LOGIN“นิดหน่อยค่ะพี่ยศ” เธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา แม้จะเคยใกล้ชิดเขาแต่เธอก็ไม่เคยแนบชิดเขาเกินงาม เพราะน้าสาวสอนให้รักนวลสงวนตัวอยู่เสมอ
“นิ่มรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะครับ พี่เป็นห่วง” ยศวินฉวยโอกาสนั้นจับมือหญิงสาวมากุมเอาไว้
“ปล่อยมือเธอเดี๋ยวนี้!!!”
เสียงเข้มดุดันที่เอ่ยขึ้นไม่ได้ทำให้ยศวินกลัวเท่ากับปลายกระบอกปืนจ่อมาที่ขยับ
“โอเคๆ คุณควรจะใจเย็นๆ เอาไว้” ยศวินกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ไม่คิดว่าพฤกษ์จะดูโมโหขนาดนี้
“เกิดอะไรขึ้นคะพี่ยศ” นิ่มอนงค์รีบเอ่ยถามเมื่อเธอได้ยินเสียงดุดันของเจ้าบ่าว
พฤกษ์มองสบตายศวินอย่างดุกร้าว ยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เตือนให้อีกฝ่ายรู้ว่าหากพูดอะไรไม่เข้าหู อาจจะจบชีวิตลงเดี๋ยวนี้
ยศวินขนลุกซู่ ถ้าเขาโวยวายอาจจะทำให้นิ่มอนงค์ช่วยเขาได้ แต่ไม่ใช่ในสถานการณ์ที่เธอตาบอดเช่นนี้ ดังนั้นเขาไม่ควรเสี่ยงกับความโมโหของคนตรงหน้า
“อย่าแตะต้องเธออีก จำเอาไว้”
น้ำเสียงของพฤกษ์ทำให้ยศวินลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต ผู้ชายคนนี้ดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้าต่อกร เขาควรจะรักษาชีวิตเอาไว้ ยังมีอีกหลายวิธีที่จะยุแยงนิ่มอนงค์ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าผู้ชายบ้าเลือดอย่างพฤกษ์
“พี่ยศคะ เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” นิ่มอนงค์พยายามเอ่ยถามเมื่อเห็นยศวินเงียบไป มือบางขยับไปด้านหน้าเหมือนคว้าอะไรสักอย่าง ขัดใจกับสภาพตาบอดของตนเองยิ่งนัก คนที่ไม่อยู่ในโลกมืด ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของเธอ
“อุ๊ย!” นิ่มอนงค์อุทานเมื่อคว้าไปด้านหน้าก็สัมผัสกับมือร้อนที่กุมลงมา
“พี่เอาน้ำมาให้”
นิ่มอนงค์ขมวดคิ้วยุ่งเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงของพฤกษ์ เขาแตะแก้วน้ำมาที่ปากเบาๆ ทำท่าจะป้อนให้เจ้าสาว
“พี่ยศไปไหน”
ตุ๊บ!!!
เสียงแก้วน้ำหล่นกระทบกับผืนหญ้าเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมกินแต่ปัดออก เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์เช่นไร แต่เธอไม่เห็นสน เธอเชิดคางขึ้นกิริยาเช่นนี้ทำให้พฤกษ์กอดอกมอง เขาไม่ได้โกรธ แต่ไม่พอใจเล็กๆ เมื่อเธอปฏิเสธน้ำใจของเขา
“ถ้าไม่หิวก็ดี เราจะต้องกลับเข้างานแล้วละ” ไม่พูดเปล่าเขาตวัดอุ้มร่างอรชรขึ้นสู่อ้อมแขน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยสิ”
“จะให้ปล่อยจริงเหรอ” พฤกษ์หยุดเดินถามเสียงนิ่ง เขาทำท่าจะหย่อนเจ้าสาวลงจากอ้อมแขน
แม้จะตาบอดแต่ประสาทสัมผัสเธอยังดีเยี่ยม นิ่มอนงค์รีบคว้าคอหนาเอาไว้ในทันที และถ้าเธอหูไม่ได้ฝาด เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา ไม่ใช่เสียงเยาะเย้ยแต่เป็นเสียงรื่นรมย์ต่างหาก เธอหน้างอทันที
..เขาคงหัวเราะชอบใจที่เธอพ่ายแพ้แก่เขา
“หิวน้ำหรือเปล่า” เขากระซิบถามเมื่อวางเธอนั่งลงที่ไหนสักแห่ง
ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงนึกชื่นชมผู้ชายเช่นเขาที่เอาใจใส่ต่อคนอื่น แต่เวลานี้ไม่ใช่ เขาทำไปเพราะเธอเป็นเจ้าสาวที่จะทำให้เขาร่ำรวยได้ชั่วข้ามคืนหลังจากจดทะเบียนสมรสกันแล้ว
“ไม่...” เธอเชิดหน้าตอบ
แต่ยังไม่จบประโยคเขาก็กระซิบแทรกลงมาที่หู
“โอกาสสุดท้าย แล้วเธอจะไม่ได้รับน้ำแม้แต่หยดเดียว”
คำขู่ของเขาทำให้เธอนิ่งอึ้ง มือควานไปข้างหน้าอีกครั้งแต่ก็เจอเพียงมือเขา
..นี่ทุกคนหายไปไหนกันหมด จะทิ้งเธอไว้กับเขาตลอดเวลาหรือไง
“คนอื่นยุ่งอยู่” เขากระซิบบอกอีกครั้ง น้ำเสียงยังเรียบๆ ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์
เธอนึกอยากจะเห็นหน้าเขานักว่าตอนนี้อยู่ในอารมณ์ใด เขาเก็บอารมณ์เก่ง น้ำเสียงที่แสดงออกนั้นไม่ได้ทำให้เธอเดาได้เลย ไม่เหมือนคนอื่นๆ
“ฉันอยาก... ดื่มน้ำ” ในที่สุดเธอจำต้องพูดออกไป หากจะเชิดใส่เขาคงไม่เป็นประโยชน์เพราะเขาอยู่เหนือกว่าทุกอย่าง “อื้อ...” นิ่มอนงค์ตกใจเธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบตีแผ่นหลังเขาเมื่อเขาประกบริมฝีปากลงมา ลิ้นหนาสอดแทรกแล้วป้อนน้ำเธออย่างวาบหวามทำให้แก้มสาวแดงฉ่ำ
“อีกไหม” น้ำเสียงของเขาดูรื่นเริงใจนัก
นิ่มอนงค์อยากจะประทุษร้ายเขาให้เจ็บแสบแต่เธอมองไม่เห็น ทุบตีไปตรงไหนเขาก็รวบมาจุ๊บเสียทุกครั้ง
“คนฉวยโอกาส” เธอผรุสวาทหน้างอ
“อีกไหม” เขาถามซ้ำไม่สนใจคำต่อว่าต่อขาน
“ไม่เอาแล้ว อื้อ...” นิ่มอนงค์ร้องประท้วงอีกครั้งเมื่อถูกป้อนน้ำอีกอึกใหญ่ เรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้าหาอย่างดูดดื่ม เขาบังคับให้เธอเผยอริมฝีปากออกโดยการเลื่อนมือไปเคล้นคลึงทรวงอิ่ม เธอหอบหายใจหน้าแดงจัดเมื่อเขาปล่อยเป็นอิสระ
“เข้างานกันเถอะ” น้ำเสียงของเขาอื้ออารีเสียเหลือเกิน
นิ่มอนงค์ไม่มีเวลาพยศหรือขัดใจอะไรเขาได้
นิ่มอนงค์คิดว่าจะออกฤทธิ์ออกเดชอาละวาดให้เจ้าบ่าวอับอายขายหน้า กลายเป็นเดินต้อยๆ ตามเขาไปพบกับญาติผู้ใหญ่ แม้ตาเธอจะมองไม่เห็น แต่น้ำเสียงทุ้มๆ ที่คอยกระซิบบอกข้างหูก็ทำให้เธอจำต้องยกมือไหว้คนตรงหน้าตามที่เขาบอก เขาคอยเกาะแขนประคอง บ้างก็กอดเอวคอดเอาไว้ รั้งให้เธอเดินตาม
ภาพเหล่านั้นทำให้คนทั้งงานอมยิ้ม พฤกษ์ทำหน้าที่เป็นไม้เท้าให้เจ้าสาว นงนภัสเองที่เห็นภาพนั้นยังนึกไม่ถึง บางทีก็ค้อนหลานเขยเสียหน้าคว่ำ คิดว่าอีกฝ่ายคงทำดีบังหน้า
นิ่มอนงค์ได้ยินเจ้าบ่าวกระซิบว่าเขาขอตัวไปห้องน้ำ และฝากเธอไว้กับเพื่อนเขาที่ชื่อเดือนประดับ เธอถูกประคองไปนั่งบนเก้าอี้ เสียงรอบกายเงียบกว่านาทีก่อน เพื่อนของเขาคงพาออกมาด้านนอกของงานที่ไม่มีคนพลุกพล่าน
“ไม่คิดเลยนะคะว่าพฤกษ์จะแต่งงานกับคนตาบอด” น้ำเสียงของเดือนประดับมีแววหยันๆ
จนนิ่มอนงค์คอแข็ง
“เสียใจเหรอคะที่เขาไม่แต่งงานกับคุณ” อะไรก็ไม่รู้ทำให้นิ่มอนงค์พูดออกไปเช่นนั้น
และได้ผลเมื่ออีกฝ่ายเงียบเสียงไป
“อีกไม่นานพฤกษ์คงหย่า”
“ก็รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะค่ะ ค่อยมาพูด” ไม่รู้อะไรอีกที่ทำให้เธอพูดออกไปเหมือนหวงสามีเช่นนี้ ทำเหมือนกับว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนมาฉกตัวเขาไปได้
“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” เสียงของพฤกษ์ทำให้บรรยากาศที่ชวนอึดอัดหายไป
นิ่มอนงค์รีบยกมือให้เจ้าบ่าวทันที และพฤกษ์ก็รีบจับมือบอบบางนั้นไว้ทันทีเช่นกัน
“ขอบใจมากนะเดือน” เขาหันไปขอบคุณเพื่อน
เดือนประดับเพียงแต่ยิ้มให้เล็กน้อย
“วันหลังพี่พฤกษ์อย่าไปนานนะคะ นิ่มไม่อยากอยู่กับคนแปลกหน้า” เธอจงใจเน้นคำ ก่อนจะซบหน้าที่แขนแกร่งที่กอดเอาไว้แน่น
พฤกษ์มองอย่างงุนงง แต่ไม่ได้พูดอะไร เดือนประดับมองตามคนทั้งสองไปด้วยความริษยา
..ทำไมเจ้าสาวของพฤกษ์ถึงไม่ใช่เธอนะ
“ทีหลังอย่าฝากฉันไว้กับชู้รักของคุณอีก” พอเดินห่างออกมาสักครู่เธอจึงเปลี่ยนสรรพนาม ทำเสียงแข็งใส่เขา
พฤกษ์ที่ขมวดคิ้วคราแรกถึงบางอ้อว่าเหตุใดเธอจึงดูอ้อนเขาเมื่อครู่ คงคิดว่าเดือนประดับเป็นคู่รักเขานั่นเอง
“เดือนประดับไม่ใช่ชู้ เค้าเป็นเพื่อน”
“ชิส์! ใครจะไปเชื่อ” นิ่มอนงค์ทำเสียงขึ้นจมูก
“แล้วแต่นะ ถ้านิ่มไม่เชื่อ แต่พี่บริสุทธิ์ใจ” เขาพูดจริงจัง
นิ่มอนงค์จึงเงียบเสีย
เมื่อฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึง ทำให้นิ่มอนงค์รู้สึกเป็นกังวล คนที่เธอจะเรียกหาขอความช่วยเหลือนั้นไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นยศวิน แพรพิลาศหรือแม้แต่น้าสาวที่อยู่ข้างเธอมาตลอด
ผู้ใหญ่กล่าวอวยพรเสร็จสิ้นก็ปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องหอ
“จะทำอะไรน่ะ” นิ่มอนงค์สะบัดมือคนร่วมห้องออกห่าง แต่ทำให้เธอเซจะล้ม
พฤกษ์คว้าร่างอรชรเอาไว้ได้ทัน ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“นั่งลงตรงนี้ พี่จะแกะผมให้” พฤกษ์กดร่างเจ้าสาวคนสวยให้นั่งที่ขอบเตียง สัมผัสของเขาไม่ได้กระแทกกระทั้นแต่อ่อนโยนทะนุถนอม
“ไม่จำเป็น” นิ่มอนงค์ปัดมือเขาออก ไม่ยอมรับความหวังดีจากเขา
“แกะเองได้เหรอ” เขาถามหยั่งเชิงไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย เหมือนผู้ใหญ่กำลังเข้มงวดกับเด็กเอาแต่ใจ
“ให้แพรพิลาศมาแกะให้ เค้าอยู่ไหนไปตามมาเดี๋ยวนี้” ออกคำสั่งเสียงเฉียบ เชิดหน้าอย่างถือดี แม้ตาจะมองไม่เห็นแต่กลับหยิ่งทระนงไม่ลดรา
“เค้ากลับไปพักผ่อนแล้วละ ช่วยงานตั้งแต่เช้า ไม่เกรงใจเขาเหรอไง”
นิ่มอาจสงสัยว่าทำไมพี่พฤกษ์ถึงเพิ่งนำจดหมายฉบับนี้มาให้นิ่มอ่านตอนนี้ พ่อไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ แต่พ่อรู้ดีว่าสิ่งที่พ่อทำลงไป นั่นคือการบังคับให้ลูกแต่งงานกับพี่พฤกษ์ ทำให้ลูกไม่พร้อมที่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ในตอนนั้น เพราะทันทีที่ลูกอ่าน ลูกก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อทำและยิ่งไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อกำลังจะบอกกล่าว หรือบางครั้งอาจจะหาว่าพ่อเอ่ยชมสามีของลูกอย่างไร้เหตุผล เพราะลูกยังไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับพี่พฤกษ์อย่างแท้จริงนิ่มอนงค์ลูกรัก จงจำเอาไว้ว่าถึงหนูจะเกิดจากความผิดพลาด แต่วินาทีแรกที่พ่อเห็นหน้าหนู พ่อรักหนูสุดหัวใจ ก้อนเนื้อด้านซ้ายที่เรียกว่าหัวใจของพ่อ ผูกสมัครรักใคร่ลูกสาวคนแรกของพ่ออย่างแน่นแฟ้น พ่อไม่ใช่คนดีนัก ในชีวิตเคยทำอะไรผิดพลาดลงไปมาก โดยเฉพาะกับแม่ของหนู แต่พ่อยอมรับว่าพ่อรักแม่นารถลดาของหนูจากใจจริง หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน การตัดสินใจของพ่ออาจจะทำให้หนูโกรธและเกลียดพ่อเหลือเกินที่บีบบังคับให้หนูต้องแต่งงานกับพฤกษ์ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่พ่อคิดว่าจะทำเพื่อหนูได้ตอนนี้ลูกคงรู้ความจริงแล้วว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ลูกเห็นอยู่ ไม่ใช่ของพ่ออีกต่อไป ล
พฤกษ์หัวเราะร่วน เวลาแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เขาจะกลายเป็นผู้ชายยิ้มง่าย หัวเราะง่ายนิ่มอนงค์ค้อนตีแขนเขา เพียะหนึ่ง“นิ่มเพิ่งรู้ว่าคุณเดชชอบคุณเดือน”“ไอ้เดชมันชอบเดือนมานานแล้ว แต่เดือนใจแข็ง”“คุณเดือนชอบพี่พฤกษ์แทน”“ก็ใช่มั้ง แต่ไอ้เดชมันไม่หึงพี่นะ แต่หึงเดือน พักหลังเหมือนเดือนจะไม่ยอมเข้าใกล้ มันทนไม่ไหวก็เลยจับปล้ำเลย จริงๆ ตอนแรกก็ไม่กล้า”“หมายความว่ายังไงคะ” นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย“พี่ยุให้มันปล้ำเองละ”“พี่พฤกษ์นี่นะเหรอคะยุคุณเดช ตายแล้ว!” นิ่มอนงค์ยกมือทาบอกไม่อยากจะเชื่อ“เค้ามาว่านิ่มก่อนทำไม พี่เลยหมั่นไส้ให้เจ้าเดชปล้ำเสียเลย”“เอ๊ะ! ยังไงคะ นิ่มไม่เข้าใจ”“พี่รู้ก่อนที่นิ่มจะเล่าเสียอีกว่าเดือนว่าอะไรนิ่มบ้าง”“ไม่เห็นพี่พฤกษ์เคยบอก แต่พี่พฤกษ์รู้ได้ยังไงคะ หรือใครบอก”“ชบาบอกแล้วก็...”“แล้วก็อะไรคะ ลีลาเยอะจัง เล่ามาให้ไวสิคะ” นิ่มอนงค์ค้อนควัก“วันนั้นก่อนนิ่มคลอด พี่กลับมาทันได้ยินที่เดือนพูดทุกประโยค โมโหชะมัด ถ้าไม่เพราะคิดว่าเจ้าเดชมันมีใจให้เดือนประดับอยู่ พี่จะจับหล่อนโยนออกไปเลย”“ผู้ชายชอบใช้กำลังจริงเชียว รังแกเพศที่อ่อนแอกว่า จริงๆ นิ่มสงสารคุณเดื
“ทำไมเร็วจังเลยคะ”“พี่ใจร้อนอยากนอนกอดเมียทุกคืน” เขากระซิบบอกเธออมยิ้มก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนที่บทรักอ่อนหวานจะบังเกิดขึ้น แพรพิลาศหลับพริ้มไปด้วยความสุขอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายคนรัก ครั้งนี้เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุด...ข่าวการแต่งงานของยศวินกับแพรพิลาศทำให้นิ่มอนงค์รู้สึกประหลาดใจและหนักใจในคราแรกเมื่อแพรพิลาศเปิดปากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฟังเธอจึงเบาใจ เพราะเธอกลัวเพื่อนสาวจะโดนผู้ชายไม่ดีหลอกเอา แต่พอทราบเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของยศวินเธอกลับรู้สึกสงสารเห็นใจ อีกทั้งยศวินยังยอมเอ่ยปากขอโทษเธอที่ทำให้เธอบาดหมางกับสามี ปรับความเข้าใจกันดีแล้วจึงสบายใจกันทุกฝ่ายนิ่มอนงค์กับพฤกษ์บินไปร่วมงานแต่งของคนทั้งสองด้วย พฤกษ์นั้นกะจะไม่ไปในคราแรกเพราะไม่ชอบหน้ายศวิน แต่เพราะภรรยาต้องเดินทางคนเดียวเขาเลยไม่อยากปล่อยไป จะไม่ให้ไปก็กระไรเพราะแพรพิลาศนั้นเติบโตมากับนิ่มอนงค์ ทั้งสองผูกพันกันมากกว่าเพื่อน ดังนั้นจึงขัดใจภรรยาไม่ได้ยศวินเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทของภูเก็ต งานเลี้ยงจึงทั้งหรูหราและยิ่งใหญ่สมฐานะนายหัวปักษ์ใต้แพรพิลาศจัดห้องพักหรูให้นิ่มอนงค์และพฤกษ์หลังจากพ
“อุ๊ย! จะได้เล่าไหมล่ะคะ” แพรพิลาศร้องเบาๆ เมื่อถูกอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน เขาพาเธอไปอาบน้ำจริงๆ แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย กว่าจะได้ออกจากห้องน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวสวมใส่ชุดนอน แทบจะหลับคาเตียง“ง่วงแล้วเหรอ” เอ่ยถามอย่างเอ็นดู“รอฟังอยู่ค่ะ” เธออมยิ้มให้เขา กอดเขาหลวมๆ ซบที่อกกว้างอย่างอ้อนๆ“พ่อพี่เป็นคนจริงจังกับงาน ติดจะเคร่งขรึมแล้วก็เข้มงวด”แพรพิลาศเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอนิ่งฟังให้เขาเล่าต่อ“แม่พี่มีชู้ ลักลอบได้เสียกับผู้ชายคนหนึ่ง พ่อจับได้แม่ก็เลยโดนพ่อทำร้าย ตอนนั้นพี่รักแม่มาก พอพ่อกับแม่เลิกกัน แม่เลยขอเลี้ยงดูพี่และพี่ตามแม่มาอยู่กรุงเทพฯ แม่เรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อทุกเดือน เงินพวกนั้นก็เอามาปรนเปรอสามีใหม่”“แม่พี่ยศอยู่ไหนคะตอนนี้”“ตายแล้ว”เสียงของเขาดูเศร้าจนเธอต้องเอื้อมมือไปบีบ“แพรเสียใจด้วยนะคะ”“มันนานมากแล้ว ผู้ชายคนนั้น หมายถึงสามีใหม่แม่ เขาไม่ใช่คนดีอะไร เขาหลอกเงินแม่ เขาหาเรื่องทุบตีพี่ด้วย แล้วก็โยนความผิดให้พี่เป็นเด็กก้าวร้าว แม่หลงสามีใหม่มากลงโทษพี่แบบไม่มีเหตุผล”แพรพิลาศกอดเขากระชับขึ้น รับรู้ถึงบาดแผลในจิตใจและรอยร้าวที่หยั่งลึก น้ำเสียงของเขาดูสั่นพร่าหดหู
“กล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ อย่าลืมสิว่าแกเป็นลูกหนี้” สุนทรโกรธจนหนวดกระตุกที่อีกฝ่ายมาหยามได้ถึงขนาดนี้“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก” ยศวินกดเสียงต่ำดวงตาแข็งกร้าว“ทำไมเหรอ คิดจะหวงเอาขึ้นมาตอนนี้หรือไง แกบอกเองว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ใช้แล้วก็เบื่อเขี่ยทิ้งอย่างเดียว ที่เธอมาช่วยแกเพราะว่าเธอหลงรักเลยยอมทุกอย่าง แกแทบไม่เห็นความสำคัญของหล่อนเลย ฮ่าๆๆๆ” สุนทรพูดแล้วหัวเราะน่าเกลียดเมื่อเห็นแพรพิลาศหน้าซีดเผือดแพรพิลาศเหลือบสายตามองยศวินแล้วให้ปวดใจ ถ้าเขาพูดแบบนั้นจริงๆ เธอคงเป็นได้แค่เศษดินไร้ค่าสินะ“ฉันจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ ห้ามยุ่งกับเธออีก”“น้ำหน้าอย่างแกจะหาเงินที่ไหนมาคืนฉันวะ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ”“บอกให้ลูกน้องของเสี่ยถอยไปด้วย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง”“ทำไมวะ แกจะทำอะไรฉัน”“ถ้าฉันไม่ออกไปภายในสิบนาทีหลังจากนี้ ตำรวจจะแห่มาถล่มบ่อนเสี่ย”“กล้าเหรอ” แม้จะถามกลับไป แต่น้ำเสียงลังเล“ผมรู้ว่าเสี่ยเส้นใหญ่ แต่คงไม่อยากเสี่ยง”“ปล่อยมันไป แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาจ่าย แกเหลือแต่ชื่อแน่” เสี่ยสุนทรไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ยังไม่อยากมีเรื่องเดือดร้อนตอนนี้ ไม่แน่ใจว่ายศ
“เจ้าเล่ห์ที่สุด ร้ายกาจมากพี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์ตาโต ผงกศีรษะมองสามี ผู้ชายอ่อนโยนที่ดูแลเธอตอนตาบอด คิดได้สับซับซ้อนขนาดนี้เชียวเหรอ“เวลานิ่มอยากเอาชนะ นิ่มก็จะแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมา โดยที่พี่ไม่ต้องคาดคั้น พี่ไม่ชอบหรอกนะ ให้นิ่มมาหน่อมแน้มไม่เป็นตัวของตัวเองเพื่อเอาใจพี่”“พี่พฤกษ์ก็เลยยั่วให้นิ่มโกรธ ชิส์! นิ่มเองตอนแรกจะมาง้อพูดดีๆ พอโดนพี่พฤกษ์ว่าใส่ นิ่มเลยโมโหบ้าง”“ไม่ดีหรือไงจะได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาให้หมด ไม่ต้องมามัวกระมิดกระเมี้ยนหรือปั้นแต่งให้ดูดีแต่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ให้รู้ไส้รู้พุงกันไปเลย จะมามัวเก็บกักความรู้สึกหรือพฤติกรรมอยู่ทำไม เหมือนนิ่มชอบร้อนแรงพี่ก็จัดให้ไง ทุกคืนเลย ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย!”พูดแล้วโดนหยิกเข้าให้จนเนื้อแทบเขียว นิ่มอนงค์ค้อนควักให้กับความเจ้าเล่ห์ของสามี แต่นึกทึ่งในความฉลาดเฉลียวในความคิดของเขานัก ในที่สุดเธอก็เงียบเสียงโต้เถียงอันใดพฤกษ์รู้ดีว่าภรรยากำลังยอมจำนนและคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ บางครั้งมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง ขอแค่หันหน้าเข้าหากัน ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแพรพิลาศกำม







