LOGINส่วนบิดามารดานั้นเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน กิจการทุกอย่างไม่มีคนสืบทอด มีเพียงหลานที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเท่านั้นที่สามารถยึดเป็นที่พึ่งได้
“เรื่องสำคัญอะไรเหรอคะคุณน้า”
นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย ร้อยวันพันปีบิดาไม่เคยเรียกเธอกลับกะทันหัน นอกจากเธอจำต้องกลับไปเยี่ยมท่านตอนปิดเทอมเท่านั้น เธอเข้าใจว่าท่านหลงภรรยาใหม่จนไม่ลืมหูลืมตาเหมือนกับที่ผู้เป็นยายและน้าพูดให้ฟังตั้งแต่เด็ก นานๆ เข้าจึงไม่ค่อยอยากกลับไปที่ไร่ไพรวัลย์นัก ถ้าไปจริง จะพักแค่คืนสองคืนแล้วรีบกลับ อีกทั้งไม่เคยให้ความสนิทสนมกับมารดาเลี้ยงและลูกติดของท่านเช่นเดียวกัน
ช่วงหลังๆ เธอเรียนหนักบ้างหรือขี้เกียจกลับบ้าน จะโทรไปแจ้งว่าจะไม่กลับ บิดาไม่ว่าอะไรเพียงแค่บอกว่าจะส่งเงินมาให้และให้ดูแลตัวเองดีๆ ความจริงแล้วถึงแม้ภาณุจะไม่ส่งเงินมาให้เธอ ปรีชาวัฒน์และนงนภัสก็มีเหลือเฟือทั้งสองดูแลเธอเป็นอย่างดีเหมือนลูก ทำให้เธอผูกพันกับท่านมากกว่าบิดาเสียอีก
นิ่มอนงค์จำได้ว่าเคยเห็นลูกติดของมารดาเลี้ยงอยู่ไม่กี่ครั้ง เมื่อนานมากแล้ว หลังๆ นั้นเธอไปเจอเขาเพราะนงนภัสเล่าว่าพฤกษ์ได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนเธอเข้ามหาวิทยาลัยได้กลับไปเยี่ยมบิดาก็นานแล้ว แต่ไม่ได้เจอกับลูกติดมารดาเลี้ยงเช่นเคย ทั้งสองจึงยังไม่เห็นหน้ากันสิบกว่าปี เพิ่งได้ยินข่าวของเขาจากน้าสาวกลับมาช่วยบิดาดูแลกิจการที่ไพรวัลย์ นงนภัสนั้นคอยติดตามข่าวทางบ้านเธออยู่บ่อยๆ เพราะเช่นไรน้าสาวก็ยังไม่อยากญาติดีกับศิริวรรณอยู่ดี
เธอไม่เคยสุงสิงกับมารดาเลี้ยง ตอนเด็กๆ เวลาเจอกันก็ถามคำตอบคำ นางเองไม่มาเซ้าซี้เมื่อเห็นเธอไม่อยากคุยด้วย จึงแทบไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลย ได้ยินได้ฟังเอาจากยายและน้าสาวเล่าให้ฟังเท่านั้น แต่เธอก็เชื่อเช่นนั้น ศิริวรรณคงหวังทรัพย์สมบัติจากบิดาเธออยู่บ้าง เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่อยากได้ พอมาอยู่กับบิดาของเธอทำให้ชีวิตสุขสบายขึ้น ไม่ต้องลำบากตรากตรำหาเงินคนเดียวส่งเสียลูกชายเรียนเหมือนก่อน แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะ ข้าวของเดี๋ยวนี้แพงหูฉี่ ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ศิริวรรณก็เหมือนหนูตกถังข้าวสาร บิดายกย่องเชิดชูและเลี้ยงดูอย่างสุขสบาย แทบไม่ต้องทำงานทำการอะไร เพียงแค่ชี้นิ้วสั่ง มีข้าทาสบริวารรับใช้มากมาย
“พ่อหนูป่วยมาได้ปีนึงแล้ว เป็นช่วงที่หนูขึ้นปีสี่ กำลังยุ่งกับเรียนและฝึกงาน”
“จริงเหรอคะ นิ่มไม่รู้เลย”
นิ่มอนงค์หน้าซีดเมื่อได้ยินน้าสาวพูดเช่นนั้น แม้จะไม่ค่อยผูกพันกับบิดาเท่าใด แต่เธอก็รักและเคารพเสมอ เพราะถือว่าท่านคือผู้ให้กำเนิด ได้ยินได้ฟังแบบนี้ก็รู้สึกใจหาย ที่เธอเอาแต่คิดเรื่องตัวเอง ละเลยท่านเสียนาน มันนานมากแล้วที่เธอกับท่านไม่ได้เจอกัน นานเสียจนบางทีเธอก็ลืมท่านไปเสียสนิท
“น้าเห็นหนูยุ่งๆ กับเรื่องเรียน อยากจะเรียนให้จบไวๆ ไม่อยากกวนใจ พ่อของหนูเองก็ห้ามไม่ให้บอก ไม่อยากให้มีเรื่องรบกวนจิตใจ”
นงนภัสพูดตามจริงเรื่องที่ภาณุห้ามไว้ แต่เรื่องป่วยนั้นไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน อีกทั้งนางเองก็ไม่ใคร่จะอะไรกับพี่เขยนัก เคยไปเยี่ยมนานแล้ว อาการยังไม่หนักหนาเท่าใดนัก ใจตัวเองไม่อยากให้หลานสาวรับรู้ว่าบิดาเป็นคนเช่นไร จึงไม่ใคร่ให้ไปยุ่งเกี่ยว ตอนไปขอนิ่มอนงค์มาเลี้ยงเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนก็เพราะบิดามารดาขอร้อง ไม่อยากให้นิ่มอนงค์อยู่กับภาณุผู้เป็นบิดาที่มีนิสัยเจ้าชู้ประตูดิน และมารดาเลี้ยงที่เป็นแฟนเก่า กลัวหลานจะถูกรังแกเอา ครอบครัวเองก็ร่ำรวยมีอันจะกิน ไม่จำเป็นต้องให้หลานไปอาศัยใครอยู่ แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นบิดาก็ตามที
นิ่มอนงค์เข้าใจมาโดยตลอดว่าภาณุเป็นคนดีคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ภาณุไม่ได้ดีเด่อะไรนัก แต่นงนภัสไม่อยากพูดเรื่องไม่ดีของอดีตพี่เขยให้หลานสาวคิดมาก กลัวจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ยิ่งเรื่องที่ภาณุไม่คิดจะรับผิดชอบนารถลดาแต่แรก ถึงขนาดให้ไปเอาเด็กออก ยิ่งไม่สมควรพูด ถ้านิ่มอนงค์รู้ว่าพ่อคิดฆ่าลูก คงกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จึงให้หลานเข้าใจเสียว่าบิดานั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง
“นิ่มจะไปไร่ไพรวัลย์พรุ่งนี้เช้าเลยนะคะ” นิ่มอนงค์รู้สึกเป็นห่วงบิดาจนเป็นกังวล เธอยอมรับว่ารักตายาย รักน้าสาวรักน้าเขยมากกว่าบิดา เพราะเลี้ยงดูผูกพันกันมาหลายปี แต่ในเมื่อนั่นคือบิดา เธอควรจะกลับไปทำหน้าที่ลูกที่ดีต่อท่านบ้าง
“แล้วแต่หนูเถอะ หนูควรจะอยู่ไร่ไพรวัลย์ก่อนเพื่อดูว่าพ่อหนูจะว่ายังไง ป่วยแบบนี้แม่เลี้ยงมิพูดเรื่องแบ่งสมบัติจนพ่อหนูทำพินัยกรรมยกอะไรต่อมิอะไรให้ไปแล้วเหรอ”
“ถ้าพ่อจะแบ่งให้เค้า นิ่มคงขัดไม่ได้ เค้าเป็นภรรยาคนหนึ่งของพ่อ แถมยังจดทะเบียนสมรสกันด้วยนะคะน้านง”
“หึ! ไม่มีลูกมีเต้าด้วยกัน พ่อหนูจะยกให้คนอื่นได้ไง ถึงเป็นเมียก็เถอะ ถ้าให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ไปตั้งตัวกับลูกชายเค้าน่ะได้ แต่จะให้แบ่งมากมายน่ะไม่ได้ น้าไม่ยอมหรอกนะนิ่ม นิ่มเป็นลูกสาวคนเดียวต้องได้รับทั้งหมด ถ้าเค้ามีลูกกับพ่อหนูก็ว่าไปอย่าง” นงนภัสเสียงแข็งตาวาว นางหวงหลานสาวกลัวจะโดนฉ้อโกง อีกทั้งศิริวรรณไม่มีลูกกับภาณุ จะมาขอแบ่งทรัพย์สมบัติในส่วนของหลานเธอได้อย่างไรกัน เธอไม่มีวันยอมแน่นอน
“ถ้าคุณพ่อจะให้ ป่านนี้คงโอนยกให้กันไปแล้วมั้งคะ”
“น้าว่ายังหรอก ไม่งั้นคงไม่เรียกหนูกลับไป นิ่มอยู่ดูแลพ่อไปก่อน พ่อหนูป่วยแบบนี้ดูว่าฝ่ายนั้นขอทรัพย์สมบัติอะไรหรือเปล่า เราอย่าไปยอมง่ายๆ นะยัยหนู น้าคนหนึ่งละไม่ยอม”
“นิ่มชวนพี่ยศกับแพรไปด้วยได้ไหมคะ” นิ่มอนงค์คิดถึงแฟนหนุ่มและเพื่อนสาวขึ้นมาในทันที เธอกะว่าจะชวนสองคนนั้นไปเที่ยวที่ไร่ไพรวัลย์อยู่เหมือนกัน
“แล้วแต่เรา น้าจะไปด้วย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันคิด แม่ศิริวรรณเมียใหม่พ่อเราคงไม่ใช่ย่อยหรอก ถ้ามีน้าอยู่ด้วยคงไม่กล้า หรือถ้าคิดจะทำอะไรน้าจะขวางให้ถึงที่สุด น้ารู้ทันหมดแหละ ใครคิดอะไรไม่ดี”
นงนภัสไม่มีวันปล่อยให้หลานสาวไปเผชิญปัญหาคนเดียว นิ่มอนงค์รู้ดีว่าน้าสาวเป็นคนเอาเรื่องคนหนึ่ง ถ้ามีอะไรจะได้ทันกัน ไม่โดนเอาเปรียบ ท่านไปด้วยเธอก็รู้สึกอุ่นใจ
“งั้นนิ่มขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะโทรไปหาพี่ยศเพื่อแจ้งข่าว”
นงนภัสพยักหน้าให้หลานสาว นางไม่ได้เข้มงวดเรื่องการคบเพื่อนชายของหลานสาวนัก แต่ให้อยู่ในขอบเขต ยศวินไปมาหาสู่บ้านศักดาพงศ์บ่อยครั้ง เรียกว่าเข้าตามตรอกออกตามประตู นางจึงยินยอมให้คบหากัน แม้อีกฝ่ายจะมีฐานะด้อยกว่าแต่ก็เป็นหนุ่มไฟแรง ขยันทำมาหากิน จึงมิได้รังเกียจอะไร แถมยังเคยช่วยชีวิตนิ่มอนงค์เอาไว้ด้วย นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่นิ่มอนงค์ยอมใจอ่อนคบกับยศวิน เมื่ออีกฝ่ายเทียวไล้เทียวขื่ออยู่นานนับเดือน
ส่วนนิ่มอนงค์โทรหายศวินแฟนหนุ่มหลายครั้ง แต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด สงสัยเขาจะติดธุระ เธอจึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า คิดว่าเดี๋ยวแฟนหนุ่มคงโทรกลับมาหากเห็นสายไม่ได้รับ
“พี่ยศคะ เสียงโทรศัพท์ค่ะ อื้อ...”
แพรพิลาศบอกเสียงหอบกระเส่าเมื่อตนถูกกระแทกอยู่ใต้ร่างหนาของยศวิน
“ไว้ก่อนครับ พี่ไม่อยากทิ้งช่วง” ยศวินกระซิบบอกเสียงหอบ กายท่อนล่างของเขานัวเนีย บดจูบริมฝีปากบอบบางของหญิงสาวอย่างเร่าร้อน
มือหนากอบกุมทรวงอกเหมาะมือนุ่มหยุ่นแล้วเคล้นคลึง ริมฝีปากหนาก้มลงไปดูดเม้มยอดบงกชสีหวาน เขาพึงพอใจเรือนร่างหอมหวานของเธอนัก เธอทั้งสดใหม่ ทั้งเอาใจเก่ง แล้วก็ใสซื่อไร้เดียงสา
แพรพิลาศเป็นคนหัวอ่อน จริงๆ ถ้าถามเขา นิ่มอนงค์เป็นผู้หญิงที่เขารู้สึกพิเศษด้วย ไม่ถึงกับรักแต่อยากยกย่องเหนือหญิงอื่น อีกทั้งฐานะและหน้าตาทางสังคมก็เหมาะสมคู่ควร แต่แพรพิลาศก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว
นิ่มอาจสงสัยว่าทำไมพี่พฤกษ์ถึงเพิ่งนำจดหมายฉบับนี้มาให้นิ่มอ่านตอนนี้ พ่อไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ แต่พ่อรู้ดีว่าสิ่งที่พ่อทำลงไป นั่นคือการบังคับให้ลูกแต่งงานกับพี่พฤกษ์ ทำให้ลูกไม่พร้อมที่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ในตอนนั้น เพราะทันทีที่ลูกอ่าน ลูกก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อทำและยิ่งไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อกำลังจะบอกกล่าว หรือบางครั้งอาจจะหาว่าพ่อเอ่ยชมสามีของลูกอย่างไร้เหตุผล เพราะลูกยังไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับพี่พฤกษ์อย่างแท้จริงนิ่มอนงค์ลูกรัก จงจำเอาไว้ว่าถึงหนูจะเกิดจากความผิดพลาด แต่วินาทีแรกที่พ่อเห็นหน้าหนู พ่อรักหนูสุดหัวใจ ก้อนเนื้อด้านซ้ายที่เรียกว่าหัวใจของพ่อ ผูกสมัครรักใคร่ลูกสาวคนแรกของพ่ออย่างแน่นแฟ้น พ่อไม่ใช่คนดีนัก ในชีวิตเคยทำอะไรผิดพลาดลงไปมาก โดยเฉพาะกับแม่ของหนู แต่พ่อยอมรับว่าพ่อรักแม่นารถลดาของหนูจากใจจริง หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน การตัดสินใจของพ่ออาจจะทำให้หนูโกรธและเกลียดพ่อเหลือเกินที่บีบบังคับให้หนูต้องแต่งงานกับพฤกษ์ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่พ่อคิดว่าจะทำเพื่อหนูได้ตอนนี้ลูกคงรู้ความจริงแล้วว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ลูกเห็นอยู่ ไม่ใช่ของพ่ออีกต่อไป ล
พฤกษ์หัวเราะร่วน เวลาแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เขาจะกลายเป็นผู้ชายยิ้มง่าย หัวเราะง่ายนิ่มอนงค์ค้อนตีแขนเขา เพียะหนึ่ง“นิ่มเพิ่งรู้ว่าคุณเดชชอบคุณเดือน”“ไอ้เดชมันชอบเดือนมานานแล้ว แต่เดือนใจแข็ง”“คุณเดือนชอบพี่พฤกษ์แทน”“ก็ใช่มั้ง แต่ไอ้เดชมันไม่หึงพี่นะ แต่หึงเดือน พักหลังเหมือนเดือนจะไม่ยอมเข้าใกล้ มันทนไม่ไหวก็เลยจับปล้ำเลย จริงๆ ตอนแรกก็ไม่กล้า”“หมายความว่ายังไงคะ” นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย“พี่ยุให้มันปล้ำเองละ”“พี่พฤกษ์นี่นะเหรอคะยุคุณเดช ตายแล้ว!” นิ่มอนงค์ยกมือทาบอกไม่อยากจะเชื่อ“เค้ามาว่านิ่มก่อนทำไม พี่เลยหมั่นไส้ให้เจ้าเดชปล้ำเสียเลย”“เอ๊ะ! ยังไงคะ นิ่มไม่เข้าใจ”“พี่รู้ก่อนที่นิ่มจะเล่าเสียอีกว่าเดือนว่าอะไรนิ่มบ้าง”“ไม่เห็นพี่พฤกษ์เคยบอก แต่พี่พฤกษ์รู้ได้ยังไงคะ หรือใครบอก”“ชบาบอกแล้วก็...”“แล้วก็อะไรคะ ลีลาเยอะจัง เล่ามาให้ไวสิคะ” นิ่มอนงค์ค้อนควัก“วันนั้นก่อนนิ่มคลอด พี่กลับมาทันได้ยินที่เดือนพูดทุกประโยค โมโหชะมัด ถ้าไม่เพราะคิดว่าเจ้าเดชมันมีใจให้เดือนประดับอยู่ พี่จะจับหล่อนโยนออกไปเลย”“ผู้ชายชอบใช้กำลังจริงเชียว รังแกเพศที่อ่อนแอกว่า จริงๆ นิ่มสงสารคุณเดื
“ทำไมเร็วจังเลยคะ”“พี่ใจร้อนอยากนอนกอดเมียทุกคืน” เขากระซิบบอกเธออมยิ้มก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนที่บทรักอ่อนหวานจะบังเกิดขึ้น แพรพิลาศหลับพริ้มไปด้วยความสุขอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายคนรัก ครั้งนี้เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุด...ข่าวการแต่งงานของยศวินกับแพรพิลาศทำให้นิ่มอนงค์รู้สึกประหลาดใจและหนักใจในคราแรกเมื่อแพรพิลาศเปิดปากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฟังเธอจึงเบาใจ เพราะเธอกลัวเพื่อนสาวจะโดนผู้ชายไม่ดีหลอกเอา แต่พอทราบเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของยศวินเธอกลับรู้สึกสงสารเห็นใจ อีกทั้งยศวินยังยอมเอ่ยปากขอโทษเธอที่ทำให้เธอบาดหมางกับสามี ปรับความเข้าใจกันดีแล้วจึงสบายใจกันทุกฝ่ายนิ่มอนงค์กับพฤกษ์บินไปร่วมงานแต่งของคนทั้งสองด้วย พฤกษ์นั้นกะจะไม่ไปในคราแรกเพราะไม่ชอบหน้ายศวิน แต่เพราะภรรยาต้องเดินทางคนเดียวเขาเลยไม่อยากปล่อยไป จะไม่ให้ไปก็กระไรเพราะแพรพิลาศนั้นเติบโตมากับนิ่มอนงค์ ทั้งสองผูกพันกันมากกว่าเพื่อน ดังนั้นจึงขัดใจภรรยาไม่ได้ยศวินเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทของภูเก็ต งานเลี้ยงจึงทั้งหรูหราและยิ่งใหญ่สมฐานะนายหัวปักษ์ใต้แพรพิลาศจัดห้องพักหรูให้นิ่มอนงค์และพฤกษ์หลังจากพ
“อุ๊ย! จะได้เล่าไหมล่ะคะ” แพรพิลาศร้องเบาๆ เมื่อถูกอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน เขาพาเธอไปอาบน้ำจริงๆ แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย กว่าจะได้ออกจากห้องน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวสวมใส่ชุดนอน แทบจะหลับคาเตียง“ง่วงแล้วเหรอ” เอ่ยถามอย่างเอ็นดู“รอฟังอยู่ค่ะ” เธออมยิ้มให้เขา กอดเขาหลวมๆ ซบที่อกกว้างอย่างอ้อนๆ“พ่อพี่เป็นคนจริงจังกับงาน ติดจะเคร่งขรึมแล้วก็เข้มงวด”แพรพิลาศเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอนิ่งฟังให้เขาเล่าต่อ“แม่พี่มีชู้ ลักลอบได้เสียกับผู้ชายคนหนึ่ง พ่อจับได้แม่ก็เลยโดนพ่อทำร้าย ตอนนั้นพี่รักแม่มาก พอพ่อกับแม่เลิกกัน แม่เลยขอเลี้ยงดูพี่และพี่ตามแม่มาอยู่กรุงเทพฯ แม่เรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อทุกเดือน เงินพวกนั้นก็เอามาปรนเปรอสามีใหม่”“แม่พี่ยศอยู่ไหนคะตอนนี้”“ตายแล้ว”เสียงของเขาดูเศร้าจนเธอต้องเอื้อมมือไปบีบ“แพรเสียใจด้วยนะคะ”“มันนานมากแล้ว ผู้ชายคนนั้น หมายถึงสามีใหม่แม่ เขาไม่ใช่คนดีอะไร เขาหลอกเงินแม่ เขาหาเรื่องทุบตีพี่ด้วย แล้วก็โยนความผิดให้พี่เป็นเด็กก้าวร้าว แม่หลงสามีใหม่มากลงโทษพี่แบบไม่มีเหตุผล”แพรพิลาศกอดเขากระชับขึ้น รับรู้ถึงบาดแผลในจิตใจและรอยร้าวที่หยั่งลึก น้ำเสียงของเขาดูสั่นพร่าหดหู
“กล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ อย่าลืมสิว่าแกเป็นลูกหนี้” สุนทรโกรธจนหนวดกระตุกที่อีกฝ่ายมาหยามได้ถึงขนาดนี้“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก” ยศวินกดเสียงต่ำดวงตาแข็งกร้าว“ทำไมเหรอ คิดจะหวงเอาขึ้นมาตอนนี้หรือไง แกบอกเองว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ใช้แล้วก็เบื่อเขี่ยทิ้งอย่างเดียว ที่เธอมาช่วยแกเพราะว่าเธอหลงรักเลยยอมทุกอย่าง แกแทบไม่เห็นความสำคัญของหล่อนเลย ฮ่าๆๆๆ” สุนทรพูดแล้วหัวเราะน่าเกลียดเมื่อเห็นแพรพิลาศหน้าซีดเผือดแพรพิลาศเหลือบสายตามองยศวินแล้วให้ปวดใจ ถ้าเขาพูดแบบนั้นจริงๆ เธอคงเป็นได้แค่เศษดินไร้ค่าสินะ“ฉันจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ ห้ามยุ่งกับเธออีก”“น้ำหน้าอย่างแกจะหาเงินที่ไหนมาคืนฉันวะ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ”“บอกให้ลูกน้องของเสี่ยถอยไปด้วย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง”“ทำไมวะ แกจะทำอะไรฉัน”“ถ้าฉันไม่ออกไปภายในสิบนาทีหลังจากนี้ ตำรวจจะแห่มาถล่มบ่อนเสี่ย”“กล้าเหรอ” แม้จะถามกลับไป แต่น้ำเสียงลังเล“ผมรู้ว่าเสี่ยเส้นใหญ่ แต่คงไม่อยากเสี่ยง”“ปล่อยมันไป แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาจ่าย แกเหลือแต่ชื่อแน่” เสี่ยสุนทรไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ยังไม่อยากมีเรื่องเดือดร้อนตอนนี้ ไม่แน่ใจว่ายศ
“เจ้าเล่ห์ที่สุด ร้ายกาจมากพี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์ตาโต ผงกศีรษะมองสามี ผู้ชายอ่อนโยนที่ดูแลเธอตอนตาบอด คิดได้สับซับซ้อนขนาดนี้เชียวเหรอ“เวลานิ่มอยากเอาชนะ นิ่มก็จะแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมา โดยที่พี่ไม่ต้องคาดคั้น พี่ไม่ชอบหรอกนะ ให้นิ่มมาหน่อมแน้มไม่เป็นตัวของตัวเองเพื่อเอาใจพี่”“พี่พฤกษ์ก็เลยยั่วให้นิ่มโกรธ ชิส์! นิ่มเองตอนแรกจะมาง้อพูดดีๆ พอโดนพี่พฤกษ์ว่าใส่ นิ่มเลยโมโหบ้าง”“ไม่ดีหรือไงจะได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาให้หมด ไม่ต้องมามัวกระมิดกระเมี้ยนหรือปั้นแต่งให้ดูดีแต่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ให้รู้ไส้รู้พุงกันไปเลย จะมามัวเก็บกักความรู้สึกหรือพฤติกรรมอยู่ทำไม เหมือนนิ่มชอบร้อนแรงพี่ก็จัดให้ไง ทุกคืนเลย ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย!”พูดแล้วโดนหยิกเข้าให้จนเนื้อแทบเขียว นิ่มอนงค์ค้อนควักให้กับความเจ้าเล่ห์ของสามี แต่นึกทึ่งในความฉลาดเฉลียวในความคิดของเขานัก ในที่สุดเธอก็เงียบเสียงโต้เถียงอันใดพฤกษ์รู้ดีว่าภรรยากำลังยอมจำนนและคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ บางครั้งมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง ขอแค่หันหน้าเข้าหากัน ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแพรพิลาศกำม
..เธอชักงอนเขาแล้วนะ“เชื่อยาก นิ่มไม่ได้รักพี่แต่แรก แต่งงานเพราะคิดว่าพ่อจะยกสมบัติให้คนอื่น”“ยอมรับว่าใช่ แอบงอนคุณพ่อด้วยค่ะ ที่จะยกสมบัติให้คนอื่น”“โลภเหมือนกันนะเรา” เขาบีบจมูกอย่างเอ็นดูมากกว่าจะโมโหในคำตอบรับตรงๆ ของเธอ“เปล่าโลภนะคะ นั่นมันของของนิ่ม ตอนนั้นพ่อไม่ยอมบอกว่าไม่ใช่ของเราอีก
“ยั่วพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ จะสนองให้สักทีสองที เผื่อจะหาย”“หยาบคายร้ายกาจ” นิ่มอนงค์หน้าแดงไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงๆ แบบนี้“ตรงไหนที่ว่าหยาบคายร้ายกาจ แม่คนช่างยั่ว” พฤกษ์กระชากผ้าเช็ดตัวที่หลุดอยู่ใต้ร่างเธอทิ้งไปข้างเตียง“ยั่วขึ้นด้วยเหรอคะ” เธอย่นจมูกโอบรอบคอเขาไว้ ไม่ได้หวั่นเกรงสายตาดุปนกระหายของเข
“อื้อ...” ก่อนจะได้เข้าใจเมื่อเขารวบเอวเธอเอาไว้มั่น ในขณะที่กายเขายังสอดประสานแล้วทางด้านหลัง ก่อนจะสอดมืออีกข้างเข้าใต้ขาและยกเธอขึ้นอุ้มงอเข่าแนบชิดเรือนกายไม่ยอมถอดถอนในท่านั้นพฤกษ์เลื่อนมือขึ้นมาโอบรัดรอบอกอิ่ม มืออีกข้างช้อนเข้าที่ใต้ขาทั้งสองข้าง นิ่มอนงค์คว้าหมับไปยังแขนแกร่งที่โอบรัดอกอวบ
ชิส์! ทำเป็นไม่สน เดี๋ยวเถอะ“พี่พฤกษ์คะ ลูกกินอิ่มแล้วนะคะ”“อะไรของเธอนี่ รำคาญจริงเชียว พี่จะนอน” เขาพลิกหนีไปอีกด้านเหมือนรำคาญเธออย่างที่สุด..ทำเป็นใจแข็งไปเถอะนิ่มอนงค์เข่นเขี้ยว“พี่พฤกษ์ขา... ลืมตาขึ้นมาพูดกันก่อนสิคะ” เธอยังคลานไปคุกเข่าตรงหน้าเขาอีกด้าน..ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก“อะไร น่





![คลั่งรักยัยลูกหนี้ [Black List]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

