พ่อของลูกตอบเสียงเรียบแม้จะสงสารเธอจับใจก็ตาม
"หมอกพาเด็กๆ มาคืนเราเถอะ เราสงสารลูกป่านนี้คงจะตกใจน่าดู"
"ไม่ เราจะไม่พาลูกไปเด็ดขาด ถ้าป่านอยากเจอลูก ป่านต้องมาอยู่บ้านหมอก ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังเลย"
ไม่ทันที่จะรอคำตอบของอีกฝ่ายมือหนาก็กดตัดสายไปอย่างใจดำ ตลอดทางเขาพยายามบอกตัวเองให้ใจร้ายให้สำเร็จ ถึงวิธีนี้จะเป็นวิธีการที่สกปรกจนอาจจะทำให้ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายถ้าแลกกับการที่ลูกยอมรับว่าเขาเป็นพ่อก็ถือว่าคุ้มค่า ดีกว่าให้ลูกมองว่าเขาเป็นแค่คนแปลกหน้า
ปารวตีที่เคยคิดว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนในสกุลภักดีดำรงก้ต้องเปลี่ยนใจ หญิงสาวยอมนั่งเรือออกจากเกาะมุ่งตรงสู่บ้านภักดีดำรงเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นใหญ่ในบ้านอย่างราเมศ
เมื่อรถคู่ใจจอดสนิทชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนชะตาจะขาดเมื่อพบว่าคนที่รอเขาอยู่หน้าบ้านไม่ใช่ปารวตีเพียงคนเดียวแต่กลับมีประมุขของบ้านภักดีดำรงอย่างราเมศ พร้อมด้วยพี่ชายอย่างตะวันฉายและสินสมุทรด้วยใบหน้าบึ้งตึงไม่ต่างจากยักษ์วัดแจ้ง
เหมันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเมื่อได้เห็นสีหน้าของบิดา วีรกรรมวันนี้ของเขาคงรู้ถึงหูของพ่อแล้วเป็นแน่ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากรถ พร้อมทั้งอุ้มพี่น้องฝาแฝดที่หลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าจากการร้องไห้ลงจากรถช้าๆ
"ตะวัน สิน ไปอุ้มหลานมา" ราเมศสั่งลูกชายเสียงเย็นเฉียบ
ร่างสูงโปร่งของสองพี่น้องตรงเข้าไปหาน้องสุดท้องตามคำสั่งบิดาอย่างไม่รีรอ และอุ้มหลานฝาแฝดออกมาจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่ออย่างเบามือ
เหมันต์ที่กำลังจะก้าวตามพี่ชายทั้งสองไปก็ต้องนิ่งงันไปไม่ต่างจากถูกสาปเมื่อได้รับการพิพากษาโทษจากบิดาว่าห้ามเขาเข้าใกล้เด็กทั้งสองคนอีกจนกว่าปารวตีจะอนุญาต
"ผมก็เป็นพ่อนะครับ ทำไมพ่อถึงห้ามผมเข้าใกล้ลูกผม" ชายหนุ่มรีบชี้แจงบิดาทันที
"ก็แกทำตามใจตัวเอง แกไม่สงสารแม่ของลูกหรือไงว่าเขาจะตกใจขนาดไหนที่แกมาทำกับลูกเขาแบบนี้ ลูกแกไม่ใช่ตุ๊กตานะเจ้าหมอก"
"แต่ผมก็เป็นพ่อ!!" สิ้นเสียงที่ดุกร้าวนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ชาไปทั้งแถบจากฝ่ามือบอบบางของปารวตีฟาดลงไปจนเป็นรอยแดง
"ป่านไม่เคยคิดจะกีดกันระหว่างพ่อกับลูก แต่วันนี้ป่านคงจะต้องคิดใหม่แล้ว หมอกใจร้าย หมอกไม่เห็นแก่ลูก ลูกยังไม่คุ้นเคยแท้ๆ อยู่ๆ หมอกก็มาอุ้มลูกขึ้นรถไปจนเรนกับรุ้งทั้งตกใจ ทั้งกลัว แล้วอย่างนี้ป่านจะยอมให้หมอกเข้าใกล้ลูกได้ยังไง"
ปารวตีต่อว่าต่อขานพ่อของลูกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตากลมโตแดงก่ำและรื้นน้ำตาจนเอ่อล้นไหลลงมาอาบพวงแก้มสีระเรื่อและที่น่าปวดใจยิ่งกว่าคือสายที่เธอมองเขา มันเจ็บปวดและว่างเปล่าจนน่ากลัวจับใจ
"เดี๋ยวสิป่าน หมอกก็แค่อยากให้ลูกได้เจอหน้าปู่ หน้าลุงบ้าง หมอกก็ขออนุญาตป่านแล้ว แล้วป่านยอมให้ลูกมากับหมอกไหม" คนทำผิดร้องขอความเป็นธรรม
"หมอกก็เลยเลือกวิธีเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้!!" คำถามของหญิงสาวทำให้คุณพ่อยังหนุ่มถึงกับสะอึก เขาผิดทุกทางอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะแต่ไหนแต่ไรเขาเป็นเหมือนศูนย์กลางของบ้านภักดีดำรงที่ทุกคนคอยตามใจ หากว่าเรื่องไหนที่เขาทำผิดแต่ยังมีส่วนถูกอยู่บ้างบรรดาพี่ชายก็จะคอยช่วย แต่ครั้งนี้แม้แต่พี่ใหญ่อย่างตะวันฉายยังไม่กล้าออกหน้าก็หมายถึงความผิดร้ายแรงอย่างไม่ต้องสงสัย
“เรื่องอะไรหรือ” แม่ของลูกเอ่ยถามอย่างสงสัย“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เด็กๆ วันนี้ไปนอนที่บ้านคุณปู่ก่อนนะครับ” พ่อของลูกหันไปบอกลูกๆ หน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวได้แต่งงงวยว่าระหว่างเขาและเธอนั้นมีเรื่องใหญ่โตอะไรกัน“ทำไมหล่ะครับพ่อหมอก เรนอยากนอนที่บ้านเรานี่ครับ” ลูกชายถามเสียงเจื้อยแจ้ว“แค่คืนเดียวครับพ่อหมอกกับแม่ป่านสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปรับพี่เรนกับน้องรุ้งแต่เช้าเลย ตกลงไหมครับ”“ก็ได้ครับ” แม้สีหน้าจะไม่สดใสเท่าใดนักแต่ทว่าเด็กชายก็รับข้อเสนอของบิดาแต่โดยดีและแน่นอนว่าคู่แฝดที่ติดกันอย่างเหมภัสก็ตอบตกลงด้วยเช่นกันหลังจากส่งลูกฝาแฝดไปไว้กับราเมศแล้วความเงียบก็โรยตัวเข้ามาปกคลุมภายในเรือนพยับหมอกจนน่าอึดอัด“ป่าน ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม” ร่างสูงโปร่งตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังศีรษะหนักเกยอยู่บนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน“อืม เอาสิ”สิ้นคำตอบรับร่างสูงก็จูงมือหญิงสาวเดินออกไปตามเส้นทางที่ปูไปด้วยทรายสีข
เจ้าของรีสอร์ทอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเมียเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าเขามีธุระที่สำคัญกว่าต้องไปจัดการให้เรียบร้อยร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาหาพนักงานต้อนรับสาวและนายช่างอย่างนวดีและสันต์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีชีวิตชีวาด้วยท่าทางสบายๆ“คุยอะไรกันอยู่อย่างงั้นหรือ ท่าทางน่าจะสนุกนะ”ประโยคทักทายของเจ้านายทำเอาลูกน้องทั้งสองคนเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันทีราวกับว่าทำความผิดร้ายแรงเอาไว้และแน่นอนว่าความสนุกสนานนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน“คุณป่านเป็นอย่างไรบ้างครับ” นายช่างหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนอย่างสุภาพ ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตามแต่ชายหนุ่มเองก็รู้ดีเช่นกันว่าการปรากฏตัวของเจ้านายหนุ่มในครั้งนี้มีเรื่องอื่นแอบแฝงด้วย“ก็หายดีแล้วหล่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ว่าแต่นายเถอะแผลที่แขนเป็นยังไงบ้างหล่ะใกล้จะหายดีหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้วครับอีกสองสามวันก็น่าจะหายดี” สันต์ตอบคำถามอย่างราบเรียบไร้พิรุธ“แล้วข้าวฟ่างหล่ะ เป็นยังไงบ้าง”เมื่อถามจากนายช่างประจำรีสอร์ทกลับไม่ได้ควา
เหมันต์และปารวตีมาส่งเด็กๆ เอาไว้ที่บ้านของราเมศตามสัญญา และที่นั่นหนุ่มๆ บ้านภักดีดำรงต่างกรูกันเข้ามาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนน้องเล็กสุดท้องอย่างพ่อของลูกต้องรีบเข้ามาปรามเพราะพวกพี่ๆ ชักจะเข้าใกล้ตัวผู้หญิงของเขามากเกินความจำเป็นแล้ว“ไม่เจ็บตรงไหนแน่ๆ นะน้องป่านรอยช้ำเยอะขนาดนี้” ร้อยเอกตะวันฉายเอ่ยพร้อมกับมือหนาที่ไล่จับไปตามแขนเรียวบางน่าทะนุถนอมของหญิงสาวไร้ซึ่งความคิดเชิงชู้สาว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ แค่ช้ำๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะหายดีแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ แต่พ่อของลูกเธอนี่สิดูจะต้องอบรมมารยาทกันใหม่ เพราะขณะที่พี่ชายคนโตอย่างตะวันฉายวางมือบนตัวเธอมือของเหมันต์ก็คอยแต่จะปัดออกราวกับเด็กหวงของเล่น“พี่ว่าป่านน่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะ อย่างน้อยได้ใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความเอาไว้ก็ยังดี ถึงจะไม่สะเทือนไอ้เสี่ยอำนาจกับลูกชายมันเท่าไหร่แต่พี่ว่าแจ้งความไว้จะปลอดภัยกับตัวป่านเองมากกว่า” สินสมุทรเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเขารู้ดีว่าอิทธิพลของเสี่ยอำนาจที่มีมากกว่าครึ่งค่อนเมืองนั้นพอที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียงเร
เสียงปืนที่ดังก้องทำให้ทั้งสามที่พยายามติดตามร่องรอยของกนิกและปารวตีรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียงอย่างร้อนใจ ร่างสูงโปร่งของเหมันต์รีบรุดไปก่อนใครเพื่อน ในหัวใจที่เคยแกร่งกล้าดังหินผาภาวนาให้เธอยังคงมีชีวิตอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจเท่านั้น“ป่าน!!!” ร่างสูงรีบถลาเข้าไปโอบกอดร่างบางที่นั่งรอคอยความหวังในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ความกลัวในหัวใจแกร่งมลายหายไปสิ้น เขาไม่ต้องการรู้ว่าทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้ เขาไม่ต้องการล้างแค้นอะไรใดๆ ทั้งนั้นขอเพียงมีเธออยู่ตรงนี้เขาพร้อมจะทิ้งโทสะในใจได้อย่างง่ายดาย“เจ็บตรงไหนไหม เป็นอะไรมากหรือเปล่า บอกหมอกมาสิป่าน”พ่อของลูกรู้ได้เลยว่าอาการของเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร เพราะนอกจากเสียงสะอื้นที่แสนจะน่าสงสารแล้วก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่เขารักอีก ทางด้านนวดีและสันต์ที่ตามาสมทบก็ได้แต่มองหญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย สภาพของผู้จัดการรีสอร์ทในตอนนี้มันทำให้ทุกอย่างด
เหมันต์เดินกลับมาถึงเรือนพยับหมอกก็พบปารวตีกำลังนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ากำลังหนักใจเรื่องอะไรบางอย่าง“มีอะไรหรือเปล่าป่าน หน้าตาไม่ดีเลย” ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แม่ของลูกด้วยความเป็นห่วง“หรือว่าลูกๆ ไม่สบาย” น้ำเสียงของคุณพ่อยังหนุ่มดูร้อนรนขึ้นมาทันที“ลูกสบายดี หมอก วันนี้คุณเจนเธอมาหาป่านที่นี่” เสียงเรียบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษา“คุณเจนเขามาหาป่านทำไมในเมื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันซักหน่อย หรือว่าเขามาใส่ร้ายอะไรหมอกให้ป่านฟัง ป่านอย่าไปเชื่อนะ หมอกรักแค่ป่าน มีแค่ป่านคนเดียวผู้หญิงคนอื่นหมอกไม่เคยชายตามองเลยจริงๆ” คนตัวโตรีบอธิบายพัลวันเพราะกลัวว่ามัคคุเทศก์สาวจะเข้ามาป่วนครอบครัวเขาด้วยอีกคน“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกน่า แต่ป่านว่าเรื่องมันน่าจะใหญ่กว่านั้นอีกนะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงใจทำให้คนตัวโตพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย“เรื่องอะไรกันแน่ป่าน”“เรื่องที่หมอกกำลังเจอยู่นี้แหละ” คำตอบที่ได้ฟังจา
แม้ว่าหญิงสาวจะส่งเสียงแทบไม่เป็นคำก็ไม่ได้ทำให้คนเอาแต่ใจยอมหยุด มือหนายังคงหยอกเอินอยู่กับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายสตรีเพศอย่างเพลิดเพลินฝากฝังความเป็นเจ้าของไว้บนผิวเนียนละเอียดเอาไว้เสียแทบทุกตารางนิ้วจนร่างกายอ้อนแอ้นบิดเร่าๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมานที่แสนวาบหวามนี้ แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับยิ่งได้ใจเมื่อเหยื่อที่แสนหวานของเขากำลังร้องขอให้เขาปลดปล่อยให้พ้นจากความทรมานนี้“หมอก.....” นัยน์ตาหวานฉ่ำจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอ้อนวอน มือเรียวบางเกาะเกี่ยวไหล่กว้างให้ขยับเข้ามาใกล้เหมือนว่าไม่ต้องการใครอื่นนอกจากเขาเมื่อถูกเสียงหวานจากความงามเบื้องหน้าเชิญชวนอย่างนี้มีหรือที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธได้ลง ปารวตีรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดที่ทรงพลังเข้ามากระทำต่อร่างกายบอบบางนี้เมื่อร่างกายที่ไร้เครื่องห่อหุ้มถูกร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่ามอบความอบอุ่นให้จนร้อนระอุจนแทบหลอมละลายชายหนุ่มหญิงสาวผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนิ่มนวลแต่กลับสร้างความร้อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เตียงนอนนุ่มถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักที่ร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ ความทรมานที่แสนหวานที่หญิงสาวปรารถนาให้







